ตอนที่ 99 ปรากฏการณ์สะพรึงโลก ห้วงมิติบิดผันทั่วทั้งโลกต้นกำเนิด กาติรัสไม่แม้แต่จะชายตามองขึ้นไป ในช่วงเวลานี้ จักรพรรดิได้ถูกไฟแห่งโทสะกลืนกินโดยสมบูรณ์ ความโกรธเกรี้ยวทะยานล้ำสู่สวรรค์ ด้วยความหยิ่งผยองไม่ยอมใครเป็นทุนเดิมผนวกกับสายเลือดอันเดดครึ่งก้าวบริสุทธิ์ ไม่ได้ฆ่ามันอย่าว่าหาตนเป็นจักรพรรดิ!! ชายหนุ่มเดินตรงเข้าหาแอสทารอสด้วยท่าทางโกรธแค้นอย่างมาก เส้นเลือดปูนโปดทั่วทั้งร่าง จังหวะการย่ำเท้าล้วนเป็นไปอย่างเชื่องช้าที่สุด หากแต่ทุกการลงเท้านั้นกลับหนักแน่นดุจขุนเขาเลากา เพียงการเหยียบย่ำของจักรพรรดิ พื้นเริ่มแตกร้าวละเอียดเป็นวงกว้าง พื้นประลองที่ใกล้จะพังเนื่องจากคมดาบของแอสทารอส มันยิ่งสั่นเครือคล้ายจะถล่มลงมา แค่จังหวะการเดินของจักรพรรดิ มันกลับกลายเป็นแรงกดดันค้ำฟ้าต่อตัวแอสทารอสเอง ทันทีที่ชายหนุ่มพบเห็นท่าทางของกาติรัส ใบหน้ายิ่งซีดเผือดดุจภูติผีในตำนาน ไม่ทราบว่าตัวเองได้ไปฆ่าล้างตระกูลมันหรือไม่ ด้วยความหวาดสะพรึงกลัว แอสทารอสเริ่มก้าวขาที่สั่นระริกถอยห่างอย่างไม่รู้ตัว เขาได้แต่ทบทวนเหตุการณ์ซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยความงุนงงสับสน คราแรกเขาปรารถนาจะฆ่าชายหนุ่ม มันกลับยังไม่มีท่าทีโกรธเกรี้ยวถึงเพียงนี้ แอสทารอสกำลังเครียด! เครียดจวนจะบ้า! “ฮึ่ม! คิดว่าข้ากลัวท่านรึ!?” แอสทารอสกล่าวออกไปด้วยใบหน้าเปี่ยมเหงื่อเย็น ชายหนุ่มกล่าวเพียงเพื่อขู่ศัตรูและปลุกกำลังใจตนเองในเวลาเดียวกัน แน่นอน ต่อหน้าจักรพรรดิต่อให้เป็นเทวราชกล่าวขู่ด้วยตนเอง จักรพรรดิล้วนไร้ซึ่งความหวาดกลัว!! “ข้า…” ถ้อยคำของกาติรัสเอ่ยผ่านไรฟันที่กัดกระทบกันแน่น นอกจากพระเจ้าแล้ว ใครเล่าจะล่วงรู้ว่าจักรพรรดิกำลังทุกข์ทรมานอยู่ ยิ่งสายเลือดอันเดดเข้มข้นขึ้นเพียงใด แรงต่อต้านของมันยิ่งเพิ่มพูนเป็นทวี ถ้าหากไม่ใช่กาติรัสซึ่งเปี่ยมไปด้วยสติและสมาธิอันล้นหลาม ถ้าหากผู้อื่นครอบครองสายเลือดนี้… มันผู้นั้นคงคลุ้มคลั่งและอาละวาดไปแล้ว “ข้าจะทำให้เจ้าตระหนักถึงความทรมานที่แท้จริง…” คำว่าทรมานของจักรพรรดิล้วนทุกข์ทรมานอย่างแท้จริง ทรมานเสียจนต้องเรียกร้องหาความตาย… อากัปกิริยาของกาติรัสทำให้แอสทารอสพูดไม่ออก เขานึกว่าชายหนุ่มเบื้องหน้าจะยอมรามือให้ แต่เมื่อมองหาความเป็นไปได้นั้นแล้ว มันไม่ต่างอันใดไปจากการงมเข็มในมหาสมุทร