วิวาห์ร้าย เสน่หารัก_End

    บทที่ 11 งอนง้อ... 75%

            ตติรัตน์รู้สึกและรับรู้ได้ถึงสิ่งดีๆ ดีจนถึงดีใจหาย ที่ภูเวศน์ปฏิบัติต่อเธอ ดูจะพลิกหน้ามือเป็นหลังมือเลยก็ว่าได้ และแถมยังคอยประคบประหงมอยู่อย่างใกล้ชิด ไม่ยอมห่างกายไปไหน แม้กระทั่งงาน ชายหนุ่มก็ยังให้เลขานุการ เอามาให้ทำที่ห้องพักฟื้นคนไข้ซะอย่างงั้น


            “จะไปไหนน่ะ!!??......”


            ภูเวศน์เห็นทางหางตา ว่าคนตัวเล็กทำท่าจะลุกออกจากเตียงนอนคนไข้ จนหันไปดูเต็มๆ ก็เห็นว่าเจ้าหล่อนกำลังจะลงจากเตียงนอนคนไข้จริงๆ นั่นแหละ จึงรีบปล่อยเอกสารที่อยู่ในมือใหญ่วางไว้ ลุกเดินตรงไปหา พร้อมกับร้องถามด้วยความเป็นห่วงเป็นใย ทั้งทำสีหน้าเป็นกังวลด้วยอีกต่างหาก


            “รัตน์อยากจะเข้าห้องน้ำ รัตน์จะไปเข้าห้องน้ำค่ะ พี่ไม่ต้องขนาดนี้ก็ได้มั้งค่ะ รัตน์ไม่ได้เป็นอะไรมากขนาดนั้นสักหน่อย รัตน์ยังพอช่วยตัวเองได้”


            ตติรัตน์บอกกล่าวแก่คนตัวโต พร้อมทั้งก้าวลงจากเตียงคนไข้ โดยมีมือใหญ่ช่วยโอบประคอง อย่างระมัดระวังราวกับไข่ในหินเลยก็ว่าได้ ก็เขานั้นเพียงแค่กระดิกตัวนิดๆ หน่อยๆ เขาก็เฝ้าระวัง และรีบโผเข้ามาหาแล้ว จะเป็นห่วงอะไรนักหนาก็ไม่รู้ จนทำให้เธอแทบไม่ต้องทำอะไรเองเลยก็ว่าได้


            “ไม่ได้สิ พี่เป็นห่วงทุกย่างก้าว พี่ไม่อยากเสี่ยงไปมากกว่านี้ ต่อไปจะลุกไปไหนไปทำอะไร เรียกพี่ก่อนนะ เข้าใจไหม!!??”


            ภูเวศน์กล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง ก็เพราะเขาเป็นห่วงคนตัวเล็กคนนี้และลูกในท้องมากไง เขาจึงไม่อยากให้ทุกการกระทำมีความเสี่ยงไปมากกว่านี้ จึงเน้นย้ำหญิงสาวอย่างหนักแน่น และด้วยน้ำเสียงจริงจัง ซีเรียสมากกว่าครั้งไหนๆ จึงทำให้ตติรัตน์อมยิ้ม พร้อมกับส่ายหน้าให้กับความเป็นห่วงที่คนตัวโตมีให้เธอ ที่ดูจะโอเวอร์มากมายนี้


            “พี่ภูนี่เป็นห่วงจนโอเวอร์มากไปไหมอะคะ??”


            ตติรัตน์หันไปกล่าวถามยิ้มๆ อย่างเป็นการหยอกเย้า โดยตัวเธอก็ไม่ได้คิดอะไรเลย หนำซ้ำกลับรู้สึกดีอยู่มิใช่น้อย ที่คนตัวโตเปลี่ยนไปได้มากขนาดนี้ จากที่ไม่แคร์ ไม่สนใจคนอื่น นอกจากตัวเอง แต่ตอนนี้กลับกลายมาเป็น แคร์และสนใจเธอมาเป็นอันดับหนึ่งเลยก็ว่าได้


            “ไม่ได้สิ พี่ต้องดูและเรากับลูกเป็นอย่างดีสิ”


            ภูเวศน์กล่าวจบ ตติรัตน์ก็หย่อนจมูกส่งให้ แล้วค่อยเดินเยื้องย่างเข้าไปในห้องน้ำ เพื่อเข้าไปทำธุระส่วนตัว ซึ่งการกระทำของคนตัวเล็กเช่นนั้น ก็ทำให้คนตัวโตอย่างภูเวศน์ ต้องฉีกยิ้มออกมาอย่างเสียไม่ได้ ซึ่งชายหนุ่มก็ยืนรออยู่ที่หน้าห้องน้ำอยู่อย่างนั้น รอคนตัวเล็กเปิดประตูออกมา


            ก๊อก...... ก๊อก...... ก๊อก......


