The Legend of Altea: โลกเวทมนตร์แห่งเทพธิดา

    ตอนที่96 บุกดันเจี้ยน3

              “พวกเรารีบกำจัดมอนสเตอร์รอบๆแล้วไปรวมกลุ่มกับพวกเซซิเลียกันเถอะ”

              เรเวลเสนอแบบนั้น

              “อืม”

              ลูน่าพยักหน้าตอบตกลง

              หลังจากนั้นมอนสเตอร์บริเวณรอบตัวในมุมหนึ่งของดันเจี้ยนชั้นที่2ก็ถูกกำจัดหมดในเวลาไม่นาน

              เรเวลกับลูน่าเดินไปรวมกลุ่มกับพวกเซซิเลียและห้องSคนอื่นๆตรงปากทางบันไดลงสู่ชั้นที่3

              “ชั้นที่2 ใช้เวลาเคลียร์ประมาณ2ชั่วโมงครึ่ง ถือว่าเร็วเอาเรื่องอยู่นะคะ”

              “ทุกคนคงจะเริ่มชินแล้วน่ะ….แถมการประสานงานของหลายปาตี้ก็ดีขึ้นด้วย”

              เหล่าสมาชิกห้องSต่างพากันเดินลงบันไดสู่ชั้นที่3 

              “เดี๋ยวก่อน..คราวนี้ฉันนำเอง”

              เซเลน่ากระชากคอเสื้อเรเวลแล้วดึงไปข้างหลัง

              “นายน่ะ..เด่นเกินไปแล้ว….”

              “เอ๊ะ!..อะ…เอ่อ..ครับ…เชิญท่านเซเลน่านำเลยครับ”

              “หึ..”

              เซเลน่าเดินนำลงบันไดไปคนแรก

              เซซิเลียถอนหายใจเล็กน้อยแล้วเดินตามเธอไป

              ส่วนเรเวลกับลูน่าเดินตามหลังเซซิเลีย

              #ดันเจี้ยนชั้นที่3#

              สภาพของดันเจี้ยนในชั้นนี้กลับมาเป็นคริสตัลผลึกสีฟ้าอีกครั้ง

              ส่วนเรื่องภูมิศาสตร์นั้นถือว่ากว้างกว่าชั้นที่1และ2มาก

              “ดูเหมือนดันเจี้ยนแห่งนี้จะมีโครงสร้างเป็นรูปกรวยแบบคว่ำลงนะคะ”

              “พูดง่ายๆคือยิ่งลงไปชั้นลึกเท่าไหร่ก็จะยิ่งกว้างขึ้นงัั้นหรอ?”

              “ทำนองนั้นค่ะ….แต่ไม่ใช่แค่นั้นหรอกนะคะ”

              เสียงมอนสเตอร์เหยียบพื้น

              "แฮร่……."

              ---------------------------------

              [ฮ็อบก็อบลิน]

              มอนสเตอร์: LV32

              เผ่า: นักรบ

              รายละเอียด: ผู้พิทักษ์ดันเจี้ยน

              --------------------------------

              [ชาร์แมนก็อบลิน]

              มอนสเตอร์: LV32

              เผ่า: ผู้ใช้เวทย์

              รายละเอียด: ผู้พิทักษ์ดันเจี้ยน

              -----------------------------

              [มินิก็อบลิน]

              มอนสเตอร์: LV32

              เผ่า: นักรบ

              รายละเอียด: ผู้พิทักษ์ดันเจี้ยน

              -----------------------------

              “เผ่าพันธุ์ของมอนสเตอร์เปลี่ยนไปต่างจากชั้นที่ผ่านมาค่ะ”

              “แล้วระดับเลเวลล่ะ?”

              “เท่าเดิมค่ะ..อยู่ที่32”

              “เป็นมอนสเตอร์ประเภทก็อบลินงั้นสินะ” 

              ก็อบลิน..มอนสเตอร์สายนักรบที่หายาก..