แอสทารอสเริ่มก้าวถอยหลังด้วยความหวาดกลัวจับจิต ถึงกระนั้น เขายังคงจับจ้องบุรุษเบื้องหน้าไม่กล้าละสายตาแม้เพียงเสี้ยววิ ราวกับว่า ทุกครั้งที่ละสายตาจากมันนั่นหมายถึงหนึ่งชีวิตที่ต้องดับดิ้นไป ฉับพลันนั้นเองที่กาติรัสล้วงมือเข้าไปในอากาศว่างราวกับมิติบางอย่างถูกเปิดออก ในระหว่างห้วงมิติทั้งสอง อีกฟากของมิติ ฝ่ามือของกาติรัสกุมจับราชันพิษกลืนโลกาไว้แนบแน่น ถ้าถามถึงสิ่งที่สามารถทรมานผู้อื่นได้ดีที่สุด คงไม่พ้นพิษ… โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “ราชันพิษกลืนโลกา” หนึ่งในห้าศาสตราวุธต้องห้ามของจักรพรรดิผู้โหดเเหี้ยม ศาสตราวุธชนชั้นบรรพกาลในตำนาน ศาสตราวุธที่ได้ขึ้นชื่อว่าครอบครองพิษที่ร้ายแรงที่สุดในโลกต้นกำเนิด อย่าว่าแต่แอสทารอสในตอนนี้เลย แม้กระทั่งชั่วชีวิตที่แล้วของจักรพรรดิ แม้แต่หนึ่งในแปดขุนพลสวรรค์ยังมิอาจทานรับความทรมานจากพิษของมันได้ นับประสาอะไรกับสามัญชนเช่นมัน? ในสายตาของแอสทารอสและฝูงชนรวมไปถึงชายชราทั้งสามคน พวกเขาต่างจับจ้องกาติรัสเป็นภาพเดียว แอสทารอสเครียดปานประสาทกิน ชายหนุ่มพยายามคิดหาทางหลบหนีนับร้อยแปดวิธี แต่ต่อหน้าวิชาท่าท้าวของสัตว์ประหลาดนั่น… ต่อให้เขามีเวลาหนีถึงสิบนาที แอสทารอสย่อมมิอาจเลี่ยงพ้นความตายอยู่ดี ยิ่งคิดยิ่งตระหนักได้ว่า เขาไม่มีโอกาสรอดเลยแม้แต่นิดเดียว… “ข้ากำลังจะตายงั้นหรือ…” แอสทารอสกล่าวเสียงแผ่วเบาด้วยดวงใจสั่นสะท้าน ความรู้สึกหวาดกลัวกลืนกินจิตใจโดยสมบูรณ์ ความห้าวหาญที่ปลุกขึ้นมาล้วนถูกกลืนหายไปกับคลื่นความกลัว… กาติรัสซึ่งกำลังจะนำราชันพิษกลืนโลกาให้โลกหล้าได้ยลโฉม ทันใดนั้นเอง… หัวใจของจักรพรรดิคล้ายหยุดเต้นไป… ดวงตาของจักรพรรดิเบิกโตกว้างปานถลน คิ้วของราชันเลิกสูงขึ้น ทั่วร่างแข็งค้างประหนึ่งถูกสาปเป็นหิน เส้นขนลุกชูชันทั่วทั้งร่างคล้ายหวาดกลัวถึงขีดสุด หัวใจที่นิ่งสนิทเริ่มกลับมาเต้นอีกครั้งซึ่งเต้นกระหน่ำอย่างรวดเร็วยิ่ง ความรู้สึกนี้คล้ายคลึงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ณ มิติภูเขาศตวรรษ เหตุการณ์ที่นำพาให้ชายหนุ่มไปกับเจอกับหนึ่งในสี่จตุรเทพแห่งแดนมฤตยู มันเป็นครั้งแรกที่จักรพรรดิได้เข้าใกล้ความตายและตระหนักถึงความรู้สึกรักตัวกลัวตาย เหตุการณ์ในครั้งนั้นทำให้จักรพรรดิปฎิญาณต่อสายเลือดตัวเอง “จักรพรรดิจะไม่หวาดกลัวผู้ใดอีก” แต่ทว่า