“เ้าหมายถึงเื่ใด?”
“อย่ามาทำไขสือ เื่บนเตียงของเ้าเมื่อคืนเป็อย่างไร?”
ใบหน้าของแม่ทัพหนุ่มมีสีชมพูจางๆ อยู่บนผิวแก้ม ลีเทียนเป่าเห็นแล้วก็อดจะหัวเราะไม่ได้ ดูเหมือนสิ่งที่เขาเคยบอกสหายคงจะเกิดขึ้นแล้ว
“อย่าเพิ่งถามเลยน่า กินบะหมี่ให้อิ่มก่อนค่อยคุยได้หรือไม่?”
บะหมี่สองชามใหญ่หอมกรุ่นถูกวางตรงหน้า ทั้งสองตั้งหน้าตั้งตากินกันอย่างเต็มที่ ครั้นอิ่มแล้ว ลี่เทียนเป่ามองเห็นเหลาสุราที่อยู่เยื้องร้านบะหมี่
“ไหนๆ เ้าก็เลี้ยงดูปูเสื่อข้าแล้ว จิบสุราอีกสักกาได้หรือไม่?”
“ตามใจเ้า”
“ขอเป็ร้านนั้นก็แล้วกัน ท่าทางจะแพงสมฐานะท่านแม่ทัพอย่างเ้าหน่อย ไม่รู้ว่าจะมีสุราแสงจันทร์จำหน่ายด้วยหรือไม่?”
“น่าจะมี เอาสักกาสองกาก็พอนะ เรายังต้องไปที่จวนสกุลฟ่านอีก”
“ได้ๆ ขอแค่ได้จิบสุราแพงสักหน่อยก็ดีแล้ว”
พอเริ่มกระดกสุราไปได้ครึ่งกา ลี่เทียนเป่าก็ซักไซ้สหายในเื่ยังค้างคา
“เหล่าจี เ้ายังไม่เล่าให้ข้าฟังเลยนะ เื่ฮูหยินน้อยกับเ้า” ลี่เทียนเป่าเหลือบมองใบหน้าที่กำลังเปลี่ยนสีของสหาย แล้วยิ้มน้อยๆ “สีหน้าเช่นนี้ เ้าเริ่มแตะต้องร่างกายของนางแล้วใช่หรือไม่?”
“อืม...ข้าตกลงกับนางแล้วจึงได้เริ่มแตะต้องเนื้อตัวของนาง”
“ตกลง...นี่เ้าตกลงอันใดกับนาง?” ดวงตาของลี่เทียนเป่ามีแววอยากรู้อยากเห็นอย่างเต็มเปี่ยม
จีหลุนเสยกสุราขึ้นกระดกอีกจอก รอให้สหายดูเดือดเนื้อร้อนใจมากขึ้นอีกนิดค่อยเอ่ยออกมา “นางจะต้องยินยอมทำตามความ้าของข้า มอบร่างกายให้ข้า หากว่าข้าหายจากอาการบ้าๆ นี้เมื่อใดก็ถือว่าความแค้นของข้ากับพี่ชายนางจบสิ้นกัน”
“เอ๋? ข้อตกลงอย่างนี้นางก็ยอมด้วย?”
“อืม....”
“แล้วเ้าทำอย่างไรต่อ?” ลีเทียนเป่าเท้าศอกโน้มตัวเข้าไปใกล้
“ข้าก็ถอดเสื้อนอกของนางแล้วก็นอนกอดนางทั้งคืน”
ลี่เทียนเป่าไม่ยอมให้จีหลุนตอบเพียงสั้นๆ เขาซักไซ้จนกระทั่งแม่ทัพหนุ่มอ่อนอกอ่อนใจ ในที่สุดก็ได้ฟังเื่โดยละเอียดจากปากของสหาย
“จากที่เ้าเล่า ความร้อนวูบวาบระดับที่เกิดเมื่อคืนยังไม่มากพอจะปลุกความเป็บุรุษของเ้าให้ตื่น คืนนี้เ้าต้องัันางให้มากขึ้นเพื่อเพิ่มพลังหยาง เห็นทีเราคงมาถูกทางแล้ว ยาที่เ้าดื่มไปเมื่อเช้าข้าปรับสูตรมาให้เกิดความร้อนภายในเพิ่มขึ้นแล้ว คอยดูต่อไปว่าวันพรุ่งนี้จะเป็เช่นใด เหล่าจีนี่กระมังเื่ดีๆ ที่กระดองเต่าทำนายของข้าได้บอกไว้”
จีหลุนนิ่วหน้าเล็กน้อย พยายามข่มความตื่นเต้น แต่แววตายังคงไหวระริก “ข้าคิดว่าชั่วชีวิตจะไม่มีทางรักษาให้หายได้เสียแล้ว”
