ผมจ้องชื่อไฟล์บนหน้าจอจนตาแสบ
คิน_สำรอง_0601
มันเป็นแค่ตัวหนังสือสั้น ๆ บนเดสก์ท็อป แต่ผมรู้สึกเหมือนมองเห็นชื่อตัวเองบนป้ายห้องดับจิต ไฟล์นั้นไม่ได้อยู่ในฮาร์ดดิสก์สีดำที่ผมเพิ่งทุบจนบุบ เพราะฮาร์ดดิสก์ยังนอนอยู่บนพื้นในผ้าขนหนู เกล็ดโลหะเล็ก ๆ กระจายอยู่รอบ ๆ
แล้วมันอยู่ที่ไหน
ในเครื่อง?
ในจอ?
ในโทรศัพท์?
หรือในตัวผม
หน้าต่างแชตของ MidnightAdmin เปิดขึ้นเองอีกครั้ง
สำเนาถูกสร้างแล้ว
กรุณาเลือกไฟล์ที่จะลบ
[ต้นฉบับ]
[สำเนา]
นาฬิกานับถอยหลังสิบวินาทีเริ่มเดิน
10
9
8
ผมนั่งแข็ง มือค้างอยู่เหนือเมาส์ ถ้าต้นฉบับคือโฟลเดอร์ผีสิง แล้วสำเนาคือไฟล์ชื่อผม ผมควรลบอะไร ถ้าลบต้นฉบับ มันอาจเหลือผมไว้แทน ถ้าลบสำเนา ผมอาจกำลังลบอะไรบางอย่างของตัวเอง
7
6
5
ในจอสีดำ ผมเห็นเงาสะท้อนของตัวเอง หน้าเซียว ตาแดง มือเปื้อนฝุ่นโลหะ และข้างหลังผมมีเงาดำจาง ๆ ยืนซ้อนอยู่เหมือนรอคำตอบ
ผมเกือบคลิกคำว่าสำเนา
แต่หยุดทัน
กฎทุกข้อคืนนี้สอนผมอย่างหนึ่ง ระบบนี้อยากให้ผมเลือกในกรอบที่มันให้ ถ้ามันมีสองปุ่ม แปลว่าไม่ว่ากดปุ่มไหน มันเตรียมผลลัพธ์ไว้แล้ว
ผมไม่เลือก
ผมดึงเมาส์ออกจากเครื่องอีกครั้ง
นาฬิกานับถอยหลังเดินต่อ
4
3
2
1
หน้าต่างหายไป
ไม่มีเสียงเตือน ไม่มีคำว่าลบสำเร็จ ไม่มีคำว่าผิดพลาด เหลือเพียงเดสก์ท็อปว่างเปล่า ไฟล์คิน_สำรอง_0601 หายไปด้วย
ผมไม่รู้ว่ามันหายเพราะผมรอด หรือหายเพราะมันเข้าที่เรียบร้อยแล้ว
นาฬิกาข้อมือบอก 05:12
ยังไม่ถึงหกโมง
ผมไม่กล้าแตะคอมอีก ผมนั่งพิงขาโต๊ะ มือขวากุมมือซ้ายไว้แน่นเหมือนกลัวมันจะขยับเอง เงินห้าหมื่นกระจายอยู่บนพื้น บางใบเปื้อนฝุ่น บางใบมีรอยดำตรงมุม แต่พอยกขึ้นส่องกับแสงจอ รอยดำก็หายไป เหลือเพียงแบงก์พันใหม่เอี่ยม
เงินจริง
หนักจริง
สกปรกในแบบที่กล้องอาจมองเห็น แต่ตาเปล่าไม่เห็น
ผมเก็บเงินทีละใบ เพราะต่อให้เกลียดตัวเองแค่ไหน ผมก็ยังต้องใช้มันจ่ายหนี้ เฮียตงไม่รับคำอธิบายเรื่องไฟล์ผีสิงแทนดอกเบี้ย โรงพยาบาล ร้านข้าว เจ้าของหอ ไม่มีใครรับความรู้สึกผิดเป็นเงินสด
ตอนก้มเก็บแบงก์ใบสุดท้าย ผมเห็นหยดน้ำสีดำหน้าประตูหายไปแล้ว เหลือเพียงรอยชื้นสามจุดบนไม้ พอมองนาน ๆ รอยนั้นค่อย ๆ จางเหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น
สิ่งที่น่ากลัวที่สุดหลังผ่านเรื่องเหนือธรรมชาติ ไม่ใช่ภาพผีที่ยังอยู่
แต่คือหลักฐานที่ค่อย ๆ หายไป เหลือเราไว้กับเรื่องเล่าที่ฟังเหมือนคนเสียสติ
05:47
โทรศัพท์ผมเปิดเอง
หน้าจอขึ้นแอปธนาคาร
ยอดเงินโอนเข้า +50,000.00 บาท
ชื่อผู้โอน: Midnight Group
ผมมองตัวเลขในบัญชี แล้วมองเงินสดบนโต๊ะ
เงินสดยังอยู่ครบ
