Ethereal เมื่อจอมเวทต้องสู้ระยะประชิด

    153 แหวก

    “ โอเค ของทุกอย่างครบ หวังว่าครั้งหน้าเราจะได้ค้าขายร่วมกันอีกนะครับ ”


    แอ็กเซลยิ้มให้กลุ่มคนสวมใส่ผ้าคลุมสีดำตรงหน้า การแลกเปลี่ยนในครั้งนี้เป็นความลับเพราะมันได้หักหน้าตระกูลเลอแฟร์ หนึ่งในตระกูลใหญ่ของดาวเฮลิก หลังจากที่แอ็กเซลได้รับทักษะระดับ 8 ดาวทั้งหมด 3 ทักษะจากอีกฝ่ายเขาจึงส่งแหวนเก็บของบรรจุร่างมอนสเตอร์สูง 100 เมตรให้แล้วจากกัน


    ขณะวิ่งทิ้งระยะห่างออกมาเรื่อยๆ แอ็กเซลก็ได้เรียกลิงออกมาหนึ่งตัวแล้วใช้งานสกิลกาฝากเปลี่ยนมันให้กลายเป็นเขาอีกร่างแล้วสวมหน้ากากให้แก่มันและตนเอง ตอนนี้ผู้คนกำลังสนใจในตัวของเขาที่เหมือนกับขุมทรัพย์เดินได้ ทักษะระดับ 4 ดาวและ 5 ดาวที่เขามีไว้ในครอบครองเยอะเกินไป นอกจากนั้นแล้วเขายังมียาระดับ 5 อีกพันกว่าโดส มูลค่าของในตัวของเขามากมายมหาศาล มันพอจะทำให้ระดับ 6 ดาวคนหนึ่งใช้ชีวิตได้สบาย


    การเดินทางคนเดียวนับว่าอันตราย เขาจึงต้องนำลิงออกมาเปลี่ยนให้กลายเป็นเขาอีก 1 ตัว อย่างน้อยมันก็น่าจะหลอกผู้คนที่พยายามมองหาใครสักคนที่กำลังเดินทางเพียงคนเดียวภายในที่แห่งนี้


    หลังจากวิ่งมาได้สักระยะแอ็กเซลก็เปลี่ยนทิศทางในการวิ่ง สถานที่ต่อไปของเขาคือซากโบราณสถานที่อยู่ทางทิศตะวันออกห่างจากจุดจอดยานไปราว 30 กิโลเมตร สถานที่แห่งนี้นับว่าอันตรายไม่น้อย แต่เขาเลือกที่จะล่าภายในนี้ก็เพราะได้ยินว่ามีคนเคยพบผลไม้ธาตุไฟที่นี่ เขาจึงอยากไปสำรวจให้เห็นกับตาว่ามันจะมีผลอื่นอยู่อีกหรือไม่


    “ อย่าแกะ อย่าเกา ให้อยู่นิ่งๆ ”


    แอ็กเซลบอกลิงของเขาให้อยู่นิ่งๆ เขากลัวว่ามันจะยกมือขึ้นมาเกาคางหรือส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย จากนั้นก็เดินเข้าไปยังจุดที่มีแชมเปี้ยนมากมายปักหลัก


    ภายในพื้นที่ที่เขาเดินทางมาถึงเต็มไปด้วยลาวาปลดปล่อยความร้อนมหาศาลออกมารอบๆ เพียงแค่เขายังไม่ได้เข้าไปยังจุดที่มีซากโบราณสถาน ความร้อนกลับเผาชุดคลุมขนสัตว์ของเขาจนมีเปลวไฟลุกไหม้ตลอดเวลาจนต้องใช้เวทน้ำแข็งคลุมร่างกายให้ตนเองและลิงเพื่อต้านทานความร้อนของพื้นที่


    หลังจากเลือกที่นั่งเหมาะๆใกล้ๆกับผู้คนที่กำลังนั่งพักบนภูเขายอดตัดที่ไม่มีลาวาปะทุออกมา สกิลติดตามของแอ็กเซลก็เปิดใช้งานโปรยเกสรออกไปดักฟังการคุยกันรอบๆ