              นักผจญภัยหลายคนคิดว่าพวกมันกระจอก...แต่จริงๆแล้วไม่ใช่แบบนั้น

              ฮ็อบก็อบลิน เป็นก็อบลินที่ตัวใหญ่ยักษ์ ร่างกายสูง2เมตร แถมยังถือกระบองหนามไว้ที่มือด้วย

              ชาร์แมนก็อบลิน เป็นก็อบลินขนาดกลาง ร่างกายสูง1.5 เมตร ถือคฑาหินไว้ที่มือ

              มินิก็อบลิน เป็นก็อบลินขนาดเล็ก ร่างกายสูงไม่ถึง1เมตร แต่ถือมีดเล่มเล็ก2เล่ม

              "แฮร่.."

              มินิก็อบลิน หลายตัวถีบพื้นพุ่งเข้ามาโจมตีแนวหน้า

              เรเวลหลบคมมีดที่เฉียดผ่าน..

              ‘เร็ว..เร็วมาก..นี่เลเวลเท่ากับโกเล็มจริงๆงั้นหรอ’

              เซเลน่าเองก็หลบการโจมตีแล้วโต้กลับเหมือนกัน

              ‘เวทย์ไฟ-อิมแพ็คพันซ์’

              “!”

              มินิก็อบลินหลบหมัดของเซเลน่าที่ชกเข้ามา..แล้วใช้มีดคู่สวนกลับไป

              “ชิ..”

              เซเลน่าตีลังกาหลบ..ใช้มือแตะที่พื้น..แล้วเหวี่ยงเท้าเตะสวนเข้าที่คาง

              “แอร็ก!!…”

              มินิก็อบลินหน้าสะบัดพร้อมกับแรงเตะ..แถมยังฟันร่วงหมดปาก

              ชาร์แมนก็อบลินที่อยู่ด้านหลังถือคฑาแล้วร่ายคาถาบางอย่างที่มนุษย์ฟังไม่ออก

              ลูน่าเห็นท่าไม่ดีจึงรีบตะโกนบอก

              “ระวัง!!”

              เธอรีบร่ายสกิล..ชิงตัดหน้าชาร์แมนก็อบลินทันที

              ‘เวทย์มิติ-กระสุนแรงโน้มถ่วง’

              กระสุนสีม่วงถูกยิงจากปากกระบอกปืนพุ่งไปยังชาร์แมนก็อบลิน

              “โฮฮฮฮฮฮ….”

              ฮ็อบก็อบลินรีบวิ่งมาเอากระบองหนามปัดกระสุนนั้นเพื่อปกป้องชาร์แมนฯเอาไว้

              ‘เพล้ง….วูบบบบ’

              เกิดอักขระแสงสีม่วงที่ใต้เท้าของฮ็อบก็อบลิน..หลังจากนั้นเกิดแรงโน้มถ่วงกดฮ็อบก็อบลินจนหน้าจมติดกับพื้นทันที

              การโจมตีของลูน่าพลาดเป้าอย่างน่าตกใจ

              “รีบหยุดมอนสเตอร์ถือคาฑาไว้เร็ว!!!!”

              ลูน่าพยายามร่ายสกิลต่อ…แต่ว่าไม่ทัน

              คฑาของชาร์แมนฯเปล่งแสง

              เกิดสายฟ้าฟาดทั่วทั้งห้องดันเจี้ยนอย่างรุนแรง

              นักเรียนห้องSทุกคนติดสถานะชา..จนต้องนั่งคุกเข่าลง

              ไม่เว้นแม้แต่เซซิเลียกับเซเลน่าเช่นกัน 

              “มอนสเตอร์ร่ายเวทย์มนต์งั้นหรอ..บ้าน่าเป็นไปไม่ได้”

