กระบี่สะบั้นบัลลังก์มาร

    ลมปราณหล่อเลี้ยงกาย

    ลมปราณหล่อเลี้ยงกาย

    เมื่อ หลี่เฟิ่ง กลับจากภารกิจ ณ หมู่บ้านอวี้หลง และได้ปรึกษาหารือกับ อาจารย์เจียง ถึงพลังที่คาดไม่ถึงของมีดสั้นปริศนา หัวใจของเขาก็เต็มเปี่ยมไปด้วยความกระหายที่จะแข็งแกร่งขึ้น เขาตระหนักดีว่าการจะรับมือกับ พันธมิตรไร้เงา ที่นับวันยิ่งมีอำนาจมากขึ้นนั้น เขาจำเป็นต้องก้าวข้ามขีดจำกัดของตนเองไปอีกขั้น


    เช้าวันรุ่งขึ้น หลี่เฟิ่งมาพบอาจารย์เจียงที่เรือนพักตามนัดหมาย อาจารย์เจียงรอเขาอยู่แล้วในห้องโถงที่เงียบสงบ มีเพียงกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของธูปหอมที่ลอยอ้อยอิ่งอยู่ในอากาศ

    "พร้อมแล้วหรือ?" อาจารย์เจียงเอ่ยถามเสียงเรียบ

    "พร้อมแล้วขอรับ อาจารย์" หลี่เฟิ่งตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

    "ดี!" อาจารย์เจียงกล่าว "การฝึกฝนวิชา 'ลมปราณหล่อเลี้ยงกาย' นั้น ไม่ได้ง่ายเหมือนการฝึกฝนวิชาพื้นฐานทั่วไป เจ้าจะต้องเผชิญหน้ากับความเจ็บปวดที่อาจทำให้เจ้าต้องร้องขอความตาย"

    "ข้าน้อยพร้อมที่จะรับความเจ็บปวดทุกอย่างเพื่อที่จะแข็งแกร่งขึ้นขอรับ" หลี่เฟิ่งกล่าวด้วยความมุ่งมั่น

    "อย่าเพิ่งพูดเร็วไป" อาจารย์เจียงกล่าว "วิชาลมปราณนี้จะบังคับให้พลังปราณของเจ้าไหลเวียนผ่านเส้นชีพจรที่ถูกปิดกั้นอยู่เดิม เพื่อเปิดทางให้พลังปราณบริสุทธิ์ของเจ้าสามารถไหลเวียนได้ทั่วร่างกาย แต่มันจะมาพร้อมกับความเจ็บปวดที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน"

    อาจารย์เจียงเดินไปหยิบตำราโบราณเล่มหนึ่งที่ถูกเก็บไว้ในหีบไม้แกะสลักอย่างดี เขาเปิดตำราออก เผยให้เห็นภาพวาดเส้นชีพจรที่ซับซ้อนและอักขระโบราณที่หลี่เฟิ่งไม่เข้าใจ

    "จงนั่งลง" อาจารย์เจียงสั่ง "ข้าจะแนะนำเจ้าในแต่ละขั้นตอน"

    หลี่เฟิ่งนั่งขัดสมาธิลงกับพื้นตามคำสั่งของอาจารย์เจียง เขาสูดหายใจเข้าลึก ๆ และทำจิตใจให้สงบนิ่งที่สุด อาจารย์เจียงเริ่มอธิบายถึงวิธีการโคจรลมปราณ และเส้นทางที่ซับซ้อนของพลังปราณที่จะไหลเวียนในร่างกาย

    "จงควบคุมพลังปราณของเจ้าให้ไหลเวียนจากจุดตันเถียนไปตามเส้นชีพจรที่ข้าบอก" อาจารย์เจียงกล่าว "จงค่อย ๆ ขับเคลื่อนมันไปอย่างช้า ๆ"

    หลี่เฟิ่งทำตามคำแนะนำของอาจารย์เจียงอย่างเคร่งครัด เขารวมศูนย์พลังปราณของตนเอง และค่อย ๆ บังคับให้มันไหลเวียนไปยังจุดแรกที่อาจารย์เจียงบอก ในตอนแรก เขาไม่รู้สึกอะไร แต่เมื่อพลังปราณเคลื่อนที่ไปได้สักระยะหนึ่ง เขาก็รู้สึกถึงแรงต้านทานที่รุนแรง และความเจ็บปวดก็พุ่งพล่านเข้ามาในสมองราวกับถูกแทงด้วยเข็มนับพันเล่ม

    "อั๊ก!" หลี่เฟิ่งร้องครางด้วยความเจ็บปวด เหงื่อกาฬไหลซึมออกมาจากหน้าผากของเขา

    "อดทนไว้! ห้ามหยุด! ห้ามคลายการควบคุม!" อาจารย์เจียงสั่งเสียงดังฟังชัด "หากเจ้าหยุดตอนนี้ พลังปราณที่ถูกปิดกั้นจะย้อนกลับมาทำร้ายเส้นชีพจรของเจ้า!"

