“ศัตรูบุก ศัตรูบุก!!” เสียงกรีดร้องด้วยความตกใจดังขึ้น
ต่อให้ไม่มีการแจ้งเตือนทุกคนก็รู้ว่าศัตรูบุกมาแล้ว เสียงระเบิดดังสนั่นขนาดนั้นนอกจากคนตายเป็นไปไม่ได้ที่จะไม่ได้ยิน
โจมองผลงานของตัวเองจากนั้นเขาก็ตะโกน “บุก!!”
ทุกคนบุกเข้าทางด้านหน้าที่แหว่งจากการโดนระเบิดทำลายของโจ โจมองคนของตัวเองบุกเข้าไปอย่างฮึกเหิม เขาทำเพียงแค่เฝ้ามองอยู่ด้านนอกเช่นเดิม
ทุกคนในสหพันธ์ที่มองมนุษย์บุกโจมตีต่างก็พากันส่ายหัว ถึงแม้ว่าจะทำลายกำแพงประตูก็ตามแต่มันมีทางเข้าแค่ทางเดียว มันเป็นเรื่องง่ายสำหรับฝ่ายป้องกันที่จะป้องกันทางเดียว การที่บุกไปทางเดียวนี้มันเป็นความคิดที่โง่เขลา ทุกคนไม่เข้าใจว่าโจทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร
แต่ทุกคนจะรู้ไหมว่าโจไม่ได้คิดอะไรเลยนอกจากอยากให้คนของตัวเองต่อสู้ในสถานการณ์ลำบากเพื่อฝึกฝนพวกเขา
เผ่าพันธุ์ไซโคมีรูปร่างเหมือนมนุษย์แต่ทั่วทั้งร่างกายมีเข้มสี่เหลี่ยมอยู่ทั่วและยังมีเส้นเล็กๆสีเงินโยงไปมาระหว่างเข็มสี่เหลี่ยม พวกเขาดูเหมือนมนุษย์จักรกล
“พวกมนุษย์ ช่างกล้าและโง่เขลา” ผู้นำไซโคมองพวกมนุษย์ที่กำลังบุกเข้ามาด้วยสายตาเย็นชา การที่มนุษย์บุกเข้ามาทางเดียวเช่นนี้มันก็เป็นเรื่องง่ายสำหรับพวกไซโคที่จะป้องกัน พวกเขาสามารถแอบอยู่หลังกำแพงไม้ด้านในและดักรอรุมโจมตีมนุษย์ได้ง่ายๆ
อย่างไรก็ตามทุกอย่างไม่ได้เป็นไปตามที่คาด มายด์ยิงธนูน้ำแข็งขึ้นฟ้า เมื่อมันขึ้นไปถึงจุดหนึ่งลูกธนูแตกตัวออกกลายเป็นลูกธนูหลายร้อยดอกตกลงอีกฝั่งของกำแพงไม้
“บัดซบ!!” ผู้นำเผ่าพันธุ์ไซโคคำรามด้วยความโกรธ เขาคาดไม่ถึงว่าพวกมนุษย์จะฉลาดแบบนี้
อย่างไรก็ตามการโจมตีมาถึงแล้ว ไซโคบางคนสามารถสร้างโล่พลังงานขนาดเล็กขึ้นมาป้องกันได้ อย่างไรก็ตามมันมีขนาดเพียงแค่ปกป้องได้สองถึงสามคนเท่านั้น และคนที่สร้างโล่พลังงานได้ก็มีไม่กี่คน
ไซโคหลายสิบคนกลายเป็นละอองแสงระยิบระยับ พวกเขาคาดไม่ถึงว่าจะถูกโจมตีจากด้านบน
มายด์ในฐานะที่เคยต่อสู้กับพวกสเปคมานานทำให้เธอรอบคอบและไม่ได้บุกไปตรงๆตามที่โจสั่ง เธอเพียงแค่เปิดฉากยิงนำร่องออกไปก่อนและมันก็ได้ผลเกินคาด
