“ตื่นได้แล้วถึงแล้ว”
เสียงเข้มดุลอยมาแต่ไกล มาชัดเจนอยู่ใกล้ๆ หู ตติรัตน์ค่อยขยับเปิดเปลือกตาออกช้าๆ ก็เห็นใบหน้าหล่อเหลาเข้มดุ ที่เหมือนเสือยิ้มยาก มองดูเธอในระยะไม่ถึงคืบ จนทำให้รับรู้ได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ และนั้นไม่พอ เธอเผลอหลับและแถมใช้ไหล่แกร่งของเขาเป็ที่รองศีรษะั้แ่ตอนไหนไม่รู้
“ขะ ขอโทษค่ะ ฉันเผลอหลับไป”
ตติรัตน์หายงัวเงีย ง่วงงุนไปในทันทีทันใด หญิงสาวยิ้มเจือๆ รีบผละศีรษะออกจากไหล่แกร่ง โดยที่ใบหน้าสวยหวานก็ขึ้นสีแดงเป็จุดๆ และค่อยกระจายตัวอันออกจนเต็มสองข้างแก้มนวลเนียนใส
ตติรัตน์รู้สึกอายเหลือเกิน ที่หลับสนิทไม่รู้เื่รู้ราวอย่างนี้ หนำซ้ำยังหลับในรถของคนที่พึงจะรู้จักกันอีกต่างหาก เื่ของเื่ ก็คงจะเป็เพราะเธอคิดมาก นอนน้อยมาหลายวัน และทั้งวันนี้ยังต้องตื่นแต่เช้ามืด เพราะแต่งองค์ทรงเครื่อง เข้าพิธีแต่งงานนั่นแหละ ถึงได้ทำให้เธอเป็อย่างนี้ ตติรัตน์หาเหตุผลเข้าข้างตัวเอง เพื่อไม่ให้รู้สึกเขินอายไปมากกว่านี้
“ลงจากรถได้แล้ว ถึงแล้ว!!”
ภูเวศน์ยังคงพูดด้วยน้ำเสียงเข้มดุโทนเดิม และแถมด้วยการทำสีหน้าท่าทางรำคาญขึ้นมาพร้อมกันด้วย ซึ่งนั้นแสดงออกมาให้ตติรัตน์เห็นอย่างชัดเจน จนเธอไม่รู้ว่าจะวางตัวยังไงดี ก็คนมันเผลอหลับโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัวไง จะมาทำเป็รำคาญทำไมกันก็ไม่รู้สินะ
ภูเวศน์ก้าวเท้าออกจากรถยนต์คันหรู เมื่อคนขับรถเปิดประตูรถออกกว้างๆ และตติรัตน์จึงก้าวตามออกมาติดๆ พร้อมกับใช้สายตากวาดมองไปรอบๆ และมองดู ‘บ้าน’ ที่เธอจะต้องมาอยู่นับจากวันนี้เป็ต้นไป
“ป้าอิ่มพาเมียฉันขึ้นไปที่ห้องนอนของฉัน เธอคงจะอยากสระผมให้ดูเป็คนมากกว่านี้”
ภูเวศน์เห็นอิ่มเอมเดินเข้ามาใกล้ๆ ก็ร้องสั่งด้วยน้ำเสียงแกมประชดประชัน ทั้งยังเน้นหนักที่คำว่า ‘เมีย’ ซึ่งตติรัตน์รู้สึกได้ว่าเขากำลังประชดประชันเธออยู่ และนั้นก็ยังไม่พอ เขายังมองมาที่ผม ที่ม้วนเกล้าขึ้นเป็ช่อดอกไม้นั้นอย่างรู้สึกรำคาญหูรำคาญตาด้วยอีกต่างหาก