ในช่วงเวลานี้ จักรพรรดิสามารถสัมผัสได้ถึงความหวาดกลัวสุดขั้ววิญญาณ แม้กระทั่งสายเลือดอันเดดครึ่งก้าวบริสุทธิ์ยังแสดงความหวาดผวาออกมา สายเลือดที่มีความคิดและหยิ่งผยองที่สุดบนโลกใบนี้กำลังหวาดกลัว… ในขณะนี้ ต่อให้กาติรัสผิดต่อคำปฏิญาณ มันย่อมไม่กล้าลงโทษเขา… เพราะแม้กระทั่งตัวตนของสายเลือดเยี่ยงมันเอง ยังหวาดสะพรึงกลัว… ความหวาดกลัวในครั้นมิติภูเขาศตวรรษ มันเทียบไม่ได้เลยกับครั้งนี้! แม้เพียงเศษเสี้ยวเดียวยังเทียบไม่ได้!! ฝ่ามือของจักรพรรดิชะงักค้างในห้วงมิติอีกฟาก จักรพรรดินำมือเปล่าออกมาโดยไม่นำราชันพิษกลืนโลกาออกมาด้วย ทันทีที่สายตาของจักรพรรดิกวาดมองบริเวณโดย โลกทั้งใบราวกับถูกผนึกปิดโดยสมบูรณ์ แอสทารอส… ชายชราทั้งสาม… ฝูงชน… หรือแม้กระทั่งกาลเวลา… ทุกอย่างหยุดนิ่งสนิทประหนึ่งหยุดเวลา เมื่อจักรพรรดิเคลื่อนสายตามองโดยรอบ ชายหนุ่มจำต้องตกตะลึงลาน เมื่อสายตามองเห็นท้องนภาที่บิดเบี้ยวอย่างรุนแรง ภาพเบื้องหน้าประหนึ่งน้ำวนจำนวนมหาศาลเต็มฟากฟ้า ท้องนภาถูกบิดผันอย่างไร้สาเหตุ กาติรัสจ้องภาพเบื้องหน้าตาค้างด้วยความหวาดกลัว “พระเจ้า…” กาติรัสตระหนักถึงเรื่องนี้และเข้าใจดีอย่างยิ่ง กาลก่อนเขาคือจักรพรรดิผู้สรรสร้าง หนึ่งในพลังสะเทือนโลก แข็งแกร่งจนผู้คนกล่าวขานว่าเป็น “อำนาจแห่งพระเจ้า” ถึงกระนั้น ต่อหน้าเหตุการณ์ปริศนาตรงหน้า ความสามารถพระเจ้าองค์ใดกันที่บิดผันห้วงมิติได้ถึงเพียงนี้… จนสุดครรลองสายตาของจักรพรรดิ ห้วงมิติมันบิดเบี้ยวไปหมด แม้จะมองห่างออกไปนับหลายสิบกิโลเมตร ท้องนภาตอนนี้ล้วนบิดเบี้ยวกันไปหมด กาติรัสมั่นใจอย่างยิ่ง ต่อให้เขามีพลังทัดเทียมกับสมัยก่อน ชายหนุ่มล้วนไม่สามารถพอที่จะทำเรื่องสะเทือนโลกแบบนี้ได้ ถ้าเช่นนั้นแล้ว…ความสามารถของใครกัน?! “เป็นไปไม่ได้…” กาติรัสกล่าวพลางฟันกระทบ ความรู้สึกหวาดกลัวนี้มาจากก้นบึ้งของจิตใจ มันต่างจากความหวาดกลัวตอนมิติภูเขาศตวรรษ ในตอนนั้นเขากลัวตาย แต่ตอนนี้ เขาหวาดสะพรึงกลัวถึงขั้ววิญญาณ!! มันยากจะบ่งบรรยายความรู้สึกขณะนี้ มันน่ากลัวเสียยิ่งกว่าเผชิญหน้ากับความตาย!! ภาพเบื้องหน้าราวกับวันโลกาวินาศประหนึ่งจุดจบของโลก “เป็นไปไม่ได้…ต่อให้เป็นศัตรูตัวฉกาจของข้า มันย่อมไม่มีพลังอำนาจล้นฟ้าเพียงนี้” กาติรัสเคยออกท่องโลกต้นกำเนิดมาก่อน ภายในเวลาห้าปี