แม้แต่โจเองก็ผงกหัวด้วยความชื่นชม ถึงแม้เขาจะบอกว่าให้บุกแต่เขาก็ไม่ได้หมายความว่าให้บุกทื่อๆเข้าไปเสียหน่อย
พวกไซโคสูญเสียกำลังคนไป 10 คนในการโจมตีที่คาดไม่ถึงนี้
อย่างไรก็ตามพวกไซโคก็ไม่โง่ เมื่อถูกโจมตีเช่นนี้พวกเขาก็ถอยร่นเข้าไปในฐานเพื่อหลบรัศมีของธนูน้ำแข็ง
“ฆ่าพวกบุกรุกให้หมด!!” ผู้นำเผ่าพันธุ์ไซโคคำรามพร้อมกับยื่นมือออกไปทางพวกมนุษย์แล้วคว่ำมือลง
กลุ่มมนุษย์ที่กำลังบุกเข้ามาต่างก็รู้สึกถึงแรงโน้มถ่วงที่เปลี่ยนแปลงฉับพลัน พวกเขารู้สึกหนักอึ้งที่ขาราวกับกำลังรับน้ำหนักภูเขา หลายคนไม่ทันตั้งตัวล้มลงกับพื้นและมีบางคนอยู่ในท่าคุกเข่า
พลังของผู้นำเผ่าพันธุ์ไซโคสามารถเพิ่มแรงโน้มถ่วงได้
กลุ่มมนุษย์ที่อยู่ด้านหลังยังไม่เข้าไปถึงขอบเขตของพลังแรงโน้มถ่วงต่างก็หยุดลง มายด์เห็นผู้นำเผ่าพันธุ์ที่กำลังอยู่ในท่าคว่ำมือทำให้เธอรู้ว่าเขาน่าจะเป็นเหตุผลที่แรงโน้มถ่วงเปลี่ยนไป
มายด์ง้างสายธนูแล้วยิงธนูน้ำแข็งออกไป ความรุนแรงของมันทำเอาอากาศบริเวณรอบๆหนาวเย็น แม้แต่ทางผ่านของลูกธนูน้ำแข็งยังเกิดเป็นไอเย็น
พวกไซโคเห็นว่าลูกธนูน้ำแข็งเล็งเป้าไปที่ผู้นำ ผู้ที่สร้างโล่พลังงานได้ก็เข้ามาขวางเอาไว้ อย่างไรก็ตามพวกเขาประเมินความรุนแรงของมันต่ำไป สามคนถูกฆ่าทันทีและธนูน้ำแข็งก็เหมือนจะช้าลง
ในที่สุดพวกเขาก็สามารถหยุดลูกธนูอันทรงพลังนั้นไว้ได้แต่ก็เสียคนไปสามคนเพื่อหยุดมัน
“ฆ่าพวกมันซะ!!” ผู้นำเผ่าพันธุ์ไซโคตะโกน คนของเขาก็เริ่มทำการโจมตีระยะไกลใส่กลุ่มมนุษย์ที่ถูกตรึงไว้เพราะแรงโน้มถ่วง
พวกมนุษย์พยายามต้านทานสุดชีวิตแต่ก็ยังมีคนตายไปห้าคน
เมื่ออยู่ในสนามแรงโน้มถ่วงที่เพิ่มขึ้นแค่นี้พวกเขาก็แทบจะเคลื่อนไหวไม่ได้แล้ว เมื่อถูกโจมตีจากระยะไกลพวกเขาจะทำอะไรได้นอกจากฝืนตัวเองและตายไป
พวกมนุษย์เห็นท่าไม่ดีหากยังขืนเป็นแบบนี้ต่อไปทุกคนในสนามแรงโน้มถ่วงคงต้องตายกันหมด จึงเริ่มมีบางคนปีนกำแพงที่ห่างออกไปไม่ไกล ด้วยความแข็งแกร่งของพวกเขามันง่ายมากที่จะปีนกำแพง
เมื่อมีคนนำก็มีคนตาม หลายคนเริ่มปีนกำแพงเข้าไปด้านใน ส่วนคนที่เหลือก็ระดมโจมตีระยะไกลเพื่อปกป้องคนที่ตกอยู่ในสนามแรงโน้มถ่วง
