ผู้ใหญ่หลิวยอดเกษตร (นิยายแปล)

    ตอนที่ 45 ไม่โรแมนติกเอาเสียเลย

    ตอนที่ 45 ไม่โรแมนติกเอาเสียเลย

     

    “หลิวเฟยนี่…ฉันไม่ได้ฝันอยู่ใช่ไหม ? ”

     

    เมื่อเห็นหลิวเฟยยืนอยู่ตรงหน้าโม่อวี้นั้นแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง

     

    ในเมื่อโทรศัพท์ของเธอถูกยึดไปและเธอก็ไม่ได้ขอความช่วยเหลือจากเขา แล้วทำไมเขาถึงรู้ล่ะ ? นอกจากนี้ในตอนนี้เขาควรจะซื้ออาหารทะเลอยู่ที่หมู่บ้านหลิวเจียทำไมวันนี้เขาถึงมาอยู่ที่นี่ได้ ?

     

    โม่อวี้แทบไม่อยากจะเชื่อหลู่อิงปินเองก็คิดว่ามันน่าเหลือเชื่อเช่นเดียวกัน

     

    ทันทีที่เขาลุกขึ้นขนทั่วทั่งร่างกายก็ลุกซู่ขึ้นทันที เขายังคงหวาดกลัวชายผู้นี้ ชายผู้ที่ราวกับไม่ใช่มนุษย์ขนาดกระสุนและระเบิดยังไม่สามารถทำอะไรชายคนนี้ได้

     

    เขามีความคิดที่จะโทรแจ้งตำรวจเพื่อขอความคุ้มครองแต่เมื่อคิดว่าสิ่งที่เขาทำนั้นเป็นเรื่องน่าอับอายและเป็นเรื่องร้ายแรงแจ้งไปก็เหมือนกับการหาเรื่องใส่ตัว เขาจึงทำได้แค่ต้องเผชิญหน้ากับมันเท่านั้น

     

     “ไม่ต้องกลัว ผมจะช่วยคุณแก้แค้นเอง ! ”

     

    เมื่อมองเห็นเสื้อผ้าที่ฉีกขาดของโม่อวี้อีกทั้งน้ำตาที่ไหลอาบสองแก้มของเธอ หลิวเฟยก็โกรธจนเส้นเลือดปูดโปนขึ้นมาตอนนี้เขาเหมือนกับพายุเฮอริเคนที่พร้อมจะซัดกระหน่ำเข้าหาหลู่อิงปินได้ทุกเมื่อ

     

    “อั๊ก ! ”

     

    “ฟิ้ว ! ”

     

    ……

     

    หลู่อิงปินที่ร่างเปลือยเปล่าอยู่บนเตียงถูกหลิวเฟยเตะจนกระเด็นไปติดมุมห้องเขากระอักเลือดและฟันหลายซี่ออกมา !

     

    “ช่วยฉันทีใครก็ได้ช่วยฉันด้วย ! ”

     

     “เร็วสิวะ ไอ้พวกนั้นมันไปตายที่ไหนกันหมด ! ”

     

    ……

     

    หลู่อิงปินล้มลงกับพื้นจนหัวกระแทกอย่างแรงเมื่อเขาได้สติคืนมาก็รีบตะโกนขอความช่วยเหลือ

     

    ไม่นานบอดี้การ์ดกว่าสิบคนที่เพิ่งถูกหลิวเฟยจัดการก็วิ่งมาที่ประตูอย่างทุลักทุเล

     

    หลิวเฟยหันกลับมาถลึงตาใส่พวกเขาพร้อมสาวเท้าเดินไปข้างหน้าสองก้าว ก่อนคว้าคอของหลู่อิงปินไว้และพูดกับเขาว่า“พวกแกลองก้าวเข้ามาอีกสักก้าวดูสิ ! ”

     

    “อย่า อย่านะ ! ”

     

