“นี่เธอไม่เคยเล่นเกมพวกนี้มาก่อนแน่นะ!?”
หลังเลิกเรียน ภายในเกมเซ็นเตอร์แห่งหนึ่งที่เต็มไปด้วยแสงสีและเสียงที่ดังก้องริงโกะยืดเหยียดร่างกายโดยไม่สนใจสายตาของผู้คนรอบข้างเธอเอียงคอไปมาและสะบัดข้อมือ จากนั้นก็ตอบคำถามเพื่อนที่อยู่ข้างๆ ว่า—
"อืม แค่ต้องรับงานพิเศษฉันก็ไม่มีเวลาแวะเที่ยวเล่นที่ไหนตั้งแต่เด็กแล้วเธอก็รู้"
"งั้นน่าเสียดายนะเธอเป็นอัจฉริยะด้านเกมชัด ๆ ได้มากกว่าฉันที่มีเครื่องตั้งไว้ที่บ้านซะอีก"
อายาโกะกล่าวชื่นชมปนอิจฉา
ห่างไปไม่ไกลมีกลุ่มคนที่กำลังจ้องมองพวกเธอด้วยความรู้สึกทึ่งพร้อมกับกระซิบกระซาบกันไปด้วยความชื่นชม แสงไฟนีออนที่สาดส่องสร้างบรรยากาศให้เกมเซ็นเตอร์เต็มไปด้วยความสนุกสนานและความครึกครื้นมีนักเรียนและผู้คนหลากหลายวัยที่ยืนเรียงรายอยู่หน้าตู้เกมต่าง ๆบ้างก็หัวเราะบ้างก็แสดงอารมณ์เสียดายเมื่อแพ้เกม
"เวทมนตร์ที่เธอฝึกอยู่ต้องช่วยลับประสาทสัมผัสให้กับเธอแน่ ๆ ขี้โกง ขี้โกง!"
"ฮ่าฮ่า~ แพ้แล้วพาลนี่นามิกะริงโกะอย่าไปสนใจยัยนี่เลย"
อายาโกะปิดปากหัวเราะแบบลูกคุณหนูใส่มิกะอย่างน่าหมั่นไส้
เสียงข้อความเด้งเตือนผ่านสมาร์ตโฟนเรียกความสนใจของริงโกะให้ละจากทุกสิ่งเมื่อเธอเปิดขึ้นดูข้อความแสดงให้เห็นว่าอีกฝ่ายเลื่อนเวลานัดพบเร็วมากขึ้นกว่าเดิมเกือบหนึ่งชั่วโมง
“ริงโกะ ริงโกะซาง~”
ด้วยเสียงเรียกยานคางของมิกะทำให้ริงโกะที่กำลังหมกมุ่นอยู่กับการอ่านข้อความถูกดึงกลับสู่ความเป็นจริงเบื้องหน้าอีกครั้ง
“อะ... ขอโทษที เมื่อกี้เธอว่าอะไรนะ”
“ฉันถามว่าเย็นนี้เธอจะไปทานข้าวเย็นที่บ้านฉันก่อนไหมเธอก็รู้ว่าพ่อแม่ฉันเอ็นดูเธอมากพวกท่านบ่นว่าพักนี้เธอไม่ยอมแวะไปที่บ้านบ้างเลยน่ะ”
"เอ่อ... ฝากของโทษพวกท่านด้วยนะพอดีฉันมีนัดเร่งด่วนมาเมื่อกี้น่ะ คงไปต่อกับพวกเธอไม่ได้แล้ว"
ริงโกะยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูกล่าวขอโทษขอโพยเพื่อนทั้งสองอย่างออดอ้อน
อายาโกะถอนหายใจเฮือกใหญ่ใส่ริงโกะก่อนจะกล่าวอย่างมาดร้ายว่า
“ยัยบ้าฉันรู้ว่าห้ามยังไงเธอก็ไม่ฟัง ถึงบ้านแล้วข้อความมาบอกพวกเราในกลุ่มด้วยล่ะถ้าคืนนี้ไม่เห็นข้อความเธอล่ะก็เป็นเรื่องแน่!”