ผู้นำไซโคเห็นว่าพวกมนุษย์ดูน้อยลงก็ขมวดคิ้วพร้อมกับหันไปรอบๆ ทันใดนั้นเขาก็เห็นพวกมนุษย์กำแพงปีนกำแพงเข้ามา
“ไปหยุดพวกมันไว้!!” เขาคำราม
ด้วยคำสั่งของผู้นำไซโค คนอื่นๆก็รู้ตัวแล้วว่าพวกศัตรูปีนกำแพงเข้ามา อย่างไรก็ตามการปีนกำแพงเข้ามามันก็ไม่ได้รวดเร็วนัก พวกเขาจึงรีบเข้าไปขวางไม่ให้พวกมนุษย์เข้ามา
อย่างไรก็ตามเนื่องจากไม่ใช่แค่จุดสองจุดที่พวกมนุษย์ปีนเข้ามา แต่มันกระจายออกไปจึงทำให้ยากที่จะคาดเดาว่ามนุษย์จะปีนเข้ามาจากตรงไหน
เวลาผ่านไปเล็กน้อยก็เริ่มมีคนเข้ามาด้านในได้สำเร็จ ทุกคนเริ่มโอบโจมตีจากด้านข้างทั้งสองฝั่ง ผู้นำไซโคจึงแบ่งกำลังคนออกเป็นสองฝั่งเพื่อป้องกันเอาไว้
ผู้นำไซโคเห็นสถานการณ์ไม่ค่อยดีเท่าไรเขาจึงคิดจะลงมือเอง ตอนแรกเขาไม่ค่อยอยากลงมือเองมากนักเนื่องจากการใช้พลังงานมากเกินไปจะทำให้ร่างกายได้รับความเหนื่อยล้า
ผู้นำไซโคที่กำลังคว่ำมือเพื่อคงสภาพแรงโน้มถ่วงเอาไว้ก็ได้ยกมืออีกข้างขึ้นมา เขาหงายมือและควบแน่นพลังงานจนเกิดเป็นลูกกลมๆสีดำโดยมีสีขาวอยู่รอบนอกลูกทรงกลม
จากนั้นเขาก็ผลักลูกทรงกลมออกไป มันลอยเข้าหากำแพงไม้และทะลุออกไปโดยไม่มีอะไรเกิดขึ้น จากนั้นเมื่อห่างออกไปอีกประมาณสิบเมตรมันก็หยุดลง
ทันใดนั้นก็เริ่มมีปรากฏการณ์แปลกๆเกิดขึ้น ลูกทรงกลมสีดำขยายตัวใหญ่ขึ้นสามเท่าจากนั้นสภาพแวดล้อมเริ่มบิดเบี้ยว เศษหญ้าและหินเริ่มเคลื่อนไหวไปทางลูกทรงกลม
พวกมายด์ที่เห็นก็เริ่มรู้สึกไม่ดีจึงพากันถอยห่าง อย่างไรก็ตามดูเหมือนว่าจะช้าไป ทุกคนเริ่มควบคุมร่างกายตัวเองไม่ได้และเริ่มถูกดูดเข้าไปหาลูกทรงกลมสีดำ
“โจมตีไปที่ลูกทรงกลม!!” มายด์ตะโกนสั่งทุกคน
ทุกคนรวมถึงเธอก็เริ่มโจมตีไปที่ลูกทรงกลม อย่างไรก็ตามเมื่อพลังงานปะทะกับลูกทรงกลมสีดำก็หายเข้าไปและไม่มีอะไรเกิดขึ้นอีก
ดูเหมือนว่ามันจะไร้ประโยชน์
ทุกคนเริ่มลอยเข้าไปหามันและเมื่อเข้าไปถึงก็ถูกตรึงอยู่ตรงนั้นไม่สามารถขยับได้อีก
โจมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่ไกลๆเขาก็ถอนหายใจออกมา
“ดูเหมือนว่าพลังแรงโน้มถ่วงของเขาจะมีพลังมากกว่าที่คิด"
โจคิดว่าเขาคงต้องลงมือเองไม่งั้นทุกคนก็จะถูกฆ่ากันหมดจากนั้นคงเหลือเขาคนเดียวจริงๆ