ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    เล่มที่ 5 บทที่ 141 พิธีก่อตั้งกองกำลัง (4)

            ฉู่เจาหนานลุกขึ้นพรวด

            “ลูกพี่ฉู่!” “อย่าครับลูกพี่...”

            หลัวซานเฟิงกับเกาเย่ต่างลำบากใจ จะตามไปหรือไม่ตามดี?

            “นายทำฉันผิดหวังมาก” ฉู่เจาหนานก้าวไปข้างหน้าสองก้าวเข้าไปพูดกับสวีหยางอี้โดยไม่สนว่าที่นี่เป็นงานอะไรทั้งสิ้น เขาก็ฟันพูด“สวีหยางอี้ถ้านายจัดการเรื่องนี้ไม่ได้ บอกฉันสิ! ฉันช่วยนายคิดได้!พวกเราเคยผ่านเป็นตายมาด้วยกัน นายอย่ามาพูดว่าเกรงใจฉัน มันฟังไม่ขึ้น”

            สวีหยางอี้มองความโมโหที่แลดูน่ารักของฉู่เจาหนาน มุมปากคลี่ยิ้มทำไมก่อนหน้านี้ไม่เคยเห็นมุมนี้ของเขาเลยนะ

            “นายเห็นหัวฉันเป็นพี่น้องของนายบ้างรึเปล่า? นายคิดว่าพิธีนี้เป็นเรื่องเล่นๆรึไง! ขอแค่นายบอกฉันแค่คำเดียว ฉันสามารถเชิญคนที่บ้านฉันมาร่วมงานเป็นหน้าเป็นตาให้นายได้!ให้พวกด้านล่างหน้าหงายไปเลยยังได้”

            “ทำไมนายไม่พูดอะไรบ้าง! ตอนนี้...” เขาอยากจะด่าให้มากกว่านี้แต่สุดท้ายก็กัดฟันข่มเอาไว้ “นายช่วยตัวเองไปแล้วกัน!”

            แขกทุกคนที่อยู่ในงาน ไม่มีใครไม่รู้จักฉู่เจาหนานหลายชายหัวแก้วหัวแหวนของรองผู้ว่าการมณฑลหมิงสุ่ย แถมยังเป็นผู้ฝึกตนหัวกะทิ 

            ผู้เฒ่าอี้ยิ้มเจื่อน “คุณชายฉู่ค่อยพูดจารู้เรื่องหน่อยวันนี้ถือว่าพวกเราพลาดเองแล้วกัน”

            ทูจิ้วกับเซียงติงได้แต่ยิ้มเจื่อนๆ 

            ไม่รู้ว่าหลังจากนี้จะกู้หน้าตาตัวเองกลับมาได้หรือไม่ แต่ที่รู้ๆทุกคนในวันนี้ต่างเสียหน้าที่นี่ไปตามๆ กัน...สำหรับกองกำลังที่เพิ่งก่อตั้งใหม่นี้ ทำแบบนี้เท่ากับฆ่าตัวตายชัดๆ

            สวีหยางอี้ผิดปกติตรงไหนรึเปล่า ทำไมถึงคิดทำเรื่องแบบนี้...แบบนี้มันเรียกว่า ‘ทำเรื่องโง่ๆ’ ชัดๆ!

            ในฐานะที่เป็นเพื่อนกันมา พวกเขาสามารถช่วยเหลือเรื่องนี้ได้แต่ตอนนี้ไม่ทันแล้ว

            ฉู่เจาหนานส่ายหน้าหันหลังเดินออกจากงาน ภายในใจรู้สึกปวดใจขึ้นมารำไรถ้ารู้ล่วงหน้า อย่างน้อยตัวเองน่าจะช่วยอะไรได้บ้า เป็นแบบนี้ได้อย่างไร? คู่แข่งที่ตัวเองยอมรับ หายไปสามปี เข้าฌานอีกสองปี ทำเรื่องแบบนี้ได้อย่างไร?

            ทว่าขณะนั้นเอง มีเสียงเปิดของอะไรบางอย่างดังมาจากด้านหลังจากนั้นแขกร่วมงานคนหนึ่งก็ลุกพรวดขึ้นมาทันที

            จากนั้น... คนที่สอง คนที่สาม คนที่สี่ก็ตามมาติด...

