“วันนี้อั๊วดีใจมากที่ได้มาพบลื้อกับเมียนะอาคิมหันต์” เสี่ยเม้งพูดเมื่อทุกคนทานของหวานเสร็จแล้ว กำลังจะเตรียมตัวกับบ้าน ส่วนแพรวานัั้นเธอได้ขอตัวไปเข้าห้องน้ำ เนื่องจากไม่อยากเห็นภาพสวีทหวานของคิมหันต์และพลอยฟ้าให้เสียอารมณ์
“เสี่ยพูด เหมือนว่าเราอยู่ไกลกันอย่างนั้นแหละครับ ่นี้ผมงานยุ่งจริงๆ ใกล้จะได้ผลผลิตส่งออกไปยังโรงงานในต่างประเทศ จึงไม่ได้แวะไปเยี่ยมเยียนเสี่ยเลย ตอนงานแต่งผมไปเชิญเสี่ยที่บ้าน แต่คนของเสี่ยบอกว่าเสี่ยไปไต้หวัน ผมเสียใจมากที่ไม่มีญาติผู้ใหญ่อย่างเสี่ยเม้งมาร่วมงานสำคัญที่สุดในชีวิตของผม แต่ตอนนี้ก็ไม่มีอะไรยุ่งแล้วล่ะครับ เพราะแผนงานที่วางไว้เสร็จครบตามกำหนดการแล้ว ต่อไปนี้ผมจะไปหาเสี่ยที่ไร่บ่อยๆ ส่วนเื่สัมประทานผมว่าจะไปประมูลแล้วในรอบถัดไปนี้ ผมจะโอนให้เสี่ยเม้ง เพราะผมคิดว่าเสี่ยจะต้องทำมันได้ดีมากกว่าผมแน่ๆ"
"อย่างไรเสีย ผมก็ยังนับถือเสี่ยเม้งเป็ญาติผู้ใหญ่ของผมคนหนึ่งนะครับ ในตอนที่ผมกับครอบครัวย้ายมาอยู่ที่เชียงใหม่ เราต้องมาลงทุนทำธุรกิจที่นี่ครั้งแรก ถ้าไม่มีเสี่ยเม้งคอยช่วยสอนเชิงมวยทางธุรกิจ พวกผมคงโดนโกงเงินไปมากโขอยู่” คิมหันต์พูดกับเสี่ยเม้งอย่างสุุภาพ ก่อนจะสบสายตาตลอดขณะที่ตนยังพูดอยู่ เพราะเขาอยากให้เสี่ยเม้งเห็นว่าเขาพูดจริงตามนั้นทั้งหมด และเขารู้ด้วยว่าตอนนี้เสี่ยเม้งคิดที่จะทำอะไร
แต่คิมหันต์ยังคงเชื่อมั่นในความดี และความน่าเคารพนับถือของเสี่ยเม้ง เพราะในเมื่อก่อนแกเป็คนที่มีพระคุณกับครอบครัวของเขามากจริงๆ
“ หืม ลื้อก็พูดเกินไป อย่างลื้อนี่มันก็ครอบครัวผู้ดีเก่าแก่ แถมพ่อลื้อ กับตัวลื้อเองก็ขยัน มีมานะอดทน ถึงได้ร่ำรวยมาจนถึงทุกวันนี้ เอ้าขอยินดีกับลื้ออีกรอบ” ว่าแล้วเสี่ยเม้งก็ยกแก้วไวน์ทำท่าจะชนแก้วกับคิมหันต์
“ครับ ขอบคุณครับเสี่ย” คิมหันต์ก็ยกแก้วขึ้นชนเพื่อตอบรับไมตรีไปด้วยใจที่บริสุทธิ์
“เพรสะตอนนี้ผมกำลังจะเป็พ่อคน พลอยฟ้ากำลังตั้งท้องได้เดือนกว่า ๆ แล้วด้วย ผมคิดว่าสิ่งที่ผมมีอยู่ตอนนี้ ที่สำคัญที่สุดในชีวิตของผมคือครอบครัวครับ” คิมหันต์พูดพลางโอบไหล่ของพลอยฟ้าให้แนบชิดตน
“โอ้ ข่าวดีนะเนี่ย อาคิม อาฟ้า อั๊วขอยินดีด้วย ” เสี่ยเม้งกล่าวแสดงความยินดีกับทั้งสองด้วยความใที่รู้ว่าพลอยฟ้ากำลังตั้งท้อง
ภายในใจของเสี่ยเม้งตอนนี้เขากำลังมีความคิดที่เปลี่ยนไป แผนการร้ายที่ได้คิดไว้เริ่มสั่นคลอน อย่างไรเสียเขาก็เห็นคิมหันต์มาั้แ่เด็กๆ จะให้ใจไม้ไส้ระกำ ทำร้ายคิมหันต์กับเมียได้ลงคอตามที่ได้วางแผนร้ายไว้กับนิตยาอย่างนั้นหรือ แล้วจะทำอย่างไรต่อไปดีล่ะ
จนเสี่ยเม้งเริ่มเปิดบทสนทนาอีกครั้ง
“อาพลอยฟ้า อั๊วขอถามอะไรลื้ออย่างหนึ่งจะได้ไหม” จู่ๆ เสี่ยเม้งก็เปลี่ยนบทสนทนาจากที่คุยกับคิมหันต์ แล้วหันมาถามพลอยฟ้าด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวล
“ได้สิคะ เสี่ยเม้งจะถามอะไรฟ้าหรือคะ” พลอยฟ้ายิ้มตอบ แต่ภายในใจยังคงมีคำถามว่า เสี่ยเม้งอยากรู้อะไรจากตนกันนะ
“สร้อยที่ลื้อสวมอยู่น่ะ ใครให้มาหรือ?”