ชายหนุ่มได้สำรวจโลกใบนี้ไปมากกว่าแปดในสิบส่วน ต้องเข้าใจก่อนว่าโลกต้นกำเนิดนั้นกว้างใหญ่ไพศาลอย่างยิ่ง!! ใหญ่มโหฬารจนยากจะจินตนาการ!! ต่อให้เป็นผู้ปกครองสูงสุด มันยังใช้เวลาถึงปีเต็มกว่าจะเดินทางรอบโลกต้นกำเนิดครบหนึ่งรอบ แน่นอน กาติรัสเคยพานพบกับพวกระดับสูงของโลกใบนี้มาแล้ว ล้วนไม่เคยปรากฏบุคคลทรงอำนาจเช่นนี้!! “หรือว่าอีกสองส่วนที่เหลือจะมีคนแข็งแกร่งปานพระเจ้าอยู่อีก…" กาติรัสพยายามทบทวนความคิดตัวเองด้วยความใจเย็นที่สุด ถึงแม้ลึกลงไปในข้างใน ชายหนุ่มจะรู้สึกหวาดกลัวจนหัวหดเลยก็ตาม ยิ่งพยายามทบทวนเท่าไหร่ มันกลับไม่มีคำตอบของคำถามเลย… ทุกเรื่องกลับมีเพียงความเป็นไปไม่ได้… แต่สิ่งแรกที่จักรพรรดิประหลาดใจมากที่สุด โลกใบนี้ถูกหยุดเวลาเอาไว้ แล้วอำนาจพลังใดที่ทำให้เขาเคลื่อนไหวได้อยู่? แน่นอน… สิ่งนั้นย่อมเป็นเพราะนามแห่งจักรพรรดิและกาติรัสไม่รับรู้ถึงเรื่องนี้ นามแห่งจักรพรรดิอยู่เหนือกฎแห่งลิขิตชะตาฟ้า และอีกสิ่งที่กาติรัสคิดไม่ถึง ห้วงมิติไม่ได้บิดเบี้ยวเฉพาะตำแหน่งที่เขาอยู่ ในช่วงขณะนี้ ทั่วทั้งโลกต้นกำเนิดล้วนเกิดปรากฏการมิติบิดผันอย่างรุนแรง!! และสิ่งชีวิตล้วนหยุดนิ่งประหนึ่งหยุดเวลา เหนือสิ่งอื่นใด ทั่วทั้งโลกต้นกำเนิดตอนนี้มีคนที่ขยับกายได้อยู่ไม่ถึงยี่สิบคน พวกเขาล้วนเป็นจุดสูงสุดของสิ่งมีชีวิตบนโลกต้นกำเนิด!! และกาติรัสเป็นหนึ่งในสิบกว่าคนที่เป็นพยานรู้เห็นการเกิดเหตุการณ์สะพรึงโลก… ถ้าหากกาติรัสทราบว่ามิติมันบิดเบี้ยวไปทั่วทั้งโลก ชายหนุ่มคงตกตะลึงจนลืมหายใจ ทันใดนั้นเองที่เสียงไพเราะนวลใสดังขึ้นอย่างลนลาน “บ้าน่า! บ้าน่า!! บ้าไปแล้ว!!!” เดซี่กล่าวด้วยสีหน้าสะพรึงกลัวถึงขีดสุด แม้กระทั่งช่วงเวลาที่กาติรัสเข้าใกล้ความตาย สีหน้าของภูติแห่งจักรพรรดิยังไม่เคยแสดงอาการหวาดวิตกถึงเพียงนี้ “เดซี่เกิดอะไรขึ้น?!!” กาติรัสเอ่ยขึ้นด้วยท่าทีสับสน ภูติจักรพรรดิปรากฏตัวอยู่ข้างกายชายหนุ่ม เรือนร่างอันงดงามยืนค้างกลางอากาศธาตุ ภูติน้อยนิ่งสนิทไร้ซึ่งซุ่มเสียง เงียบสนิทจนน่ากลัว “เดซี่เจ้าเป็นอะไร??!!” กาติรัสที่เห็นสีหน้าของเดซี่กลับกลายเป็นซีดขาวดุจกระดาษ จักรพรรดิยิ่งวิตกกังวลมากขึ้นไปอีก อีกทั้ง ความหวาดกลัวเริ่มแผ่ซ่านครอบคลุมจิตใจอันกล้าแกร่งอย่างเงียบเชียบ “เทพเทวะขั้นร่วงโรย-----มาทำอะไรที่โลกเบื้องล่าง…” เดซี่กล่าวด้วยท่าทีหวาดสะพรึงกลัวขั้นสุด