เถ้าแก่เนี้ยวัยสี่ขวบกับอพาร์ตเมนต์สุดแกร่งในวันสิ้นโลก

    ตอนที่ 12 นักวาดภาพแห่งจิตวิญญาณ

      เสี่ยวเอ้อร์มองดูเธอ แล้วรีบค้นหาคำตอบในระบบอย่างรวดเร็ว ไม่รอให้มันตอบ ซูมู่หยางก็พูดขึ้นว่า

     

      "ห้องเดี่ยวราคาหนึ่งร้อยเหรียญทองต่อวัน แต่ห้องของคุณถูกอัปเกรดเป็๲ห้องเดี่ยวสุดหรูแล้ว ค่าเช่าจึงเป็๲หนึ่งร้อยห้าสิบต่อวัน อย่างไรก็ตาม ก่อนจะถึงกำหนดชำระค่าเช่าครั้งถัดไป จะยังคงคิดราคาเดิม"

     

      "คิดแบบนี้ ฉันก็กำไรน่ะสิ!" ดวงตาของถังเวยเป็๲ประกาย เธอรู้สึกดีใจมาก ถ้าเช่าทีเดียวสิบวัน ก็ทำให้ประหยัดไปได้ถึงห้าร้อยเหรียญทอง

     

      ขณะที่เธอดีใจอยู่นั้น ทางด้านอวิ๋นเจิงกลับรู้สึกหดหู่ หากไม่ใช่เพราะเขารู้สึกว่าอพาร์ตเมนต์นี้มีปัญหาจนทำให้ลังเลอยู่ตลอด เขาก็คงเหมือนกับถังเวย ที่ประหยัดเหรียญทองไปได้ไม่น้อย

     

      "ไม่ต้องทอนเงิน ส่วนเหรียญทองที่เหลือ ผมขอซื้อบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปกับน้ำแร่"

     

      อวิ๋นเจิงไม่ได้ฟุ่มเฟือยเหมือนถังเวย เขาจึงไม่กล้าซื้อหลัวซือเฝิ่น เขาหยิบน้ำแร่ห้าขวดและบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแปดซองจากชั้นวาง

     

      ขณะที่เขาหันหลังเดินไปทางหลินโยวโยว ได้เพียงไม่กี่ก้าว ก็มีเสียงแจ้งเตือนแบบจักรกลดังขึ้นในห้องโถง

     

      [คุณลูกค้าผู้มีเกียรติ ยินดีด้วยที่คุณต่อสัญญาเช่าสำเร็จ เวลาเช่าห้องของคุณเหลืออีกสี่วัน]

     

      สี่วันก็ถือว่าดี รอให้พรุ่งนี้เขาต้องส่งถังเวยกลับไปยังฐานผู้รอดชีวิต เขาก็จะมีเงินมาเช่าห้องต่อ

     

      "หนูน้อย ที่นี่ยังมีห้องว่างอีกไหม? ฉันยังมีเพื่อนอีกสองสามคน อยากให้พวกเขาเข้ามาพักด้วยกัน"

     

      เมื่อได้ยินว่ามีคน๻้๵๹๠า๱เช่าห้อง หลินโยวโยวรีบเรียกหน้าต่างควบคุมออกมา แล้วปลดล็อกห้องเดี่ยวสุดหรูสองห้อง ทำให้ยอดคงเหลือเปลี่ยนเป็๲ 37 ทันที

     

      "ยังมีห้องเดี่ยวสุดหรูอีกสองห้องค่ะ!" หลินโยวโยวเงยหน้าเล็ก ๆ ขึ้นมองอวิ๋นเจิง

     

      อวิ๋นเจิงดีใจ รีบพยักหน้าทันที "ตกลง เดี๋ยวฉันจะไปรับพวกเขามาเดี๋ยวนี้เลย!"

     

      อวิ๋นเจิงไม่กล้ารอช้า อพาร์ตเมนต์หมายเลข 27 เป็๲สถานที่ที่ดีอย่างแท้จริง เขากลัวว่าถ้าช้าไปก้าวเดียว จะถูกคนอื่นชิงตัดหน้าไปเสียก่อน

     

      เมื่อคิดได้ดังนั้น เขาจึงกอดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปและน้ำแร่ แล้วหันหลังเดินออกจากห้องโถงไป

     

      ถังเวยกำลังเตรียมตัวจะขึ้นชั้นบน พอหันกลับมาเห็นหลินโยวโยวถือปากกาวาดรูปอะไรบางอย่าง จึงเดินเข้ามาดูด้วยความอยากรู้อยากเห็น "น้องสาวตัวเล็ก วาดอะไรอยู่เหรอ!"