              เรเวลร่ายสกิล <กลาดิเอเตอร์ไดร์ฟ>ทันทำให้รอดพ้นจากการโจมตีเมื่อกี้ได้แบบหวุดหวิด  

              ลูน่าหายเข้าไปในประตูมิติแล้วไปโผล่ด้านหลังชาร์แมนฯก่อนที่สายฟ้าจะผ่าถูกตัวเธอ

              “โทษทีนะ..แต่การโจมตีของแกใช้กับฉันไม่ได้ผลหรอก”

              ลูน่าเตะชาแมนฯลอยกระเด็นไปหาเรเวล

              ‘กลาเดียร์คอมโบ’

              ร่างกายของชาร์แมนฯแหลกสลายในพริบตา

              ชาร์แมนฯอีกตัวพยายามร่ายเวทย์

              ฮ็อบก๊อบลินพยายามโจมตีลูน่า..แต่ว่าเธอกระโดดหลบ

              รูอันรีบร่ายสกิลที่ลบสถานะผิดปกติ 

              ‘เวทย์ลม-การชำระล้างแห่งสายลม’

              ลมสีเขียวกระจายไปทั่วจนครอบคลุมสมาชิกห้องSทุกคน

              เซเลน่าที่เริ่มขยับตัวได้เริ่มทำท่าหัวร้อนทันที

              “หนอยแน่…ทำแสบมากนะ..พวกแก!!!!”

              มินิก็อบลินกับฮ็อบก็อบลินประสานงานกันพุ่งเข้ามาโจมตี…แต่ถูกเซซิเลียขัดขวางไว้

              “ถึงตาพวกฉันเอาคืนบ้างแล้วนะคะ”

              ‘เวทย์พืช-อาณาเขตแห่งสวนดอกไม้’

              มอนสเตอร์ประเภทก็อบลินในอาณาเขต200เมตรทั้งหมดเข่าทรุดลงกับพื้นเนื่องจากพละกำลังถูกดูดหายไป..ไม่เว้นแม้แต่ชาร์แมนฯเช่นกัน…และหากเซซิเลียยอมสละพลังเวทย์(MP) 10%…ย่อมสามารถสร้างเถาวัลย์จากกลีบดอกไม้มาพันธนาการศัตรูไว้…แต่ว่าไม่จำเป็นแล้ว

              นักเรียนห้องSคนอื่นๆเห็นมอนสเตอร์ล้มลงในสภาพขยับตัวไม่ไหวท่ามกลางสวนดอกไม้ที่ผุดขึ้นกลางดันเจี้ยน….ทุกคนรีบฉวยโอกาสพุ่งเข้าไปฆ่ามอนสเตอร์ทันที

              นอกจากนี้สเตตัสด้านความเร็วของสมาชิกห้องSแต่ละคนก็เพิ่มขึ้นถึง 87% จากผลลัพธ์ของ<อาณาเขตแห่งสวนดอกไม้>ด้วย

              “ย้ากกกกก….”

              ‘ฉัวะะ…’

              “ตายซะ….”

              ‘ฉึกๆๆๆ…’

              มอนสเตอร์ภายในอาณาเขตแห่งสวนดอกไม้ถูกจัดการได้ในเวลาไม่นาน…ส่วนมอนสเตอร์นอกอาณาเขตนี้ได้ถูกลูน่ากับเรเวลกำจัดหมดแล้ว

              การเคลียร์ดันเจี้ยนชั้นที่3จบลงในเวลาไม่ถึง 1 ชั่วโมง

              #ดันเจี้ยนชั้นที่3 ณ บันไดทางลงสู่ชั้นที่4# 

              “ถึงมอนสเตอร์ในชั้นที่3จะเลเวลเท่ากับชั้นที่2..แต่ความแข็งแกร่งแตกต่างกันมากเลยนะคะ” เซซิเลียออกความเห็นแบบนั้น