“เ้าดูขอทานพวกนั้นสิ ข้าว่าเหมือนสายข่าวมากกว่าจะเป็ขอทานทั่วไป ท่าทางพวกเขาจับตามองผู้คนไปมา ไม่ได้ตั้งใจจะขอเงินเลยสักนิด” ลี่เทียนเป่ามองจากระเบียงชั้นสองลงไป เขาสนใจดูขอทานที่นั่งอยู่เป็จุดๆ บนถนนไฉ่ฟู่
ขบวนของมือปราบเดินมาจากต้นถนนเพื่อตรวจตราความเรียบร้อย ด้วยความพลุกพล่านของถนนไฉ่ฟู่ทำให้มีเวรยามทุกสองเค่อ
“เหล่าลี่ เ้าคิดเหมือนข้าหรือไม่? พวกเขาน่าจะเป็คนของสำนักข่าวนกกระจิบ ลักษณะการจับตามองผู้คนเหมือนสายลับที่ถูกฝึกมาอย่างดีโดยเฉพาะเ้าคนนั้นกับคนโน้น” นิ้วของจีหลุนชี้ไปยังบุรุษที่เขาสะดุดตาั้แ่เริ่มนั่งลง พูดจบก็ยกจอกน้ำชาขึ้นจิบอีกคราหนึ่ง
“อืม...เป็ไปได้ ข้าได้ยินว่านกกระจิบพวกนี้แทรกซึมอยู่ทุกหนทุกแห่ง และมักจะเป็บุคคลที่เราคาดไม่ถึง แม้แต่ในกองทัพของเราก็คงมีไม่น้อยเหมือนกันเพราะข้าเคยอ่านข่าวซุบซิบเกี่ยวกับเ้าด้วยนะ”
“เื่ซุบซิบของข้า?”
“ใช่ มีกระทู้ของสตรีผู้หนึ่งถามถึงท่านชายจี จึงมีคนส่งข้อมูลมาตอบว่าเ้ามาประจำการในฐานะแม่ทัพในค่ายพยัคฆ์ไฟ ไม่มีสตรีหรือบุรุษข้างกาย พูดง่ายๆ ว่ายังโสดสนิท แต่ว่าตอนนี้ข่าวการแต่งงานของเ้าคงจะรู้กันทั่วแคว้นแล้ว คนที่หวังในตัวเ้าคงจะเหลือเพียงพวกที่คิดจะหาอนุภรรยาให้เ้าแล้ว”
จีหลุนส่ายศีรษะ “เ้าก็รู้ว่าครอบครัวข้าไม่นิยมการมีอนุภรรยา”
“ครอบครัวเ้านับว่าแปลกประหลาดสมคำร่ำลือ ตระกูลใหญ่มักจะแต่งอนุภรรยาเข้าบ้านเพื่อจะได้มีทายาทเพิ่มมากขึ้น แต่ครอบครัวเ้ากลับไม่้า”
“ตระกูลข้ามีคนเยอะแล้วนะ ท่านพ่อ้าให้ข้ามีเพียงบุตรชายสักคน ท่านก็พอใจแล้ว”
ลี่เทียนเป่ายิ้มน้อยๆ เื้ัของสกุลจีปกป้องสิ่งของล้ำค่าจำนวนมากจึงไม่้าให้มีคนนอกเข้ามารู้เห็น หากแต่งอนุภรรยาเข้ามาในวังจี เกรงว่าความลับจะรั่วไหล
ฝู่กั๋วกงพาบุตรชายคนโตที่เพิ่งผ่านพิธีสวมกวานเข้าไปเปิดดูขุมทรัพย์ประจำตระกูลที่ซ่อนเอาไว้ในห้องลับ พร้อมทั้งเตือนเอาไว้
‘ความใกล้ชิดทำให้ยากจะปกปิดตัวตนที่ซ่อนไว้ หากว่าปล่อยให้ผู้อื่นเข้ามาอยู่อาศัยในวังจี สักวันหนึ่งคนพวกนั้นย่อมจะระแคะระคายถึงขุมสมบัติล้ำค่าที่พวกเราเก็บรักษาเอาไว้’
‘เพราะเหตุนี้ในวังจีจึงมีแต่ครอบครัวพวกเราหรือขอรับ?’ จีหลุนเลิกคิ้ว
‘ถูก เราต้องระมัดระวังให้มาก คนในวังของเราล้วนแล้วแต่เป็คนเก่าคนแก่และลูกหลานของพวกเขา’
‘ท่านพ่อ ท่านไม่ถูกคนยัดเยียดอนุภรรยาให้หรือขอรับ?’