“สร้อยหรือคะ ….” พลอยฟ้าคิดและจับสร้อยที่เป็ล็อคเกตเอาไว้
“ใช่ๆ ” เสี่ยเม้งรีบตอบด้วยความอยากรู้
พลอยฟ้าหันไปมองหน้าสามี เมื่อเห็นคิมหันต์ขยักหัวให้ตนจึงเริ่มเล่าที่มาของสร้อยเส้นนี้ให้เสี่ยเม้งฟัง
“สร้อยเส้นนี้เป็ของแม่ฟ้า ที่ให้ติดตัวมาั้แ่ฟ้ายังแบเบาะค่ะ ในล็อกเก็ตจะเป็รูปแม่ของฟ้าเอง แต่อีกด้านฟ้าไม่แน่ใจว่าเป็รูปของใคร เพราะมันโดนขูดตรงหน้าไปเสียแล้วค่ะ”
“อั๊วขอดูล็อกเก็ตของหนูให้ชัด ๆ หน่อยจะได้ไหม”
เป็ครั้งแรกที่คิมหันต์เห็นเสี่ยเม้งมีท่าทีที่อ้อนวอน และอ่อนโยนมากขนาดนี้
“ได้สิคะ” พลอยฟ้าถอดสร้อยที่เธอสวม จากนั้นก็ยื่นส่งให้เสี่ยเม้ง
เมื่อสร้อยเส้นนี้ได้มาอยู่ใกล้ๆ เสี่ยเม้งอีกครั้งเขาก็จำมันได้ในทันที ว่านี่มันคือสร้อยของเขาเองที่ให้ไว้กับคนรักในอดีต
“แพรดาว…..” เสี่ยเม้งมองรูปในล็อกเก็ตพร้อมกับพูดชื่อผู้หญิงคนหนึ่งขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ ซึ่งผู้หญิงคนนั้นเป็แม่ผู้ให้กำเนิดพลอยฟ้านั่นเอง
พลอยฟ้าได้ยินเสี่ยเม้งเรียกชื่อแม่ของตน
“เสี่ยรู้จักแม่ของฟ้าด้วยหรือค่ะ” พลอยฟ้าตื่นเต้นมากที่มีคนรู้จักแม่ของเธอ เพราะั้แ่เกิดมาจนจำความได้ พลอยฟ้ารู้แต่ว่าผู้หญิงที่อยู่ในล็อกเก็ตคือแม่แท้ๆของเธอ แล้วก็ไม่มีใครพูดอะไรถึงแม่อีกเลย
“รู้จักสิ เพราะอาแพรดาว คือเมียของอั๊วเอง” เสี่ยเม้งตอบพลอยฟ้าไปด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือไปกว่าเดิม
“อาฟ้า ลื้อเป็ลูกสาวของอั๊ว….. อั๊วเป็พ่อของลูกนะ” เสี่ยเม้งพูดในขณะที่นำ้ตาเขาเริ่มไหลออกมาไม่หยุด
พลอยฟ้าอึ้งไปเสียแล้ว ส่วนคิมหันต์ก็กำลังช็อค…
“เสี่ยเม้ง นี่เื่จริงหรือครับ” คิมหันต์ถามเสี่ยเม้งกฝด้
วยความใ เขางงไปหมดแล้วเื่ราวอะไรกันล่ะนี่…….