            ฉู่เจาหนานที่กำลังเดินออกไปเห็นสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะคนมีไม่มากและมองเห็นคนที่อยู่ที่นั่งแถวหลังสุดอยู่หนึ่งคน

            เลขาฯ ลำดับสามของเชียนเริ่นคนก่อนหน้านี้

            ซึ่งนาทีนี้ เธอก็ลุกคนพรวดพราดขึ้นมาเช่นกัน

            ไม่เพียงแต่ยืนขึ้น ฉู่เจาหนานแปลกใจเมื่อเห็นเธอตัวสั่น ปากอ้าค้างราวกับเห็นผี

            ตอนนี้ บรรยากาศในงานเงียบเหลือเกิน มันเงียบแบบแปลกๆ

            แววสงสัยผุดขึ้นในดวงตาของเขา... ครั้นแล้วจึงหันกลับไปอย่างไม่ลังเล!

            ด้านหลังของเขาตอนนี้...แขกร่วมงานทุกคนล้วนยืนขึ้นอยู่กับที่และมีสีหน้าอึ้งค้างกันถ้วนหน้า

            วัตถุสีดำเม็ดหนึ่งลอยเคว้งอยู่บนฝ่ามือของสวีหยางอี้

            สักพักเขาก็ยืนค้างตกตะลึงอยู่กับที่คล้ายพบกับเทพเจ้าอยู่ครองโลก

            ประหนึ่งเวลา ณ ที่แห่งนี้หยุดหมุน

            ทุกคู่สายตาของแขกร่วมงานที่มีไม่มากจับจ้องไปที่เม็ดกลมกลึงสีดำเม็ดนั้นอย่างไม่กล้าถอนสายตา!

            ผิวของไม่มีแวววาว ไม่สะท้อนแสงมันดูคล้ายผลึกพลังปีศาจที่มีพลังปราณเดือดพล่านอยู่ด้านใน

            “นี่มัน...” สีหน้าของผู้เฒ่าอี้นิ่งค้างเหมือนถูกช่แข็งเขายืนอยู่ใกล้ที่สุด ดังนั้นกลิ่นหอมสมุนไพรสดชื่นเบาบางจึงแล่นเตะจมูกเขาคนแรก

            แค่ปริปากพูดออกมานิดเดียวก็ราวกับว่ากินพลังงานเขาไปมากโขน้ำเสียงฟังดูล่องลอยและสั่นเครืออย่างชัดเจน

            “พระเจ้า...” วัยรุ่นจากกลุ่มธุรกิจอสังหาฯ ยืนอยู่ในท่าประหลาดนักกึ่งนั่งกึ่งยืน มือสองข้างทิ้งน้ำหนักเท้าราวจับบนเก้าอี้ไม่รู้ว่ารับน้ำหนักตัวหนักเกินไปหรืออะไรเพราะนาทีนี้มือของเขาสั่นเทิ้มอย่างรุนแรง!

            ทูจิ้ว เซียงติง ยืนตะลึงอึ้งค้างเช่นกัน ดวงตาแดงก่ำเจือแววไม่อยากเชื่อมองไปที่วัตถุในมือสวีหยางอี้

            โอสถวิเศษ!

            นี่มันโอสถวิเศษ!

            แค่สองคำ ประหนึ่งสายฟ้าฟาดลงท่ามกลางห้วงสมองของพวกเขา

            “นี่มัน เป็นไปไม่ได้... เป็นไปไม่ได้! !” ไม่รู้ผ่านไปนานแค่ไหนเสียงแผดแหลมดังขึ้นมาจากแถวที่นั่งด้านหลัง

            เลขาฯ อันดับสามของเชียนเริ่น ยืนกุมอก เธอตะเบ็งเสียงแหลมพูดขึ้น “นี่ นี่มันเป็นไปไม่ได้?! มีของพรรค์อยู่มือได้อย่างไร!”

