“ เอ… หายไปไหนล่ะเนี่ย ”
เฉินห่าวพาเป่าเป้ยกลับมานอนที่สาขาเขต X เขารอให้ลูกสาวหลับแล้วเดินลงไปปรับแก้ทักษะให้กับฮันเตอร์ที่รอมาทั้งวันแต่หลังจากที่กลับขึ้นมาเขาพบว่าลูกสาวหายไปจากห้องพร้อมกับมังกรและสิงโตขาว เขาจึงค่อยๆย่องไปดูลูกสาวที่เหมือนจะแอบออกมาเล่นเครื่องออกกำลังกายอีกแล้ว
“เอหยุดทามไมเหยอ”
เป่าเป้ยถามอันอันที่กำลังขี่หลัง มังกรที่อยู่ในอ้อมแขนซ้ายทำคอตกเธอจึงรีบทิ้งตัวลงนอนบนหลังของอันอันเนื่องจากว่าพ่อกลับมาแล้ว
“ อ้าวตายจริง ออกมาจากห้องตอนไหนเนี่ย ”
เฉินห่าวเห็นว่าลูกสาวแกล้งหลับระหว่างที่บังเอิญมาเจอกัน เขาจึงสอบถามมังกรน้อยที่เหมือนจะส่งซิกให้เป่าเป้ยแกล้งหลับเพื่อที่จะไม่ถูกคุณพ่อดุ
แม้จะไม่พอใจที่ลูกสาวออกมากลางดึก เขากลับรู้สึกชินไปแล้ว มันไม่ใช่เรื่องแปลกที่เด็กจะมีความซน ยิ่งลูกสาวของเขาเริ่มคิดได้เกินอายุ 2 ขวบ
หากให้เขาลองเปรียบเทียบความสามารถในการคิดของลูกสาวคงจะอยู่ระหว่างเด็กอายุ 3 - 4 ขวบแล้ว และเหมือนจะดีกว่าเด็ก 3 ขวบหลายคนเพราะทุกครั้งที่เล่นกับเพื่อนๆเธอจะเป็นคนนำตลอด
“ อันอันพาออกจากห้องเหรอ เจ้าสิงโตตัวนี้คงต้องนอนนอกห้องแล้วล่ะมั้ง ”
เฉินห่าวอุ้มเป่าเป้ยเบาๆแล้วพาเดินทางกลับห้อง เด็กน้อยได้ยินคำพูดของคุณพ่อจึงรู้สึกดีใจเพราะคิดว่าอันอันเป็นคนพาออกมา เธอจึงลืมตาข้างหนึ่งให้มังกรน้อยแล้วยักคิ้วให้เบาๆก่อนจะแกล้งหลับจนถึงเตียงนอน
“ อันอัน แกนี่นิสัยไม่ดี วันหลังถ้าลูกสาวฉันอยู่บนหลังให้เอาเธอลงมาก่อนรู้ไหม จะฉี่จะเยี่ยวให้นำลูกสาวฉันลงก่อนไม่ใช่ให้พาไปด้วย ”
เฉินห่าวสั่งสอนอันอันเบาๆ พลางหันมองลูกสาวที่แอบลืมตาหนึ่งข้างเพื่อส่องดูว่าเขากำลังทำอะไรกับอันอัน เมื่อเห็นว่าเขาหันมองเธอก็รีบหลับตาทำราวกับว่าตนเองหลับอยู่
“ พ่อไปก่อนนะ ฝันดีครับ ”
เฉินห่าวห่มผ้าให้เป่าเป้ยอีกครั้งแล้วเดินออกจากห้องปล่อยให้เธออยู่กับตุ๊กตา จากนั้นเขาก็แอบเดินทางไปยังสาขาลั่วหยางเพราะมีพนักงานที่ผลักเปลี่ยนกันมาทำงานช่วงกลางคืน
เมื่อมาถึงเขาก็เรียกให้คนที่ยังไม่ได้สมัครสมาชิกมาหาในทันทีจากนั้นก็ปล่อยให้พวกเขากลับไปทำงานกันเช่นเดิม