    เมื่อเห็นว่าหลิวเฟยจะบีบคอหลู่อิงปินให้ตายคามือบอดี้การ์ดต่างก็พากันตกใจกลัวเป็นอย่างมากจนถอยหลังกลับไปหลายก้าว

     

    หลิวเฟยสูดจมูกก่อนใช้แรงที่มีทั้งหมดจับหลู่อิงปินทุ่มใส่กำแพง

     

    “แกกล้ามากเลยนะ !” เขาพูดด้วยความโกรธ

     

    หลู่อิงปินล้มลงจนตาลายสับสนมึนงงไปหมด เมื่อค่อย ๆ ได้สติกลับมา เขาจึงกัดฟันแล้วพูดว่า“แก…แกอย่ามายุ่งกับเรื่องนี้ ! ถ้าแกกล้าฆ่าฉัน พวกเราตระกูลหลู่ไม่ปล่อยแกไว้แน่! ”

     

    “จริงหรือ ?”

     

    หลิวเฟยส่ายหน้าอย่างไม่สบอารมณ์และเตะเข้าที่ใต้หว่างหลู่อิงปินเขาได้ยินเสียงร้องโหยหวนที่ดูเหมือนว่าจะมากับเสียงไข่ที่แตก…...

     

    หลู่อิงปินเอามือกุมที่เป้าแล้วร้องครวญครางอยู่ครู่หนึ่งเขารู้สึกกลัวจึงตะโกนร้องขอชีวิต “อย่าทำร้ายฉันเลย ฉันยอมแล้วฉันรู้แล้วว่าฉันผิด จะให้ฉันชดเชยยังก็ได้ ! ”

     

     “แกคิดว่าจะชดเชยยังไงก็ได้งั้นหรือ ?”

     

    หลิวเฟยเดินหน้าไปหนึ่งก้าวตบเข้าที่ใบหน้าเขาอย่างบ้าคลั่ง จนใบหน้าของหลู่อิงปินปูดโปนขึ้นมาราวกับหน้าหมูจากนั้นหันมามองโม่อวี้ที่นั่งเงียบมาตลอด ถึงได้พบว่าตอนนี้เธอกำลังดึงเสื้อผ้าของตัวเองอยู่ด้วยใบหน้าแดงแจ๊ด

     

    “ไอ้สารเลวแกทำอะไรกับเธอ ? ”

     

    เมื่อเห็นดังนี้หลิวเฟยก็ยิ่งโมโห เขาใช้เท้าถีบหลู่อิงปินอย่างเต็มแรงหลู่อิงปินงอตัวคุดคู้ร่างกายสั่นเทา “คือ…มันแค่อารมณ์ชั่ววูบ ฉันจับเธอฉีดยาแต่จากนั้นก็ยังไม่ได้ทำอะไรเธอเลย…”

     

    หลิวเฟยกำหมัดแน่นง้างมันขึ้นมาอีกครั้ง“อย่าคิดว่าฉันไม่กล้าฆ่าแกนะ ! นับตั้งแต่นี้ไป ถ้าแกกล้าแตะต้องเธออีกแกอาจจะตายโดยไม่รู้ตัว จำเอาไว้ ! ” หลิวเฟยกล่าวเตือน

     

    หลู่อิงปินที่เจ็บระบมไปทั้งตัวรีบพยักหน้าตอบรับ“ไม่กล้าแล้ว ฉันไม่กล้าอีกแล้ว…”

     

    นี่เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกว่าอยู่ใกล้กับความตายเขารู้สึกกลัวจริง ๆเขาไม่เคยคิดเลยว่าหลิวเฟยจะกล้าบุกเข้ามาถึงในบ้านพักตากอากาศของเขาเพียงลำพังแถมยังทุบตีและซ้อมเขาต่อหน้าลูกน้องหลายคน

     

    ไม่ต้องสงสัยเลยว่าหลิวเฟยคือคนที่โหดร้ายและน่ากลัวที่สุดที่หลู่อิงปินเคยเห็นมาในที่สุดเขาก็เข้าใจว่าทำไมถึงมีปืนมากมายแต่กลับไม่สามารถทำอะไรเจ้าหมอนี่ได้เจ้านี่ลงมืออย่างโหดร้ายเลือดเย็น กล้าหาญเกินต้านทาน

     

     “ซ่า”

     

     “ซ่า”

    ……

    ?

