ตอนที่เก้าสิบแปด อยู่ร่วมจักรวาล
ในบรรดาสายศาสนาจะบอกว่าพวกทรงเจ้าเข้าผีทำนายทายทักนั้นผิดหลักศาสนา
ทั้งที่ตามตำนานนักปราชญ์ทั้งสามก็สามารถทำนายการมาถึงของพระผู้ไถ่
ศาสนาพุทธก็ทำนายระหว่างทางเลือกของจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่และมหาศาสดาจากพวกพราหมณ์
หากเราเอาตามตำราของศาสนาเอง
คือการพยายามจะอธิบายที่เกี่ยวพันกับเหตุการณ์เรื่องราวในยุคนั้นๆ
ที่ต้องอยู่ร่วมสมัยเดียวกันกับศาสนาอื่นๆ
เราไม่ได้เถียงว่าพระเยซูเป็นบุตรพระเจ้าหรือตัวพระเจ้าเองหากจะเถียงกันระหว่างนิกาย
เราไม่ได้เถียงว่าพระพุทธเจ้าตรัสรู้จริงหรือไม่
แต่ที่เราเอามาจากคัมภีร์ต้นกำเนิดศาสนานี้ได้ตรงกันคือ
การทำนายทายทักมีอยู่จริง
หากมีนักปราชญ์ทำนายทายทักการมาถึงของพระผู้ไถ่หรือการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้าได้?
ทำไมถึงกล่าวหาว่าคนที่ทำนายทายทักได้คือของหลอกลวง?
เรื่องใหญ่ๆอย่างการมาถึงของพระผู้ไถ่หรือการตรัสรู้ของท่านมหาศาสดาเรายังรู้ได้เลย
แค่หาว่าอะไรซ่อนอยู่ที่ไหน
ทำไมถึงคิดว่าทำกันไม่ได้ตามหลักศาสนาที่สอนกันมาภายหลัง?
การที่พราหมณ์ทำนาย “พลาด”
ที่ว่าอาจจะเป็นจักรพรรดิที่ยิ่งใหญ่หรือมหาศาสดานั้นไม่ใช่เรื่องใหญ่ในด้านการทำนาย
นิกายเจไดอธิบายเรื่องนี้ไว้อย่างละเอียดว่าคือ
Shatter Point
จุดแตกแยกของโชคชะตา
ว่าโชคชะตาอยู่ที่การเลือกของบุคคล
หากอนาคินเลือกปราบพัลพาทีนแทนที่จะเข้าร่วม
สาธารณรัฐและนิกายเจไดก็จะคงอยู่ต่อไป
หากอนาคินเลือกเข้ากับพัลพาทีน
ก็จะเกิดจักรวรรดิอวกาศเกิดขึ้นนิกายเจไดโดนล้มล้าง
เราคงไม่เอาทางแยกอนาคตสองทางมาหาว่าพราหมณ์หรือปรมาจารย์โยดาไม่เก่งหรอกใช่ไหม?
หากพระเยซูเลือกคุกเข่าและบูชาซาตาน
หากอนาคินเลือกช่วยอาจารย์วินดู
หากพระพุทธเจ้าเลือกทางของมหาจักรพรรดิ
โชคชะตาของจักรวาลและอวกาศคงไม่มีวันเหมือนเดิมอย่างแน่นอน
แต่อนิจจา
ศาสนาหลักนั้นพยายามราวกับจะลบการทำนายทายทักออกไปจากจักรวาลที่ตนเองอยู่หลังจากที่ได้พระผู้ไถ่หรือพระพุทธเจ้ามาในมือของตนเองแล้วว่าไม่จริงเพ้อฝันไร้สาระ อย่าไปเชื่อ
หากเราเป็นเอทิสม์คงอธิยายได้ง่ายมากๆว่าไร้สาระทั้งเพศาสนามันใช้มุกเดียวกันนั่นล่ะ
แต่หากเรานับถือศาสนาก็คงต้องลำบากหน่อยเช่นการที่ต้องอธิบายว่า
นั่นมันต้องใช้สกิลระดับนักปราชญ์ผู้รู้หรือท่านปรมาจารย์โยดา
ไม่ใช่ระดับคนกิ๊กก๊อกที่ไหนที่อื่นที่พวกเจ้านับถือน่ะของหลอกหลวง ของข้าสิคืออาจารย์ผู้รู้ของจริงท่านแค่มาหลบในดาวดาโกบาฮ์เท่านั้น แต่ท่านคือเป็นปรมาจารย์นิกายเจไดมาก่อนเลยนะท่านแค่มาปลีกวิเวกตามป่าเขาและหนองน้ำเพราะไม่อยากให้ใครมารบกวนรบจากการกวาดล้างของเจ้าหน้าที่บ้านเมือง แต่ทักษะการทำนายของท่านไม่ธรรมดาขนาดปัดกระสุนปืนเลเซอร์ได้ด้วยซ้ำ
สูด สูด สูด
อาจารย์คงยังคงสูบบุหรี่อีกสามมวนพร้อมกันตาเหลือกไปด้านหลัง
“แค่ก วัวของเจ้าอยู่ที่ท้ายจอมปลวกตรงแถบบ้านใต้บ้านหลังคาสีเขียวรากไม้ได้เอาไปผูกไว้รวมกับวัวของตนเอง แค่กแค่ก”
อาจารย์คงทำนายวัวหายให้กับชาวบ้านที่มาถามหาวัว
“ขอบคุณอาจารย์คงมากจ๊ะ”
ชาวบ้านยกมือไหว้ท่วมหัวด้วยความซาบซึ้ง
“คนต่อไป”
ลูกศิษย์ลูกหาก็พยายามจัดคิว ตั้งสายสิญจน์กั้นไว้อย่างเป็นระเบียบเลียนแบบธนาคารในปัจจุบัน
ชาวบ้านแต่ละคนมาตามบัตรคิวและที่ที่กำหนดไว้อย่างเป็นระเบียบมากขึ้นตั้งแต่ไอ้เจิดมาจัดการบริหารงานใหม่ให้
ซึ่งทำให้อาจารย์คงสามารถช่วยเหลือชาวบ้านได้ต่อวันมากกว่าเดิม
แม้จะทำให้เจิดคิดว่า
ตกลงอาจารย์เราจะเป็นถุงลมโป่งพองตายไปก่อนไหมนี่?