บันทึกราชันย์เทพอสูร

    เล่มที่ 2 บทที่ 57 ผู้ใดฆ่า

            เห็นหลิ่วเหยีนถูกเนี่ยหลีฆ่าตายไปเสียแล้วผู้ช่วยอวิ๋นฮว๋ารีบรวมร่างเข้ากับอสูรพยัคฆ์ดำเทียนซิงเขาส่งเสียงคำรามกราดเกรี้ยวออกมาและเหวี่ยงลูกเตะใส่เนี่ยหลี

            ตูม!

            เนี่ยหลีถูกผู้ช่วยอวิ๋นฮว๋าเตะใส่ท้องน้อย เขาปลิวละลิ่วไปสิบกว่าหมี่(เมตร) กระแทกเข้ากับต้นไม้และค่อยๆ ร่วงลงมา

            ผู้ช่วยอวิ๋นฮว๋าก้มลงมองซากศพของหลิ่วเหยียนที่นอนจมกองเลือดอยู่เขาโกรธเกรี้ยวอย่างยิ่ง รู้สึกว่าพลังของอีกฝ่ายมิได้แข็งแกร่งทว่าเหตุใดจึงสามารถฆ่าคนของเขาไปได้ถึงสองคน เขาจะไม่โกรธได้อย่างไร?

            “สมควรตายนัก!” ผู้ช่วยอวิ๋นฮว๋าเตะใส่ร่างของหลิ่วเหยียนหลิ่วเหยียนตายสนิทแล้ว ที่หลังศีรษะของเขาคือจุดตายหลังจากที่ถูกเกี่ยวแทงตรงจุดนี้เข้า ย่อมไม่เหลือโอกาสรอด

            เนี่ยหลีค่อยๆ ปาดเลือดที่มุมปาก และมุมปากก็ค่อยๆ ยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นเยียบหลังจากฆ่าอย่างต่อเนื่องติดๆ กันไปสองศพก็เหลือแค่ผู้ช่วยอวิ๋นฮว๋าเพียงคนเดียวแล้ว!

            “นี่มันผีบ้าอะไรกัน ไปตายซะ!” ลูกน้องสองคนถูกฆ่าตายหมดผู้ช่วยอวิ๋นฮว๋าตะโกนอย่างโมโหจัด หลังการหลอมรวมกับพยัคฆ์ดำเทียนซิงร่างกายของเขาก็ขยายใหญ่ขึ้นผู้ช่วยอวิ๋นฮว๋าผู้มีร่างกายสูงขึ้นกว่าเดิมหลายหมี่เหวี่ยงกรงเล็บลงออกไปกรงเล็บพุ่งเข้าใส่เนี่ยหลีซึ่งหลอมรวมกับจิตอสูรปีศาจเงาเรียบร้อยแล้ว

            จิตอสูรปีศาจเงาเป็นสัตว์อสูรนักฆ่า เชี่ยวชาญการลอบสังหารทว่าพลังของมันเทียบแล้วย่อมอ่อนแอกว่า ต้องอาศัยเวลาค่อยๆเลี้ยงดูมันให้เติบโตขึ้น อย่างไรก็ตามจิตอสูรพยัคฆ์ดำเทียนซิงของผู้ช่วยอวิ๋นฮว๋าเป็นสัตว์อสูรที่มีความโดดเด่นด้านพละกำลังพลังการต่อสู้ของมันแข็งแกร่งยิ่งบนร่างกายของมันยังเต็มไปด้วยยันต์ส่งเสริมสารพัดแบบ

            เห็นฝ่ามือยักษ์ของผู้ช่วยอวิ๋นฮว๋าใกล้ตะปบถึงร่างของเนี่ยหลีเงาร่างของเนี่ยหลีก็ค่อยๆ หายลับไป

            ตูม!