    บรรยากาศภายในห้องทำให้หลู่อิงปินและลูกน้องของเขาแทบจะหายใจไม่ออกเสียงใสกังวานดังขึ้น หลิวเฟยเหลือบมองลงไปข้างล่างเมื่อพบว่าหลู่อิงปินตกใจกลัวจนฉี่รดกางเกง จึงจับเขาโยนลงบนพื้นจากนั้นยื่นมือออกไปแล้วพูดว่า “ที่แท้แกก็กลัวเป็นเหมือนกันนะเนี่ย !ส่งกุญแจรถมา ! ในเมื่อแกมัดเธอไว้ แล้วจะไม่ให้รถหรูสักคันเป็นค่าทำขวัญเลยหรือ ?”

     

    หลู่อิงปินเงยหน้ามองเขาและรีบก้มหน้าลงควักกุญแจรถออกจากกระเป๋ายื่นให้เขาอย่างรวดเร็ว

     

    หลิวเฟยถลึงตาใส่เขาพร้อมง้างหมัดขึ้นมาเขารีบเอามือกุมหัวอ้อนวอนขอร้องทันที

     

    “ฉันรู้ว่าหลิวเป้าคอยทำงานสกปรกให้ตระกูลหลู่ของแกฉะนั้นแกรอฉันก่อนเถอะ ! ”

     

    เมื่อเห็นว่าเขากลัวเช่นนี้หลิวเฟยก็ไม่อยากที่จะต่อยเขาแล้ว จึงสะบัดมือออกแล้วพูดออกมาอย่างเย็นชาเขาถอดเสื้อนอกคลุมให้โม่อวี้ จากนั้นก็อุ้มเธอเดินออกไปข้างนอก

     

     “ทำไม ยังไม่เข็ดอีกหรือ ?”

     

    เมื่อมาถึงประตูทางออกบอดี้การ์ดนับสิบได้เข้ามาขวางทางเขาไว้ หลิวเฟยใช้สายตาอันแข็งทื่อกวาดมองพวกเขาพลางพูดขึ้นอย่างดุดันสองสามประโยคฉับพลันนั้นเองบอดี้การ์ดนับสิบต่างพากันมองหน้ากันแล้วรีบเปิดทางให้เขาเดินจากไป

     

    หลิวเฟยอุ้มโม่อวี้มาอยู่ข้างรถเฟอร่รี่คันสีน้ำเงินเขาเปิดประตูรถแล้ววางโม่อวี้ลงบนที่นั่งข้างคนขับ จากนั้นจึงขับรถสปอร์ตซิ่งออกไป…

     

     “ขยะอย่างพวกแก ฉันจะฆ่าตายให้หมด ! ”

     

    หลิวเฟยขับออกไปได้พักใหญ่หลู่อิงปินก็ค่อย ๆ ลุกขึ้นมาอย่างสั่นเทา จากนั่นจู่ ๆ เขาก็ระเบิดความโมโหออกมาเขาเตะต่อยเหล่าบอดี้การ์ดเพื่อระบายอารมณ์ แต่เตะได้เพียงไม่กี่ครั้งเขาก็ร้องควญครางออกมาด้วยความเจ็บปวด

     

    บอดี้การ์ดคนหนึ่งพูดออกมาอย่างรีบร้อน“คุณชายหลู่ มันกล้าหาญเกินไปจริง ๆ พวกเราต้องขอโทษคุณชายด้วยคุณชายอยากจะลงโทษพวกเราอย่างไรก็ได้ !แต่ตอนนี้พวกเราต้องพาคุณชายไปโรงพยาบาลก่อน… ”

     

