ก่อกำเนิด : เทพเซียน 9 วิบัติ [จบ]

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 51 ทักษะร่วมประสาน

            พลังยุทธ์ของหานหนานเทียนอยู่ในขั้นบรรพบุรุษระดับสูงซึ่งต่ำกว่าเสิ่นล่างเพียงระดับเดียวเท่านั้น ยังคงเป็นผู้แข็งแกร่งอันดับต้นๆ ในเมืองอวี่ฮว่าเช่นกัน

            แม้เสิ่นเสวียนไม่รู้ว่าทำกับพวกของเหลยต้งสามคนนั้นแล้วจะเป็นอย่างไรแต่ในความเห็นของหานหนานเทียน เสิ่นเสวียนไม่กล้าแตะต้องเขา อย่างน้อยที่สุดตอนนี้ก็ยังไม่กล้ารวมกับคนผู้นั้นที่ออกไปตามหาคนมาช่วยด้วยแล้ว ยิ่งทำให้เขามั่นใจมากขึ้น

            “ไม่เลวเลยนี่ปากแข็งยิ่งนัก แต่ข้าชอบคนอย่างเจ้าที่สุด”

            หลังจากเสิ่นเสวียนได้ยินคำของหานหนานเทียนเขาก็ยิ้มน้อยๆสำหรับเขาแล้ว ขอเพียงสู้ชนะไม่มีคนที่เขาสังหารไม่ได้ ส่วนผลที่ตามมาค่อยว่ากันทีหลัง

            เมื่อกล่าวจบ เสิ่นเสวียนดึงกระบี่เพลิงออกมาถือไว้อีกครั้งและครั้งนี้เขาต้องสังหารอีกฝ่ายด้วยมือของเขาเอง

            ก่อนหน้านี้ตอนที่สู้กับเหลยต้งเขาเอากระบี่เพลิงเล่มนี้ออกมาแล้ว ทว่าเขาเพิ่มทักษะบางอย่างเข้าไป หากไม่ได้เข้าประชิดผู้ที่มีพลังยุทธ์สูงส่งคงยากที่จะดูออกว่านี่คือศาสตราวุธของเผ่าอนธการส่วนพวกของเหลยต้งทั้งสามคนนั้น พวกเขามิอาจปริปากบอกใครได้แล้ว

            ภายในเมืองอวี่ฮว่า คนที่จำศาสตราวุธนี้ได้อย่างแม่นยำน่าจะมีเพียงเสิ่นล่างและหานหนานเทียนเท่านั้น

            ชี่ๆๆๆ!

            เสียงดังชี่ๆ ออกมาจากกระบี่เพลิงเสียดแทงเข้าไปยังเส้นประสาทของหานหนานเทียนอย่างต่อเนื่อง ในที่สุดหานหนานเทียนก็จำกระบี่เล่มนี้ได้

            “เจ้าคือคนของเผ่าอนธการ!”

            ในขณะที่หานหนานเทียนกล่าวแววตาของเขาฉายความหวาดกลัวออกมาอย่างปิดไม่มิด

            ที่พึ่งยิ่งใหญ่ที่สุดของเขาคือตระกูลซือหม่าแต่เมื่อเทียบกันแล้ว ตระกูลซือหม่าด้อยกว่าเผ่าอนธการราวฟ้ากับเหวเลยทีเดียว หากต้องล่วงเกินเผ่าอนธการจริงๆตระกูลหานต้องล่มสลายอย่างแน่นอน

            “นับว่าเจ้ายังฉลาดอยู่”

            เสิ่นเสวียนกล่าวจบก็ดีดร่างตนเองให้ลอยขึ้นใช้สองมือจับด้ามกระบี่เพลิงฟันเข้าใส่หานหนานเทียน

            หานหนานเทียนเป็นยอดฝีมือแห่งยุคเขามองเสิ่นเสวียนโจมตีเข้ามาแล้วโคจรไอพลังต่อสู้ทั่วทั้งร่างกาย ก่อให้เกิดไอพลังป้องกันตัวขึ้นในขณะเดียวกันก็เรียกขวานคู่ทองคำออกมา