อย่างไรก็ตามทุกคนกลับถูกเขากำชับให้ออกกำลังกายคนละ 1 ชั่วโมง ครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกและครั้งเดียวที่เขาบังคับ หลังจากนั้นพนักงานไม่จำเป็นต้องออกกำลังกาย แต่ใครอยากจะเล่นสามารถใช้งานฟรีได้โดยไม่จำเป็นต้องจ่ายเงินแม้แต่แดงเดียว
เขาไม่คิดเงินกับพนักงานเนื่องจากว่ามันเป็นสิทธิพิเศษสำหรับคนที่ต้องการทำงานให้แก่เขา เฉินห่าวอยากจะเปลี่ยนพนักงานให้กลายเป็นเหมือนกลุ่มของอ้ายเสินที่ทำงานให้โดยเต็มใจ การบีบบังคับด้วยกรอบเงินเดือนจะเป็นเพียงแค่เรื่องรองเพราะสิ่งที่ได้จากฟิตเนสของเขาจะยึดเหนี่ยวพนักงานให้อยู่ที่นี่ต่อ
การสับเปลี่ยนพนักงานไม่ใช่เรื่องดีเพราะอาจจะมีคนที่ต้องการแทรกซึมเข้ามาหาความลับบางอย่าง การมอบสวัสดิการให้กับพนักงานก็เพื่อซื้อใจให้พวกเขาทำงานให้ต่อไปได้นานที่สุด
“ เหลืออีกช่วงเช้าสินะ ”
เฉินห่าวมองออกจากห้องเฝ้ามองดูเมืองลั่วหยางในช่วงกลางคืน ภาพที่เห็นแตกต่างจากเขต X มาก ช่วงเวลากลางคืนทำให้เขายืนยันได้ดียิ่งขึ้นว่าเมืองลั่วหยางเจริญมากกว่าเมืองหวงซีที่เขาอยู่มากแค่ไหน
หลังจากมองจนพอใจเขาก็เริ่มหลับตาตรวจสอบหาตำแหน่งภรรยาของตนเอง
ต่อให้เมืองลั่วหยางจะเป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่ อาณาเขตปลอดภัยของเขากลับครอบคลุมพื้นที่เมืองมากถึง 1,000 กิโลเมตร นอกจากเขาจะเป็นอมตะท่ามกลางดงของเลเวลสูงและขุมอำนาจแล้ว เขายังสามารถตรวจสอบการเคลื่อนไหวผ่านจุดพลังชีวิตในอาณาเขตปลอดภัยได้เช่นเดียวกัน
นอกจากจะมองเห็นเลเวลโชว์แล้ว เขายังสามารถแสดงรายชื่อของจุดพลังชีวิตเหล่านั้น หลังจากที่มองไปยังตระกูลเจียงเฉินห่าวก็พบเข้ากับผู้คนมากมายนับหมื่นอาศัยอยู่ในอาณาเขตเดียวกัน
หากให้เปรียบเทียบกับโลกเซียนตระกูลเจียงไม่ต่างจากสำนัก พวกเขากว้านซื้อที่ดินขนาดใหญ่แล้วเปลี่ยนมันให้กลายเป็นพื้นที่ของสมาชิกในตระกูล
นอกจากบ้านเรือนแล้วยังมีของอำนวยความสะดวกมากมาย ห้องทดลอง ห้องฝึกซ้อม ห้องหลากหลายอยู่ในพื้นที่แห่งนี้ ทันใดนั้นเขาก็พบว่าภรรยาที่เดินทางกลับมายังเมืองลั่วหยางนอนอยู่ภายในห้องแห่งหนึ่ง ขนาดของห้องใหญ่พอสมควร ด้านหน้าห้องมีสาวรับใช้ยืนอยู่ 2 คนประกบประตูซ้ายขวา หน้าต่าง 3 บานมีบอดี้การ์ดของตระกูลยืนเฝ้า ห่างออกมาเล็กน้อยมีการวางกำลังรอบๆ การรักษาความปลอดภัยระดับนี้ทำให้เฉินห่าวรู้ว่าจินม่ายจะต้องถูกกักบริเวณอย่างแน่นอน