    หลู่อิงปินลูบใบหน้าที่แทบจะไม่เหลือความรู้สึกแล้วคำรามออกมา“แล้วจะมัวยืนเซ่ออะไรอยู่ล่ะ ? เร็วเข้าสิ! รอฉันหายดี แล้วค่อยคิดบัญชีกับพวกแก ! ยังมีไอ้สารเลวนั้นอีกฉันจะต้องสับมันเป็นชิ้น ๆ ด้วยตัวของฉันเอง ! ”

     

    ……

     

     “ประธานโม่ คุณ…คุณอย่าทำแบบนี้คุณพักอยู่ที่ไหน ? ”

     

    ฟลิวเฟยขับเฟอรารี่สุดเท่ห์ไปตามถนนมองโม่อวี้ที่กำลังดึงเสื้อผ้าตัวเองไม่หยุดแถมยังเริ่มนำร่างกายมาสัมผัสถูไถตัวเขา จนเขาชักจะทนไม่ไหวแล้ว

     

    ขณะนี้ดวงตาของเธอเป็นประกายแวววับใบหน้าแลดูมีเลือดฝาด จมูกเรียวเล็กส่งกลิ่นอายความร้อนแรงออกมาร่างกายที่อ่อนช้อยราวกับงูที่กำลังเลื้อยรัด ราวกับสายน้ำที่กำลังกระเพื่อมมันดูมีมนต์เสน่ห์ที่แสนร้ายกาจ เขาเริ่มควบคุมความรู้สึกของตัวเองอีกครั้งแต่เขาก็ข่มใจทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นไม่ได้

     

    หลังจากผ่อนลมหายใจออกมาช้าๆ เขาก็ยื่นมือไปหยิบขวดน้ำแร่มาแล้วเทรดศรีษะเธอ โม่อวี้สะบัดศีรษะอย่างแรงเธองัวเงียตื่นขึ้นมาและบอกที่อยู่ของตัวเองกับเขาแต่จากนั้นไม่นานก็เริ่มกระส่ายกระส่ายขึ้นมาอีกครั้ง

     

    หลิวเฟยหันหน้าไปมองก็เห็นร่างกายอันเปียกปอนของเธอเผยให้เห็นหน้าอกอวบอิ่มและเรือนร่างโค้งมนได้สัดส่วน มันดูยั่วยวนกว่าเมื่อกี้มากเขาเหยียบคันเร่งจนมิด ทำให้รถสปอร์ตเร่งความเร็วพุ่งตรงมาถึงที่บ้านเธอ

     

    เมื่อมาถึงหลิวเฟยก็นำเธอมาวางไว้บนเตียง จากนั้นลงมือถอดเสื้อผ้าเธอออก

     

    โม่อวี้ที่อ้อนวอนเขาทางสายตามาโดยตลอดดูเหมือนจะได้รับสัญญาณบางอย่าง เธอรีบกอดเขาและจูบเขาอย่างบ้าคลั่ง

     

    หลิวเฟยกลั้นใจถอดเสื้อผ้าเธอออกร่างกายของเธอตอนนี้สวมเพียงแค่ชุดแนบเนื้อเพียงอย่างเดียวจากนั้นจึงใช้แขนเสื้อและขากางเกงมัดแขนขาเธอไว้ เขาหยิบกระบอกไม้ไผ่อันเล็ก ๆออกมาจากกระเป๋าเสื้อ เปิดฝาออกแล้วหยิบเข็มเงินออกมาหลายเล่ม

     

    แต่เมื่อเห็นเขามือเป็นระวิงไม่นานโม่อวี้ก็ค่อย ๆ สงบลง ใบหน้าที่แดงก่ำค่อย ๆ เลือนหายไปเป็นหน้าเขาแทนที่กลับแดงขึ้นมาเสียเอง

     

    ช่วยไม่ได้ในเมื่อตอนนี้เธอนอนเปลือยเปล่าอยู่ต่อหน้าเขา เขาเห็นทุกสิ่งทุกอย่างและเขาเองก็ไม่ใช่พระอิฐพระปูนจากที่ไหน

     

    เขาพยายามข่มความรู้สึกภายในที่เดือดพล่านไว้ใช้เวลาถึงครึ่งชั่วโมงกว่าจะสามารถใช้เข็มเงินสลายฤทธิ์ยาในร่างกายเธอได้หากรู้แต่แรกว่าหลู่อิงปินใช้ยารุนแรงขนาดนี้กับเธอเขาจะจัดการกับหลู่อิงปินให้หนักกว่านี้ !