    ในระหว่างนี้เขาก็นำทักษะระดับ 4 และระดับ 5 ที่ได้จากการแลกเปลี่ยนออกมาทำความเข้าใจโดยใช้บาเรียคลุมทับร่างเพื่อป้องกันไม่ให้ใครมองเห็นว่าเขาทำสิ่งใด


    ลิงที่นั่งอยู่ด้านข้างพยายามกวาดตามองไปรอบๆเฝ้าดูแลเจ้านายเผื่อจะมีการโจมตีพุ่งตรงมายังพวกเขา


    ฟู่!


    ทักษะร่างกายระดับ 4 ดาวถูกทำความเข้าใจ เพียงแค่แอ็กเซลโคจรพลังงานตามคำอธิบายทักษะ 1 ครั้งหน้าต่างสถานะของเขาก็ปรากฎทักษะที่พึ่งฝึกไปเมื่อครู่


    การปรากฎของทักษะในหน้าต่างสถานะทำให้ทักษะร่างกายที่มีอยู่แล้วเริ่มกระบวนการกลืนกินทักษะใหม่แล้วนำไปปรับใช้งานกับตนเอง ส่งผลให้ทักษะระดับ 4 ดาวกลายเป็นทักษะส่วนหนึ่งของทักษะดรากอนส์ไวทาลิตี้  เมื่อทักษะระดับ 4 หายไปแล้วแอ็กเซลจึงทำความเข้าใจกับทักษะร่างกายอย่างอื่น โดยเขาตั้งเป้าเอาไว้ว่าจะทำความเข้าใจกับทักษะร่างกายให้หมดก่อน จากนั้นจึงค่อยทำความเข้าใจกับทักษะเท้าตามด้วยทักษะดาบ


    “ แย่แล้ว มีทีมหนึ่งติดอยู่ในห้องหมายเลข 13 หลังจากรอให้ลาวาเย็นตัวลงแล้วเข้าไปตรวจสอบ คนที่อยู่ด้านในตายทั้งหมด ”


    “ ให้ตายสิ แบบนี้ใครจะไปสำรวจได้กัน ” 


    แชมเปี้ยนที่กลับมาจากซากโบราณสถานรายงานสถานการณ์ล่าสุดให้ทีมของพวกเขาฟังหลังจากเดินทางมาเปลี่ยนตัว การสำรวจซากโบราณสถานเป็นเรื่องยากมาก ต่อให้มันจะไม่ได้มีเส้นทางซับซ้อนราวกับเขาวงกต แต่สิ่งที่เกิดขึ้นภายในน่ากลัวเป็นอย่างมาก ทุกคนจะต้องพบกับการปะทุของลาวาร้อนที่ไม่มีการแจ้งเตือนล่วงหน้า จึงทำให้หลายคนพลาดท่าตกตายอยู่ภายในห้องใดห้องหนึ่ง


    แต่ถึงอย่างนั้นการล่าที่นี่กลับให้ผลประโยชน์ที่มหาศาลเมื่อเทียบกับความเสี่ยง ทุกคนที่เข้าไปจะได้รับผลไม้กลายพันธุ์อย่างน้อย 1 ผลหรือ 1 ต้น


    การปะทุของลาวาทำให้แร่ธาตุหายากถูกดันขึ้นมาด้านบน ส่งผลให้ต้นไม้แปลกประหลาดที่เติบโตบนลาวานำแร่ธาตุเหล่านั้นออกมาสร้างผลไม้แปลกๆมากมาย ต่อให้ลาวาจะกลืนกินพวกมันก็ตาม หลังจากที่ลาวาลดระดับลง ต้นไม้ภายในซากโบราณสถานจะยังคงมีชีวิตและสามารถออกดอกออกผลได้เช่นเดิม นับว่าเป็นเรื่องแปลกประหลาดมาก


