ตอนที่ 9
ผิดคาด
“ที่แท้พวกเราก็เดินทางเลี่ยงเส้นทางหลักก็เพราะมนตร์เสน่ห์ของมารราคะสินะขอรับ”หลังจากฟังคำอธิบายของไป๋ซิงซินเกี่ยวกับวิชามารในที่สุดชุนหยางก็เข้าใจเสียทีว่าทำไมไป๋ซิงซินถึงเลือกเดินทางผ่ากลางูเาแทนที่จะเดินทางตามเส้นทางปกติที่ผู้สัญจรทั่วไปใช้กัน
“ใช่... ข้าเชื่อว่าเ้ามีสำนึกมากพอที่จะอดกลั้นความอยากเอาไว้ได้แต่หากมนตร์เสน่ห์ของเ้าดึงดูดให้ฝ่ายหญิงเข้ามายั่วยวนเ้าเองข้ากลัวว่าเ้าจะคุมสติเอาไว้ไม่ได้”ไป๋ซิงซินตอบออกมาตรงๆจนชุนหยางได้แต่ยิ้มเจื่อนๆออกมา ถึงจะอยากบอกว่าเขาสามารถอดทนได้แต่ก่อนหน้านี้ตอนโดนซูเยว่เซียงยั่วเข้าเขาก็สติหลุดไปเหมือนกัน
“แล้วพี่ซิงซินไม่เป็อะไรหรือขอรับข้าเองก็ไม่รู้ด้วยว่ามนตร์เสน่ห์มันทำงานเช่นไร”ชุนหยางเข้าใจสาเหตุที่ไป๋ซิงซินเลี่ยงเส้นทางแล้วแต่เื่ของวิชามารนั้นชุนหยางยังไม่เข้าใจอีกมากอย่างเช่นมนตร์เสน่ห์นี้สามารถควบคุมได้หรือไม่ หากชุนหยางสามารถหยุดใช้งานมนตร์เสน่ห์ได้ดั่งใจการเดินทางอาจจะสะดวกกว่านี้ก็ได้
“ข้าเป็ศิษย์ของสำนักปราบมารสิ่งแรกที่พวกเราต้องเรียนรู้ก็คือวิธีการรับมือกับผู้ฝึกฝนวิชามาร และการรับมือกับมนตร์เสน่ห์ของมารราคะก็เป็สิ่งแรกที่ถูกสอนให้พวกข้าอยู่แล้ว”ไป๋ซิงซินตอบก่อนจะหันไปจ้องมองใบหน้าของชุนหยางผ่านหน้ากากที่นางสวมใส่บทเรียนในสำนักปราบมารนั้นมักจะเล่าถึงประสบการณ์ที่ได้พบเจอกับผู้ฝึกฝนวิชามารหลากหลายรูปแบบและหนึ่งในผลลัพธ์ที่เลวร้ายที่สุดก็คือการเผชิญหน้ากับมารราคะโดยไร้วิธีป้องกัน ยามโดนมนตร์เสน่ห์ของมารราคะเข้าครอบงำไม่ว่าจะสังหารเพื่อนร่วมสำนักด้วยมือตนเองหรือโดนเพื่อนร่วมสำนักสังหารนั้นต่างก็เลวร้ายทั้งสิ้นเพราะแบบนั้นการรับมือกับมนตร์เสน่ห์ของมารราคะถือเป็สิ่งสำคัญมากสำหรับศิษย์สำนักปราบมารเลยก็ว่าได้
“เช่นนั้น..ข้าก็ไม่ได้กำลังใช้วิชามารหลอกล่อพี่ซิงซินอยู่สินะขอรับแบบนี้ข้าค่อยโล่งใจหน่อย” ชุนหยางยามได้ยินเช่นนั้นกลับรู้สึกโล่งใจขึ้นมาทันทีชุนหยางไม่ได้ทราบว่าเหตุใดไป๋ซิงซินถึงยอมใจอ่อนช่วยเหลือตนกันแน่มันก็เลยไม่แปลกที่ชุนหยางจะเผลอคิดไปครู่หนึ่งว่าไป๋ซิงซินนั้นอาจจะโดนมนตร์เสน่ห์ของมารราคะเข้าครอบงำแล้วกำลังฝืนใจทำตามความ้าของชุนหยางหรือไม่
“นี่เป็สิ่งที่ข้าตัดสินใจจะทำตามจิตสำนึกของข้าเองเพราะข้าไม่อยากให้มีเหยื่อจากวิชามารเพิ่มขึ้นอีกก็เท่านั้น”ท่าทีของไป๋ซิงซินราวกับตนเองกำลังทำเื่ที่คนปกติธรรมดาก็ทำกัน แต่การเสียสละพาชุนหยางเดินทางไปยังเมืองกวางจิ้งที่อยู่สุดเขตตะวันออกของแผ่นดินและต้องใช้เวลาเดินทางนับเดือนนั้นไม่ใช่สิ่งที่ใครๆก็ทำกันได้ถึงมันจะเป็ผลจากความเกลียดชังวิชามารของนางแต่เพราะนางทำเพื่อชุนหยางขนาดนี้แล้วจะไม่ให้ชุนหยางรู้สึกซาบซึ้งใจได้อย่างไรทว่า...