     

     “ฮู่ว…”

     

    เมื่อเห็นว่าโม่อวี้หลับสนิทหลิวเฟยก็ถอนหายใจช้า ๆ ใช้มือปาดเหงื่อบนหน้าผาก เขาอดไม่ได้ที่จะมองผิวขาวเนียนและรูปร่างโค้งมนของเธอจากนั้นจึงนำผ้าห่มบาง ๆ มาคลุมร่างกายเธอไว้

     

    หลังจากเก็บเข็มเงินเรียบร้อยแล้วเขาก็นำกระบอกไม้ไผ่เก็บใส่ลงในกระเป๋าเหมือนเดิมก่อนหน้านี้เขายืมเข็มเงินมาจากหลี่เจิ้งอีเพื่อมาช่วยเหลือหลี่ซานซาน ทำให้เขาติดนิสัยที่ดีในการพกเข็มเงินติดตัวไปด้วยเสมอ

     

    เพราะประการแรก มันทำให้สามารถรักษาคนได้อย่างทันถ่วงทีและอีกอย่างคือสามารถใช้เป็นอาวุธลับได้อีกด้วย

     

    ความจริงได้สามารถพิสูจน์ให้เห็นว่านี่เป็นการกระทำที่ชาญฉลาดหากไม่ใช่เพราะวันนี้เขาพกเข็มเงินมาด้วย เกรงว่าเขาคงจะไม่สามารถช่วยโม่อวี้ถอนฤทธิ์ยาได้อย่างราบรื่นเช่นนี้

     

    ความรู้สึกชั่วร้ายภายในตัวยังไม่หายไปไหนหลิวเฟยหัวเราะเจื่อนขณะเดินเข้าไปในห้องน้ำของโม่อวี้เพื่ออาบน้ำเย็น ๆจากนั้นนั่งลงบนโซฟาเพื่อรอให้โม่อวี้ตื่นขึ้นมา

     

    ไม่รู้ว่ารอมานานแค่ไหนแล้วตัวเขาเองเผลอหลับไปครู่หนึ่งทว่าเมื่อได้กลิ่นของร่างกายที่หอมเย้ายวนทำให้เขาลืมตาขึ้นมาพลันพบว่าโม่อวี้ที่ห่มผ้านวมบาง ๆ กำลังนั่งอยู่ข้าง ๆ เขาจากนั้นเอียงคอมามองเขาด้วยสายตาที่แฝงไปด้วยความรู้สึก

     

    ทันทีที่เขากำลังจะพูดโม่อวี้ก็ขยับเข้าไปประกบจูบปิดปากเขาไว้…

     

    เดิมทีเขามีสัญชาตญาณความเป็นชายอยู่แล้วเมื่อถูกเธอจูบเข้าเช่นนี้ สมองก็พลันว่างเปล่า ไม่นานก็เริ่มมีการตอบสนองกลับไป

     

    ทั้งสองกำลังพังทลายกำแพงของกันและกันและกำลังก้าวเข้ามาอยู่ใกล้กันอีกขั้นหนึ่งแล้วทว่าทันใดนั้นเองเสียงโทรศัพท์ของหลิวเฟยดังขึ้นมา ทำให้เขาตกใจและตื่นตัวเขารีบผลักโม่อวี้ออกแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมารับสาย แต่ปลายสายกลับวางหูไปเสียแล้ว

     