ก็ก่อนหน้านี้ จะให้ตติรัตน์เอาเวลาที่ไหนมาแกะ สะสาง และสระผมได้ล่ะ ก็เขาเล่นให้เวลาเธอแค่สามสิบนาทีเองนี่นา เธอก็ทำได้แค่เปลี่ยนชุดเสื้อผ้า และเก็บเสื้อผ้าใส่ลงไปในกระเป๋าเดินทาง ซึ่งก็ครบตามเวลาที่เขากำหนดพอดี
“ค่ะคุณภู”
อิ่มเอมตอบรับคำสั่งของภูเวศน์ ก่อนจะหันไปมองดูตติรัตน์ ซึ่งพอตติรัตน์เห็นอิ่มเอมมองมาที่เธอ จึงคลี่ยิ้มออกมาอย่างเป็การเชื่อมสัมพันธ์ไมตรีที่ดีต่อกัน
“เชิญตามอิฉันมาทางนี้ค่ะ”
อิ่มเอมยิ้มบางๆ ตอบกลับมา ก่อนจะเชื้อเชิญตติรัตน์ให้เดินตามไปด้วยกัน ตติรัตน์จึงเดินตามหลังอิ่มเอมไปอย่างเสียไม่ได้ ส่วนภูเวศน์ เมื่อเห็นตติรัตน์เดินตามอิ่มเอม แม่บ้านของที่นี่ไปแล้ว ก็เดินเข้าไปในบ้านเหมือนกัน แต่ได้เดินเข้าไปในห้องทำงาน ไปนั่งทำงานอย่างขะมักเขม้นอยู่ในนั้น
“ป้าชื่อป้าอิ่มใช่ไหมคะ!! หนูชื่อรัตน์นะคะ”
ระหว่างที่เดินขึ้นบันไดกันไป ตติรัตน์ก็แนะนำตัวเองให้อิ่มเอมได้รับรู้รับทราบไปด้วยพลางๆ และเพื่อจะได้เป็การสร้างสัมพันธ์ไมตรีที่ดีต่อกันไปด้วย เพราะไหนๆ เธอก็ต้องมาอยู่ที่นี่ เธอก็อยากจะรู้ว่าใครเป็ใคร และทำอะไรกันบ้าง
“ใช่ค่ะ ป้าชื่ออิ่มเป็แม่บ้านของที่นี่ ถึงแล้วล่ะค่ะห้องนอนของคุณภู คุณรัตน์ก็เข้าไปอาบน้ำสระผมได้เลยนะคะ หากมีอะไร้าเพิ่ม ก็เรียกป้าได้เลยนะคะ ปุ่มกดเรียกอยู่ตรงนี้ค่ะ”
อิ่มเอมพูดบอก พร้อมกับชี้มือไปที่ปุ่มกดเรียก หากว่า้าจะสั่ง หรือจะเรียกใช้อะไรเพิ่มเติมจากนี้
“โอเคค่ะป้าอิ่ม ขอบคุณนะคะ”
ตติรัตน์พูดไปก็ยิ้มไป และก็ทันได้เห็นคนรับใช้หญิง ถือกระเป๋าเดินทางของเธอเข้ามาภายในห้อง เพื่อทำการเก็บเสื้อผ้าเข้าไว้ที่ห้องแต่งตัว ตติรัตน์จึงเดินตรงไปยังห้องน้ำ ที่เห็นว่าห้องนั้นเป็ห้องน้ำเพราะประตูเปิดกว้างอยู่ และเห็นสุขภัณฑ์ต่างๆ ในนั้น จึงแน่ใจว่านั้นคือห้องน้ำ
ตติรัตน์เข้ามาในห้องน้ำ ก็เห็นว่ามีผ้าเช็ดตัวพับอยู่ที่ชั้นวาง จึงปิดประตูห้องน้ำ แล้วจากนั้นก็ทำการปลดโน้นปลดนี่ออกจากศีรษะ แล้วค่อยถอดเสื้อผ้าออกจากร่างบาง
เมื่อถอดเสร็จก็เดินตรงไปยังฝักบัว ยื่นมือเรียวเล็กไปเปิดน้ำให้ไหลลงมา แล้วเดินก้าวไปยืนใต้ฝักบัว อาบน้ำ สระผม ให้สะอาดและให้ได้รับความสดชื่น
๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