            ในระหว่างที่ภูเวศน์ยืนรอตติรัตน์ออกจากห้องน้ำ เสียงเคาะประตูหน้าห้องพักฟื้นคนไข้ก็ดึงขึ้น ซึ่งนั้นไม่ใช้เสียงเคาะจากหมอประจำตัวของตติรัตน์ เพราะหมออัศวินพึ่งมาตรวจอาการเมื่อสิบห้านาทีที่แล้วนี่เอง และก็คงไม่ใช่พยาบาลที่ประจำอยู่ที่เคาน์เตอร์อย่างแน่นอน เพราะภูเวศน์และตติรัตน์ไม่ได้กดเรียกให้เข้ามา


            แต่ไม่ต้องรอให้คิดนาน คนที่เปิดประตูห้องเข้ามาคือ ตติกร โดยมาพร้อมกับจิตฤดี และฤดีพรรณ โดยคนทั้งสามเปิดประตูห้อง ก้าวเดินมาตามกันเข้ามาภายในห้องติดๆ โดยตติกรเป็นผู้เดินนำเข้ามาก่อน แล้วสองแม่ลูกก็ได้เดินมาตามหลัง


            “สวัสดีครับคุณภู ผมได้ข่าวว่ายัยรัตน์เข้าโรงพยาบาล ลูกสาวผมเป็นยังไงบ้างครับ??”


            ตติกรกล่าวทักทายภูเวศน์ ที่ยังคงยืนอยู่ที่หน้าห้องน้ำ โดยที่สายตาก็กวาดมองหน้าตติรัตน์ ซึ่งก็ไม่เห็นเจ้าหล่อนอยู่ภายในห้อง ก็ยิ่งให้รู้สึกเป็นห่วงเป็นใย และร้อนรนใจคนที่เป็นบิดาอย่างตติกรเป็นอย่างมาก


            “สวัสดีครับ!! รัตน์ดีขึ้นแล้วล่ะครับ ตอนนี้เธออยู่ในห้องน้ำ ถ้ายังไงนั่งรอสักครู่นะครับ”


            ภูเวศน์จำต้องยกมือไหว้ตติกร เพราะตติกรที่อายุมากกว่า และแถมยังพ่วงตำแหน่งพ่อตาของเขาด้วย จึงจำต้องให้เกียรติกันตามความเหมาะสมบ้างอะไรบ้าง แต่กระนั้นชายหนุ่มก็ยังคงยืนอยู่หน้าห้องน้ำอยู่อย่างนั้น เพราะคนตัวเล็กที่อยู่ในห้องน้ำยังไม่เปิดประตูห้องน้ำออกมานั้นเอง


            ในเวลาเกือบๆ สิบห้านาทีได้ ประตูห้องน้ำก็เปิดออก ตติรัตน์ก็ค่อยๆ ก้าวออกมาช้าๆ พอภูเวศน์เห็นตติรัตน์ ก็รีบเข้าไปประคับประคองร่างบางอย่างเร็วไว โดยไม่ต้องให้บอกแต่อย่างใดทั้งนั้น เพราะเขาตั้งใจที่จะทำอย่างนั้นอยู่แล้ว เพื่อความปลอดภัยของผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นภรรยาของเขา



    ๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓




    เอาแล้ว สองแม่ลูกนี้จะมาดีหรือมาร้ายกันละนั้น...... แล้วรัตน์จะรับมือสองคนนี้ได้ไหมอ่ะ ต้องติดตามกันต่อตอนหน้านะคะ......... ^_^

    คล้ายกับเรื่องวิวาห์ร้าย เสน่หารัก_End ที่คุณอ่าน