“ ระบบ ฉันดูอะไรมากกว่านี้ได้ไหม ”
[ โฮสต์ไม่ลองจิ้มไปที่จุดพลังชีวิตดูล่ะ ]
“ เอ..ทำไมแกดูตอบเหวี่ยงๆล่ะ เอาเถอะฉันไม่ถือสา ลองกดสินะ ”
เฉินห่าวกดลงไปที่รายชื่อภรรยาก่อนจะพบว่ามีแถบสีแดงปรากฎขึ้น
“ ระบบ มันคืออะไร ”
[ แถบพลังชีวิตของสิ่งมีชีวิตในอาณาเขตปลอดภัยค่ะ ]
“ ฉันดูได้ด้วยเหรอ แบบนี้ก็ดีสิ ”
เฉินห่าวพอใจไม่น้อยเนื่องจากว่าภรรยาของเขามีหลอดเลือดเต็ม หมายความว่าเธอไม่ได้ถูกซ้อมหรือถูกทรมานเลย เพียงแค่ถูกกักบริเวณเท่านั้น เขาไม่รู้ว่าต่อจากนี้ตระกูลเจียงจะเดินเกมอย่างไรต่อ ดังนั้นเขาจึงต้องเร่งมือเช่นเดียวกัน
พรุ่งนี้คงมีพนักงานเริ่มออกกำลังกาย หลังจากนี้อีก 2 วันคงมีการพูดถึงค่าสถานะ 0.1 ที่ได้รับจากการใช้งานเครื่องออกกำลังกายบนชั้นที่ 35 เขาจึงวางแผนเอาไว้ว่าจะให้พนักงานเป็นคนโปรโมทร้านผ่านการบอกต่อไปยังผู้เข้าใช้บริการ
การประกาศโปรโมทโครมโครมเหมือนที่ทำในเขต X มีโอกาสสูงที่จะทำให้เขาถูกเล่นงาน ดังนั้นแล้วเขาจึงคิดที่จะกระจายชื่อเสียงฟิตเนสผ่านทางกลุ่มลูกค้าที่เข้าใช้งานโรงแรมก่อน
หากพวกเขาพอใจกับค่าสถานะ 0.1 ที่เพิ่มขึ้นไม่ใช่แค่เขาจะแวะเวียนกลับมาใหม่แต่จะพาคนรู้จักหรือไม่ก็อาจจะเป็นการพาครอบครัวมาใช้งานเพราะค่าบริการไม่แพงเลยเมื่อเทียบกับค่าครองชีพภายในเมืองใหญ่แห่งนี้
สุดท้ายเรื่องราวฟิตเนสของเขาจะค่อยๆแทรกตัวเข้าไปหาผู้คนจนกลายเป็นสิ่งที่ผู้คนต้องพูดถึง
เฉินห่าววางแผนเอาไว้ว่า 1 เดือนนี้เขาจะวางพื้นฐานให้กับฟิตเนสก่อน อย่างน้อยเขาจะทำให้ฮันเตอร์ที่เข้าใช้บริการโรงแรมโหยหามันจนคำขู่ของตระกูลใหญ่ที่ใช้เล่นงานโรงแรมของเขาใช้ไม่ได้ผลเพราะฮันเตอร์อยากได้ความแข็งแกร่งจากโรงแรมของเขา
“ กลับไปหาเป่าเป้ยดีกว่า ”
เฉินห่าวใช้งานระบบจัดการฟิตเนสเปลี่ยนชั้นที่ 35 และ 36 ให้กลายเป็นฟิตเนสเหมือนที่สาขาเขต X เพียงแต่ว่าเขาไม่เปิดชั้นที่ 36 ให้ใครขึ้นไปเพราะอุปกรณ์เลเวล 2 ยังไม่มีใครในเมืองลั่วหยางใช้งานได้ การปิดห้องเอาไว้จึงดีที่สุด
หลังจากจัดการทุกอย่างแล้วเขาจึงเดินทางกลับบ้านไปนอนกับลูกสาว พรุ่งนี้เขาจะพาเธอออกเที่ยวเมืองลั่วหยางอีกครั้งเพราะเขาเองก็สนใจในเมืองแห่งนี้เช่นเดียวกัน มีหลายอย่างที่ไม่มีในโลกเซียนเขาจึงจะสำรวจที่นี่