              “เหอะ..ก็แค่ประมาทไปหน่อยเท่านั้นแหละ…เจ้าพวกนี้ฝีมือจริงๆก็ไม่เท่าไหร่หรอก..ยังไงเลเวลมันก็เท่ากับโกเลมในชั้นที่2..ไม่น่าสร้างความแตกต่างได้ถึงขนาดนั้น”

              เซเลน่ากอดอกแล้วยืนบ่น

             “แต่ชั้นที่3นี้คงต้องบอกตรงๆเลยนะคะ..ถ้าหากมาคนเดียวนี่เผลอๆอาจจะตายโดยไม่ทันตั้งตัวก็ได้..เพราะระดับสติปัญญาและความแข็งแกร่งของมอนสเตอร์สูงจนน่าตกใจเลยค่ะ”

              เซซิเลียพยายามกล่าวแย้งเซเลน่า…แน่นอนว่าความจริงย่อมเป็นแบบนั้น..เพราะต่อให้เลเวลเท่ากัน..ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเก่งเท่ากันเสมอไป

              “ฉันว่าเซซิเลียพูดถูกนะ..ดูท่าทางในชั้นถัดไปคงต้องระวังมากขึ้นละ”   

              เรเวลถือหอกสีขาวเงินแล้วเดินเข้ามาคุย

              “นอกจากนี้...ตามข้อมูลที่อาจารย์เอเรนเคยบอกว่ามอนสเตอร์ในดันเจี้ยนมีเลเวลอยู่ที่ 30-35 ถ้าหากมอนสเตอร์แค่เลเวล32 ในชั้นที่3 ยังมีภัยคุกคามมากขนาดนี้..แล้วมอนสเตอร์ที่อยู่ชั้นล่างๆภัยคุกคามจะมากขนาดไหนกันนะ..”      

              ห้องSทุกคนหันมามองที่เรเวล

              “ที่สำคัญ...ดันเจี้ยนแห่งนี้ยังเคยมีนักสำรวจที่เดินทางมาสำรวจแล้วหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยด้วย…ฉันเองก็จำไม่ค่อยได้…แต่ที่แน่ๆถ้าข้อมูลนี้เป็นเรื่องจริง..ไม่คิดว่ามันน่ากังวลบ้างหรอ?” 

              “ถ้าขึ้นชื่อว่านักสำรวจดันเจี้ยน..เลเวลพวกเขาไม่ควรจะต่ำกว่า40นะ…และมอนสเตอร์ที่เลเวลระดับใกล้เคียง40ก็มีไม่มากด้วย..ฉันคิดว่าไม่มีทางที่พวกเขาจะหายไปเพราะถูกมอนสเตอร์ฆ่าตายหรอก”

              ชีน่าเดินขึ้นมาจากแนวกลาง..แล้วเสนอความเห็นแบบนั้น

             “ส่วนมอนสเตอร์ที่เลเวลเกิน40 ก็คงมีแต่ในป่าปีศาจเท่านั้นแหละ..และพวกนั้นก็ไม่ได้ถูกเรียกว่ามอนสเตอร์แล้วด้วย” ลูน่ากล่าว

              “ถ้างั้นนักสำรวจพวกนั้นหายตัวไปเพราะอะไรกันล่ะ?”

              รูอันเดินขึ้นมาจากแนวหลัง..แล้วกล่าวถาม

              “…”

              เกิดความเงียบขึ้นในหมู่นักเรียนห้องSขึ้นมาทันที

              หลายคนเริ่มเอามือกอดตัวเอง…เพราะรู้สึกขนลุกซู่ขึ้นมา

              “เซซิเลีย..ฉันว่าเพื่อความไม่ประมาท..เธอรีบใช้เมล็ดจำลองแผนที่ตอนนี้เถอะ..จำลองดันเจี้ยนแห่งนี้ขึ้นมาทั้งหมดเลย…” เรเวลกล่าว

              “เข้าใจแล้วค่ะ”

              ‘เวทย์พืช-เมล็ดจำลองแผนที่’

