ก่อกำเนิด : เทพเซียน 9 วิบัติ [จบ]

    เล่มที่ 6 ตอนที่ 161 หัวหน้าโจรสลัดอากาศ

            เสียงนั้นดังมาพร้อมกับคลื่นเสียงโจมตีเริ่นเสี้ยวเทียนเห็นเข้าจึงเคลื่อนตัวมาขวางหน้าเฝิงเป่าเป่าเพื่อต้านทานคลื่นเสียงนั้นเอาไว้

            เฝิงเป่าเป่ามีพลังยุทธ์ขั้นบรรพบุรุษเท่านั้นทว่าคลื่นเสียงของอีกฝ่ายเพียงพอที่จะสังหารขั้นบรรพบุรุษได้เขาต้องเข้าต้านทานให้อยู่แล้ว

            “ไปหาน้องชายคนนั้นเขาปกป้องเจ้าได้”

            เริ่นเสี้ยวเทียนมองเสิ่นเลี่ยนที่ยืนอยู่กับเสิ่นเสวียนแล้วบอกให้เฝิงเป่าเป่าไปหาเขา

            เฝิงเป่าเป่ารู้สึกตื่นตกใจกับคลื่นเสียงจึงทำตามที่เริ่นเสี้ยวเทียนบอก มุ่งหน้าไปหาเสิ่นเลี่ยนในทันที

            “น้องชายข้าขอฝากตัวด้วย”

            “ไปอยู่ด้านหลังก็พอ”

            เสิ่นเลี่ยนกล่าวด้วยสีหน้าไร้อารมณ์แต่สามารถมองเห็นถึงความกระหายเลือดได้จากแววตาของเขา

            “เรียนรู้ที่จะยับยั้งชั่งใจ”

            เสียงของเสิ่นเสวียนดังเข้าในหูของเสิ่นเลี่ยนทำให้ความกระหายเลือดในแววตาของเสิ่นเลี่ยนจางลงเล็กน้อย

            “ขอรับ”

            เสิ่นเลี่ยนพยักหน้าให้เสิ่นเสวียนเมื่อครู่เขาเกือบละเมิดข้อห้ามไปแล้ว ข้อห้ามของจอมยุทธ์สังหารคืออิทธิพลต่อจิตใจไม่ว่าเมื่อไรหรือที่ไหนต้องทำจิตใจให้ปลอดโปร่งอยู่เสมอเพื่อพร้อมรับการต่อสู้ด้วยสภาวะที่ดีที่สุดส่วนความกระหายเลือดนั้นคือข้อเสียของจอมยุทธ์สังหารพลังยุทธ์ของเสิ่นเลี่ยนก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว แต่มีพื้นฐานค่อนข้างต่ำยังมิอาจควบคุมจิตใจอย่างที่ต้องการได้

            ส่วนเฝิงเป่าเป่ามองเสิ่นเลี่ยนและเสิ่นเสี่ยวเม่ยแล้วก็พบว่าที่แท้เสิ่นเสวียนต่างหากที่มีอำนาจอยู่เบื้องหลังอย่างแท้จริง

            “เจ้ากล้าหาญยิ่งนัก”

            เสียงของบุรุษร่างกำยำดังขึ้นตรงเข้าหาเริ่นเสี้ยวเทียนทันที

            ในน้ำเสียงของเขาเปี่ยมไปด้วยความสนใจซึ่งเรื่องที่น่าสนใจเช่นนี้ไม่ได้เกิดขึ้นมานานแล้ว

            เมื่อสามปีก่อนมีจอมยุทธ์ขั้นราชันระดับสูงสุดคนหนึ่งดูถูกพวกเขาผลสุดท้ายคือโดนเขาจัดการไป

            และเขาในตอนนั้นเพิ่งมีพลังยุทธ์ขั้นราชันระดับสูงเท่านั้น

            “เจ้าเองก็กล้าหาญไม่เบาทำไม อยากได้เงินก็เอาเงินไปสิ ทำไมยังคิดสังหารคนอื่นด้วย”

            เริ่นเสี้ยวเทียนยืนอยู่ที่เดิมจากนั้นจึงไพล่มือสองข้างไว้ด้านหลังแล้วก้าวเดินออกไป เขาหยุดลงเมื่ออยู่ไม่ไกลจากคนผู้นั้นมากนัก