    หลี่เฟิ่งกัดฟันแน่น เขาทนต่อความเจ็บปวดและพยายามควบคุมพลังปราณให้ไหลต่อไป ความรู้สึกเหมือนร่างกายกำลังจะระเบิดเป็นเสี่ยงๆ มันเป็นความทรมานที่เขาไม่เคยจินตนาการมาก่อน


    อาจารย์เจียงเดินไปรอบ ๆ ตัวหลี่เฟิ่ง มองดูการโคจรลมปราณของเขาอย่างละเอียด

    "เจ้าเคยสงสัยหรือไม่ว่าทำไมพลังปราณของเจ้าถึงบริสุทธิ์กว่าคนอื่น?" อาจารย์เจียงเอ่ยถามขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน

    หลี่เฟิ่งที่กำลังต่อสู้กับความเจ็บปวดอย่างหนัก ต้องใช้สมาธิอย่างมากในการตอบคำถาม "ข้า...ไม่ทราบขอรับ"

    "เพราะเจ้าไม่ได้ผ่านการฝึกฝนจากสำนักใดมาก่อน" อาจารย์เจียงกล่าว "พลังปราณของเจ้าจึงเป็นพลังปราณธรรมชาติที่ไม่ถูกปรุงแต่งด้วยวิชาใด ๆ แต่นั่นก็เป็นข้อเสียเช่นกัน เพราะมันทำให้พลังของเจ้าไม่เสถียร"

    อาจารย์เจียงเว้นจังหวะเล็กน้อย "วิชา 'ลมปราณหล่อเลี้ยงกาย' นี้ จะช่วยหลอมรวมพลังปราณธรรมชาติของเจ้าให้เข้ากับวิชาลมปราณกระบี่เมฆา ทำให้พลังของเจ้าบริสุทธิ์และแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า แต่ก็ต้องแลกมาด้วยความเจ็บปวดเช่นนี้"

    "ข้าเข้าใจแล้วขอรับ" หลี่เฟิ่งตอบด้วยน้ำเสียงที่อ่อนแรง

    "เจ้าคิดว่าความเจ็บปวดนี้เป็นอุปสรรคหรือไม่?" อาจารย์เจียงถาม

    "ไม่ขอรับ..." หลี่เฟิ่งกล่าว "ความเจ็บปวดนี้... เป็นเครื่องยืนยันว่าข้ากำลังก้าวหน้า"

    คำตอบของหลี่เฟิ่งทำให้อาจารย์เจียงหยุดชะงักเล็กน้อย ใบหน้าของเขาเผยรอยยิ้มที่แทบมองไม่เห็น "ถูกต้อง! จงจำไว้ว่าความเจ็บปวดที่เจ้าสัมผัสในวันนี้ จะกลายเป็นพลังที่จะหล่อเลี้ยงร่างกายและจิตวิญญาณของเจ้าในอนาคต"

    วันเวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้าในความรู้สึกของหลี่เฟิ่ง เขาทุกข์ทรมานกับความเจ็บปวดจากการทะลวงเส้นชีพจรทุกวัน ทุกครั้งที่เขาบังคับให้พลังปราณไหลผ่านเส้นชีพจรที่เคยปิดกั้น ความรู้สึกเหมือนถูกฉีกเป็นชิ้น ๆ ก็พุ่งพล่านเข้ามาในสมอง

    "ท่านอาจารย์เจียง!" หลี่เฟิ่งร้องครางในวันหนึ่ง "ข้า... ข้าคิดว่าข้า...ไม่ไหวแล้ว"

    "เจ้าจะยอมแพ้แล้วหรือ!" อาจารย์เจียงกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ดุดัน "เจ้าลืมไปแล้วหรือว่าเจ้ามาที่นี่เพื่ออะไร! เจ้าลืมความแค้นที่เจ้ามีต่อพันธมิตรไร้เงาแล้วหรือไง!"

    คำพูดของอาจารย์เจียงเปรียบดั่งคมมีดที่กรีดลึกเข้ามาในใจของหลี่เฟิ่ง ความแค้นที่ถูกปิดซ่อนไว้ภายใต้ความอดทนอดกลั้นปะทุขึ้นมาอีกครั้ง เขาไม่ต้องการที่จะพ่ายแพ้! เขาจะต้องแข็งแกร่งขึ้น!

    หลี่เฟิ่งกัดฟันแน่น เขารวบรวมพลังปราณทั้งหมดที่มี และบังคับให้มันไหลทะลวงเส้นชีพจรที่ปิดกั้นอยู่ให้ได้ "อ๊ากกกกก!"