“แน่นอนอยู่แล้วจ้ะขอบคุณพวกเธอมากนะที่คอยเป็นห่วง”
ริงโกะเข้าไปโอบกอดเพื่อนทั้งสองคนก่อนจะรีบหันหลังวิ่งไปที่สถานีรถไฟท่ามกลางสายตาห่วงใยที่เฝ้ามองตามหลัง
ริงโกะนั่งรถไฟฟ้ามาลงยังปลายทางและเร่งฝีเท้าออกจากสถานีโดยใช้เวลาเพียงไม่นานเธอก็เดินทางมาถึงจุดนัดพบที่เขตคะสึชิกะในบริเวณโรงเรียนประถมศึกษาแห่งหนึ่งซึ่งเป็นจุดปรากฏของเกทโดยมีทางเจ้าหน้าที่สมาพันธ์คอยช่วยอำนวยความสะดวกอพยพประชาชนออกจากบริเวณพื้นที่
บริเวณรอบ ๆ จุดที่เกทจะปรากฏมีฮันเตอร์ยืนจับกลุ่มพูดคุยกันอย่างคึกคักบ้างก็เตรียมอุปกรณ์และวางแผนการเข้าปฏิบัติการ ฮันเตอร์บางกลุ่มกำลังตรวจเช็กอาวุธและเครื่องมือขณะที่บางคนกำลังนั่งพักและดื่มยาสูตรเฉพาะเพื่อเตรียมตัวก่อนเผชิญหน้ากับสิ่งที่อยู่ภายในเกทนอกจากนี้ยังมีพ่อค้าแผงลอยที่มาตั้งแผงขายของอยู่บริเวณนั้น ขายทั้งอาหารและเครื่องดื่มเฉพาะสำหรับฮันเตอร์
ผู้คนที่เห็นอยู่ในบริเวณขณะนี้ล้วนแต่เป็นเหล่าฮันเตอร์หรือไม่ก็พ่อค้าแผงลอยซึ่งมาออกันอยู่หน้าทางเข้าทีมของเธอคงอยู่แถวนี้เช่นกัน
ตัวริงโกะเองนั้นเพิ่งเป็นฮันเตอร์ได้ไม่นานตอนนี้เธอกำลังอยู่ในขั้นทดลองงาน หากไปได้สวยล่ะก็เธอก็จะได้ทำงานภายใต้ชื่อของกิลด์ใหญ่ และวาดฝันว่าจะมีเงินเก็บมากมายเธอจะได้หาบ้านที่มีสภาพแวดล้อมดี ๆ ให้คุณยายกับน้องชายของเธอได้อาศัยอยู่ไม่ต้องลำบากอุดอู้อยู่กันในห้องเช่าแคบ ๆ อีกต่อไป
ระหว่างที่สายตาของริงโกะกำลังมองหากลุ่มของเธออยู่นั้นข้อมือข้างหนึ่งก็ถูกใครบางคว้าเอาไว้จากด้านหลัง พร้อมกับเอ่ยเรียก
“—ชิโฮะ!?”
“เอ๊ะ!... เอ่อ... ชิโฮะเหรอคะ?”
ริงโกะหันขวับกลับไปด้วยความตกใจปนงุนงงพบว่าคนที่จับข้อมือเธอไว้หลวม ๆ อยู่นั้นสวมใส่ด้วยหน้ากากยักษ์สีทองปิดช่วงปากทำให้เห็นใบหน้าของเขาเพียงครึ่งเดียว แต่ดวงตาของเขาก็ยังแสดงให้เห็นถึงความอ่อนเยาว์
‘ดูแล้วอายุคงอ่อนกว่าฉันเล็กน้อยล่ะมั้ง...’
ดูเหมือนเขาจะนิ่งงันและจ้องหน้าเธอสักพักจนริงโกะต้องบิดข้อมือประท้วงเล็กน้อย
“เอ่อ...ขอโทษนะคะ ฉันคงไม่ใช่คนที่คุณคิดว่าเป็น”
เสียงของเธอกล่าวออกมาอย่างเกร็ง ๆจนทำให้อีกฝ่ายเริ่มรู้สึกตัว ปล่อยแขนบางให้เป็นอิสระ
“ขอโทษด้วยครับที่เสียมารยาทพอดีหน้าของคุณคล้ายกับคนที่ผมเคยรู้จักน่ะ”
บุคคลตรงหน้ากล่าวพร้อมกับค้อมหัวให้เธอเป็นการแสดงความขอโทษจนเธอค้อมกลับแทบไม่ทัน
“ไม่เป็นไรค่ะฉันเองก็เคยทักคนผิดออกจะบ่อยเหมือนกัน แฮะ แฮะ”
ริงโกะหัวเราะแห้ง ๆเพื่อแก้บรรยากาศกระอักกระอ่วนโดยที่เธอไม่อาจทราบถึงความรู้สึกภายใต้หน้ากากของอีกฝ่ายได้
“ขอโทษที่ทำให้เสียเวลา...ขอตัวก่อนนะครับ”
เด็กหนุ่มปริศนากล่าวทิ้งท้ายหันหลังเดินจากไป
‘เอ... รู้สึกคุ้นจัง เหมือนเธอเคยเห็นเขาที่ไหนมาก่อนกันนะ’
สักครู่ริงโกะได้ยินเสียงโทรศัพท์ร้องเตือนถึงข้อความที่เข้ามาจึงรีบเปิดออกดูหลังอ่านได้เพียงไม่กี่บรรทัดก็หันทิศทางสับขาเร่งวิ่งออกไปยังจุดนัดพบทันที
“ยัยบื้อเอ้ยมัวแต่ไปทำอะไรที่ไหนกว่าจะเสด็จมาได้ฮะ? ถ้าเกทมันเปิดก่อนเธอมาจะรับผิดชอบยังไง เป็นแค่นักแบกของแท้ๆ !”
เสียงตวาดจากหญิงสาวในทีมดังขึ้นทันทีที่ริงโกะวิ่งมาถึงใบหน้าของหญิงสาวเต็มไปด้วยความหงุดหงิด และสายตาที่มองมาแฝงไปด้วยความไม่พอใจ
“ขอโทษด้วยค่ะต้องขอโทษจริง ๆ ค่ะ”
ริงโกะกล่าวพร้อมกับค้อมหัวคำนับไม่หยุดเพราะรู้ดีว่างานนี้สำคัญต่อชีวิตของเธอแค่ไหน
“สงสัยฉันต้องประเมินคะแนนให้เธอใหม่เสียแล้วล่ะแบบนี้”
“เอาน่า—เธอยังเป็นแค่เด็กใหม่เองนะ ไหน ๆ ริงโกะจังก็มาแล้ว จะบ่นให้ได้อะไรขึ้นมาพวกเราเตรียมตัวกันเถอะเกทกำลังใกล้จะเปิดแล้ว”
ชายหนุ่มหน้าตาดีคนหนึ่งเดินเสยผมถือดาบพาดบ่าเข้ามาช่วยพูดให้รุ่นพี่สาวสงบใจแต่นั่นไม่ได้ทำให้ริงโกะอุ่นใจเลยสักนิด
“แหมคาซุโอะซังมัวแต่ให้ท้ายเธออย่างนี้ไม่ได้นะคะ มันจะเป็นมาตรฐานที่ไม่ดีกับพวกเด็กใหม่เอาได้”
รุ่นพี่สาวคนดังกล่าวพูดด้วยโทนเสียงที่เปลี่ยนไปแตกต่างจากตอนพูดกับเธอลิบลับแม้กำลังหน้าจ๋อยก้มหน้ามองพื้น แต่ริงโกะก็อดคิดในใจอย่างนึกขำไม่ได้เมื่อน้ำเสียงของอีกฝ่ายติดอารมณ์ประจบประแจงแฝงมาด้วย
“เอ้า ยังยืนบื้ออยู่อีกมาขนสัมภาระพวกนี้ไปเร็ว ๆ เข้า!”
เธอสั่งพร้อมชี้ไปยังกองสัมภาระที่อยู่ใกล้ๆ ริงโกะสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะรีบตอบรับเสียงดัง
“ค่ะค่ะ ได้ทันทีเลยค่ะ!”
ริงโกะเรียกใช้อัตลักษณ์ของตนเองเรียกบานประตูออกมา และนำของทั้งหมดขนเข้าไปไว้ภายใน เธอสูดหายใจลึกครั้งหนึ่งและไล่ความกังวลทั้งหลายไปจากตัวพร้อมกับผ่อนลมหายใจออกก่อนจะเดินจะเดินตามทุกคนเข้าไปในเกทด้วยความมุ่งมั่น แม้จะเป็นแค่เด็กใหม่และนักแบกของแต่เธอรู้ดีว่านี่คือโอกาสที่จะพิสูจน์คุณค่าของตัวเอง