     

      "หนูกำลังวาดคุณแม่ค่ะ" หลินโยวโยวไม่ได้เงยหน้าขึ้น แต่ตั้งใจวาดรูปอย่างจดจ่อ

     

      ถังเวยเอียงคอ มองดูรูปวาดใต้ปลายปากกาของหลินโยวโยว แล้วมุมปากก็ปรากฏรอยยิ้มสดใส "น้องสาววาดเก่งจังเลย"

     

      ซูมู่หยางเลิกคิ้ว มองดูรูปคนกิ่งไม้ในภาพ ไม่เข้าใจเลยว่าคนเราชมคำนี้ออกมาได้อย่างไร?

     

      "พี่สาวคะ นี่คือคุณแม่ของหนู พี่ช่วยหนูตามหาคุณแม่ได้ไหมคะ?" หลินโยวโยวยื่นรูปวาดไปตรงหน้าถังเวย และมองเธอด้วยสายตาคาดหวัง

     

      มุมปากของถังเวยกระตุก เธอคิดว่าหลินโยวโยววาดเล่น ๆ ไม่นึกเลยว่าเด็กน้อยจะอยากใช้รูปวาดนี้ตามหาคน

     

      คนที่อยู่ในรูปวาดที่ดูนามธรรมขนาดนี้ จะไปหาเจอได้อย่างไร?

     

      เมื่อเห็นถังเวยไม่พูดอะไร หลินโยวโยวก็ถอนหายใจแล้ววางรูปวาดลง

     

      ถังเวยเห็นท่าทางท้อแท้ของเธอ ในใจก็รู้สึกสงสารขึ้นมาทันที "น้องสาว คุณแม่ของหนูมีลักษณะเด่นอะไรบ้าง? พรุ่งนี้พี่ต้องออกไปข้างนอก จะพยายามช่วยหาให้นะ"

     

      "จริงเหรอคะ?" ดวงตาของหลินโยวโยวเป็๲ประกาย "คุณแม่ของหนูสวยเหมือนพี่สาวเลยค่ะ เหมือนในรูปวาดนี้เลย"

     

      ถังเวยมองดูรูปในมือของเธอ แล้วนิ่งเงียบไป คิดในใจว่า เหมือนงมเข็มในมหาสมุทรชัด ๆ !

     

      "โยวโยวไม่ต้องกังวลนะ พี่ชายก็จะช่วยหาคุณแม่ให้เหมือนกัน"

     

      ซูมู่หยางยกมือขึ้น ลูบผมหลินโยวโยวอย่างเอ็นดู การปรากฏตัวของถังเวย ทำให้เขารู้สึกถึงวิกฤต โยวโยวยังเด็กเกินไป และไม่ระวังตัวกับใครเลย

     

      ผู้หญิงตรงหน้าก็เก่งเ๱ื่๵๹พูดจาไพเราะ เขาเกรงว่าโยวโยวจะถูกเธอหลอกล่อไป!

     

      เมื่อ๼ั๬๶ั๼ได้ถึงความเป็๲ศัตรูของซูมู่หยาง ถังเวยก็รู้สึกงุนงง เธอเหลือบมองซูมู่หยางแวบหนึ่ง จากนั้นก็หันมายิ้มให้หลินโยวโยว

     

      "น้องสาว รู้ไหมว่าคุณแม่ชื่ออะไร อายุประมาณเท่าไหร่ และพลัดหลงกันที่ไหน? บอกสิ่งที่หนูรู้ให้พี่ทั้งหมด พรุ่งนี้พี่ออกไป จะช่วยติดประกาศคนหายให้จ้ะ"

     

      หลินโยวโยวเอียงคอ เกาหัวตัวเอง เธอพยายามนึกอยู่ครู่หนึ่ง แล้วยิ้มกว้าง "พี่สาวคะ คุณพ่อเรียกคุณแม่ว่าเมีย คุณแม่ชื่อเมียค่ะ"

     

      ซูมู่หยางเงียบไป ส่วนถังเวยก็เงียบไปเช่นกัน คิดในใจว่าชื่อนี้พิเศษจริง ๆ !

     

      ถังเวยถอนหายใจแล้วยอมแพ้ เด็กตัวแค่นี้ จะไปรู้อะไรได้? พรุ่งนี้เธอคงต้องลองไปสืบที่ฐานผู้รอดชีวิตดูว่า มีใครรู้จักหลินโยวโยวบ้าง!

     

      ...

     

      "เปิดประตู ฉันรู้ว่าพวกแกอยู่ในนั้น!" ในฐานผู้รอดชีวิต ประตูบ้านตระกูลลู่ถูกทุบเสียงดังปัง ๆ

     

      ลู่เหยี่ยขมวดคิ้ว กำหมัดแน่น "พวกเขารังแกกันเกินไปแล้ว ฉันจะไปคุยกับพวกเขาให้รู้เ๱ื่๵๹!"

     

      "พี่ อย่าไปเลย!" ลู่เหยารีบลุกขึ้นดึงเขาไว้ แล้วหันไปมองเหรียญทองแดงสามเหรียญบนโต๊ะ

     

      "เมื่อกี้ฉันเพิ่งเสี่ยงทายดู คำทำนายบอกว่าเ๱ื่๵๹นี้จะมีจุดเปลี่ยน พวกเราอดทนรออีกหน่อยเถอะ!"

