ตอนที่ 5 ครอบครัวพร้อมหน้า (1)
เจี่ยนซื่อว่าพลางลูบผมสีดำขลับของเหยียนจื่อม่อ แม้เ้าตัวจะก้มศีรษะลงอย่างขัดเขิน ทว่าดวงตากลับเปี่ยมความเ็า สิ่งใดที่ควรเป็ของนาง นางจะค่อยๆ ทวงคืนมาทีละน้อย เหยียนจื่อหลิงอย่าได้คิดเลยว่าชาตินี้จะบีบนางให้ถอยไปเหมือนชาติก่อนได้
เจี่ยนซื่อสั่งพวกสาวใช้ปรนนิบัติเหยียนจื่อม่อเข้านอน ก่อนจะรีบร้อนกลับไปยังเรือนชิงจู๋ของตน เมื่อเห็นเรือนที่จุดไฟสว่างไสว พลันขมวดคิ้วเข้าหากันแน่น “ท่านโหวยังไม่กลับมาอีกหรือ”
สีหน้าของนางยิ่งย่ำแย่ลงหลังจากสาวใช้ข้างกายตอบรับเสียงเบา ปลายนิ้วซึ่งสวมปลอกเล็บจิกเข้าเนื้อโดยไม่รู้ตัว
“ฮูหยิน ท่านโหวอาจกำลังยุ่งอยู่กับงานราชการก็ได้เ้าค่ะ อย่าคิดมากเลยนะเ้าคะ” หมอมอผู้เฒ่ากระซิบปลอบโยนอยู่ด้านข้าง ทว่าเจี่ยนซื่อไม่ได้ตอบกลับ เพียงแค่นเสียงเบาๆ
“สาวใช้ที่ส่งไปอยู่ข้างกายม่อเอ๋อร์มีที่มาที่ไปชัดเจนหรือไม่”
“บ่าวคัดสรรทุกคนเองกับมือ ฮูหยิน ท่านวางใจได้เ้าค่ะ”
เจี่ยนซื่อพยักหน้า ไช่หมอมอเป็คนสนิทของนาง นางย่อมเชื่ออยู่แล้ว เพียงแต่บุตรสาวต้องทนทุกข์มานานหลายปี นางจึงอยากมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้อีกฝ่าย
“แล้วทางฝั่งคุณหนูสี่…”
ไช่หมอมอเอ่ยถามอย่างระมัดระวัง ความรักใคร่เอ็นดูที่ฮูหยินมอบให้คุณหนูสี่มาตลอดหลายปีไม่ใช่การเสแสร้งแกล้งทำ เวลานี้ตัวตนของอีกฝ่ายจึงชวนให้กระอักกระอ่วนอยู่บ้าง
“ทุกอย่างยังคงเดิม ส่วนเื่อื่นไว้ข้าจะตัดสินใจหลังหารือกับท่านโหว”
ในใจเจี่ยนซื่อเองไม่ได้สงบนัก นางทราบดีถึงผลของการพาม่อเอ๋อร์กลับมา แต่ไม่อาจทนมองคนต่ำช้าเ่าั้หยามเกียรติบุตรสาวของตนได้
“ข้าพาคนตระกูลจางกลับมา แม้ม่อเอ๋อร์จะมีจิตใจเมตตา แต่ครอบครัวนั้นหาใช่คนดีไม่ เ้าสั่งให้คนไปจับตามองไว้หน่อยเถอะ”
เวลานั้นเหตุผลที่นางให้คนส่งเงินแล้วจากไป ไม่ใช่เพราะนางเนรคุณ แต่เป็เพราะทนสายตาหยาบโลนที่ชายผู้นั้นมองมาไม่ได้ ไม่คิดว่าสุดท้ายจะเกือบทำร้ายบุตรสาวของตนเอง
“เ้าค่ะ!”