            ฝ่ามือยักษ์ของอวิ๋นฮว๋าตะปบใส่ต้นไม้ที่อยู่ถัดเขาไป ฉีกมันเป็นชิ้นๆ

            “เกิดอะไรขึ้น?” ดวงตาของอวิ๋นฮว๋าหรี่แคบลงทันทีเขาไม่เคยคิดว่าตนจะมาเจอกับความสามารถประหลาดเช่นนี้นึกสงสัยยิ่งว่าเจ้าสิ่งประหลาดบ้านี้คืออะไรกัน

            จิตอสูรปีศาจเงาเป็นจิตอสูรที่ลึกลับและหายากอย่างยิ่งความสามารถของมันก็พิเศษสุดดังนั้นจึงเป็นธรรมดาที่ผู้ช่วยอวิ๋นฮว๋าจะไม่เคยเห็นมาก่อน

            ผู้ช่วยอวิ๋นฮว๋าพลันบังเกิดความหวาดกลัวขึ้นมา แม้เขาเห็นศัตรูได้ไม่ชัดเจนทว่าเขาก็มั่นใจว่าศัตรูของเขาจะต้องเป็นมนุษย์ผู้หนึ่งซึ่งหลอมรวมกับจิตอสูรอย่างแน่นอนอย่างไรก็ตาม เขาไม่รู้ว่าจิตอสูรที่ศัตรูของเขาหลอมรวมด้วยเป็นจิตอสูรจำพวกใดรังสีสังหารฉายวาบขึ้นในดวงตาของเขา เขากระตุ้นให้จิตอสูรพยัคฆ์ดำเทียนซิงกระโจนไปตามต้นไม้เพื่อค้นหาที่ซ่อนตัวของเนี่ยหลี

            “เงาดำนั้นคงเป็นสัตว์อสูรจำพวกนักฆ่า!” ผู้ช่วยอวิ๋นฮว๋าครุ่นคิดความสามารถในการผลุบๆ โผล่ๆ ราวภูตผีอย่างไม่อาจคาดเดาได้ของเนี่ยหลีทิ้งความรู้สึกชื่นชมลึกลงไปในใจเขา

            ผู้ช่วยอวิ๋นฮว๋าเริ่มค้นหาไปตามผืนป่า มองหาจุดซ่อนตัวของเนี่ยหลีเนี่ยหลีขณะนี้กำลังซ่อนอยู่หลังต้นไม้ต้นหนึ่ง กลั้นลมหายใจและไม่กล้าเคลื่อนไหวไม่ว่าอย่างไร ไม่ว่าจะเป็นพลังยุทธ์ของเขาหรือพลังของจิตอสูรปีศาจเงาทั้งสองเพิ่งก้าวเข้าสู่ระดับเงิน หากเขาต้องต่อสู้ซึ่งๆ หน้า คงไม่สามารถเอาชนะผู้ควบคุมจิตอสูรระดับเงินห้าดาวเช่นผู้ช่วยอวิ๋นฮว๋าได้อย่างแน่นอน

            เนี่ยหลีได้แต่อาศัยคุณสมบัติของจิตอสูรปีศาจเงาเพื่อสังหารผู้ช่วยอวิ๋นฮว๋าเท่านั้น

            ผู้ช่วยอวิ๋นฮว๋ากำลังใกล้เข้ามาๆ แล้วไม่ช้าเขาจะต้องค้นพบที่ซ่อนของเนี่ยหลีเป็นแน่

            ซู่!

            ภายใต้การควบคุมของเนี่ยหลี จิตอสูรปีศาจเงาพลันปรากฏตัวขึ้น กรงเล็บด้านหน้าของมันเกี่ยวเข้าใส่ลำคอของผู้ช่วยอวิ๋นฮว๋า

            รับรู้ได้ถึงไอเย็นที่พัดเข้าใส่ ผู้ช่วยอวิ๋นฮว๋าไม่กล้าใจร้อนเขากระโดดถอยหลังไป หลบเลี่ยงจากการจู่โจมของเนี่ยหลี และจึงพลันหมุนตัวพุ่งเข้าหาเนี่ยหลี

            ตูม ตูม ตูม!