“ว่าแต่พี่ซิงซิน ท่านกำลังมุ่งหน้าไปทางเหนือมิใช่หรือขอรับ”ถึงชุนหยางจะมีประสบการณ์เดินทางน้อยมากแต่ในวัยเด็กชุนหยางเคยติดตามบิดาเข้าไปในป่าไปหาอาหารอยู่บ้าง หากการดูทิศทางผ่านเส้นทางของดวงตะวันที่บิดาชุนหยางเคยสอนไม่ผิดพลาดตอนนี้ชุนหยางและไป๋ซิงซินกำลังมุ่งหน้าไปทางเหนือทั้งๆที่พี่ซิงซินบอกว่าจะมุ่งตรงไปทางตะวันออกมิใช่หรือ
“ทางเหนืองั้นหรือ...”ไป๋ซิงซินที่ทำหน้าที่ผู้นำทางมองไปรอบๆตัวเองด้วยท่าทีประหลาดใจหากไม่ใช่เพราะนางสวมใส่หน้ากากกระต่ายปิดบังใบหน้าเอาไว้รับรองว่าชุนหยางต้องได้เห็นใบหน้าแดงก่ำของนางเป็แน่
“นี่ท่าน...ไม่รู้ตัวเลยหรือขอรับ”ชุนหยางยิ้มเจื่อนๆออกมาด้วยท่าทีไม่อยากจะเชื่อ ก็นางเล่นเดินนำเข้าป่าอย่างมั่นอกมั่นใจแถมนางยังเป็ท่านผู้ฝึกฝนพลังิญญาที่ล้มซูเยว่เซียงได้อีกชุนหยางก็เลยไม่ได้ฉุกใจคิดเลยว่านางจะกำลังหลงทิศภายในป่าเช่นนี้
“เื่นั้น...”ไป๋ซิงซินกระแอมกระไอออกมาด้วยท่าทีเขินอาย ในยามปกติไป๋ซิงซินมักจะใช้การว่าจ้างรถม้าเพื่อเดินทางไปยังเมืองต่างๆหรืออย่างมากนางก็อาศัยการถามทางและเดินทางบนเส้นทางหลักเท่านั้นทำให้การเดินทางร่วมกับชุนหยางในครั้งนี้เป็ครั้งแรกที่นางเดินทางเข้าป่าด้วยตัวเองเื่วิธีการดูเส้นทางในป่านั้นนางแทบไม่มีประสบการณ์ติดตัวเลย
“อะไรนะขอรับ...ท่านคิดว่าแค่เดินตรงไปเรื่อยๆก็คงผ่านทะลุป่าไปได้หรือขอรับ”หลังจากได้ยินคำสารภาพจากปากไป๋ซิงซิน ชุนหยางก็ถึงกับตะลึงเมื่อได้ยินว่าไป๋ซิงซินคิดจะเดินทะลุป่าไปง่ายๆโดยไม่ได้สนใจทิศทางเลยแม้แต่น้อยความจริงในข้อนี่เล่นเอาภาพลักษณ์ผู้ฝึกฝนพลังิญญาแสนเก่งกาจของไป๋ซิงซินสั่นคลอนไปไม่น้อย
“ใช่ ก็แค่เดินตรงไปเรื่อยๆก็น่าจะทะลุป่าไปอีกฝั่งได้มิใช่หรือ”ไป๋ซิงซินตอบด้วยท่าทีประหลาดใจราวกับกำลังสงสัยว่าสิ่งที่นางทำนั้นผิดพลาดงั้นหรือ
“มันก็...” ชุนหยางไม่ทราบจะตอบอย่างไรดีเพราะหากเดินตรงไปเรื่อยๆมันก็ทะลุผ่านป่าได้จริงๆนั่นล่ะเพียงแต่ในความเป็จริงแล้วการเดินทางผ่านป่ามันไม่สามารถเดินตรงได้อย่างเดียวนี่สิเพียงแค่การเดินอ้อมโขดหินครั้งเดียวก็ทำให้เส้นตรงที่พยายามรักษาเอาไว้ขาดหายไปได้หากไม่สามารถดูทิศทางผ่านสิ่งรอบตัวได้ก็อาจจะหลงไปคนละฝั่งได้อย่างง่ายดายเลย
“อย่างไรก็เป็เพราะข้าถึงต้องเดินทางเข้าป่าเช่นนี้หลังจากนี้ให้ข้าเป็คนนำทางนะขอรับ” ชุนหยางเองก็ไปต่อว่าไปซิงซินไม่ได้เพราะสาเหตุทั้งหมดมาจากตนเองทั้งนั้นสุดท้ายชุนหยางเลยได้แต่อาสาเป็คนนำทางและเริ่มเดินทางกลับไปยังทิศตะวันออกอีกครั้งตามที่ไป๋ซิงซินวางแผนมาั้แ่แรก