              เซซิเลียหย่อนเมล็ดขนาดประมาณ1ฝ่ามือลงบนพื้นผลึกคริสตัล

              เมล็ดสีเขียวจมเข้าไปในผลึกแล้วเกิดแสงสว่างเล็กน้อย

              เกิดข้อความบางอย่างขึ้นในเลนส์แว่นตาข้างซ้าย

              “ดูท่าทางจะไม่ไหวนะคะ….ดันเจี้ยนแห่งนี้มีขนาดใหญ่มาก..ไม่ได้มีแค่10ชั้นแน่ๆ…ดูท่าทางหากจะจำลองทั้งหมดคงใช้เวลาไม่ต่ำกว่า2-3วันแน่นอนค่ะ”

              “งั้นหรอ..ถ้างั้นจำลองแค่ถึงชั้นที่10ก็พอ”

              “คงต้องรอสักพักนะคะ..”

              “อืม”

              .

              .

              5นาทีผ่านไป

              .

              .

              30นาทีผ่านไป

              .

              .

              1 ชม.ผ่านไป

              .

              .

              “เซซิเลียตอนนี้ได้ถึงไหนแล้ว”

              “ถึงชั้นที่4แล้วค่ะ”

              เซซิเลียหงายฝ่ามือแล้วแสดงแผนที่3มิติขึ้นมา

              เกิดแสงรูปทรงสามมิติที่มีพีระมิดอยู่ตรงส่วนยอด

              ส่วนฐานล่างพิระมิดมีลักษณะเป็นชั้นๆโดยแต่ละชั้นมีภาพรวมคล้ายทรงกระบอกแบบสั้น

              ภายในทรงกระบอกนั้นมีก้อนหินขรุขระงอกขึ้นมากมาย..ซึ่งมีโครงสร้างคล้ายถ้ำผลึก

              “นี่คือชั้นที่1-2ที่พวกเราผ่านมาค่ะ..ส่วนพวกเราอยู่ตรงนี้”

              เซซิเลียชี้ไปยังจุดสีแดงกลุ่มใหญ่ตรงรอยต่อระหว่างชั้นที่3กับ4

              “ฉันว่าทำแบบนี้มันเสียเวลานะ..เจ้ากระต่ายคงกังวลมากเกินไปเองแหละ…อาจารย์เอเรนก็บอกแล้วไม่ใช่หรอ..ว่าถ้าไปไม่ลึกเกินกว่าชั้นที่10ก็จะไม่อันตรายน่ะ…เขาถึงยอมปล่อยให้นักเรียนอย่างพวกเรามาสำรวจกันไง…และการมามัวรอคอยแผนที่จำลองแบบนี้มันจะทำให้พวกเราไปถึงชั้นที่10 ไม่ทันใน3วันได้นะ..” ลูน่ากล่าวเตือนขึ้นมา

              “ใช่แล้วล่ะ..ฉันเห็นด้วย..พวกเรารีบไปชั้นที่4กันต่อเถอะเซซิเลีย..” เซเลน่ากล่าว

              เซซิเลียหันหน้ามามองเรเวล

              “อืม..เอางั้นก็ได้..”

              เด็กหนุ่มพยักหน้า

              “เข้าใจแล้วค่ะ..ถ้างั้นก็ตามใจพวกคุณแล้วกัน”

              เซซิเลียยกเลิกการจำลองแผนที่ชั่วคราว…แล้วเก็บแผนที่โฮโลแกรม3มิติหายเข้าไปในฝ่ามือ

              ‘ชิ..ตามใจไอผมขาวมันน่ะสิไม่ว่า…ทำไมไอหมอนั่นมันไม่ตายไปตั้งแต่ตอนสู้กับเงาสีดำนั่นนะ’ 

              เซเลน่าเม้มปากแน่นแล้วสบถด่าเรเวลในใจ  

              “งั้นพวกเราไปชั้นที่4ต่อกันเถอะ”

              เรเวลกล่าวแล้วเดินนำไป

              “เดี๋ยวก่อน!!..เจ้าบ้า…ฉันนำเอง!!…”

              เซเลน่ากระชากคอเสื้อเรเวลแล้วดึงไปด้านหลังด้วยความหมั่นไส้....แต่ตอนนั้นเองเกิดสิ่งที่ไม่คาดคิดขึ้น

              เรเวลสะดุดก้อนหินหลังเท้าตัวเอง

              “วะ…เหวอออๆ….” 