            กรงเล็บของจิตอสูรปีศาจเงาตวัดผ่านศีรษะของผู้ช่วยอวิ๋นฮว๋าหลายครั้งสร้างความหวาดกลัวให้แก่ผู้ช่วยอวิ๋นฮว๋าจนเหงื่อแตกเย็นเยียบ เจ้าสิ่งบ้าๆนี้น่ากลัวเกินไปแล้วสำหรับเขา แขนหน้าของมันสามารถเปลี่ยนรูปแบบเป็นสั้นเป็นยาวได้ความเคลื่อนไหวของมันก็รวดเร็วจนน่าตกใจ หากผิดพลาดแม้เพียงนิดเดียว เขาคงต้องถูกฆ่าทิ้งในกระบวนท่าเดียวเป็นแน่

            ผู้ช่วยอวิ๋นฮว๋ากระโจนถอยหนีไปกว่าสิบหมี่จึงสามารถหลบพ้นการโจมตีของจิตอสูรปีศาจเงาได้เขาผ่อนลมหายใจออกมาด้วยความโล่งอกเล็กน้อย ชั่วขณะที่เขาตระเตรียมจะลงมือจู่โจมเงาร่างของจิตอสูรปีศาจเงาตรงหน้าก็พลันพล่าเลือนหายตัวไป

            ผู้ช่วยอวิ๋นฮว๋าอดสบถออกมามิได้เนี่ยหลีที่หลอมรวมกับจิตอสูรปีศาจเงานี้รับมือด้วยยากเกินไปเขาสามารถหายตัวได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ผู้คนหาไม่พบ

            ตูม ตูม ตูม!

            ผู้ช่วยอวิ๋นฮว๋าระดมโจมตีเข้าใส่บริเวณจุดที่จิตอสูรปีศาจเงาหายตัวไปทำให้หินบนพื้นปลิวกระจายออกไปทุกแห่งหน อย่างไรก็ตามเนี่ยหลีกลับมิได้ปรากฏตัวออกมา

            “ลูกเล่นที่เจ้าผีบ้านี่ใช้ไม่ใช่ทักษะการอำพรางตัว!” ผู้ช่วยอวิ๋นฮว๋าแอบตกใจ จิตอสูรจำพวกนักฆ่าหลายชนิดจะมีทักษะอำพรางตัวทว่าทักษะอำพรางตัวนั้นมีจุดอ่อนอย่างหนึ่ง ยามโจมตีมันจะกลับปรากฏตัวขึ้นมาใหม่

            จิตอสูรปีศาจเงามิใช่ทักษะการอำพรางตัวทว่ากลับเป็นทักษะการปรับสภาพร่างกายให้โปร่งใสซึ่งเป็นทักษะที่หาได้ยากยิ่งสามารถเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นเหมือนธาตุอากาศซึ่งสามารถแทรกซึมเข้าหาศัตรูได้การหายตัวนี้มีจุดอ่อนอย่างหนึ่ง นั่นคือหลังจากที่หายตัวไปแล้วการเคลื่อนไหวจะเชื่องช้าอย่างยิ่ง เทียบได้กับเต่าตัวหนึ่งทีเดียว อย่างไรก็ตามความสามารถในการหายตัวนี้หาได้ยากนักและเป็นความสามารถอันหาได้ยากอย่างหนึ่งของจิตอสูรปีศาจเงาคนทั่วไปย่อมไม่เคยเห็นมันมาก่อน อย่าว่าแต่จุดอ่อนของมัน    

            ผู้ช่วยอวิ๋นฮว๋าหยุดมือ ผ่านไปนานแล้วก็ยังหาตำแหน่งของเนี่ยหลีไม่พบในใจเริ่มคิดจะล่าถอย ทว่าลูกน้องสองคนที่ต้องตายอยู่ที่นี่ทำให้เขารู้สึกไม่ยินยอมอย่างยิ่ง

            “สักวันหนึ่ง ไม่ช้าก็เร็ว ข้าจะทำลายพวกเจ้าทั้งตระกูลเทียนเหินเลยทีเดียว!” ผู้ช่วยอวิ๋นฮว๋ากำลังคิดชั่วร้าย ทว่าอย่างไรก็ยังเป็นแค่ความคิดแม้ตระกูลเทียนเหินจะตกต่ำลง แต่ก็ยังเป็นตระกูลชั้นขุนนางของเมืองกวงฮุย หากสมาคมมืดคิดทำลายครอบครัวตระกูลเทียนเหินพวกเขาคงต้องจัดการเมืองกวงฮุยทั้งเมืองเรื่องเช่นนี้ย่อมมิใช่สิ่งที่เขาจะตัดสินได้

            ขณะนั้นเอง มีเสียงลมเร่งรุดดังขึ้นในผืนป่าไกลออกไปเงาร่างหลายคนพุ่งตัวมาด้วยความเร็วสูง

            เป็นคนของตระกูลเทียนเหิน!