ทั่วร่างของภูติจักรพรรดิกลับกลายเป็นแข็งค้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ขณะที่ภูติน้อยกล่าวถึงเทพเทวะขั้นร่วงโรย ใบหน้าแสดงออกถึงความหวาดกลัวขีดสุด “ไม่สิ! มาได้ยังไง!! เทพเทวะมาได้ยังไงต่างหาก!! เหตุใดจึงฝ่ากฎเกณฑ์ของอนันตภพข้ามอีกโลกมาได้!!” สีหน้าซีดเผือดของภูติน้อยมองขึ้นไปบนท้องนภาที่ปรากฏลักษณะบิดเบี้ยวอย่างรุนแรง เดซี่ครุ่นคิดความเป็นไปได้โดยพยายามสงบสติอารมณ์ แต่ภูติน้อยกลับคิดเสียงดังไปหน่อย “เทพเทวะขั้นร่วงโรย?” กาติรัสเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้ากึ่งงุนงงกึ่งหวาดกลัว ไม่มีใครรู้… ทั่วทั้งโลกต้นกำเนิด ณ ขณะนี้คงมีเพียงแค่ภูติแห่งจักรพรรดิเท่านั้นที่ตระหนักถึงพลังของเทพเทวะขั้นร่วงโรยเป็นอย่างดี เนื่องจากมันไม่ใช่ตัวตนของโลกใบนี้ แต่เนื่องจากตัวตนแบบนั้นเข้ามาในกฎของโลกต้นกำเนิด ค่าพลังของมันจึงถูกประมวลผลเป็นตัวเลข ตัวตน:เทพเทวะขั้นร่วงโรย(โลกลำดับที่สาม) พลัง:99999999999999999999999999999999999999e สืบเนื่องมาจากมันไม่ใช่ตัวตนบนโลกนี้ การแสดงออกซึ่งข้อมูลจึงแตกต่างจากคนบนโลกใบนี้ มันมีเพียงชื่อและพลังเท่านั้น แน่นอน… มีแค่เดซี่เพียงคนเดียวที่ตระหนักถึงค่าพลังของมัน “พลังของเทพเทวะ---โลกต้นกำเนิดทานรับไม่ไหวแน่!!” เดซี่คิดในใจ แค่เพียงเทพเทวะขั้นร่วงโรยหายใจ โลกต้นกำเนิดคงพังพินาศ มันเป็นจังหวะเดียวกันกับที่ภูติน้อยค่อยๆอันตรธานหายไปต่อหน้าของกาติรัส เรือนร่างของเดซี่เริ่มจางลงอย่างน่ากลัว “เดซี่เกิดอะไรขึ้น!!” กาติรัสจ้องมองภูติจักรพรรดิข้างกายด้วยความตกตะลึงถึงขีดสุด จักรพรรดิกำลังกระวนกระวาย ใบหน้าที่แทบจะไร้อารมณ์ตลอดกำลังแสดงออกถึงอารมณ์อันซับซ้อน หวาดกลัว,โศกเศร้า,ตกตะลึง ห้วงอารมณ์กำลังตีมั่วกันไปหมด “นายท่านเจ้าคะ---หากข้าสามารถช่วยชีวิตนายท่านได้ ต่อให้ต้องหลับใหลไปอีกนานนับปี ข้าก็ยินดีเจ้าค่ะ…” เดซี่หันกายมาทางกาติรัสด้วยใบหน้าเปี่ยมยิ้มแต่กลับมีหยาดน้ำตาไหลริน… ภูติแห่งจักรพรรดิเปรียบเสมือนกฎของอนันตภพ นอกจากจะมีหน้าที่ชี้นำผู้เป็นนามแห่งจักรพรรดิแล้ว ภูติแห่งจักรพรรดิทุกตนล้วนมีหน้าที่ในการรักษาสมดุลของอนันตภพด้วยเช่นกัน ทันทีที่ตัวตนแปลกปลอมได้ข้ามมิติจักรวาลมาจนกระทั่งพยายามเข้าสู่โลกต้นกำเนิด… พลังของมันเหนือล้ำเกินว่าที่โลกใบนี้จะทานรับไหว