              ตัวเขาเซไปด้านหลังชนกับเซเลน่า

              “ยะ..อย่ามาถูกตัวฉันนะ!!..”

              เซเลน่าผลักเรเวลจนกระเด็นไปข้างหน้า..แต่จังหวะนั้นตะขอบนเกราะเอวของเด็กหนุ่มไปเกี่ยวกับกระโปรงตรงช่องว่างระหว่างเกราะต้นขาของเธอ

              “ชะ…ชิบหายแล้ว"

              ทั้งเด็กสาวและเด็กหนุ่มถูกลากไปด้วยกันทั้งคู่จนตกบันไดไปพร้อมกัน

              ‘ปั๊ก....ตุบ…ปึก…ตุบๆๆ….’

              “หนอยแน่แก…ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ”

              เซเลน่าตัวติดกับเรเวล

              “ก็พยายามอยู่เนี่ยครับ!!…”

              เรเวลโดนเซเลน่าชกไปที่ท้องตรงช่องหว่างระหว่างเกราะ

              “อุ้ก..!!”

              “ปล่อยฉันนะยะ”

              เนื่องจากบันไดระหว่างดันเจี้ยนค่อนข้างสูงและชันมากๆ..ทำให้การกลับตัวเพื่อตั้งหลักเป็นไปได้ยากยิ่ง

              จนในที่สุดเด็กหนุ่มและเด็กสาวร่วงลงไปด้วยกัน..จนไปถึงดันเจี้ยนชั้นที่4

              #ณ ดันเจี้ยนชั้นที่4#

              “ตุบ..ตุบ...ตุบ...ตุ้มม..”

              เซเลน่าตัวติดกับเรเวลร่วงลงมากระแทกพื้นคริสตัลสีเขียวในดันเจี้ยนอย่างแรง

              แรงกระแทกระหว่างตกบันไดเมื้อกี้นี้..นำมาสู่ท่วงท่า…ที่คาดไม่ถึง

              ริมฝีปากของเรเวลไปสัมผัสถูกแก้มอันนุ่มนิ่มของเซเลน่าโดยบังเอิญ

              เด็กหนุ่มนอนคร่อมอยู่บนตัวของเด็กสาวหลังตกบันได..ในสภาพราวกับจูบแก้มคนรักในท่านอน

              เด็กสาวกับเด็กหนุ่มหน้าแดงขึ้นมาทันที

              "0//0"

              ‘อึก..ยะ..แย่แล้วว…ตัวเราเพิ่งเคยถูกเด็กผู้ชายจูบแก้มครั้งแรกเลยนะ…ไม่นะ..นี่มันอะไรกัน..เอาหน้าออกไปจากแก้มฉันเดี๋ยวนี้นะ'

              หัวใจของเซเลน่าเริ่มเต้นแรงขึ้นมา

              "ตึกตัก..ตึกตัก...ตึกตัก"

              ใบหน้าของเด็กสาวเริ่มแดงขึ้นเรื่อยๆ

              ‘ยะ..แย่แล้ว…ตอนตกบันไดทำให้ปากเราไปถูกแก้มของเธอแบบไม่ตั้งใจ..งานนี้โลกแตกแน่ๆๆ’

              เรเวลรีบขยับริมฝีปากของตัวเองออกจากแก้มของเซเลน่า

              “ขะ…ขอโทษนะครับ..ขอโทษนะครับ..”