            ดวงตาของผู้ช่วยอวิ๋นฮว๋าพลันหรี่แคบ กระโจนขึ้นฟ้าหลบหนีไปอย่างบ้าคลั่ง

            ดวงตาของเนี่ยหลีหรี่แคบในเมื่อกำลังเสริมมาถึงแล้วก็ย่อมไม่มีอันใดจำต้องเป็นห่วงอีกเขาพลันปรากฏตัวกลับมา เคียวแหลมคมตวัดใส่ผู้ช่วยอวิ๋นฮว๋าทันที

            ความเคลื่อนไหวของเนี่ยหลีหลังหลอมรวมกับจิตอสูรปีศาจเงาอย่างรวดเร็วจนน่าตกใจราวกับตั๊กแตนตำข้าวตัวหนึ่งกำลังล่าเหยื่อ

            พอรับรู้ได้ถึงการจู่โจมกะทันหัน ผู้ช่วยอวิ๋นฮว๋าตะลึงงันเขาพลันหมุนตัวเพื่อหลบ อย่างไรก็ตาม เขาช้าไปก้าวหนึ่ง

            ฉัวะ!

            บาดแผลหนึ่งถูกทิ้งไว้บนน่อง เลือดก็พลันไหลทะลักออกมา

            “สมควรตายนัก!” ผู้ช่วยอวิ๋นฮว๋าคิดไม่ถึงว่าความเร็วในการโจมตีของจิตอสูรปีศาจเงาจะรวดเร็วปานนี้เทียบกับการโจมตีที่ผ่านมายังรวดเร็วยิ่งกว่าเสียอีก

            ผู้ช่วยอวิ๋นฮว๋ากระโจนห่างออกไป โลดแล่นขึ้นๆ ลงๆ และหายลับเข้าไปในป่ามืด

            ด้วยพลังยุทธ์ของเขา เนี่ยหลีคาดว่าตนคงไล่ตามไม่ทัน เสียงคนๆหนึ่งดังขึ้นเบื้องหลัง น่าจะเป็นพวกผู้อาวุโสมาถึงแล้ว ร่างของเนี่ยหลีค่อยๆ ขยับจิตอสูรปีศาจเงาก็กลับเข้าสู่อาณาเขตวิญญาณของเขา ร่างกายกลับคืนสู่สภาพปกติ

            ซู่ ซู่ ซู่!

            เงาร่างคนสามคนปรากฏขึ้นตรงหน้าเนี่ยหลี ผู้นำเป็นผู้อาวุโสเนี่ยเอินอีกสองคนคือเนี่ยเสี่ยวเฟิงและเนี่ยเสี่ยวยื่อ อายุแก่กว่าเนี่ยหลีสองปีเนี่ยเสี่ยวเฟิงเป็นผู้ควบคุมจิตอสูรระดับเงินสองดาวแล้วส่วนเนี่ยเสี่ยวยื่อเป็นนักสู้ระดับเงินหนึ่งดาว

            ความสัมพันธ์ระหว่างสองพี่น้องคู่นี้กับเนี่ยหลีไม่ค่อยดีนักพวกเขามักหัวเราะเยาะเนี่ยหลีที่มีพรสวรรค์ต่ำต้อย

            “เนี่ยหลี เจ้าให้เสียวอวี่ไปบอกว่าพบคนจากสมาคมมืดสามคน สามคนนั้นอยู่ที่ใดรึ?” ผู้อาวุโสเนี่ยเอินมองเนี่ยหลีและเอ่ยถามเสียงเข้ม เขาพลันสูดดมอากาศเข้าไปและรับรู้ถึงกลิ่นคาวเลือดที่ลอยมาจากในป่า