‘บ่อยครั้ง แต่ข้าใช้ให้ท่านแม่ของเ้าออกหน้าปฏิเสธแข็งขัน นางบ่นข้าอยู่บ่อยๆ ลูกรัก ชีวิตนี้เ้าอย่ามีอนุภรรยาเด็ดขาด ในหมู่สตรีล้วนมีความริษยา ยิ่งแต่ละคนมีบุตรของตนก็ย่อมจะคำนึงถึงประโยชน์ของบุตรตนเป็ที่ตั้ง สุดท้ายย่อมเกิดการแย่งชิงความสำคัญ’
‘หากว่าข้าทำให้พวกนางปรองดองได้เล่าขอรับ?’
‘หากทำให้ปรองดองได้ แต่การที่เ้ามีบุตรหลายคน ใจเ้าย่อมอยากทำตัวให้ยุติธรรม สุดท้ายสมบัติทั้งหมดก็จะถูกแบ่งแยกจากกัน และกระจัดพลัดพรายไปในมือของคนที่ไม่สมควรจะในที่สุด’
บุรุษทั้งสอง ต่างฝ่ายต่างจิบน้ำชาและมองผู้คนที่เดินขวักไขว่บนถนน จีหลุนครุ่นคิดถึงสิ่งที่บิดาของตนเองสอนไว้ ส่วนลี่เทียนเป่าก็นึกถึงเื่ซุบซิบเกี่ยวกับวังจีที่เขารวบรวมมาได้
แม้เขาจะสนิทกับจีหลุนมาหลายปีแต่เื่พวกนี้ก็ไม่สมควรจะถามไถ่
คนทั้งสองนั่งรอกระทั่งจิ่งอี้กลับคืนมาอีกครั้งจึงได้ลงจากโรงน้ำชา ระหว่างที่จีหลุนกำลังจะก้าวเท้าขึ้นรถม้า จิ่งอี้ก็กระซิบเบาๆ
“หัวหน้าไป๋ฝากข่าวเกี่ยวกับฮูหยินน้อยมาให้ท่านชายด้วยขอรับ”
คำว่าฮูหยินน้อย ทำให้จีหลุนชะงักเท้า “ดีหรือร้าย?”
“ไม่แน่ใจขอรับ เห็นว่าบุตรชายของหัวหน้าเผ่าเซียนซา เซียงเจียสวี่ที่กำลังเดินทางเข้ามาเมืองหลวงโดยอ้างว่าเพื่อติดต่อการค้า สนิทสนมกับฮูหยินน้อยมาั้แ่เด็กๆ บิดามารดาทั้งสองฝ่ายเคยพูดจาจะให้หมั้นหมายกัน แต่บังเอิญเกิดเหตุแย่งชิงอำนาจผู้นำห้าเผ่าเสียก่อน พวกเขาเลยพลาดจากกัน ครั้งนี้คุณชายเซียงผู้นั้นอาจจะมาหาฮูหยินน้อยขอรับ”
แม่ทัพหนุ่มหน้าตึงขึ้นเล็กน้อย ภรรยาของเขาเคยเป็ว่าที่คู่หมั้นของผู้อื่น ซ้ำฝ่ายนั้นจะเดินทางรอนแรมมาไกลเพื่อจะมาพบนาง
เมื่อก้าวเท้าขึ้นบนรถม้า จีหลุนจึงเล่าเื่นี้ให้กับลี่เทียนเป่าฟัง
“อืม...ศัตรูหัวใจของเ้า ปรากฏตัวเร็วกว่าที่ข้าคาดเอาไว้”
“นี่เ้า...เ้าแอบทำนายชีวิตคู่ของข้าอย่างนั้นหรือ?”
“อืม...ก็เห็นว่าคราวก่อนเื่แต่งงานระหว่างเ้ากับนางเป็เื่ดี ข้าก็อยากจะรู้ว่าพวกเ้าจะเกิดอุปสรรคบ้างหรือไม่?”
จีหลุนชี้หน้าสหาย “ดีนี่! ชีวิตสมรสของข้า มีเ้าคอยวุ่นวายอยู่ตลอด ดูแลดียิ่งกว่าบุพการีของข้าเสียอีก เ้าคงใช้กระดองเต่าทำนายแล้วรู้ว่าข้าต้องมีศัตรูหัวใจล่ะสิ”
“ถูกต้อง”
******************