เงินในบัญชีก็เข้าอีกห้าหมื่น
รวมเป็นแสน
ความโล่งใจไม่ได้มา สิ่งที่มาคือความเย็นแปลบในอก ระบบไม่ได้จ่ายผิด ระบบแบบนี้ไม่มีคำว่าผิด มันจ่ายเกินเพราะต้องการให้ผมรู้ว่าเงินของมันจริง และมากพอจะทำให้คนจำเหตุผลที่เปิดประตูมากกว่าความกลัวที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น
ข้อความจากเฮียตงเด้งขึ้นมา
พร้อมหรือยัง ช่าง
ผมโอนเงินให้เขาทันที มากกว่าที่ต้องจ่ายหนึ่งงวดด้วยซ้ำ มือสั่นตอนกดยืนยัน พอรายการสำเร็จ เฮียตงส่งสติกเกอร์ยิ้มกลับมา ตามด้วยข้อความ
เห็นไหม ถ้าตั้งใจหาเงินก็หาได้
ผมนั่งมองประโยคนั้นอยู่นาน
คนข้างนอกจะไม่มีวันรู้ว่าเงินบางก้อนมาจากอะไร เขาเห็นแค่ตัวเลขเข้าบัญชี เห็นลูกหนี้จ่ายตรงเวลา แล้วสรุปว่าคนจนแค่ต้องพยายามมากขึ้น ไม่มีใครเห็นว่าบางคืน ความพยายามหมายถึงการนั่งพิมพ์คำว่าเริ่มใหม่ซ้ำ ๆ ขณะมีบางอย่างเคาะประตูรอหักคอเรา
05:59
หน้าจอคอมติดขึ้นเอง
แชตของ MidnightAdmin กลับมาอีกครั้ง ไม่มีเสียง ไม่มีภาพเงาดำ มีเพียงข้อความสั้น ๆ
จบงาน
ผมรอ
06:00
แสงเช้าสีเทาลอดผ้าม่านเข้ามาในห้อง พัดลมเพดานหมุนเอี๊ยด ๆ เหมือนคืนที่ผ่านมาเป็นแค่ฝันยาวเกินจริง เครื่องคอมสีดำเงียบสนิท ฮาร์ดดิสก์ที่ถูกทุบยังอยู่บนพื้น เคสเปิดฝาค้างไว้ เงินสดวางอยู่บนโต๊ะ และผมยังมีชีวิต
แต่ข้อความยังพิมพ์ต่อ
ช่างคอมคนใหม่ผ่านการทดสอบ
สถานะทักษะ:
ลบไฟล์ผิดปกติ
อ่านคลิปล่วงหน้า
ใช้ช่องว่างของกฎ
บันทึกเข้าสู่เครือข่ายผู้ทำงานหลังเที่ยงคืนแล้ว
ผมอ่านช้า ๆ ทีละบรรทัด ลมหายใจติดอยู่ในคอ
ข้อความสุดท้ายปรากฏ
ห้ามปฏิเสธสัญญาจ้างฉบับที่สิบเด็ดขาด
หน้าจอดับ
ผมนั่งนิ่งอยู่พักใหญ่ ก่อนค่อย ๆ ลุกไปเปิดประตูห้อง ทางเดินข้างนอกสว่างด้วยแสงเช้า ไฟหลอดยาวกลับมากะพริบตามปกติ ห้องข้าง ๆ มีเสียงคนเปิดประตูออกไปทำงาน เด็กนักเรียนวิ่งลงบันได กลิ่นโจ๊กจากร้านหน้าปากซอยลอยขึ้นมา
โลกปกติยังทำงานของมัน
ไม่มีใครเห็นชายเสื้อซีดยืนกอดเคส ไม่มีใครได้ยินเสียงเคาะ 03:33 ไม่มีใครรู้ว่าห้องผมเพิ่งมีประตูอีกบานเปิดค้างไว้จนเกือบเช้า
ผมกลับเข้าห้อง เก็บฮาร์ดดิสก์ที่ถูกทุบใส่ถุงสองชั้น พันเทปแน่น แล้ววางไว้ในกล่องเหล็กเก่า ผมไม่กล้าเอาไปทิ้ง เพราะถ้ามีใครเก็บไปขายต่อ เรื่องอาจเริ่มใหม่ ผมไม่กล้าเก็บไว้ใกล้ตัว แต่ก็ไม่มีที่ไหนไกลพอสำหรับของที่รู้ชื่อผมแล้ว
ผมลองเปิดคอมส่วนตัวของตัวเอง ตั้งใจจะพิมพ์บันทึกทุกอย่างไว้ เผื่อวันหนึ่งผมหายไป อย่างน้อยคนที่มาเก็บของจะรู้ว่าอย่าแตะเคสสีดำ อย่าเปิดโฟลเดอร์สีแดง อย่ารับงานล้างเครื่องหลังเที่ยงคืน
ผมพิมพ์หัวข้อ
สิ่งที่เกิดขึ้นคืนวันที่...
