ขณะเดียวกันสำนักเฟยหยางหลังจากรู้ผลการประลองเหลียนกู่ผู้อาวุโสสูงสุดร้องคำรามออกมาด้วยความโกรธเสียงคำรามดังไปทั่วสำนักทำให้ผู้อาวุโสมารวมตัว
“เกิดอะไรขึ้นท่านผู้อาวุโสสูงสุด”เหล่าผู้อาวุโสพากันตกใจ
“พวกเจ้าดูเอาเอง”เหลียนกู่ส่งจดหมายให้เหล่าผู้อาวุโสอ่าน
“เป็นไปไม่ไม่ได้พวกมันทำเกินไปแล้ว สองสำนักรวมหัวกันชัดๆ”
“นี่มันยอมไม่ได้แล้วพวกเราสำนักเฟยหยางส่วนใหญ่จะเป็นสำนักที่ส่งศิษย์เป็นตัวแทนมากที่สุดมีที่ไหนกันที่คนของเราตกรอบทั้งหมด”
“พวกเดินทางไปสำนักอสูรกันเถอะพวกเราไม่ยอมให้จบแค่นี้แน่” เหล่าผู้อาวุโสพากันแสดงสีหน้าไม่พอใจและโกรธแค้น
“ไม่มีประโยชน์หรอกคนของพวกเราแพ้นั่นคือเรื่องจริง พวกเราประเมินพลาดไปพวกเราเอาแต่คิดว่าจี้เต้าและซางหยินจะเป็นตัวแปรที่พวกเราต้องระวังแต่ไม่คิดว่าศิษย์ของเมี่ยวอิงเยว่ผู้นี้จะซ่อนพลังเอาไว้ถึงขั้นนี้คนเพียงคนเดียวสามารถเอาชนะอัจฉริยะทั้งหมดบนสนามประลองได้อย่างง่ายดาย และข่าวลือที่ว่าเด็กนั่นคือศิษย์ของเซียนดูเหมือนจะเป็นเรื่องจริง”ผู้อาวุโสสูงสุดกล่าว
“แล้วเราจะทำยังไงหรือเราจะหันไปเล่นงานตระกูลต้วนดี”
“ใช่แล้วตระกูลต้วนนั้นถึงอย่างไรก็ไม่อาจสู้กับพวกเราได้”
“พวกโง่พวกเจ้าลืมต้วนเทียนและต้วนเฟิงไปแล้วงั้นเหรอ มีสองคนนั้นอยู่ตระกูลต้วนไม่ได้อ่อนแอเลยหากพวกเราทำอะไรไม่เข้าเรื่องหุบเขาเฟยเซียงจะต้องร่วมมือกับตระกูลต้วนทำลายพวกเราแน่พวกเจ้าอยากเห็นสำนักถูกทำลายงั้นเหรอ” ผู้อาวุโสสูงสุดกล่าว
“แล้วพวกเราจะทำยังไงจะปล่อยให้เป็นแบบนี้งั้นเหรอ”
“ไม่พวกเราลงมือตรงๆไม่ได้ก็จริง แต่ว่าเราสามารถว่าจ้างพวกนักฆ่าได้ขอแค่ไม่มีหลักฐานพวกนั้นก็เอาผิดพวกเราไม่ได้”
“จริงด้วยข้าจะรีบไปจัดการเดี๋ยวนี้” เห็นได้ชัดว่าพวกเขาก็ยังหวาดเกรงตระกูลต้วนอยู่หลายส่วนถึงอย่างไรตระกูลต้วนก็ไม่เหมือนแต่ก่อนแล้วหากพวกเขาไม่ระวังอาจจะต้องจ่ายด้วยราคาที่สูงมากแน่ๆและยิ่งตอนนี้ประมุขของพวกเขายังไม่กลับมาพวกเขายจึงทำอะไรมากไม่ได้
หลายวันต่อมาของที่อู๋เซิ่งสั่งไปก็มาส่งผู้อาวุโสระดับสูงในตระกูลต้วนมาด้วยตัวเองแต่เมื่ออู๋เซิ่งเห็นพวกเขาก็รู้ได้ทันทีว่าอีกฝ่ายพึ่งผ่านการต่อสู้ที่รุนแรงมาก