              ตัวเขากล่าวขอโทษในสภาพนอนคร่อมอยู่บนตัวเธอ..จากนั้นรีบแก้ปมบนตะขอที่เกี่ยวระหว่างชุดเกราะกับกระโปรงทันที

              "..."

              เซเลน่าตัวแข็ง..หน้าแดง..ตาลอยค้างเติ่งอยู่ในห้วงภวังค์

              เด็กสาวยอมให้เด็กหนุ่มนอนคร่อมโดยไม่ขัดขืน

              หลังแก้ปมเสร็จ..เรเวลรีบผละออกจากตัวเซเลน่า..

              ตัวเขาลุกขึ้นแล้วก้มหัวขอโทษหลายครั้ง

              “ขอโทษครับ…ขอโทษครับ…ขอโทษครับๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ….”

              เซเลน่าที่นอนนิ่งอยู่กับพื้นเพิ่งตั้งสติได้

              "..!!"

              ใบหน้าของเธอเริ่มเปลี่ยนจากสีแดงระเรื่อ..เป็นสีหน้ามืดมน

              เซเลน่าค่อยๆประคองตัวเองแล้วยืนขึ้นมา

              “อึ้ยย..”

              เรเวลหยุดชะงักเมื่อจ้องมองไปยังดวงตาสีชมพูของเธอ..ที่เสมือนมีเปลวไฟสีดำลุกท่วมอยู่ภายใน

              “นี่แก…บังอาจมาแต๊ะอั๋งราชวงศ์อย่างฉันงั้นหรอออ!!!!!!!”

              “ปะ..ป่าวนะครับ…เมื่อกี้มันเป็นอุบัติเหตุ…ผะ…ผมไม่ได้ตั้งใจจริงๆ”

              พลังเวทย์ของเซเลน่าเริ่มเพิ่มสูงขึ้น

              มอนสเตอร์เริ่มแหวกผนังถือกำเนิดออกมา

              “ฉันไม่สนว่าเซซิเลียจะคิดยังไงแล้ว…แต่วันนี้..ฉันจะต้องฆ่าแกให้ได้เลย…แกตายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย!!!!!!!!” 

              “เหวออออ…ๆๆๆ….”

              เรเวลหลบหมัดของเซเลน่าที่ชกเข้ามา

              แต่เซเลน่ากระชากคอเสื้อเรเวลเอาไว้

              ‘เวทย์ไฟ-ซอร์ดเบลด’

              ถุงมือ1ข้างของเซเลน่าเปลี่ยนกลายเป็นดาบแห่งเปลวเพลิง

              เธอเหวี่ยงดาบฟันไปที่คอของเรเวล…แต่เรเวลใช้เกราะมือปัดดาบนั้นได้ทัน…แล้วถีบตัวเธอออกไป

              มอนสเตอร์2ตัวกระโดดโจมตีมาที่เรเวล

              ‘เวทย์ไฟ-โรลลิ่งสเปียร์’

              มอนสเตอร์ตัวขาด2ซีก

              มอนสเตอร์ตัวอื่นๆกระโดดเข้าไปโจมตีเซเลน่า

              “อย่ามาเกะกะ!!…”

              ‘เวทย์ไฟ-โซลิดวิง’

              มอนสเตอร์จำนวนมากตัวขาดกระเด็นท่ามกลางปีกแห่งเปลวเพลิง

              ‘เวทย์ไฟ-คมเขี้ยววิหคเพลิง’

              เซเลน่าเปลี่ยนตัวเองเป็นลูกศรพุ่งทะลุทะลวงมอนสเตอร์เข้าไปหาเรเวล

              “ตายซะ….ไอผมขาววววววที่ชอบล่อลวงผู้หญิง”

              ‘เวทย์ไฟ-กงเล็บวิหคเพลิง’