ตัวหนังสือหายไปทันที
ผมลองอีกครั้ง
ห้ามรับเครื่องสีดำจาก...
ตัวหนังสือซีดจางต่อหน้าต่อตา เหมือนหมึกถูกลบออกจากกระดาษ ทั้งที่ผมพิมพ์อยู่บนหน้าจอ
ผมลองเขียนลงกระดาษ คำที่เกี่ยวกับ Midnight Group ค่อย ๆ จางจนเหลือแค่รอยกด ผมลองอัดเสียง โทรศัพท์บันทึกได้แค่เสียงซ่า ผมลองถ่ายรูปเคส รูปที่ได้เป็นโต๊ะว่างเปล่า
ระบบไม่ยอมให้หลักฐานชัดเกินไป
สุดท้ายผมทำได้แค่จำ
และความจำของคนเป็นที่เก็บข้อมูลแย่ที่สุดอย่างหนึ่ง มันสั่น มันเลือน มันบิดตัวเองเพื่อให้เรานอนหลับได้ง่ายขึ้น ผมกลัวว่าวันหนึ่งผมจะจำรายละเอียดผิด กลัวว่าจะเริ่มเชื่อว่าทั้งหมดเป็นแค่ความเครียดจากหนี้ กลัวว่าจะเห็นเงินในบัญชีแล้วคิดว่าบางทีมันก็คุ้ม
ตอนสาย มีคนเคาะประตู
ผมสะดุ้งจนไขควงหล่น
แต่คนหน้าห้องเป็นป้าเจ้าของหอ แกเอาบิลค่าน้ำค่าไฟมาเสียบใต้ประตู บ่นเรื่องผมเปิดไฟทั้งคืน ผมรับบิลมาด้วยมือที่ยังสั่น แกมองหน้าผมแล้วถามว่าไม่สบายหรือเปล่า
"นอนไม่พอครับ" ผมตอบ
นั่นเป็นคำโกหกที่ใกล้ความจริงที่สุด
หลังป้าเดินไป ผมเก็บเครื่องมือบนโต๊ะทีละชิ้น หัวแร้ง ไขควง ปากคีบ เทปพันสายไฟ ทุกอย่างยังอยู่ มือผมยังใช้การได้ เงินหนี้ถูกจ่ายแล้ว ผมควรโล่งใจ
แต่ใต้เล็บนิ้วชี้ขวา มีเส้นดำเล็ก ๆ ฝังอยู่
ผมล้างมือด้วยสบู่ ขัดจนผิวแดง เส้นดำนั้นไม่ออก มันไม่เจ็บ ไม่บวม ไม่มีกลิ่น แต่มันอยู่ตรงนั้น เหมือนเศษตัวหนังสือสีแดงที่หลุดจากโฟลเดอร์แล้วเข้ามาอยู่ใต้ผิวหนัง
คืนนั้น ก่อนเที่ยงคืน โทรศัพท์ที่ผมปิดไว้สว่างขึ้นเอง
ไม่มีเสียงแจ้งเตือน
ไม่มีเบอร์ผู้ส่ง
มีเพียงไฟล์แนบหนึ่งไฟล์
งานถัดไป_ตัวอย่าง.mp4
ผมไม่ได้กดเปิด
แต่ภาพตัวอย่างของไฟล์กลับโหลดขึ้นเองเป็นช่องเล็ก ๆ บนหน้าจอ
มันไม่ใช่รูปห้องผม
มันเป็นภาพทางเดินโรงพยาบาลตอนกลางคืน ไฟเพดานติด ๆ ดับ ๆ เตียงเข็นว่างเปล่าจอดอยู่หน้าลิฟต์ และตรงปลายเตียงมีป้ายชื่อผู้ป่วยห้อยไว้
ชื่อบนป้ายนั้นคือชื่อผม
ใต้ภาพ มีข้อความหนึ่งบรรทัดกะพริบขึ้นมา
กำลังส่งตัวอย่างให้ผู้รับงานคนต่อไป
ผมยังไม่ทันแตะโทรศัพท์ จากกล่องเหล็กใต้โต๊ะ ฮาร์ดดิสก์ที่ถูกทุบจนบุบก็ส่งเสียงแกรกเบา ๆ
แกรก
แกรก
แกรก
เหมือนมันกำลังอ่านไฟล์แทนผม
แล้วโทรศัพท์ก็ดังขึ้นเองด้วยเสียงแจ้งเตือนที่ผมไม่เคยตั้ง
device connected