“ถูกซุ่มโจมตีจริงๆด้วยสินะ”อู๋เซิ่งกล่าว
“ไม่ผิดจากที่นายน้อยคาดการหากไม่ได้นายน้อยเตือนพวกเราได้เสียหายอย่างมากแน่ โชคดีที่ครั้งนี้พวกนักฆ่าทำผิดมหันต์”ผู้อาวุโสตระกูลต้วนกล่าว
“ถ้างั้นก็ดีพวกท่านรักษาตัวกันก่อนแล้วก่อนออกเดินทางกลับ อ้อ นี่สูตรปรุงยาชนิดใหม่หลังจากที่ท่านปู่และท่านพ่อทะลวงครึ่งเซียนแล้วค่อยเริ่มจำหน่ายไม่งั้นมันจำนำปัญหาเข้ามา”อู๋เซิ่งส่งสูตรยาให้อีกฝ่ายด้วยแววตาจริงจัง
“หรือว่าจะเป็นสูตรยาระดับครึ่งเซียน”ผู้อาวุโสตระกูลต้วนรับสูตรยาด้วยร่างกายสั่นสะท้าน
“แน่นอนมันจะช่วยให้ระดับตัดวิญญาณเพิ่มโอกาสทะลวงระดับได้หากท่านปู่และท่านพ่อยังไม่ทะลวงระดับก็ให้พวกเขาใช้เม็ดยานี้แต่การปรุงยานี้ค่อนข้างยากสักหน่อยให้พวกนักปรุงยาที่ถึงระดับตัดวิญญาณแล้วเท่านั้นที่ฝึกปรุงได้ส่วนระดับวิญญาณพวกเขายังไม่มีพลังพอที่จะควบคุมการปรุงยานี้”อู๋เซิ่งกล่าว
“ข้าจะแจ้งทุกคำพูดของนายน้อยให้พวกเขาทราบ”
“ถ้างั้นพวกท่านไปพักเถอะ”อู๋เซิ่งที่ได้รับสมุนไพรแล้วก็กลับที่พัก
“น้องเล็กผู้อาวุโสเมี่ยวให้มาตามเจ้าดูเหมือนทางสำนักอสูรอยากจะหาลือเรื่องเส้นทางการเดินทางไปยังภูมิภาคเหนือ”ต้วนหนิงเอ๋อวิ่งเข้ามา
“งั้นเหรอถ้างั้นก็ไปกันเถอะ”
อู๋เซิ่งและต้วนหนิงเอ๋อเดินเข้ามาให้ห้องโถงซึ่งมีผู้อาวุโสสูงสุดของสำนักอสูรและผู้อาวุโสเมี่ยวนั่งอยู่ข้างบนด้านล่างคือศิษย์ที่เป็นตัวแทนของสำนักนั่งอยู่
“เป็นอย่างไรบ้างเกิดเรื่องอะไรหรือไม่”เมี่ยวจื่อรู้ว่าอู๋เซิ่งให้คนตระกูลต้วนกลับไปนำสมุนไพรมาส่งให้กับตน
“ไม่ผิดจากที่พวกเราคาดการไว้อีกฝ่ายไม่กล้าลงมือตรงๆเลยส่งนักฆ่ามา” อู๋เซิ่งกล่าว
“ดูเหมือนการเดินทางครั้งนี้พวกเราจะประมาทไม่ได้จำเป็นต้องมีระดับตัดวิญญาณมากกว่านี้”ผู้อาวุโสสูงสุดสำนักอสูรกล่าว
“ข้าเองก็คิดแบบนั้นเหมือนกันข้าจะติดต่อไปยังหุบเขาเฟยเซียงให้พวกเขาส่งคนมาเพิ่ม” เมี่ยวจื่อกล่าว
“ส่วนเส้นทางพวกเราจะใช้เส้นทางที่มีผู้คนมากหน่อย หากเดินทางในที่ลับตาคนเกรงว่าพวกนักฆ่าจะดักซุ่มโจมตีได้ง่าย”
“แบบนั้นก็ดีเหมือนกันด้วยความเร็วของพวกเรา น่าจะต้องใช้เวลาอย่างน้อยครึ่งเดือนในการเดินทาง เกรงว่าจะไม่ง่ายแต่ขอแค่ออกจากภูมิภาคใต้ได้พวกเราก็ไม่ต้องกังวลแล้ว”พวกเมี่ยวจื่อเริ่มปรึกษากัน