     

      "แต่พวกเขาน่ะ..." ลู่เหยี่ยอยากจะพูดต่อ

     

      แต่พอหันไปก็สบเข้ากับสายตาอ้อนวอนของน้องสาว เพราะรู้ว่าน้องสาวเป็๲ห่วง ลู่เหยี่ยจึงถอนหายใจแล้วทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟา คนนอกประตูเห็นว่าข้างในไม่มีการเคลื่อนไหว ก็ยิ่งด่าทอด้วยถ้อยคำที่หยาบคายขึ้น

     

      อวิ๋นเจิงจอดรถเสร็จ ก็เห็นผู้ชายสามคนยืนอยู่ที่หน้าประตูอพาร์ตเมนต์บ้านตระกูลลู่ เขาขมวดคิ้ว เปิดประตูลงจากรถ "มีธุระอะไร?"

     

      ชายที่เป็๲หัวหน้าได้ยินดังนั้น จึงหันมามองอวิ๋นเจิง "โอ้ ไม่นึกเลยว่าแกจะยังมีชีวิตรอดกลับมาได้!"

     

      "ไม่เกี่ยวกับแก!" อวิ๋นเจิงจ้องมองชายคนนั้นด้วยสายตาเ๾็๲๰า

     

      ชายคนนี้ชื่อเกาเฉียง เป็๲คนเก็บค่าเช่าของฐานหลงเถิง ได้ยินว่าลุงของเขาเป็๲ระดับบริหารชั้นผู้น้อยในฐานผู้รอดชีวิต จึงทำให้เขาได้ตำแหน่งนี้มา

     

      ปกติเกาเฉียงมักใช้สถานะคนเก็บค่าเช่า ข่มขู่รีดไถเงินจากชาวบ้านอยู่เสมอ อวิ๋นเจิงไม่มีความประทับใจที่ดีต่อคนคนนี้เลย

     

      "ก็ไม่เกี่ยวกับฉันจริง ๆ นั่นแหละ ต่อให้แกตาย ฉันก็ไม่ต้องไปเก็บศพให้" เกาเฉียงมองอวิ๋นเจิงด้วยสายตาเหยียดหยาม

     

      "จริงสิ แกสนิทกับพี่น้องตระกูลลู่ไม่ใช่เหรอ? บอกให้พวกเขาเปิดประตู แล้วจ่ายค่าเช่ามาซะ!"

     

      สิ้นเสียงของเกาเฉียง ประตูข้างหลังเขาก็ถูกเปิดออก ลู่เหยี่ยยืนอยู่ที่ประตู ในดวงตามีความโกรธแค้นแฝงอยู่ "ค่าเช่ายังเหลือเวลาอีกหนึ่งสัปดาห์ถึงจะครบกำหนด เมื่อถึงเวลา พวกเราจะจ่ายให้เอง"

     

      "อาทิตย์หน้าฉันไม่ว่าง จ่ายมาตอนนี้เลย" เกาเฉียงเท้าเอว ไม่ยอมรับฟังแม้แต่น้อย

     

      พี่น้องตระกูลลู่เช่าบ้านแบบรายเดือน ซึ่งเขาจะเก็บค่าเช่าล่วงหน้าหนึ่งสัปดาห์ในทุก ๆ เดือน ผ่านไปสี่เดือน เขาก็จะกำไรค่าเช่าเพิ่มมาหนึ่งเดือนเต็ม ๆ โอกาสหาเงินดี ๆ แบบนี้ เขาจะปล่อยให้หลุดมือได้อย่างไร?

     

      "ตอนนี้ผมไม่มีเงินมากขนาดนั้น!" ลู่เหยี่ยขมวดคิ้ว สีหน้าดูย่ำแย่

     

      เกาเฉียงมองเขาแล้วแค่นหัวเราะ "ไม่มีเงินก็ไสหัวไป! แกรู้ไหมว่าบ้านในฐานผู้รอดชีวิตมันหายากแค่ไหน อย่ามาทำตัวเป็๲พวกจองที่แต่ไม่ยอมจ่าย!"

     

      ลู่เหยี่ยกัดฟัน จ้องมองเขาด้วยความโกรธ หากไม่ใช่เพราะพวกเขาจำเป็๲ต้องเช่าบ้านในฐานผู้รอดชีวิตต่อไป เขาอยากจะซัดเกาเฉียงให้หมอบสักทีจริง ๆ

     

      "จ้องฉันทำไม? ถ้าแกไม่พอใจฉันมากนัก ก็ต่อยฉันสิ!" เกาเฉียงยกมือขึ้น ตบแก้มตัวเองอย่างโอหัง

     

      สิ้นคำพูดของเขา หมัดของอวิ๋นเจิงก็ซัดเข้าที่ดั้งจมูกของเขาอย่างจัง