            “คนหนึ่งหนีไปทางทิศนั้น อีกสองคนอยู่ที่พื้น” เนี่ยหลีพูดต่อ “คนที่หนีไปได้คือผู้ควบคุมจิตอสูรระดับเงินห้าดาวเขารวมกับจิตอสูรพยัคฆ์ดำเทียนซิง ท่านผู้อาวุโส ท่านต้องระวังตัวคนผู้นั้นได้รับบาดเจ็บ ดังนั้นคงมีรอยเลือดอยู่”

            ได้ยินคำพูดของเนี่ยหลี ผู้อาวุโสเนี่ยเอินจ้องมองเนี่ยหลีด้วยความแปลกใจเขารู้สึกได้ว่าเนี่ยหลีในขณะนี้ดูเหมือนแตกต่างไปจากเนี่ยหลีที่เคยเป็น

            “ข้าจะไล่ตามมันไป พวกเจ้าสองคนอยู่ที่นี่!” ผู้อาวุโสเนี่ยเอินพูดเสียงเข้มหากคู่ต่อสู้เป็นถึงผู้ควบคุมจิตอสูรระดับเงินห้าดาวจริงๆ เช่นนั้นเสี่ยวเฟิงเสี่ยวยื่อ พี่น้องคู่นี้ก็คงไม่เป็นประโยชน์สำหรับเขา

            เนี่ยเอินไล่ตามไปยังทิศทางที่ผู้ช่วยอวิ๋นฮว๋าหนีไป ผ่านไปครู่หนึ่งเงาร่างของเขาหายลับเข้าสู่ผืนป่าที่มืดมิด

            เห็นเนี่ยเอินจากไปไกลแล้ว เสี่ยวเฟิงและเสี่ยวยื่อสองพี่สองชำเลืองมองมาทางเนี่ยหลีใบหน้าของพวกเขาฉายแววรังเกียจเดียดฉันท์

            “คนของสมาคมมืดจะมาถึงนี่ทำไมกัน หากเจ้าโกหกท่านผู้อาวุโสเนี่ยเอินเจ้าคงรู้ผลลัพธ์ดีนะ...” เสี่ยวยื่อที่ยืนอยู่ถัดไปพูดขึ้นด้วยเสียงเย็นชาเขาสวมชุดสีดำ อายุราวยี่สิบปี สูงกว่าเนี่ยหลีราวหนึ่งช่วงศีรษะใช้สายตาดูแคลนจ้องมองเนี่ยหลี

            เมื่อได้ยินคำพูดของเสี่ยวยื่อ เนี่ยหลีขมวดคิ้วมุ่นเล็กน้อยและพูด “เห็นข้าว่างมากอย่างนั้นหรือ ไม่มีอะไรจะทำจนต้องหาเรื่องหลอกพวกเจ้าเล่นหรืออย่างไร? ที่พื้นตรงนั้นยังมีอยู่สองศพพวกเจ้าไม่ลองไปดูด้วยตนเองเล่า?”

            แม้เขาไม่ชอบพี่น้องคู่นี้ จะอย่างไรพวกเขาก็ยังเป็นคนของตระกูลเทียนเหินหลังจากที่ได้ประสบกับเหตุการณ์ล่มสลายของเมืองกวงฮุยในชีวิตหนก่อนซึ่งคนในตระกูลเทียนเหินทุกคนล้วนตายใต้กรงเล็บของสัตว์อสูร ความแค้นส่วนตัวของเขาย่อมไม่นับว่ามีความหมายอันใดทว่ากับพวกเขาสองคน เนี่ยหลียังคงไม่ใส่ใจที่ปั้นหน้าพูดดีด้วย

            เนี่ยเสี่ยวเฟิงอายุมากกว่าเนี่ยเสี่ยวยื่อปีหนึ่ง มีนิสัยสุขุมกว่าเขาพึมพำกับตัวเองและชำเลืองมองเนี่ยหลี ความขัดแย้งระหว่างพวกเขามีมายาวนานแล้ว เพราะบิดามารดาของทั้งสองฝ่ายไม่ค่อยลงรอยกันอย่างไรก็ตามเนี่ยเสี่ยวเฟิงมีความรู้สึกว่าเนี่ยหลีในวันนี้ดูเหมือนจะแตกต่างไปจากเดิมกล้าตอบโต้พวกเขากลับมาอย่างมั่นอกมั่นใจยิ่ง

            ทั้งสามคนเดินตรงไปข้างหน้าระยะหนึ่งและพี่น้องเสี่ยวเฟิงเสี่ยวยื่อในที่สุดก็มองเห็นศพของหลิ่วชิงและหลิ่วเหยียน

            พวกเขาคิดไม่ถึงว่าจะมีศพสองศพนอนตายอยู่จริงๆ!