ทันใดนั้นเองที่เดซี่ปลดปล่อยพลังที่ซ่อนเร้นเอาไว้ เรือนร่างของภูติน้อยยิ่งเลือนลางขึ้นไปอีก ห้วงมิติที่บิดเบี้ยวทั่วโลกต้นกำเนิดเริ่มบรรเทาอาการลง มีเพียงพระเจ้าเท่านั้นที่รู้ว่าในขณะนี้ ภูติแห่งจักพรรดิกำลังต้านพลังกับเทพเทวะขั้นร่วงโรย แน่นอน… เพียงสามลมหายใจ เดซี่ก็สามารถชิงชัยเหนือมันได้และผลสะท้อนกลับของพลัง… ภูติน้อยจำต้องหลับใหลไปนานนับปี เรื่องราวที่เกิดขึ้นนี้ ไม่มีใครรู้แม้กระทั่งตัวของกาติรัสเอง จักรพรรดิตะโกนเรียกหาเดซี่ด้วยน้ำเสียงที่ซึมและหม่นหมองลงทุกครา อารมณ์ของจักรพรรดิล้วนเต็มไปด้วยความสับสนและไม่เข้าใจ แต่สิ่งหนึ่งที่ชายหนุ่มมั่นใจเต็มเปี่ยม เดซี่นั้น…หายไปแล้ว ไม่มีแม้แต่การตอบกลับอันน้อยนิด “เทพเทวะขั้นร่วงโรย…” กาติรัสกุมฝ่ามือแน่นจนปรากฏหยดโลหิตหลั่งไหล ดวงตาแดงก่ำด้วยความโกรธเกรี้ยวถึงขีดสุด เส้นเลือดฝอยปูดโปนทั่วทั้งใบหน้า ทันใดนั้นเองที่ช่วงเวลาเริ่มเดินอีกครั้ง สีหน้าของจักรพรรดิแสดงออกถึงความโมโหโกรธาอย่างยิ่งยวด ทันทีที่แอสทารอสประสานสายตากับกาติรัส ชายหนุ่มพลันเข่าล้มพับด้วยความหวาดกลัวจับจิต สายตาเงยมองใบหน้าอันเกรี้ยวกราดดุจเทพปีศาจเบื้องหน้า แอสทารอสในตอนนี้ราวกับร่างไร้วิญญาณไม่มีผิด… ทั่วร่างแข็งเกร็งด้วยความหวาดกลัว เมื่อช่วงเวลาเริ่มหวนเดินต่อ กาติรัสพลันคิ้วเลิกขึ้นสูงด้วยความประหลาดใจ แอสทารอสคุกเข่าต่อหน้าเขา… ชายหนุ่มลืมไปเลยว่าตอนนี้ตนเองกำลังเผชิญกับสถานการณ์อะไร แน่นอน กาติรัสยังอยากฆ่าแอสทารอสอยู่ แต่เนื่องมาจากปรากฏการณ์ประหลาดเมื่อครู่ ความโกรธเกรี้ยวดุจมังกรคลั่งบรรเทาอาการลงกว่าแปดในสิบส่วน “ไม่สิ---เป็นเพราะข้าไร้พลังจึงปกป้องใครไม่ได้ต่างหาก…” กาติรัสกัดฟันแน่นด้วยความคับแค้นใจ แววตาแดงก่ำจับจ้องแอสทารอสไม่กระพริบ มันสร้างความกดดันให้กับแอสทารอสอย่างมาก มากปานประสาทกิน!! “พวกเจ้าทั้งคู่! กล้าเมินข้าถึงเพียงนี้เชียวรึ!!” ชายชราใบหน้าดุแผดเสียงก้องอย่างเดือดดาล ตัวตนที่ทำให้เกิดเปรากฏการณ์สะพรึงโลก มันเป็นผู้จุดฉนวนที่ทำให้ทั่วทั้งโลกต้นกำเนิดหวนคืนสู่มหาสงครามเต็มรูปแบบ ..สเตตัสปัจจุบัน...
ชื่อ:กาติรัส อันเดลัส(เพศชาย) อายุ:15ปี เผ่าพันธุ์:มนุษย์กึ่งอันเดด อายุขัยโดยธรรมชาติ:อนันต์เลเวล:11,161 พลังกาย:80,004,108 พลังเวทย์:81,921,978 อาชีพ:จักรพรรดิผีดิบ