“....” อาจจะเพราะเหตุการณ์หลงทิศที่เพิ่งเกิดขึ้นชุนหยางถึงได้ลองมาสังเกตแม่นางไป๋ซิงซินอย่างจริงจังอีกครั้งอาจจะเพราะนางทั้งสวมใส่หน้ากากทั้งพันผ้าปิดบังศีรษะทั้งหมดเอาไว้จนมิดชิดรวมทั้งเสื้อผ้าอาภรณ์เองก็ยังปกปิดร่างกายจนแทบไม่เหลือิัโผล่พ้นเสื้อผ้าออกมาเลยแม้แต่น้อยก็เลยทำให้ชุนหยางตัดสินความาุโของนางจากระดับฝีมือและพลังิญญาแทนในฐานะผู้ฝึกฝนพลังิญญานางแข็งแกร่งที่สุดเท่าที่ชุนหยางเคยพบมาถึงแม้ชุนหยางจะเพิ่งเคยพบผู้ฝึกฝนพลังิญญามาแค่ 3 คนเท่านั้นก็ตาม แต่เพราะไป๋ซิงซินเป็คนที่เก่งกาจที่สุดใน3 คนนั้นก็เลยทำให้ชุนหยางรู้สึกว่านางน่าจะมีความาุโอย่างมากเป็แน่ แต่หากตัดเื่ฝีมือและพลังิญญาออกไปชุนหยางกลับพบว่าไป๋ซิงซินดูไม่ใช่ผู้าุโเสียเท่าไหร่น้ำเสียงของนางเองก็ดูอ่อนเยาว์กว่าที่คิด ใบหน้าที่โผล่พ้นขอบหน้ากากออกมาก็ดูไม่ได้มีริ้วรอยอะไรหรือว่าจริงๆแล้วนางจะอายุห่างกับชุนหยางไม่มากงั้นหรือ?
“พี่ซิงซินตอนนี้เราอยู่ริมแม่น้ำทำไมไม่ลองจับปลามากินบ้างหรือขอรับ” หลังจากเปลี่ยนเป็ฝ่ายนำทางชุนหยางก็อาศัยหาที่พักใกล้ๆแหล่งน้ำเช่นเดิมและหลังจากลองสังเกตไป๋ซิงซินให้มากขึ้นชุนหยางก็พบว่าไป๋ซิงซินมักจะไม่หาอาหารจากแหล่งอื่นเพื่อประหยัดเสบียงแต่กลับพยายามกินอาหารแห้งในปริมาณที่น้อยมากเพื่อรักษาเสบียงอาหารเอาไว้ระหว่างเดินป่าแทน
“ข้า...ทำอาหารไม่เป็” ไป๋ซิงซินเลี่ยงสายตาไปมองทางอื่นก่อนจะรับสารภาพกับชุนหยางอีกเื่เสียอย่างนั้น
“แม้แต่ย่างปลาก็ไม่เป็หรือขอรับ”ชุนหยางถามย้ำอีกครั้งเพื่อความมั่นใจ ถึงจะปรุงรสไม่เป็แต่แค่จับปลานำขึ้นมาเสียบไม้ย่างก็ไม่น่าจะใช่เื่ยากอะไรมิใช่หรือ
“ทุกครั้งที่ข้าลองทำดูมันจะกลายเป็ปลาสีดำปี๋ทุกทีเลยนี่สิ”ไป๋ซิงซินพูดด้วยน้ำเสียงที่เบาลงอย่างเห็นได้ชัด แต่เดิมไป๋ซิงซินเป็ลูกคุณหนูที่ถูกเลี้ยงดูมาราวกับไข่ในหินหลังจากถูกมารสังหารสิ้นทั้งครอบครัวนางก็เข้าไปฝึกฝนในสำนักปราบมารทันทีแถมในสำนักนางยังถือว่าเป็ผู้ฝึกฝนพลังิญญาที่มีพร์เป็อย่างมากทำให้ระดับชั้นภายในสำนักของนางเลื่อนขึ้นอย่างรวดเร็วอีกด้วยหรือก็คือนางแทบไม่มีโอกาสได้ทำอาหารด้วยตัวเองเสียเท่าไหร่นั่นเอง