            งานประมูลที่อีกฝ่ายพูดขึ้นก่อนหน้านี้ ไม่มีใครคิดใส่ใจเพราะงานประมูลของผู้ฝึกตนขั้นเลี่ยนชี่ก็ไม่ต่างอะไรเป็นจากเรื่องตลก

            ทว่าตอนนี้...ความคิดของพวกเขาทุกคนกลับเปลี่ยนไปอย่างฉับพลันคล้ายกับดีดนิ้ว...งานประมูลของผู้ฝึกตนขั้นเลี่ยนชี่ก็มีสมบัติล้ำค่าสะเทือนสวรรค์เช่นกัน!

            เสียง “พึบ” ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบสงัดโอสถวิเศษในมือสวีหยางอี้หายไปอย่างไร้ร่องรอยทันที ในที่สุดเขาจึงระบายยิ้ม“รบกวนสหายเหมิงด้วย งานประมูลสิ้นเดือนหน้า จะมีการประมูลโอสถหลอมจิตปริมาณยังไม่แน่ชัด แต่ไม่เกินสิบสองเม็ด”

            ยังไม่มีใครปริปากพูดอะไรแต่สายตาของทุกคนกำลังแวววาวเป็นประกายคล้ายเพิ่งตื่นจากความฝัน

            ใช่ว่าพวกเขาไม่อยากพูด เพียงแต่ตกตะลึงจนเป็นใบ้ไปชั่วขณะ!

            จากข้อมูลที่มีอยู่ในปัจจุบันระยะเวลาเก็บรักษาโอสถวิเศษต่ำกว่าระดับจินตันลงไปมีอายุไม่เกินสองร้อยปีและโอสถวิเศษในขั้นเลี่ยนชี่ก็น่าจะไม่เกินสามสิบปี!

            เมื่อความคิดนี้ผุดขึ้นมาให้หัว ภายในใจทุกคนก็เต้นระรัวอย่างบ้าคลั่ง!

            แสดงว่า... โอสถวิเศษนี้เพิ่งหลอมเสร็จหมาดๆ !

            โอสถวิเศษโบราณ... ปรากฏขึ้นมาบนโลกอีกครั้งแล้ว!!!

            หลังจากเวลาผันผ่านมาสองร้อยปี ศาสตร์หลอมโอสถโบราณได้ปรากฏขึ้นมาบนโลกนี้อีกครั้งแล้ว!!!

            บรรยากาศเงียบสงัดดั่งป่าช้า กระทั่งได้ยินเสียงหัวใจเต้นสวีหยางอี้ขมวดคิ้วเล็กน้อย

            ไม่ใช่สิ...

            ทำไมถึงอึ้งกันนานขนาดนี้? พวกนายพูดอะไรบ้างสิงานประมูลของฉันต้องการความเห็นและท่าทีของแขกทุกคนนะ

            “รบกวนเพื่อนร่วมรุ่น...”

            “พวกเราตู้มหาสมบัติขอเหมาทั้งหมด!!!” สวีหยางอี้ยังพูดไม่ทันจบเสียงที่สูงยิ่งกว่าเสียงของเลขาฯ​ลำดับสามของเชียนเริ่นก็ดังขึ้นสั่นสะท้านไปทั่วทั้งห้อง

            ทูจิ้วตาแดงก่ำ ประโยคเมื่อครู่เหมือนกดปุ่มสวิตช์อะไรบางอย่าง“ใครหน้าไหนก็ห้ามมาแบ่งทั้งนั้น! ห้าร้อยก้อน... ไม่สิ!หนึ่งพันก้อนหินวิญญาณระดับกลาง! ไหน ใครกล้าสู้!”

            ไม่ให้เขารีบร้อนได้อย่างไรกัน!

            ตู้มหาสมบัติไม่มีจินตันเจินเหรินประจำการพวกเขาประกอบธุรกิจเกี่ยวกับพลังเวทสายเสริม อาทิยันต์อาคม ยาเหลวและอาวุธเวทมนตร์ ซึ่งพวกเขามีศาสดาจารย์สองสาขาประจำการอยู่แล้วแต่ศาสตร์หลอมโอสถนี้...

            หายสาบสูญไปเกือบสองปี!