หลังจากเจี่ยนซื่อกลับไป เหยียนจื่อม่อก็ลืมตาขึ้นพร้อมััของเตียงนอนอันอ่อนนุ่มและกลิ่นหอมจางๆ ท่ามกลางแสงเทียนริบหรี่ ก่อนจะคิดถึงสถานการณ์ต่างๆ ในตระกูลเหยียน
ความจริงลูกหลานตระกูลเหยียนสมกับที่ได้รับการยกย่องว่าเป็คนตระกูลใหญ่ที่มากด้วยบารมีจากคนภายนอกโดยแท้ นอกจากฮูหยินผู้เฒ่าจะแข็งแรงดีแล้ว ยังไม่มีการแยกบ้าน บุตรสายตรงทั้งสามและลูกหลานทุกเรือนจึงเติบโตมาด้วยกันั้แ่ยังเล็ก!
ไม่จำเป็ต้องพูดถึงสิ่งอื่น เพียงสายเืจากบ้านใหญ่บ้านเดียวก็มีผู้สืบสกุลไม่น้อยแล้ว เจี่ยนซื่อแต่งเข้าตระกูลเหยียนมาหลายปีโดยไม่มีทายาท จนกระทั่งบ้านรองให้กำเนิดบุตร ฮูหยินผู้เฒ่าถึงตัดสินใจให้บรรดาอี๋เหนียง[1]หยุดกินยา เด็กโตในบ้านใหญ่ทั้งหมดจึงเป็บุตรของอี๋เหนียงทั้งสิ้น
หลังจากเหยียนจื่อม่อที่เป็บุตรสาวคนแรก ครรภ์ต่อมาของเจี่ยนซื่อเป็ไปตามความคาดหวังโดยให้กำเนิดบุตรชายถึงสามคนรวด ทำให้สถานะของนางในตระกูลเหยียนมั่นคง กลายเป็ผู้กุมอำนาจที่แท้จริงในจวนผิงซีโหวั้แ่นั้นมา
วันรุ่งขึ้น ฟ้าสางเพิ่งสว่างไสว เหยียนจื่อม่อลืมตาโพลงกะทันหัน เหงื่อเย็นผุดพรายเต็มหน้าผาก เมื่อเห็นสภาพแวดล้อมอันคุ้นเคย แววตาของนางจึงอ่อนลงเล็กน้อย แม้จะย้อนอดีตกลับมาแล้ว แต่ความฝันแสนพรั่นพรึงนั่นยังหลอกหลอนดั่งเงาตามตัว
“คุณหนูจะลุกเลยหรือไม่เ้าคะ”
มุมปากเหยียนจื่อม่อกระตุกเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงที่ค่อนข้างฉะฉานนั่น นางไม่ได้ยินเสียงนี้มากี่ปีแล้วกันนะ หากไม่ใช่เพราะมารดาเพิ่งพาอีกฝ่ายมาแนะนำตัวเมื่อวาน นางคงลืมหลิวฮวาผู้นี้ไปแล้ว
กาลก่อนเหยียนจื่อม่อคิดว่าอีกฝ่ายเป็สาวใช้ซื่อสัตย์คนหนึ่ง แต่กลับคาดไม่ถึงว่าแท้จริงจิตใจจะสกปรกโสมมยิ่งนัก สตรีผู้นั้นรับปากอะไรไว้กันถึงได้คิดคดทรยศผู้เป็นาย
“ลุกสิ!”
เสียงงัวเงียอย่างคนเพิ่งตื่นยามเช้าฟังดูเกียจคร้านเล็กน้อย หัวใจของหลิวฮวาซึ่งยืนอยู่หน้าประตูกระตุกไปวูบหนึ่ง นางเป็เด็กสาวที่กำเนิดในตระกูลเหยียน หากพิจารณาจากรูปลักษณ์ภายนอกถือเป็คุณหนูหยกงามที่หาตัวจับยากคนหนึ่ง แต่หลังจากพบหน้าคุณหนูห้าเมื่อวาน หัวใจของนางสั่นรัวไม่ยอมหยุด
...เดิมทีนางยังไม่พอใจเื่ที่ต้องมาอยู่ศาลาลั่วเสวี่ยเท่าไรนัก บุตรสาวสายตรงที่ถูกทิ้งให้ครอบครัวสามัญเลี้ยงดูมาหลายปีจะมีอนาคตอะไรได้ ทว่าเมื่อลองพินิจในเวลานี้อีกครั้ง รูปลักษณ์งามล้ำเช่นนี้ก็ไม่แน่ว่าอาจใช้เป็ใบเบิกทางในภายภาคหน้าได้
เชิงอรรถ
^ ภรรยารอง