            ขวานทองคำคู่นี้มีชื่อเสียงเลื่องลือในเมืองอวี่ฮว่ามันมีชื่อว่า ‘ขวานทะลวงภูผา’ซึ่งเป็นศาสตราวิเศษระดับสูง จัดอยู่ในอันดับสองของเมืองอวี่ฮว่า เป็นของล้ำค่าที่หาได้ยากแม้กระบี่เพลิงในมือเสิ่นเสวียนจะไม่เลว แต่ไม่มีการกำหนดระดับเอาไว้ มันต่างก็เป็นศาสตราวิเศษระดับสูง

            เคร้งงง!!!

            เสียงโลหะกระทบกันดังก้องไปทั่วบริเวณทำให้คนที่อยู่ในรัศมีหกลี้แก้วหูสั่นสะเทือน หลายคนต้องยกมือปิดหูเอาไว้

            กระบี่และขวานคู่ปะทะกันอย่างจังพลังสั่นสะเทือนรุนแรงทำให้เสิ่นเสวียนกระเด็นถอยหลังไปเกือบจั้ง ส่วนหานหนานเทียนที่อยู่บนยอดหอคอยโดนฟันจนกระเด็นกลับเข้าไปในหอคอย

            แล้วเขาก็ทะลุแต่ละชั้นของหอคอยลงไปถึงด้านล่าง

            ตัดสินแพ้ชนะได้ในพลังโจมตีเดียว

            “เจ้ามีพลังแค่นี้เองหรือ”

            เสิ่นเสวียนยืนอยู่กลางอากาศเหนือตระกูลหานกล่าวเสียงเรียบ

            คนตระกูลหานที่อยู่เบื้องล่างตั้งแต่ผู้อาวุโสไปจนถึงลูกหลานวัยเยาว์ต่างมีสีหน้าหวาดกลัว หานหนานเทียนคือยอดฝีมืออันดับหนึ่งในตระกูลหานแต่กลับสู้เสิ่นเสวียนไม่ได้เลย

            เมื่อครู่พวกเขามองไม่ชัดว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นที่ตระกูลเสิ่นรู้เพียงเสิ่นเสวียนไม่เป็นที่รู้จัก เพิ่งปรากฏตัวขึ้นเมื่อไม่กี่วันก่อน ทำร้ายนายน้อยอัจฉริยะในตระกูลของพวกเขาจนบาดเจ็บหนัก

            แม้นายน้อยจะมีพลังแข็งแกร่งแต่ยังด้อยกว่าผู้นำตระกูลมาก ตอนนี้แม้แต่ท่านผู้นำยังสู้อีกฝ่ายไม่ได้เลยหรือ

            หอคอยทั้งหลังกลายเป็นเศษซากไปแล้วไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ เลย เสิ่นเสวียนยืนอยู่กลางอากาศ สังเกตคลื่นพลังมิติรอบตัว

            เป็นอย่างที่คิดจริงๆ เขาสัมผัสได้ถึงไอพลังมิติที่รุนแรงจากมิติเบื้องล่างจากนั้นเสิ่นเสวียนก็โคจรพลังหลิงชี่ของตนส่งเข้าไปในกระบี่ เขาจับกระบี่ไว้แน่น ทว่ายังแสดงสีหน้าเหมือนไม่รู้เรื่องออกมา

            ขณะที่คลื่นพลังมิติแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆเสิ่นเสวียนพลันแทงกระบี่ลงไปยังมิติเบื้องล่างด้วยพลังทั้งหมด

            ฉึก!

            เลือดสดๆ ไหลทะลักออกมาจากมิติที่ว่างเปล่าจากนั้นร่างของหานหนานเทียนก็ปรากฏขึ้น ทว่าเขาในตอนนี้ไอพลังอ่อนแรงลงไปมาก เพราะกระบี่เพลิงแทงเข้าที่หน้าอกของเขาอย่างแม่นยำ

            “พลังของเจ้าอ่อนแอมากเกินไปแล้ว!”