    ท่ามกลางผู้คนที่เดินเข้าและออกจากยอดเขาแอ็กเซลที่นั่งนิ่งมาเป็นเวลา 2 วันเต็มเขาก็เริ่มลุกขึ้นยืนพลางมองจ้องไปยังลาวาร้อนทางทิศตะวันออก ห่างออกไปราว 5 กิโลเมตรเขามองเห็นสิ่งก่อสร้างบางอย่างโผล่พ้นออกมาจากบ่อลาวา ตำแหน่งนั้นคือซากโบราณสถาน ได้เวลาแล้วที่เขาจะเริ่มล่าอีกครั้งจึงพาลิงวิ่งเหยียบโขดหินที่โผล่ออกมาจากลาวามุ่งหน้าไปยังซากโบราณสถานที่มองเห็น ทันใดนั้นเองแอ็กเซลก็ได้เก็บลิงและเก็บหน้ากาก มันไม่จำเป็นอีกต่อไปแล้ว


    การล่าด้วยการปกปิดตัวตน อาจจะทำให้ทุกคนเชื่อมโยงไปถึงเขาได้  แอ็กเซลไม่ได้ต้องการปกปิดตัวตนตลอดเวลา  เขาต้องการเวลาส่วนตัวจึงขอเพียงแค่ไม่มีใครรู้จักเขาในช่วงพักเพียงเท่านั้นก็มากพอแล้ว ส่วนช่วงเวลาล่า ใครจะรู้จักเขาก็ช่างเพราะในพื้นที่ที่เต็มไปด้วยอันตราย เขามีหลายวิธีที่จะเอาชีวิตรอด


    “ ติดตาม ”


    บอลสายลมเปิดใช้งาน ด้านในของมันเต็มไปด้วยเกสรที่อัดแน่น ทันทีที่แอ็กเซลมาถึงหน้าทางเข้าเขาได้กระโจนเข้าไปในซากโบราณสถานทันที พริบตาที่เท้าเหยียบลงไปบนพื้นดิน บอลสายลมก็ได้ระเบิดปลดปล่อยแรงดันส่งเกสรให้พุ่งไปตามเส้นทางของซากโบราณสถาน ตำแหน่งใดมีช่องให้ลอดผ่านล้วนแล้วถูกสายลมของเขาพัดผ่านช่องทางนั้น 


    อย่างไรก็ตามสิ่งที่แอ็กเซลทำยังไม่มากพอจะเปิดเผยทางเดินทั้งหมดได้ เนื่องจากว่ามีหลายห้องถูกปกคลุมไปด้วยลาวาจึงมีห้องที่สายลมพัดเข้าไปไม่ได้อยู่เป็นจำนวนมาก


    ถึงอย่างนั้นแอ็กเซลกลับพอมองเห็นโครงสร้างคร่าวๆของซากโบราณสถานแห่งนี้ ต่อให้มันจะถูกลาวาร้อนบดบังก็ตาม เส้นทางที่ลมพัดผ่านสามารถพาเขาไปยังส่วนลึกของซากโบราณสถานแห่งนี้ได้


    กระบองเพชรน้อยใช้มือลูบหน้า มันรู้สึกร้อนราวกับว่าตัวเองจะละลาย พิกซี่น้อยก็เช่นกัน มันเป็นธาตุน้ำแข็งไม่ชอบเปลวไฟจึงรู้สึกร้อน แอ็กเซลจึงใช้เวทปรับอุณหภูมิรอบๆร่างกายของเขาให้เย็นขึ้นพอที่พวกมันจะไม่ร้องตลอดทาง


    มู่มู่!