    เสียงตะโกนของหลี่เฟิ่งดังก้องไปทั่วเรือนพัก พลังปราณที่รุนแรงพวยพุ่งออกมาจากร่างของเขาราวกับพายุ


    หลังจากความพยายามอันแสนยากลำบาก ในที่สุดหลี่เฟิ่งก็สามารถทะลวงเส้นชีพจรที่ปิดกั้นอยู่ได้สำเร็จ เขาสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ และรู้สึกถึงกระแสลมปราณที่บริสุทธิ์และแข็งแกร่งกว่าเดิมไหลเวียนไปทั่วร่างกาย ความเหนื่อยล้าและความเจ็บปวดที่เคยมีอยู่ค่อย ๆ จางหายไปแทนที่ด้วยความรู้สึกที่สดชื่นและทรงพลัง

    "เจ้าทำได้แล้ว หลี่เฟิ่ง!" อาจารย์เจียงกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจ "เจ้าได้เปิดเส้นทางลมปราณที่ปิดกั้นอยู่แล้ว! นับจากนี้ไป การโคจรลมปราณของเจ้าจะเร็วและแข็งแกร่งขึ้นหลายเท่าตัว!"

    หลี่เฟิ่งลุกขึ้นยืนช้า ๆ เขารู้สึกได้ถึงพลังที่แข็งแกร่งขึ้นอย่างมหาศาล เพียงแค่กระดิกนิ้วเบา ๆ พลังปราณก็สามารถพุ่งออกไปได้อย่างง่ายดาย

    "นี่เป็นเพียงก้าวแรกเท่านั้น" อาจารย์เจียงกล่าว "เมื่อเจ้าสามารถควบคุมพลังปราณใหม่นี้ได้อย่างสมบูรณ์ เจ้าจะสามารถยกระดับวิชาของเจ้าไปอีกขั้น และเจ้าจะสามารถควบคุมมีดสั้นของเจ้าได้อย่างทรงพลังยิ่งขึ้น"


    ในขณะที่หลี่เฟิ่งกำลังจะเดินทางกลับเรือนพักของตน หลิงเทียน และ มู่หรงเยว่ ก็ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับสำรับอาหารในมือ

    "พวกเราคิดว่าเจ้าคงเหนื่อยจากการฝึกฝน" หลิงเทียนกล่าวพร้อมกับรอยยิ้ม "เลยนำอาหารมาให้เจ้า"

    "ข้า...ขอบคุณท่านพี่ทั้งสองขอรับ" หลี่เฟิ่งกล่าวด้วยความประหลาดใจ

    "ไม่ต้องเกรงใจ" มู่หรงเยว่กล่าว "ในฐานะสหายร่วมเป็นร่วมตาย การดูแลซึ่งกันและกันเป็นเรื่องปกติ"

    ทั้งสามคนนั่งลงบนพื้น และเริ่มทานอาหารที่นำมาด้วยกัน บรรยากาศอบอุ่นและเป็นกันเอง ทำให้หลี่เฟิ่งรู้สึกราวกับว่าเขากำลังนั่งอยู่กับครอบครัวของตนเอง

    "ข้าได้ยินมาว่าการฝึกวิชา 'ลมปราณหล่อเลี้ยงกาย' นั้นโหดเหี้ยมมาก" หลิงเทียนกล่าว "เจ้าคงต้องอดทนกับความเจ็บปวดอย่างมากเลยสินะ"

    "เป็นอย่างที่ท่านว่าขอรับ" หลี่เฟิ่งตอบ "แต่เพราะความมุ่งมั่นและคำแนะนำของอาจารย์เจียง ทำให้ข้าสามารถผ่านมันมาได้"

    มู่หรงเยว่มองหลี่เฟิ่งด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความชื่นชม "เจ้าช่างอดทนและแข็งแกร่งกว่าที่ข้าคิดไว้มากนัก"

    หลี่เฟิ่งไม่ได้ตอบอะไร เขาเพียงยิ้มเล็กน้อย เขารู้สึกว่าการมีมิตรภาพที่แท้จริงนี้ เป็นรางวัลที่ยิ่งใหญ่กว่าพลังปราณที่แข็งแกร่งขึ้นเสียอีก

    การสร้างมิตรภาพ ระหว่างหลี่เฟิ่งกับหลิงเทียนและมู่หรงเยว่ ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว มันคือจุดเปลี่ยนสำคัญที่จะทำให้หลี่เฟิ่งแข็งแกร่งขึ้นทั้งทางกายและทางใจ และเป็นพลังสำคัญที่จะช่วยให้เขาเผชิญหน้ากับอันตรายที่รออยู่เบื้องหน้าในอนาคต