---------------------------------------------------------------
“ คุณหนูจินม่ายอาหารเช้ามาแล้วนะคะ ”
แม่บ้านเปิดประตูอย่างเบามือแล้วนำอาหารเช้าเข้ามาให้คุณหนูจินม่ายที่ถูกกักบริเวณ
“ คุณป้าคะ มีข่าวอะไรไหมคะ ฉันจะออกจากห้องนี้ได้เมื่อไหร่ ”
“ ไม่เลยค่ะคุณหนู ผู้อาวุโสยังไม่มีคำสั่งปล่อยตัว ช่วงนี้คุณหนูคงต้องอยู่ภายในห้องไปก่อนนะคะ ”
จินม่ายพยักหน้ารับ เธอไม่สามารถเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตได้ อุปกรณ์สื่อสารทั้งหมดถูกยึดเอาไว้แม้แต่แหวนเก็บของก็เช่นเดียวกัน โทรศัพท์ที่อยู่ภายในห้องถูกถอดออกเพื่อให้เธอได้อยู่กับตนเองและคิดว่าทำอะไรพลาดไป
จินม่ายกลับรู้สึกดีใจที่ได้อยู่เงียบๆ ต่อให้เธอจะไม่มีอุปกรณ์สื่อสาร ข้างหมอนของเธอกลับมีกลองป๋องแป๋งและตุ๊กตาจระเข้น้อยที่ลูกสาวมอบให้ แค่เพียงหันมองก็ทำให้เธอยิ้มได้แล้วหลังจากมีความทรงจำที่ดีกับลูกสาวในช่วงเวลาสั้นๆ
การทำโทษให้อยู่คนเดียวในตอนนี้กลับทำให้เธอรู้สึกสบายใจมากเพราะไม่มีเรื่องที่ต้องกังวล
หลังจากได้พูดคุยกับสามีและรู้ว่าเขาทำอะไรได้บ้างเธอจึงไม่มีความรู้สึกด้านลบ ดังนั้นแล้วเธอจึงพยายามเปลี่ยนตัวเองให้เข้มแข็งขึ้นเพื่อทำให้ได้กลับมาอยู่ด้วยกันเร็วๆ
“ แต่งนิทานเอาไว้ดีกว่า จะได้มีเรื่องเล่าเยอะๆ ”
จินม่ายรีบกินข้าวก่อนจะหยิบสมุดบันทึกออกมาจากใต้ลิ้นชักแล้วเริ่มแต่งนิทานก่อนหน้า ครั้งก่อนเธอไม่มีเรื่องจะเล่าให้ลูกสาวฟังเยอะจึงมีบางคืนที่เล่าเรื่องซ้ำๆให้ลูกสาวฟัง หากครั้งหน้าได้กลับไปอยู่ด้วยกันอีกครั้งเธอจะเล่าให้เยอะขึ้นและหลากหลายขึ้นเพื่อให้เป่าเป้ยน้อยได้ฝึกคิด
---------------------------------------------------------------
“ ผู้อาวุโส 1 แม้จะไม่มีการพูดถึงจินม่ายเลยก็ตาม เราควรจะล้างหน้าไพ่ก่อนจะมีข่าวลือจากเขต X ”
สิ่งที่น่ากลัวคือข่าวลือ ต่อให้ตอนนี้มันจะยังไม่เกิดขึ้นมาพวกเขาจำเป็นต้องกลบข่าวนั้น
จากการค้นข้อมูลเฉินห่าวทำให้พวกเขาพบว่าเขามักจะใช้วิธีดึงความสนใจจากเจ้าหน้าที่เพื่อให้ตนเองได้มีที่ยืนจนเตะตาจินม่ายให้กลับไปที่เขต X อีกครั้ง เพื่อไม่ให้พวกเขาพบเจอกับปัญหาจึงต้องล้างหน้าไพ่ทั้งหมดแล้วเริ่มจั่วใหม่เพื่อให้ทุกอย่างดำเนินไปตามแผนของมัน