              ถุงมือของเซเลน่าเปลี่ยนเป็นกงเล็บที่ลบล้างเวทย์มนต์ได้ทุกชนิด

              ‘เวทย์ไฟ-ไลน์นิ่งไดรฟ์’

              เรเวลถีบพื้นหลบการโจมตีได้แบบฉิวเฉียว

              มอนสเตอร์ที่โดนลูกหลง…ถูกหั่นเป็นชิ้นๆ

              'ชิ..ยัยนี่มันเลือดขึ้นหน้าจนไม่สนอะไรแล้ว'

              เซเลน่ารัวๆการโจมตีใส่เรเวล..แต่เรเวลอาศัยสถานะ<ไลน์นิ่งโหมด>ทำให้หลบได้สบายๆ

              “อย่าได้ใจให้มากนักนะ…คิดว่าเกิดมาหน้าตาดีแล้วจะจูบแก้มใครก็ได้งั้นหรอ!!!”

              “ท่านเซเลน่านั่นมันไม่ใช่คำด่าแล้วนะครับ!!!!…ตั้งสติหน่อยสิ…มันแค่อุบัติเหตุเองนะ”

              เรเวลหลบการโจมตีของเซเลน่า..พร้อมกับพยายามพูดให้เธอเข้าใจ

              “ฉันไม่เชื่อคนอย่างแก…ฉันจะฆ่าแกให้ได้เลย”

              ‘เวทย์ไฟ-อาชูร่าริปเปอร์’

              เซเลน่าตวัดมือสร้างตาข่ายแห่งเปลวเพลิงพุ่งไปที่เรเวล

              สถานะ<ไลน์นิ่งโหมด>เหลืออีก1วินาที

              ‘ชิ..หลบไม่ทันแล้ว’

              ‘สเปียร์โพรเท็คชั่น’

              เกิดโล่แห่งเปลวเพลิงคลุมรอบตัวเพื่อป้องกัน 

              ‘วูบบบบบ’

              ตาข่ายแห่งเปลวเพลิงหั่นโล่จนแหลกละเอียดกลายเป็นเศษลูกเต๋า

              การโจมตีลากผ่านตัวเด็กหนุ่มไป

              “อ้ากกก…ร้อนนน..”

              ความรู้สึกร้อนฉ่าราวกับลุกไหม้ปรากฎขึ้นเสมือนร่างกายถูกหั่นเป็นชิ้นๆ

              ‘เจ็บวู้ยยยยย.....สกิลอันนี้ของเธอ..เราป้องกันไม่ได้งั้นหรอ!..’

              ทุกส่วนบนร่างกายที่ชุดเกราะโลหะป้องกันไม่ถึงเกิดความเสียหายอย่างหนัก

              เกิดรอยแผลจำนวนมากบนตัวเรเวลรวมทั้งแก้มก็มีรอยบาดที่มีเลือดซึมทะลักออกมา

              <อาชูร่าริปเปอร์> สกิลที่เพิกเฉยต่อการป้องกันทุกชนิด..สามารถหั่นวัตถุที่เกิดจากเวทย์มนต์และสกิลได้..แน่นอนมอนสเตอร์ที่พลังชีวิตต่ำย่อมตายในพริบตา

              ตาข่ายแห่งเปลวเพลิงพุ่งไปเรื่อยๆแล้วหั่นมอนสเตอร์รอบๆกลายเป็นลูกเต๋า

              “แกตายซะ!!…”

              เซเลน่าพุ่งเข้ามาจะโจมตีใส่เรเวลต่อ..แต่เด็กหนุ่มเร่งความเร็ว..เตะเข้าไปที่เกราะอกของเธอจนตัวเธอลอยกระเด็นไปฝังกับกำแพงผนังคริสตัล

              “ก็ได้…ถ้าอยากจะสู้นัก..ฉันจะเป็นคู่ต่อสู้ให้เอง…ยัยบ้าพูดไม่รู้เรื่องเอ้ยยย”