            “พวกมันตายได้อย่างไร?” เสี่ยวยื่อส่งเสียงร้องด้วยจความตกใจและพูดว่า “เป็นเจ้าฆ่าหรือ?”

            เนี่ยหลีไม่ตอบ ทว่าก้มตัวลงตรวจสอบหลิ่วชิงและหลิ่วเหยียน เขาค้นพบป้ายประจำตัวของสมาคมมืดจากตัวของหลิ่วชิงและหลิ่วเหยียน

            “เป็นคนของสมาคมมืดจริงๆ!” เนี่ยเสี่ยวยื่อร้องหึๆสองคำ “บางทีอาจจะเป็นหัวขโมยจากสมาคมมืดสองคนมาที่หมู่บ้านของพวกเราตระกูลเทียนเหินเพื่อขโมยของ สุดท้ายถูกเจ้าพบเข้า!” วรยุทธ์ของเนี่ยหลี กระทั่งระดับทองแดงหนึ่งดาวก็ยังก้าวไม่ถึงเช่นนั้นฝีมือของหัวขโมยสองคนนี้ก็คงไม่เท่าไหร่

            เนี่ยเสี่ยวเฟิงชำเลืองมองเนี่ยเสี่ยวยื่อ ใบหน้าของเขาฉายแววสงสัยเขาก้มตามลงไปและดึงเกราะระดับเงินสองสามชิ้นออกมาจากศพของหลิ่วชิงและหลิ่วเหยียนมือขวาบีบใส่ศพทั้งสองและพูดว่า “เป็นนักสู้ระดับเงินสองดาว!”

            “ระดับเงินรึ? จะเป็นไปได้อย่างไร? พี่ใหญ่ ท่านดูผิดหรือไม่?” เนี่ยเสี่ยวยื่อร้องออกมา

            “เป็นระดับเงินจริงๆ ไม่ผิดแน่ บนตัวของมันล้วนเป็นชุดเกราะระดับเงินกล้ามเนื้อ พละกำลัง คงสูงกว่าเจ้า” เนี่ยเสี่ยวเฟิงพูดปราศจากความสงสัยในน้ำเสียงแต่อย่างใด

            เวลานี้ ไม่ว่าจะเป็นเนี่ยเสี่ยวเฟิงหรือเนี่ยเสี่ยวยื่อสายตาของคนทั้งคู่ล้วนตกอยู่ที่เนี่ยหลี

            “เป็นเจ้าฆ่าหรือ?”

            เนี่ยหลียักไหล่และพูด “ข้าไม่เคยบอกว่าข้าเป็นคนฆ่าอาจจะเป็นผู้อื่นก็ได้!”

            เรื่องนี้เต็มไปด้วยความน่าสงสัยเนี่ยเสี่ยวเฟิงและเนี่ยเสี่ยวยื่อสองคิ้วขมวดมุ่น ยังมียอดฝีมือคนอื่นๆอยู่แถวนี้หรือ? ในเมื่อยอดฝีมือผู้นี้ช่วยสังหารคนจากสมาคมมืดเช่นนั้นก็คงมิใช่ศัตรูของตระกูลเทียนเหิน

            สายตาของเนี่ยเสี่ยวยื่อกวาดมองเนี่ยหลีแล้วกวาดมองอีกเขารู้สึกว่าเนี่ยหลีน่าสงสัยนัก แต่ต่อให้คิดจนสมองแทบระเบิดก็คงคิดไม่ถึงแค่เวลาสั้นๆ เพียงไม่กี่เดือน เนี่ยหลีก็สามารถก้าวขึ้นถึงระดับเงินและพลังของเนี่ยหลียังแข็งแกร่งกว่านักสู้ระดับเงินทั่วไป!

    คล้ายกับเรื่องบันทึกราชันย์เทพอสูร ที่คุณอ่าน