            เขายืนอยู่ตรงนั้นคนเดียวแต่กลับมีอำนาจเทียบเคียงโจรสลัดอากาศเหล่านั้นได้

            ผู้คุมเรือสามคนบนเรือเสวียนอู่กำลังมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยร่างที่สั่นเทิ้มสิ่งที่พวกเขาหวาดกลัวที่สุดคือการทะเลาะวิวาทและการทะเลาะกับโจรสลัดอากาศหากทำให้อีกฝ่ายโกรธแค้นขึ้นมา เรือทั้งลำจะพินาศลงทันที

            “อ๋อ? ฮ่าๆๆ!!!”

            บุรุษร่างกำยำหยุดนิ่งไปเล็กน้อยแล้วหัวเราะขึ้นมาพร้อมกับโจรสลัดเหล่านั้น

            ไร้เดียงสาไม่กลัวตาย เขาชอบมากจริงๆ

            ตอนนี้พวกเสิ่นเสวียนเดินเข้ามาอยู่ไม่ไกลจากเริ่นเสี้ยวเทียนมากนักเหมือนเป็นคนผ่านมาดูเหตุการณ์เฉยๆ

            “ข้าสังหารใครไม่เคยมีเหตุผลมาก่อนเจ้าเองก็เหมือนกัน แน่นอนว่าหากเจ้าเอาชนะข้าได้ ข้าจะพิจารณาปล่อยพวกเขาไป”

            บุรุษร่างกำยำขี่ซือจิ้วเดินหน้าไปเล็กน้อยเพื่อให้เข้าใกล้เริ่นเสี้ยวเทียน

            “อย่าพล่ามให้เสียเวลาอีกเลยมาเริ่มกันเถอะ”

            เริ่นเสี้ยวเทียนมีเสิ่นเสวียนเป็นกองหนุนอยู่ด้านหลังตอนนี้เขาจึงไม่กลัวโจรสลัดเหล่านั้นเลย แม้แต่ผู้ศักดิ์สิทธิ์ยังสามารถจัดการได้แล้วจะต้องกลัวโจรกระจอกเหล่านี้อีกทำไมกัน

            บุรุษร่างกำยำขี่ซือจิ้วพลางยิ้มมุมปากน้อยๆด้วยความมั่นใจ

            “ข้าจะไม่รังแกเจ้าเดี๋ยวข้าจะลงจากซือจิ้วไปสู้กับเจ้า”

            บุรุษร่างกำยำกระโดดลงจากหลังของซือจิ้วในพริบตาที่กระโดดลง มิติเบื้องหน้าพลันบิดเบี้ยวแล้วร่างของเขาก็จางหายไป

            “อยากเล่นเคล็ดวิชามิติกับข้าอย่างนั้นหรือ”

            เริ่นเสี้ยวเทียนยิ้มน้อยๆรู้สึกขันที่อีกฝ่ายช่างไม่รู้อะไรเลย

            เขามาจากสำนักบุปผาเผ่าอนธการอยู่ใต้อำนาจของสำนักบุปผา หนึ่งในความสามารถที่โดดเด่นที่สุดของเผ่าอนธการคือเคล็ดวิชามิติและเคล็ดวิชามิติของสำนักบุปผาเมื่อเทียบกับเผ่าอนธการแล้วมีแต่สูงส่งยิ่งกว่า คนผู้นั้นอยากเล่นเคล็ดวิชามิติกับเขาเหมือนหยิบขวานใหญ่มาเล่นต่อหน้าหลู่ปัน[1]

            เขายอมรับว่าเคล็ดวิชามิติของเสิ่นเสวียนยอดเยี่ยมยิ่งกว่าเขาแต่สำหรับคนตรงหน้าเขานี้ เขาไม่มีทางยอมรับได้

            “ขึ้นไป”

            เขาตะโกนออกไปด้วยเสียงดังก้องจากนั้นก็โจมตีพลังหมัดออกไปกลางอากาศที่ว่างเปล่า

            เปรี้ยง!!!