“แล้วพวกนักฆ่านี่มาจากไหนพวกมันมีฐานที่ตั้งอยู่ที่ไหนกันแน่” อู๋เซิ่งกล่าว
“เรื่องนี้จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่รู้เลยพวกนักฆ่าพวกนี้หาตัวจับได้ยากพวกมันซ่อนตัวอยู่ทุกแห่งบางทีในร้านค้าเมื่อหลายวันก่อนอาจจะมีกลุ่มนักฆ่าแฝงตัวเข้ามาใครจะรู้แม้หลายปีก่อนสำนักพวกเราจะลงมือโจมตีหนึ่งในฐานของพวกมันไปแต่เมื่อสืบดูก็พบว่านั่นเป็นแค่สาขาเล็กๆเท่านั้น”ผู้อาวุโสสำนักอสูรกล่าว
“และการติดต่อกับพวกมันก็เป็นความลับพวกเราเคยลองสืบดูแต่กลับไม่ได้อะไรเลยแม้แต่ตอนเรื่องของเจ้า ประมุขลงมือสอบถามจากผู้อาวุโสใหญ่ด้วยตัวเองแต่ก็ไม่ได้อะไรเจ้านั่นเหมือนจะถูกบางอย่างควบคุมทำให้ไม่สามารถบอกความลับเรื่องนี้ได้”เมี่ยวจื่อกล่าว
“พันธสัญญาปีศาจงั้นเหรอเหอะ” อู๋เซิ่งพอจะเข้าใจการทำงานของอีกฝ่ายทันที
“ไม่ต้องกังวลไปหรอกหากสำนักเฟยหยางทำเกินขอบเขตไม่ต้องถึงมือพวกเรา ท่านจ้าวดินแดนไม่ปล่อยเอาไว้แน่ต้องรู้ก่อนว่าการติดต่อกับนักฆ่านั้นผิดกฎของพันธมิตร จ้าวดินแดนคนนี้เกลียดคนประเภทนี้เข้าใส้เพราะงั้นพวกมันไม่กล้าลงมืออย่างโจ่งแจ้งแน่”ผู้อาวุโสสำนักอสูรกล่าว
“เอาเถอะรอให้ข้าทะลวงขั้นวิญญาณค่อยหาทางจัดการพวกมันก็แล้วกัน” อู๋เซิ่งคิด
สำหรับนักฆ่าพวกนี้อู๋เซิ่งเองก็ไม่ชอบเช่นกันและอยากจะทำลายพวกมันให้สิ้นซากหลังจากนั้นอู๋เซิ่งก็แยกตัวออกไปปรุงยา เมื่อปรุงยาเสร็จก็เตรียมการไว้ให้พวกต้วนหนิงเอ๋อ
“ทำไมพวกเราต้องลงไปในอ่างน้ำด้วย”พวกต้วนหนิงเอ๋อมองถังน้ำที่อู๋เซิ่งเตรียมเอาไว้
“ไม่ต้องกังวลข้าแยกห้องของชายหญิงให้แล้ว”อู๋เซิ่งยิ้ม
“ข้าไม่ได้สนใจเรื่องนั้นข้าแค่ไม่เข้าใจว่าต้องแช่น้ำด้วยเหรอ”หว่านเอ๋อกล่าว
“พวกท่านจะไม่ใช้ถังน้ำก็ได้นะถ้าพวกท่านทนความเจ็บปวดไหว”อู๋เซิ่งยกยิ้มออกมา
“ข้าใช้ดีกว่า”ต้วนหนิงเอ๋อนึกถึงเรื่องที่อู๋เซิ่งบอกจึงรีบลงไปในถังน้ำและกลืนเม็ดยาลงไปทันที
“เจ้าจะดูพวกเราเปียกน้ำหรือไง”หว่านเอ๋อกล่าว
“ถ้างั้นก็ขอให้โชคดีนะแล้วอย่าร้องเรียกให้ข้าช่วยก็แล้วกัน” อู๋เซิ่งโบกมือและเดินจากไปไม่นานเสียงกรีดร้องของเจี้ยนโจวก็ดังขึ้นทำให้พวกฉินอู่เหยาเกิดลังเลกับการฝึกนี้