            เสิ่นเสวียนส่ายหัว มองหานหนานเทียนตรงหน้า

            หานหนานเทียนมีพลังขั้นบรรพบุรุษระดับสูงก่อนหน้านี้เขาสู้ไม่ได้จริงๆ แต่หลังจากที่เขาบำเพ็ญเพียรถึงขั้นแก่นทองคำแล้ว เขาสามารถกล่าวได้อย่างไม่เกินจริงเลยว่าเขาเป็นผู้ไร้ศัตรูในขั้นต่ำกว่าหยวนก่อกำเนิด

            “ปล่อยเขาไป”

            ทันใดนั้นเอง มีเสียงหนึ่งดังขึ้นจากภายในตระกูลหานตามมาด้วยร่างเงาของคนสองคน

            ไอพลังของสองคนนี้ค่อนข้างเด่นชัดและมีอานุภาพรุนแรงทว่าในสายตาของเสิ่นเสวียนกลับเลื่อนลอยเป็นอย่างมาก

            ในความทรงจำของเขา นี่คือผู้อาวุโสที่มีพลังยุทธ์ขั้นบรรพบุรุษอีกสองคนในตระกูลหาน

            ขั้นบรรพบุรุษสองคนนี้มีพลังอยู่ในระดับต้นเท่านั้นด้อยกว่าขั้นบรรพบุรุษระดับสูงอย่างหานหนานเทียนเป็นอย่างมาก แต่พวกเขามีความสามารถที่คนอื่นไม่มีนั่นคือ ‘การร่วมประสาน’

            ทั้งสองคนเป็นฝาแฝดกัน มีไอพลังเดียวกันมาตั้งแต่เกิดไอพลังต่อสู้แต่กำเนิดประสานเข้าด้วยกัน หลังจากนั้นก็สร้างเคล็ดวิชาร่วมประสานขึ้นมาและฝึกฝนอยู่ด้วยกันจนถึงขั้นบรรพบุรุษที่พวกเขาไม่ปรากฏตัวออกมาก่อนหน้านี้เพราะกำลังแสดงทักษะร่วมประสานกันอยู่ด้านล่าง

            ทว่าตอนนี้ พลังยุทธ์ของทั้งสองคนต่างถึงขั้นบรรพบุรุษระดับสูงแล้วเมื่อทั้งสองคนรวมพลังกันต่อสู้และแสดงเคล็ดวิชาร่วมประสาน จะสามารถเทียบเคียงยอดฝีมือขั้นบรรพบุรุษระดับสูงสุดได้ในช่วงเวลาสั้นๆและนี่คือสาเหตุที่ตระกูลหานเหนือกว่าตระกูลเสิ่นมาตลอด

            เมื่อใดที่สองคนนี้รวมพลังกันเสิ่นเสวียนรู้ตัวดีว่ามิอาจเอาชนะอีกฝ่ายได้เลย

            “น่าสนใจ!”

            เสิ่นเสวียนมองสองคนที่เหาะขึ้นมาแล้วพยักหน้าด้วยความอยากรู้อยากเห็นเคล็ดวิชาร่วมประสานเช่นนี้ใช่ว่าไม่มีในโลกแห่งการบำเพ็ญเพียร เพียงแต่มันหายากมากแน่นอนว่ายังเกี่ยวข้องกับเคล็ดวิชาบำเพ็ญเพียรอีกหลากหลายอย่าง ไอพลังไม่เหมือนกันไม่มีทางทำสำเร็จได้ในโลกนี้ที่มีเพียงการฝึกฝนพลังต่อสู้ทำให้ลดความยุ่งยากเหล่านั้นไป

            “ไม่ตายไม่หยุดพักอย่างนั้นหรือ”เสิ่นเสวียนถามสองคนนั้น ให้พวกเขาได้เลือกเป็นครั้งสุดท้าย