            และตอนนี้ มันได้ปรากฏขึ้นอีกครั้ง เท่ากับว่าหลังจากนี้คือช่วงเวลาการปฏิรูปตลาดยาเหลวของโลกผู้ฝึกตน!

            ยังจะไม่ให้เขารีบร้อนได้อย่างไร!

            “ทางบริษัทของพวกเราขอเป็นผู้สนับสนุนให้กองกำลังทัณฑ์สวรรค์โดยการมอบถ้ำฝึกตนระดับสูงห้าสิบแห่งให้โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายแม้แต่แดงเดียว!!!”น้ำเสียงเพิ่งสิ้นสุดลง น้ำเสียงของวัยรุ่นจากลุ่มธุรกิจอสังหาฯตะโกนเสียงดังยิ่งกว่าเสียงของทูจิ้ว! ในมือพลันยกป้ายหยกขึ้น “สหาย... ไม่สิ!หัวหน้าสวี! นี่คือป้ายเข้าออกพื้นที่ทุกแห่งของพวกเรา! มีป้ายนี้ติดตัวคุณสามารถเข้าออกถ้ำฝึกตนระดับสูงห้าสิบแห่งในประเทศหวาซย่าได้ทุกเมื่อ!ซึ่งพวกเราได้ติดตั้งค่ายกลหลอมปราณระดับสูงเอาไว้ทุกแห่ง!”

            ลมหายใจเขากระฟัดกระเฟียดเหมือนวัวกะทิง รู้สึกเหมือนวูบวาบขึ้นเป็นระยะๆก็แหงสิ... นี่มันโอสถวิเศษเชียวนะ! เขามั่นใจ!ถ้าพวกประธานบริษัทอยู่ที่นี่ตอนนี้ พวกเขาจะต้องทุ่มหมดหน้าตักเพื่อแย่งโอสถวิเศษมาให้ได้อย่างแน่นอน!

            หลังจากได้โอสถหลอมจิต สิ่งสำคัญหลังจากนี้ก็คือ...วิจัยโครงสร้างสารประกอบและกระบวนการหลอม! ซึ่งพวกเรา ‘อาจจะ’สามารถแกะสูตรตำราโอสถชนิดนี้ออกมาได้!

            เพื่อคำว่า ‘อาจจะ’ ที่ว่า เขาสามารถทุ่มลงทุนได้อย่างน้อยสี่หมื่นก้อนหินวิญญาณระดับกลางด้วยความยินดีและไม่รู้สึกเสียดายแม้แต่น้อย!

            มูลค่าเงินพวกนี้... เทียบกับศาสตร์หลอมโอสถโบราณที่หายสาบสูญไปเกือบสองร้อยปีไม่ติดแม้แต่น้อย!

            และถ้าสามารถแกะตำราถอดสูตรได้... ไม่สิ! ถ้าหากได้ร่วมมือพัฒนาด้านนี้ด้วยกันเงินแค่นี้ถือว่าเป็นเรื่องจิ๊บจ๊อย!

            “ทาง CSIB ของพวกเรา!”ติงเซียงเพิ่งจะเอ่ยปากขึ้นก็หยุดชะงักลงทันที

            บรรยากาศแบบนี้... รู้สึกคุ้นเคยยิ่งนัก...

            เหมือนย้อนเวลากลับไปเมื่อห้าปีก่อนเลย ตัวละครหลักก็ยังเป็นคนเดิมเพียงแต่คู่แข่งและสถานที่ต่างออกไป...

            ช่างมันเถอะ!

            “ทาง CSIB ของพวกเรา! พร้อมให้ทุกอย่าง!ขอแค่สหายสวีเอ่ยปากขอ!!! พวกเรามีผู้เชี่ยวชาญหลากหลายแขนงที่สามารถช่วยพัฒนากองกำลังรบได้!เป็นเหล่านักวิจัยผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศทั้งนั้น! ส่วนในด้านการหลอมยา!ได้โปรดวางใจ! ขอแค่นายเอ่ยปาก! ขอแค่พูดออกมา! ว่าอยากหลอมโอสถประเภทไหน? ตำรายาขั้นจู้จี ตำรายาหลอมแก่นพลังจินตัน หรือตำรายาขั้นหยวนอิงพวกเราก็มีให้ทั้งนั้น และพวกเราก็พร้อมจะสนับสนุนเต็มที่!”