“ดีเลยขอรับ เช่นนั้นให้ข้าเป็คนทำอาหารนะขอรับ”ท่าทีของไป๋ซิงซินยามนี้ราวกับกำลังรู้สึกผิดที่ตนทำอาหารระหว่างเดินทางไม่ได้แต่ชุนหยางกลับยิ้มออกมาอย่างโล่งอกก่อนจะลุกขึ้นเดินไปที่แม่น้ำเพื่อจะหาจับปลามาทำอาหารเสียอย่างนั้น
“จริงๆแล้วข้ากำลังคิดอยู่เลยขอรับว่าข้าจะตอบแทนพี่ซิงซินได้อย่างไรบ้างโชคดีจริงๆนะขอรับที่พี่ซิงซินทำอาหารไม่เป็ข้าก็เลยมีโอกาสได้แสดงฝีมือ” ชุนหยางใช้มีดที่พกมาเหลากิ่งไม้ที่เก็บมาจากข้างทางให้มีส่วนปลายแหลมคมก่อนจะใช้กิ่งไม้กิ่งนั้นแทงลงไปในน้ำเพื่อจับปลาขึ้นมาทีละตัวด้วยร่างกายที่แฝงไปด้วยพลังิญญาทำให้ความเร็วของชุนหยางเพิ่มขึ้นมากปลาในน้ำยังไม่ทันเห็นเงาของกิ่งไม้ที่พุ่งเข้ามาก็โดนจับได้เสียแล้ว
การทำอาหารถือเป็หนึ่งในทักษะที่ชุนหยางตั้งใจเรียนรู้จากพวกพี่พี่สาวใช้เป็อย่างมากถึงในป่าจะไม่มีเครื่องปรุงครบถ้วนแต่ชุนหยางก็ยังสันหาวัตถุดิบภายในป่ามาช่วยปรุงแต่งรสชาติของปลาที่จับมาได้อย่างยอดเยี่ยมยามนำปลาสดๆมาย่างกับไฟจนผิวนอกกลายเป็สีเหลืองทองนั้นมันยังส่งกลิ่นน่าลิ้มลองออกมาจนไป๋ซิงซินยังต้องตกตะลึง
“เชิญเลยขอรับ” ชุนหยางย่างปลาจนสุขก็นำปลาย่างมาใส่เอาไว้ภายในกระทงใบไม้ที่ทำขึ้นมาใช้แทนจานก่อนจะยื่นไปให้ไป๋ซิงซินก่อนเป็คนแรกไม่นึกเลยว่าทักษะการทำอาหารของชุนหยางจะน่าเหลือเชื่อเช่นนี้ กลิ่นหอมและรสชาติที่ััได้ในปากแทบไม่ต่างอะไรกับฝีมือหัวหน้าแม่ครัวที่เคยทำงานให้กับตระกูลไป๋ในสมัยก่อนเลย
“อร่อยจริงๆ...” เดินทางร่วมกับไป๋ซิงซินมาหลายวันแต่นี่เป็ครั้งแรกที่ชุนหยางได้เห็นไป๋ซิงซินยิ้มแย้มออกมาเป็ดั่งที่พี่พี่สาวรับใช้บอกจริงๆอาหารอร่อยนั้นทำให้ผู้คนยิ้มได้เสมอ
“เช่นนั้นหลังจากนี้ข้าจะทำให้กินบ่อยๆนะขอรับ”ชุนหยางได้รับคำชมพลันยิ้มกว้างอย่างยินดี อย่างน้อยความรู้สึกที่ได้เข้าใจไป๋ซิงซินมากขึ้นก็ทำให้ยามเดินทางนั้นไม่อึดอัดเสียเท่าไหร่ทว่า...ความใกล้ชิดที่มากขึ้นนี้กลับส่งผลร้ายกับชุนหยางอย่างคาดไม่ถึง แม้ชุนหยางจะพยายามควบคุมสายตาและการกระทำเอาไว้เสมอแต่ไป๋ซิงซินก็ยังเป็สตรีอยู่ดียามอยู่ใกล้นางความรู้สึกกระหายจากเคล็ดวิชามารราคะก็ค่อยๆทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆยิ่งผ่านไปนานวันชุนหยางก็ต้องใช้ความพยายามมากขึ้นเพื่อระงับความอยากเอาไว้ หากเขาลงมือทำอะไรกับพี่ซิงซินก็เท่ากับว่าเขาทรยศทั้งความหวังดีของไป๋ซิงซินและทรยศความมุ่งมั่นของตนเองเพราะฉะนั้นเขาจะต้องควบคุมความรู้สึกนี้ให้ได้