    “ มีอะไรเหรอ ”


    แอ็กเซลมองไปทางฝั่งขวามือพบเข้ากับบ่อลาวาเล็กๆมีความกว้างเพียง 1 เมตรวางอยู่ด้านข้างทางเดิน  การชี้มือของกระบองเพชรทำให้เขาสงสัยว่ามีสิ่งใดอยู่ด้านในนั้น กระบองเพชรจึงอธิบายสิ่งที่สัมผัสได้ให้แอ็กเซลทราบ เขาเปิดใช้งานทักษะดรากอนส์ไวทาลิตี้จนมีพลังงานคลุมแขนขวาก่อนจะจุ่มมันลงไปในลาวาแล้วดึงบางสิ่งบางอย่างขึ้นมาจากบ่อ


    เถาวัลย์ยาวผูกติดกันเป็นเครือคือสิ่งที่แอ็กเซลลากออกมา มันคือพืชกลายพันธุ์ที่เติบโตภายในซากโบราณสถานแห่งนี้  ต่อให้จะถูกจุ่มอยู่ในบ่อลาวาก็ตามที มันกลับเติบโตได้ราวกับว่าลาวาเป็นเพียงน้ำเปล่าเท่านั้น แอ็กเซลจึงเก็บมันเอาไว้ในช่องเก็บของก่อนจะเริ่มออกวิ่งไปตามเส้นทางที่เขาสัมผัสได้ผ่านเกสรที่โปรยไปรอบๆ


    “ อย่าไปทางนั้น ”


    “ ช่วยด้วย เท้าฉันถูกกัด ”


    “ ใครก็ได้ ใช้สกิลโจมตีสิ่งนี้ที ”


    เสียงของแชมเปี้ยนส่งกลับมาเป็นระลอก เกสรที่มีเวทดักฟังนำเสียงทุกอย่างที่อยู่ใกล้พวกมันส่งกลับมาที่แอ็กเซลทำให้เขาเห็นความเคลื่อนไหวเกือบจะทุกอย่าง ถึงแม้เขาจะมองไม่เห็นภาพ ความรู้สึกที่สัมผัสได้บริเวณนั้นกลับทำให้เขารู้ว่าใครกำลังทำอะไรอยู่ กระทั่งเขาวิ่งมาถึงห้องหมายเลข 1 ที่แชมเปี้ยนตั้งมันขึ้นมาเพื่อให้รู้ว่าตนเองสำรวจถึงตำแหน่งไหน แอ็กเซลก็พบว่าภายในห้องมีแชมเปี้ยนหลายคนกำลังนั่งพักทำแผลให้ตนเอง


    อย่างไรก็ตามที่นี่กลับมีศพคนตายวางอยู่ทั่วห้อง แต่ละศพล้วนแล้วมีร่องรอยถูกไฟเผาไหม้ตามร่างกาย แต่ที่ทำให้เขาสนใจคือศพที่ตายโดยมีรอยคมเขี้ยวฝังไปบนร่าง พวกเขาเหล่านี้ตายเพราะมอนสเตอร์ที่อาศัยภายในลาวา พวกมันสามารถปรับตัวให้เข้ากับลาวาร้อนได้ จึงสามารถแหวกว่ายไปยังห้องต่างๆผ่านทางที่ลาวาไหลผ่าน


    มู่มู่


    “ เดี๋ยวค่อยกลับมาเก็บก็แล้วกัน เราจะมุ่งหน้าไปที่ห้องลึกสุดก่อน  ”


    แอ็กเซลบอกเจ้าตัวน้อยให้ช่วยกันจดจำว่าเจอผลไม้กลายพันธุ์ที่จุดใดบ้าง เขาไม่สามารถปลดปล่อยลิงออกมาไล่เก็บกวาดพืชกลายพันธุ์ได้เช่นเดิม เนื่องจากว่าที่นี่เต็มไปด้วยลาวาร้อน ต่อให้เขาจะใช้สกิลสปอร์ไปแล้วก็ตาม พลังงานความร้อนสะสมในลาวายังคงหลงเหลืออยู่ ลิงของเขาจึงไม่สามารถดึงพืชกลายพันธุ์ออกมาจากลาวาได้ แอ็กเซลจึงต้องเดินทางไปเก็บด้วยตนเอง เขาจึงวางแผนเอาไว้ว่าจะไปให้ถึงห้องที่ลึกที่สุดก่อน จากนั้นค่อยใช้เวลาที่เหลือวิ่งไปรอบๆซากโบราณสถานแห่งนี้จนใกล้ถึงวันรายงานตัวต่อกองทัพเขาถึงจะเดินทางออกไป