     “เดิมทีผมกำลังคุยเรื่องความร่วมมือกับบริษัทเซิ่งเทียนกั๋วอยู่แต่มีสายแปลก ๆ โทรเข้ามาบอกผมว่าคุณถูกหลู่อิงปินลักพาตัวไปแถมยังเอาที่อยู่ของหลู่อิงปินให้ผมด้วย ! ”

     

    หลิวเฟยเหลือบมองใบหน้าที่เขินอายของโม่อวี้พลางชี้ไปที่เบอร์มือถือแล้วพูดให้โม่อวี้ฟัง

     

    โม่อวี้เม้มปากแน่น“แล้วนายรู้ว่าฉันถูกลักพาตัวได้อย่างไร หมอนี่คือใครกัน ?”

     

    หลิวเฟยส่ายหน้าทันใดนั้นก็มีข้อความเด้งเข้ามา ในเนื้อหาเขียนอย่างง่าย ๆ เขาไม่ต้องการให้หลิวเฟยสืบว่าเขาคือใครเพียงแค่บังเอิญเห็นและให้ความช่วยเหลือเท่านั้นเอง

     

    เมื่อเห็นข้อความลึกลับนี้หลิวเฟยก็ไม่รู้จะพูดอย่างไรดี เขารีบโทรกลับไปทันทีแต่อีกฝ่ายก็ปิดเครื่องไปเสียแล้ว

     

    โม่อวี้ใช้มือค้ำแก้ม“ดูเหมือนว่าเขาจะรู้เรื่องของพวกเราเป็นอย่างดี เกรงว่าคงไม่ใช่แค่บังเอิญพบเห็นแล้วสิ”

     

    หลิวเฟยพยักหน้า“ผมก็รู้สึกแบบนั้น ตอนนี้สถานการณ์ค่อนข้างซับซ้อนถึงแม้ว่าบทเรียนในวันนี้หลู่อิงปินจะไม่กล้ามาหาเรื่องคุณอีกแต่คุณก็ต้องระวังตัว หากมีอะไรเกิดขึ้นให้รีบบอกผม”

     

    โม่อวี้กระพริบตาปริบๆ ยื่นมือมาโอบรอบคอเขาแล้วพูดด้วยใบหน้าแดงก่ำ“ตอนนี้ฉันไม่อยากพูดถึงเรื่องนั้นแล้ว ฉันแค่อยาก…”

     

    พูดยังไม่ทันจบเธอก็จูบเขา หลิวเฟยรีบยื่นมือออกมาบังไว้ “ดูเหมือนจะไม่มีอะไรแล้ว ใส่เสื้อผ้าซะผมจะพาคุณไปที่หนึ่ง”

     

    “หึ ก็ได้ฉันจะฟังนาย”

     

    โม่อวี้ลุกขึ้นพร้อมกับดึงผ้าห่มผืนบางออกสวมกระโปรงต่อหน้าเขา เมื่อเห็นดังนี้เลือดลมของหลิวเฟยก็เดือดพลุ่งพล่านถึงขนาดเลือดกำเดาเกือบไหลออกมาทางจมูก

     

    ทั้งสองลงมาถึงด้านล่างของอพาร์ตเมนต์หลิวเฟยกวาดสายตาสำรวจรอบ ๆ ก่อนขับเฟอรารี่เข้าไปยังลานจอดรถชั้นล่างจากนั้นชี้ไปที่รถสปอร์ต “ตรงนี้แหละ ! ”

     

    โม่อวี้อึ้งไปสักพักก่อนตะโกนด่าเขาด้วยใบหน้าแดงแจ๊ด “คุณมันน่ารังเกียจผู้ชายอย่างพวกคุณช่างไม่รู้อะไรเอาเสียเลย คุณเองก็ยังเป็นแค่ไอ้บ้ากาม ! ”

     

    ……

     

     

    คล้ายกับเรื่องผู้ใหญ่หลิวยอดเกษตร (นิยายแปล) ที่คุณอ่าน