            ตำรายาหลอมแก่นพลังจินตัน! ตำรายาขั้นหยวนอิง!

            สองตำรานี้ ก็สามารถทำให้โลกตื่นตะลึงได้เช่นกันถึงแม้จะสู้ตำรายาโบราณที่หลับใหลไปเกือบสองร้อยปีไม่ได้ก็ตาม!

            ทุกคนต่างนึกไม่ถึงว่า CSIB จะมีตำรายาล้ำค่าอยู่ในมือ

            “ฮ่าๆ ๆ !” แววตาทูจิ้วเหลือบวาว พลันพูดขึ้นอย่างไม่ลังเล “เซียงติงเธออย่าพูดสวยหรูให้คนตกใจเล่นดีกว่า!”

            “ศาสตร์หลอมโอสถ! เธอก็รู้ว่าหมายถึงอะไร! บางทีเขาอาจจะมีตำรายาขั้นจินตันอยู่ในมือแล้วก็ได้!”

            “งั้นนายลองไปคุยกับปรมาจารย์ยาเหลวอั้นเซียงของพวกเราเองไหมล่ะ?!”ติงเซียงไม่ยอมอ่อนข้อ “ฉันกล้ารับประกันเลยว่า!ขอแค่สหายสวีเอ่ยปาก ปรมาจารย์อั้นเซียงสามารถแบ่งปันตำรายาล้ำค่าให้เขาได้อย่างแน่นอน!”

            ทูจิ้วกับติงเซียงจ้องกันตาเขม็ง 

            บรรยากาศแบบนี้ สถานการณ์แบบนี้... รู้สึกคุ้นเคยยิ่งนัก...

            ปรมาจารย์ยาเหลวเพียงคนเดียวในยุคสมัยปัจจุบัน!คนที่รู้จักตำรายามากที่สุดในตอนนี้... ก็คือคนที่ติงเซียงพูดถึงนั่นแหละ!

            ว่าแต่... หลังจากนี้ยังจะมีคนใช้ยาเหลวหรือยาแคปซูลอีกเหรอ!

            ผู้เฒ่าอี้ยังคงตัวสั่นไปทั้งตัว ปากเขาพะงาบๆ อยู่หลายครั้ง แต่ก็พูดไม่ออกสักทีเพราะตอนนี้หัวใจเขาเต้นเร็วเกินไป

            ตอนนี้ ความคิดของทุกคนในที่นี้ว้าวุ่นยุ่งเหยิงไม่แพ้กัน

            ความรู้สึกและความคิดมากมายที่พุ่งพล่านขึ้นมาอย่างกะทันหันทำให้พวกเขาไล่เรียงความคิดตามไม่ทันแต่ก็ไม่วายพยายามงัดไพ่ตายของตัวเองออกมา หมายให้สวีหยางอี้สนใจ

            แต่ว่าสำหรับเงื่อนไขของตระกูลอี้กลับต่างออกไป

            ตระกูลอี้...เป็นตระกูลที่ค้าขายพืชสมุนไพรวิเศษที่มีคุณสมบัติหล่อเลี้ยงวิญญาณอุ้มชูพลังปราณที่ใหญ่ที่สุดในเขตปกครองสามมณฑลทางตอนเหนือ!

            อีกทั้งยังมีผู้ฝึกตนขั้นจู้จีประจำการอยู่จึงไม่มีใครกล้าดูถูกตระกูลของพวกเขา!

            หากตระกูลที่เชี่ยวชาญเป็นเลิศด้านพืชสมุนไพรวิเศษร่วมจับมือกับปรมาจารย์โอสถจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคตกันนะ?!

            คิดได้เช่นนี้ ดวงตาของผู้เฒ่าอี้ก็เปล่งประกายแสงทองออกมาทันที วันที่ตระกูลอี้จะลุกผงาดก้าวไปสู่ขั้นที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิมอยู่ไม่ไกลแล้ว!