“ ฉันเตรียมแผนเอาไว้แล้ว พรุ่งนี้เช้าคงมีข่าวออกมาเอาล่ะ เรื่องชายสวมหน้ากากไม้ไปถึงไหนแล้ว ตระกูลหานได้เบาะแสหรือยัง ”
หัวข้อในการประชุมเปลี่ยนใหม่ เหล่าผู้อาวุโสตระกูลเจียงต่างก็อยากรู้ว่าใครคือชายสวมหน้ากากต้นไม้
สาเหตุที่ทำให้พวกเขาอยากรู้จักก็เพราะว่าชายคนนี้เป็นคนแรกที่เข้าถึงหีบสมบัติทั้ง 12 จากซากโบราณสถาน เขาจะต้องเปิดดูข้างในแล้วนำสิ่งที่อยู่ภายในหีบติดตัวไปอย่างแน่นอน
“ ตระกูลหานยังไม่ได้เบาะแสอะไรเลยครับ ”
“ เช่นนั้นเหรอ งั้นให้คนคอยจับตาเขต X ต่อไปเขาจะต้องปรากฎตัวอย่างแน่นอน ”
---------------------------------------------------------------
“ คุณชายหาน ได้เบาะแสชายสวมหน้ากากไม้แล้ว ”
คุณชายหานลุกขึ้นนั่งหลังจากได้ยินเรื่องที่น่าพอใจ
“ มันเป็นใคร ”
“ เรื่องนี้ทางผู้อาวุโสยังไม่กล้ายืนยัน มันเป็นเพียงการคาดการณ์เท่านั้น ”
“ พวกเขาคาดการณ์อะไรบ้าง ”
“ พวกเขาคาดการณ์ว่าชายสวมหน้ากากไม้อาจจะเป็นคนเดียวกันกับชายสวมหน้ากากพลาสติกที่รู้ภายหลังว่าเป็นเถ้าแก่เฉินห่าวแห่งหลงเฉียงฟิตเนส ”
“ ทำไมถึงคิดว่าเป็นมัน ” คุณชายหานลูบคางเบาๆเพราะเขาไม่เห็นความเกี่ยวข้องระหว่างชายสวมหน้ากากไม้และเฉินห่าวที่สวมใส่หน้ากากพลาสติก ชุดที่สวมใส่ต่างกัน ทักษะที่ใช้งานก็ไม่เหมือน
“ ในระหว่างไล่ล่าผู้อาวุโสทั้ง 3 ถูกโต้กลับหลังจากเถ้าแก่เฉินวิ่งไปยังตำแหน่งหนึ่ง เดิมทีพวกเขาคิดว่ามันคงเป็นพื้นที่ค่ายกลที่เตรียมเอาไว้ แต่เมื่อนึกย้อนกลับไปหากว่ามันเป็นผลของไอเทมจากซากโบราณสถานล่ะ ”
คุณชายหานขมวดคิ้วคิดตาม ค่ายกลในเมืองเล็กๆไม่ควรจะมีพลังมากพอจะทำให้คนๆหนึ่งต่อสู้กับผู้อาวุโสทั้ง 3 ได้แล้วยังทำให้บาดเจ็บสาหัสกลับมา นอกจากนั้นเขาก็คิดว่ามันอาจจะเกี่ยวข้องกับการทำลายยานของพวกเขาไป 1 ลำ
“ ผู้อาวุโสเตือนว่านี่อาจจะเป็นแค่การคาดการณ์เท่านั้น ”
“ งั้นก็ส่งคนไปจับตาดูมันก็แล้วกัน จะได้รู้ว่าจริงหรือเท็จ ”
“ ทราบแล้วครับ ”
“ แล้วก็ตามหาข้อมูลชายสวมหน้ากากต่อไป อย่าพึ่งให้ตระกูลเจียงรู้ว่าเราได้อะไรมาบ้าง ”
“ ทราบแล้วครับ ”