            เสียงดังสนั่นหวั่นไหวเดิมทีบุรุษร่างกำยำผู้นั้นหายตัวไปแล้วกลับกระเด็นออกไปราวกระสุนปืนแล้วกระแทกใส่ร่างซือจิ้วตัวนั้นอย่างรุนแรง จึงสามารถต้านทานพลังส่วนใหญ่ไว้ได้

            “ไม่ใช่ว่าข้าดูถูกเจ้าเจ้าต่างหากที่ไม่แน่ว่าจะเป็นคู่ต่อสู้ของข้าได้แสดงทักษะของเจ้าออกมาให้หมดเลยดีกว่า”

            เริ่นเสี้ยวเทียนยิ้มเย็นมองอีกฝ่ายอย่างเหยียดหยาม

            ตอนนี้หัวหน้าโจรสลัดอากาศที่ยืนอยู่ตรงกลางผู้นั้นนั่งเท้าคางมองเริ่นเสี้ยวเทียนด้วยความสนใจ

            “เจ้า...ดีมาก”

            บุรุษร่างกำยำที่โดนหมัดของเริ่นเสี้ยวเทียนกำลังเดินกลับมาด้วยอารมณ์พลุ่งพล่านเขากล่าวออกมาเพียงแค่นั้นแล้วชี้ไปทางซือจิ้ว

            ปีกขนาดใหญ่กระพืออย่างรวดเร็วแล้วซือจิ้วตัวนั้นก็กระโจนเข้าใส่เริ่นเสี้ยวเทียน

            เมื่อเห็นซือจิ้วพุ่งมาด้วยความเร็วสูงเริ่นเสี้ยวเทียนจึงระวังตัวขึ้นมา

            บุรุษร่างกำยำผู้นั้นเขาไม่เคยเห็นค่าอยู่แล้วแต่ซือจิ้วตัวใหญ่ตัวนี้เขาต้องรับมืออย่างระมัดระวังนี่คือซือจิ้วที่โตเต็มวัยแล้ว มีพลังเหนือกว่าผู้ฝึกตนขั้นราชันระดับสูงสุดมากหากต้องเทียบพลังกันจริงๆ อาจสามารถสู้กับขั้นจักรพรรดิได้เลยทีเดียว

            แต่แม้ว่าพลังจะแข็งแกร่งกลับไม่มีสติปัญญามากนัก และนี่คือส่วนสำคัญที่ทำให้เริ่นเสี้ยวเทียนเอาชนะได้

            เคล็ดวิชามิติ

            ก่อนที่อีกฝ่ายจะกระโจนเข้ามาถึงร่างของเริ่นเสี้ยวเทียนพลันเลือนหายไปจากตรงนั้นทำให้อีกฝ่ายกระโจนเข้าใส่อากาศที่ว่างเปล่า

            เสิ่นเสวียนมองเริ่นเสี้ยวเทียนที่กำลังต่อสู้อยู่แม้เคล็ดวิชามิติดูเหมือนไม่ค่อยยอดเยี่ยมนักแต่สำหรับคนในโลกนี้เรียกได้ว่าเป็นทักษะขั้นสูง ด้วยพลังของเริ่นเสี้ยวเทียนที่แสดงเคล็ดวิชาสามารถทำให้มิติโดยรอบหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน ทะลวงผ่านมิติได้ก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ไม่คาดคิดขึ้นมาได้

            หลังจากซือจิ้วกระโจนผ่านอากาศที่ว่างเปล่าไปบุรุษร่างกำยำผู้นั้นพลันมีสีหน้าเคร่งเครียดเขามิอาจเทียบเคล็ดวิชามิติกับเริ่นเสี้ยวเทียนได้จริงๆแต่กว่าเริ่นเสี้ยวเทียนจะตอบโต้เขากลับมาได้คงสายเกินไปแล้ว

            ซือจิ้วอยู่ด้านบนทว่าบุรุษร่างกำยำกลับรู้สึกถึงความผิดปกติ จึงหันไปมองด้านบนซ้ายเล็กน้อย

            เขาเห็นว่ามีกำปั้นข้างหนึ่งพุ่งเข้ามาและใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็วโจมตีเข้าตรงหน้าผากของเขา

            พลังรุนแรงพุ่งตรงเข้าไปในหัวของเขาทันทีตัดเส้นประสาทในหัวของเขาทั้งหมด ทำให้เขาเกือบหมดสติ

            จากนั้นเท้าข้างหนึ่งเตะเข้าที่ใต้คางจนร่างหมุนควงกลางอากาศกระเด็นไปตกอยู่ใต้เท้าของหัวหน้าโจรสลัดและหมดสติไปทันที

            ซือจิ้วตัวนั้นที่ไม่มีเจ้านายแล้วถูกเริ่นเสี้ยวเทียนหลอกล่อมามันไม่อาจโจมตีเขาได้จึงพุ่งทะยานขึ้นไปบนท้องฟ้า

            “วี้ด!”