            เดิมทีเขาคิดว่าสังหารหานหนานเทียนคนเดียวก็เพียงพอแล้วทว่าหากอีกฝ่ายยังคงยืนกรานจะสู้ให้ได้ เขาก็สามารถกำจัดทิ้งได้โดยไม่สนใจอะไรเลย เพราะสำหรับเขาแล้วการเก็บตัวปัญหาเช่นนี้เอาไว้สุดท้ายก็ต้องเป็นปัญหาขึ้นมาอยู่ดี นอกเสียจากคนที่เขาไม่แยแสอย่างเช่นคนในตระกูลหานที่อยู่ด้านล่างเหล่านั้น เมื่อไม่ได้เป็นภัยคุกคามต่อเขา เขาจึงขี้เกียจที่จะใส่ใจ

            “ปล่อยผู้นำตระกูลไปมีอะไรค่อยคุยกันได้”

            หนึ่งในนั้นกล่าวกับเสิ่นเสวียน

            “ปล่อยเขาไปแล้วหากพวกเจ้าโจมตีข้าอีกจะทำอย่างไร”

            “ข้าขอรับรองกับเจ้าว่าพวกข้าไม่มีทางทำเรื่องเลวทรามเช่นนั้นอย่างเด็ดขาด”

            “ได้ ข้าให้เจ้า”

            เสิ่นเสวียนยิ้มมุมปากเล็กน้อยแล้วเขาก็กระชากกระบี่ออกมาทำให้เลือดทะลักกระจายเต็มพื้น ขณะเดียวกันหนึ่งในสองคนนั้นก็เข้ามารับตัวหานหนานเทียนที่บาดเจ็บไปส่วนเสิ่นเสวียนยังคงยืนอยู่กลางอากาศ มองอีกฝ่ายว่าคิดจะทำอะไรต่อไปอยู่เงียบๆ

            แต่แล้วก็ไม่เป็นอย่างที่คิดไว้หลังจากที่สองคนนั้นรับตัวหานหนานเทียนไปแล้ว พลังของพวกเขาทั้งสามพลันประสานเข้าด้วยกันอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นร่างเดียวกันและไอพลังยังเพิ่มขึ้นด้วย

            ขั้นบรรพบุรุษระดับสูง!

            ขั้นบรรพบุรุษระดับสูงสุด!

            ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง!

            ขั้นราชัน!

            ในพริบตาเดียว ไอพลังของทั้งสามคนเพิ่มขึ้นจนถึงขั้นราชันแล้วมีอานุภาพเหนือกว่าเสิ่นเสวียนมาก อยู่ในขั้นราชันที่เรียกว่าตำนานได้แล้ว

            “ขอบคุณทั้งสองมาก”

            หานหนานเทียนสูดลมหายใจเข้าลึกๆบาดแผลที่หน้าอกสมานเข้าด้วยกันอย่างรวดเร็ว

            “เมื่อครู่นี้ข้าสู้กับเขาแล้วไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดไว้ ลงมือสังหารเขาตอนนี้เลย เพื่อไม่ให้เป็นภัยในภายหน้า”

            หานหนานเทียนกล่าวกับอีกสองคน

            “ได้!”

            ทั้งสองคนพยักหน้ารับคำโดยไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย

            สำหรับพวกเขาแล้ว เหลยต้งตายไปก่อนหน้านี้ไม่ใช่ผลงานของเสิ่นเสวียนแต่เป็นสัตว์วิเศษตัวนั้น สัตว์วิเศษตัวนั้นยังมีพลังป้องกันไฟอีกด้วย ทำให้เหลยต้งมิอาจแสดงพลังออกมาได้เลย

            ทว่าต่างจากพวกเขาอย่างสิ้นเชิงเมื่อพวกเขาร่วมมือกันแล้วไม่ได้ด้อยไปกว่าเหลยต้ง และที่สำคัญที่สุดคือพลังธาตุของอีกฝ่ายไม่ใช่ขั้วตรงข้ามกับพวกเขา

            “พล่ามจบหรือยัง”

            เสิ่นเสวียนยืนบิดขี้เกียจอยู่ข้างๆพลางกล่าว เหมือนว่าทุกอย่างนี้เป็นไปตามที่เขาคาดไว้