บทที่ 109
เจ้ามังกรน้อยแพนดั้นรู้สึกหิวเมื่อเห็นซุปข้าวโพดตรงหน้า แต่มันก็ไม่อาจจะเผยตัวได้ ทันใดนั้นด้วยกลิ่นหอมเย้ายวนชวนหิวของอาหารตรงหน้า ก็ได้เรียกให้สิ่งมีชีวิตอื่นอยากเข้ามาร่วมทานด้วยอีกเช่นกัน“จี๊ดๆๆ” เสียงสัตว์ตัวน้อยร้องออกมาใกล้ๆกับประตูครัว“ว้าย! ที่รักพวกมันมาอีกแล้ว” หญิงสาวกล่าวบอกกับสามี“จ้าๆ เดี๋ยวทานข้าวเสร็จก่อนแล้วข้าจะจัดการให้” ชายหลังค่อมกล่าวบอกภรรยา แพนดั้นยังคงหิวอยู่มันจึงคิดว่า เมื่อเจ้าของบ้านไม่ชอบเจ้าตัวพวกนี้ มันจะจัดการให้เองแม้รสชาติจะไม่อร่อยเท่าอาหารที่คนทั่วไปทำ แต่สัตว์นักล่าอย่างมังกรย่อมกินได้แน่นอน แล้วในขณะที่แพนดั้นในร่างเต่าทองกำลังคืนร่างเป็นมังกรน้อยเพื่อออกล่า ภาพต่างๆก็ตัดไปเป็นความมืด “ซ่า!” เสียงน้ำแตกกระเซ็นออกมาจากอ่างอาบน้ำ“พอได้แล้ว! แพนดั้น” ภามที่ลุกพรวดขึ้นมาจากอ่างน้ำตะโกนออกมาเสียงดัง“แกร๊ก” ประตูหน้าห้องพักหรูเปิดออก“ว๊าย!” สาวใช้ที่เปิดประตูเข้ามาร้องตกใจที่เห็นร่างเปลือยเปล่าอันเปียกชุ่มของชายหนุ่ม พร้อมกับเอามือปิดตาไว้“เฮ้ย! เจ้าเข้ามาทำไมข้ายังไม่ได้เรียกเลย ออกไปก่อนๆ” ชายหนุ่มรับหยิบผ้าเช็ดตัวที่พาดอยู่ด้านข้างมาพันเอวเอาไว้“ก็บอกว่าพอแล้วไม่ใช่หรือเจ้าคะ” หญิงสาวยังยืนปิดตาอยู่แต่ก็ไม่ไปไหน“เอ่อ...คือข้าพูดกับตัวเองน่ะ ยังไงเจ้าก็ออกไปก่อน ถ้าเสร็จแล้วข้าจะออกไปเรียกเอง” เกษตรกรร่างกำยำกล่าวตะกุกตะกักเล็กน้อย เพื่อให้สาวใช้ออกไปจากห้องของเขา“เจ้าค่ะๆ ได้เจ้าค่ะ” หญิงสาวตอบรับรัวๆ แล้วก็เดินออกไปพร้อมกับปิดประตูชายหนุ่มเซ็งกับอุบัติเหตุความเข้าใจผิดที่เกิดขึ้นเล็กน้อย แต่มันก็แก้ไขอะไรไม่ได้แล้วเขาจึงเพียงแค่ขึ้นจากอ่างแล้วก็แต่งตัวเท่านั้น ‘เฮ้อ! เกือบไปแล้วเรา ไม่สิไม่ทันแล้วโดนเห็นทั้งตัวเลย ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนได้เห็นเลยแท้ๆ ต้องมาโชว์ต่อหน้าใครก็ไม่รู้น่าอายจริงๆ’ อดีตทหารได้แต่ปลอบตัวเองในใจ‘หญิงสาวคนนั้นเห็นอะไรรึขอรับ?’ เจ้ามังกรน้อยยังคงเชื่อมต่อโทรจิตกับชายหนุ่มอยู่‘ช่างมันเถอะ ไม่มีอะไรหรอก ว่าแต่การเชื่อมต่อโทรจิตขั้นสูงที่ต้องดำน้ำลงไปทั้งตัว นี่ทำให้สัมผัสถึงความรู้สึกหิวของเจ้า และกลิ่นหอมของซุปถ้วยนั้นได้เลยนะแพนดั้น’ ภามกล่าวถึงเรื่องราวที่เจ้ามังกรน้อยส่งผ่านมากระแสจิตมานั้น ชัดเจนเหมือนกับได้ไปอยู่ในเหตุการณ์ด้วยตัวเอง เพียงแต่ผู้รับสาสน์อย่างชายหนุ่มต้องลงไปดำน้ำจนมิดเพียงเท่านั้นเอง‘เพราะน้ำเป็นสื่อกลางที่ดีที่สุดในการสื่อสารทางจิตนี่ขอรับ แต่ถ้าท่านภามจะถามว่าทำไมจึงเป็นเช่นนั้นข้าก็ไม่ทราบเหมือนกัน แต่สิ่งนี้ก็เป็นความรู้ที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนานแล้วนะขอรับ’ มังกรน้อยกล่าว‘อืม แต่วันหลังเจ้าไม่ต้องส่งความรู้สึกอยากอาหารแปลกๆนั่นมาให้ข้าก็ได้นะฮ่ะๆ เอาล่ะเดี๋ยวข้าขอตัวไปนอนก่อน พรุ่งนี้เช้าเจอกันก่อนถึงโรงเรียนลูน่าซองค์’ ชายหนุ่มนัดแนะที่หมายในวันรุ่งขึ้นหลังจากนั้นไม่นานภามก็หลับไปบนเตียงนอนหรู ที่มีเตาผิงใกล้ๆให้ความอบอุ่นยามค่ำคืน ในค่ำคืนที่ท้องฟ้าแจ่มใสเห็นจันทราเต็มดวง แต่อากาศในฤดูใบไม้ร่วงช่างเหน็บหนาว ส่งผลสะท้านไปถึงจิตใจของหญิงสาวผมสีน้ำตาลอ่อน ผู้ที่นอนขดตัวถือขวดยาเล็กๆในมืออยู่ภายใต้ผ้านวมหนาตรงหน้าเตาผิงที่ไฟเริ่มมอดลง แต่ดวงตาเหม่อลอยของเธอก็ไม่อาจหลับได้ลง‘ท่านภาม ท่านช่างใจร้ายยิ่งนัก แต่ไม่เป็นไรข้าให้อภัยท่าน และก็จะไม่ยอมแพ้หรอกเจ้าค่ะตาทึ่ม’ หญิงสาวผู้ผิดหวังยังคงไม่ยอมแพ้ เพราะเหตุการณ์เมื่อตอนหัวค่ำนั้น ทำให้มีอาได้เข้าใจชายหนุ่มมากยิ่งขึ้นไปอีก เธอเข้าใจแล้วว่าภามนั้นเป็นผู้ชายที่ช่างไม่รู้อะไรเกี่ยวกับการเกี้ยวพาราสีเลยแม้แต่น้อย เช้าวันรุ่งขึ้น ณ คฤหาสน์วีตาเร่ มีอาได้นำสัมภาระต่างๆที่เตรียมไว้หลายวันแล้วขึ้นเกวียนของภาม โดยมีคนรับใช้มาช่วยขนของตามหน้าที่ ซึ่งภาม และอลันก็ได้เตรียมพร้อมแล้วเช่นกัน“น้าอลันเป็นยังไงบ้างเมื่อคืนหลับสบายไหม? แล้วตื่นมาปวดหัวรึเปล่า?” ชายหนุ่มผมดำถามผู้ช่วยของเขา“หลับสบายมากขอรับ ตอนตื่นมาทีแรกข้าล่ะตกใจหมดเลยที่มาอยู่ในห้องนอนหรูแบบนี้ โชคดีที่มีคนรับใช้หน้าห้องคอยดูแลอยู่ ไม่อย่างนั้นข้าคงต้องวิ่งวุ่นเพื่อตามหาท่านภามแน่เลยขอรับ และไวน์ของท่านฮาคิมนี่ดีจริงๆไม่มีอาการเมาค้าง หลังจากตื่นมาแล้วก็สดชื่นด้วยนะขอรับ” ชายวัยกลางคนตอบกลับด้วยความเขินอายนิดหน่อย“เป็นอย่างนั้นก็ดีแล้วล่ะน้าอลัน แล้วก็มีอา ข้าวของของเจ้ามีเพียงเท่านี้เองรึ?” ชายหนุ่มหันไปถามหญิงสาวที่ยืนอยู่ด้านข้าง“ใช่แล้วเจ้าค่ะ ข้าไปทำงานไม่ได้เที่ยวนะเจ้าคะ” หญิงสาวผมสีน้ำตาลอ่อนกล่าวออกมาอย่างมั่นใจ และเชิดหน้ามองจ้องตาชายหนุ่ม“หืม? วันนี้เจ้าดู...