            หัวหน้าโจรสลัดอากาศผู้นั้นเป่าปากคล้ายกำลังชี้นำทำให้ซือจิ้วตัวนั้นรู้ทิศทางและบินไปทางโจรสลัดอากาศได้

            เริ่นเสี้ยวเทียนจึงดีดตัวเองขึ้นแล้วค่อยๆเหาะลงไปที่พื้นอย่างมั่นคง

            เพียงกระบวนท่าเดียวเขาสามารถจัดการโจรสลัดขี่ซือจิ้วขั้นหกได้แล้วคนหนึ่ง

            เป็นการเคลื่อนไหวที่สะอาดหมดจดและเป็นระเบียบมาก

            แปะ! แปะ! แปะ!

            หัวหน้าโจรสลัดปรบมือเหมือนกำลังชื่นชมการสังหารที่สมบูรณ์แบบของเริ่นเสี้ยวเทียนเมื่อครู่นี้

            “ขอบคุณคุณชายที่เมตตาไม่อย่างนั้นข้าคงจบเรื่องนี้ไม่ได้จริงๆ”

            หัวหน้าโจรสลัดอากาศยิ้มน้อยๆพลางกล่าวกับเริ่นเสี้ยวเทียน

            “เขาอวดดีมากเกินไปข้าแค่สั่งสอนเขาเล็กน้อยเท่านั้น”

            เริ่นเสี้ยวเทียนยิ้มบางเบาราวกับสายลมพัดผ่าน

            ผู้โดยสารที่อยู่ข้างๆมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยความรู้สึกตื่นตกใจ

            ที่แท้พวกเขายังมียอดฝีมืออยู่ด้วยยอดฝีมือเช่นนี้ไม่ธรรมดาเลยทีเดียวมียอดฝีมืออยู่ด้วยอย่างนี้พวกเขาอาจไม่ต้องเสียเงินแล้ว

            “เรื่องกฎระเบียบข้าเข้าใจดีข้าอยากหารือกับคุณชายสักหน่อย ไม่ทราบว่าคุณชายมีความเห็นอย่างไร”

            หัวหน้าโจรสลัดกล่าวพลางยิ้ม

            “มา”

            เริ่นเสี้ยวเทียนหรี่ตามองพลางทำท่าทางเชื้อเชิญ

            เขามองอีกฝ่ายไม่ออกเลยแสดงให้เห็นว่าอีกฝ่ายไม่ธรรมดา แต่เขาก็เข้าใจว่าขอเพียงเอาชนะอีกฝ่ายได้ ก็จะสามารถคลี่คลายอันตรายที่นี่ได้

            “รับไปซะ”

            หัวหน้าโจรสลัดอากาศกล่าวออกมาในขณะเดียวกันเขาที่ควรนั่งอยู่บนหลังซือจิ้วกลับปรากฏตัวขึ้นด้านหลังเริ่นเสี้ยวเทียนอย่างน่าประหลาด

            กำปั้นโจมตีเข้าใส่ตำแหน่งซี่โครงด้านซ้ายของเริ่นเสี้ยวเทียนในทันที

            “เคล็ดวิชามิติของเจ้าคงหมดประโยชน์แล้ว”

            หัวหน้าโจรสลัดอากาศกระตุกยิ้มมุมปากน้อยๆ

            ..........................................................

            [1]หลู่ปัน ถือกำเนิดที่แคว้นหลู่ ในยุคชุนชิว เป็นบุคคลที่ได้รับการยกย่องให้เป็นเทพแห่งช่างและงานก่อสร้างโดยเฉพาะช่างไม้ จนมีคำกล่าวว่า ใครกล้าอวดฝีมือขวานของตนต่อหน้าหลู่ปันคนผู้นั้นช่างไร้ยางอาย ไม่รู้จักประมาณตน

    คล้ายกับเรื่องก่อกำเนิด : เทพเซียน 9 วิบัติ [จบ] ที่คุณอ่าน