    สองเท้าเริ่มวิ่งเต็มกำลัง ร่างของเขากลายเป็นหมอกสีดำวูบไหวไปตามทางเดินมุ่งหน้าไปยังชั้นที่อยู่ลึกสุด ในระหว่างนี้แอ็กเซลไม่ลืมใช้สกิลเกสรและบอลลมเรื่อยๆเพราะทางเดินมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา


    “  มีบางอย่างกำลังมา ”


    กลุ่มคนที่ยืนอยู่รวมกันทั้ง 10 รีบหันกลับไปทางด้านหลัง ด้านหน้าของพวกเขาคือลาวาที่ค่อยๆลดระดับลง อีก 1 นาทีพวกเขาสามารถไปยังห้องถัดจากนี้ได้ ทันใดนั้นพวกเขาก็มองเห็นบางสิ่งบางอย่างถูกล้อมไปด้วยหมอกสีดำกำลังพุ่งมาด้วยความเร็วไว พริบตาที่ร่างนั้นปรากฎเขาก็กระโจนผ่านแชมเปี้ยนทั้ง 10 ไปด้วยความรวดเร็ว ต่อให้ด้านหน้าจะมีลาวาร้อน สิ่งที่อยู่ในหมอกกลับใช้มือแหวกม่านลาวาออกเป็นสองฝั่งก่อนจะพุ่งหายไปจากสายตาของทุกคน


    “ เมื่อกี้นี้แชมเปี้ยนเหรอ ”


    “ ใช่ เมื่อกี้มนุษย์เลยแหละ ”


    “ เขาใช้ทักษะอะไรกัน มีใครมองตามทันไหม ”


    แต่ละคนส่ายหน้า พวกเขาไม่เคยเห็นทักษะนั้นมาก่อน หากเป็นสกิลอาชีพก็ไม่มีใครเคยเห็น ชายที่วิ่งผ่านพวกเขาไปเมื่อครู่จึงกลายเป็นบุคคนปริศนาที่ไม่มีใครรู้จักตัวตน 


    เมื่อรู้ว่ามีคนวิ่งนำหน้าไป พวกเขาจึงตั้งสติแล้วใช้สกิลเปิดทาง อีกเพียง 30 วินาทีม่านลาวาก็จะจางหายไปแล้ว แต่ 30 วินาทีที่รออาจจะทำให้พวกเขาพลาดหลายสิ่งหลายอย่าง ชายที่วิ่งผ่านไปเมื่อครู่อาจจะเก็บทุกอย่างไป ทันทีที่ม่านพลังถูกแหวกออกเป็นสองฝั่งแชมเปี้ยนทั้ง 10 จึงไล่ตาม เพียงแต่ว่าชายที่แหวกม่านลาวามาก่อนหน้ากลับหายไป ทุกคนจึงรู้ว่าเขาวิ่งทะลวงลาวาไปที่อื่นแล้ว


    “ บ้าน่า ลาวาที่นี่ไม่ใช่สิ่งที่จะล้อเล่นได้ เขาทำได้ยังไงกัน ”


    ความน่ากลัวของลาวาไม่เท่ากัน ถึงอย่างนั้นส่วนที่เบาบางที่สุดกลับเป็นจุดที่พวกเขาพึ่งแหวกเข้ามา  เส้นทางด้านหน้าที่ต่อจากห้องที่พวกเขาเข้ามาถึงมีลาวาปริมาณมหาศาล ต่อให้จะแหวกได้ก็สามารถเปิดทางค้างไว้ได้แค่ 1 วินาทีไม่เกินนี้ ชายที่วิ่งผ่านพวกเขาไปกลับหายไปจากห้อง มีสิ่งเดียวที่เป็นไปได้คือเขาวิ่งทะลุกำแพงลาวาเหล่านี้ไป.




    คล้ายกับเรื่องEthereal เมื่อจอมเวทต้องสู้ระยะประชิด ที่คุณอ่าน