แตกต่างจากเมื่อวานไปเล็กน้อยนะ” ภามเกือบจะโพล่งคำว่า ‘แปลก’ ออกไปแล้ว แต่ก็ยับยั้งเอาไว้ก่อนเมื่อสัมผัสได้ถึงออร่าบางอย่างจากหญิงสาว“หึ! ข้าคิดว่าเราสองคนจะต้องทำงานร่วมกันก็ควรจะต้องเปิดเผยความจริงใจต่อกัน ที่ท่านรู้สึกว่าข้า ‘แปลก’ ออกไปนั้นเพราะว่าตั้งแต่วันนี้ไปข้าจะเป็นตัวของตัวเอง ไม่จำเป็นต้องรักษาภาพพจน์คนขายไวน์ของตระกูลีตาเร่ในฟาร์มที่ข้าต้องไปเป็นเกษตรกรหรอกเจ้าค่ะ” หญิงสาวเข้าใจความคิดของชายหนุ่ม และเธอต้องการแสดงออกให้เขาได้รู้จักตัวตนของเธอจริงๆ“เอ่อ...เจ้านี่ช่างจริงจังกับงานดีเสียจริงนะ ส่วนเรื่องความจริงใจต่อกันนั้นก็ให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ก็แล้วกัน เอาล่ะไปกันเถอะ” ภามไม่พูดอะไรมากเมื่อเห็นความตั้งใจของหญิงสาว เพราะเขาก็ต้องการคนที่มีความมุ่งมั่นตั้งใจมาร่วมงานด้วยเช่นกัน(ใช่แล้วแค่ร่วมงานนะ) อลันขับเกวียนออกจากคฤหาสน์โดยภาม และมีอานั่งอยู่ด้านในหลังคาผ้าใบ ทั้งสองยังไม่ได้คุยเรื่องงานอะไรกันมากเพราะจุดหมายแรกในเช้าวันนี้เป็นสถานที่ใกล้ๆนั่นเอง ณ หมู่บ้านแห่งหนึ่งภามให้จอดเกวียนที่หน้าร้านขายของชำ แล้วเขาก็เข้าไปเดินดูของในร้านระหว่างรอเจ้ามังกรน้อยแพนดั้นมาถึงที่นี่ ซึ่งเป็นจุดนัดพบก่อนเข้าไปที่โรงเรียน“ท่านภาม ท่านนัดเจ้าแพนดั้นมาที่ชุมชนแบบนี้จะดีหรือขอรับ?” อลันถามเจ้านายด้วยความสงสัย“ไม่มีปัญหาหรอกเจ้านั่นแปลงร่างเป็นนกเป็นแมลงก็ได้ทั้งนั้น และที่แวะที่นี่ก็เพราะข้าสนใจร้านขายของชำร้านนี้เท่านั้นเอง” ภามพูดไปก็ดูของในร้านไปด้วย ซึ่งเจ้าของร้านสาวก็ไม่ได้ว่าอะไรที่ชายหนุ่มจับนั่นดูนี่ไปเรื่อย“ท่านภามดูสนใจของแปลกๆพวกนี้มากเลยนะเจ้าคะ” หญิงสาวผมสีน้ำตาลอ่อนที่ดูสินค้าอยู่ข้างๆกล่าวถามชายหนุ่ม“ใช่แล้วล่ะ แค่ชื่อ ‘ร้านขายของชำ’ มันก็สะดุดตา ยิ่งพอเข้ามาแล้วการตกแต่งในร้านนี้ก็ทำให้ข้านึกถึงบ้านเกิดที่จากมาไกล” ภามกล่าวพร้อมกับนึกถึงอดีตในโลกก่อน“ดูสินี่ปลากระป๋อง พวกเจ้าเคยทานกันรึเปล่า ที่บ้านข้าถือว่าเป็นอาหารสำรองที่ต้องมีติดไว้ทุกบ้านเพราะมันทานง่าย พกพาสะดวก และเก็บไว้ได้นานเป็นปี ราคาก็ไม่แพงแถมยังอิ่มอีกด้วย” ชายหนุ่มจากต่างโลกหยิบปลากระป๋องขึ้นมาให้ทั้งสองคนดู“อย่างนั้นก็เหมาะสำหรับเป็นเสบียงในการเข้าป่า หรือเดินทางไกลด้วยใช่ไหมเจ้าคะ” มีอาวิเคราะห์“อื้ม! ใช่ จะว่าไปตอนที่ข้ายังเป็นทหารอยู่ก็เอาปลากระป๋องพวกนี้ติดไปด้วยทุกครั้งที่ออกลาดตระเวนเหมือนกัน อ้ะ! นี่เครื่องดื่มชูกำลังสิ่งนี้ก็ขาดไม่ได้เลยนะ” ชายหนุ่มจากต่างโลกตื่นเต้นเมื่อเจอของที่เหมือนกับของที่โลกเดิมของเขามาขายอยู่ในร้านเช่นนี้ ทั้งที่ปกติเมื่อภามเข้าไปซื้อของในร้านค้าของพระเจ้าเขาแทบจะไม่สนใจสินค้าพวกนี้เลย