[ แล้วทำไมท่านถึงไม่พาเด็กทั้งสามคนนั้นกลับวัง นั่นน่าจะเป็เื่ง่ายสำหรับท่าน ]
ซีโร่กล่าวถามด้วยความสงสัย แต่ดูเหมือนว่าถามยังไงเฟยหงก็ไม่มีท่าทีที่จะยอมบอก ชายหนุ่มเดินมาหยุดตรงพื้นที่ที่ตัวเองใช้ดัชนีทะลวง์ทำลายไปโดยไม่ได้ตั้งใจ
แต่มันกลับกลายเป็พื้นที่โล่งกว้าง เหมาะแก่การสร้างที่อยู่อาศัย
[ นายท่านคิดจะทำอะไร? ]
“ ก็สร้างบ้านไง ”
[ สร้างบ้าน? นายท่านจะทำอย่างไร วัสดุอุปกรณ์ล้วนอยู่ที่โลกฝั่งนั้น แน่นอนว่าถ้านายท่าน้ากลับไปตอนนี้ก็ย่อมกลับไปเพื่อซื้อวัสดุอุปกรณ์เข้ามาได้ ]
ซีโร่บอกข้อมูมพร้อมกับมีข้อสงสัยในเวลาเดียวกัน
“ ก็นี่ไง วัสดุเยอะแยะขนาดนี้เ้ามองไม่เห็นอย่างงั้นหรือ ไม้พวกนี้หากนำไปแปรรูปและขึ้นโครงก็ไม่ใช่เื่ยาก ก่อนหน้านี้ข้าทำงานก่อสร้างหารายได้ระหว่างที่ข้าเรียนเลยพอจะมีความรู้ในด้านนี้อยู่บ้าง ”
เฟยหงกางมือออกก่อนจะวาดวงเวทย์ขนาดเล็กสีส้มขึ้นมา ก่อนจะฝังไว้ใต้พื้นดิน
เมื่อครู่คือเวทย์มนต์สำหรับการป้องกันพื้นที่โดยรอบ ซึ่งแตกต่างจากลมปราณที่ต้องใช้ลมปราณผนวกกับเคล็ดวิชาค่ายกล
นี่จึงเป็ข้อได้เปรียบของเวทย์มนต์ ที่เพียงแค่เข้าใจโครงสร้างและสามารถใช้พลังงานแห่งชีวิตที่มีอยู่จำนวนมหาศาลเหล่านี้ได้อย่างไม่มีปัญหา
“ ก่อนอื่นก็เริ่มจากการแปรรูปต้นไม้ให้เป็เสา ”
ต้นไม้บริเวณโดยรอบเกิดการเคลื่อนไหว ก่อนที่ต้นไม้บริเวณนั้นจะถูกจับถอนขึ้นมาอยางง่ายดายราวกับการถอนหญ้าต้นเล็กๆต้นหนึ่ง
นี่คือพลังของเวทย์มนต์ในการควบคุมวัตถุสิ่งของ แม้แต่ซีโร่เองก็อดไม่ได้ที่จะสงสัยว่าทำไมเฟยหงถึงควบคุมพลังเวทย์ได้ดีเพียงนี้ ทั้งๆที่เวทย์มนต์ควบคุมได้ยากกว่าพลังลมปราณ
“ โดยปกติทั่วไปแล้วจะต้องใช้สิ่งที่เรียกว่าปูน ้แต่ที่นี่มีวัสดุไม่เพียงพอเพราะแบบนั้นทั้งหมดจึงต้องสร้างจากไม้และเครือบด้วยเวทย์มนต์เสริมความแข็งแกร่ง ”
ต้นไม้ค่อยๆถูกแปรรูปไปเป็เสาไม้ขนาดใหญ่
“ เริ่มจากวางโครงสร้าง ต่อด้วยเสริมแต่งความแข็งแรงของพื้นดิน ”
บ้านหลังใหญ่ค่อยๆเป็รูปร่างอย่างรวดเร็ว แม้แต่โลกเก่าของเฟยหงก็ไม่มีการสร้างบ้านที่เร็วขนาดนี้ ไม้ทั้งหมดค่อยๆถูกทำเป็ฝาผนังของบ้าน ส่วนที่เหลือถูกทำไว้เป็หลังคาและพื้น
แผ่นไม้ทุกแผ่นถูกเคลือบไว้ด้วยเวทย์มนต์เสริมสร้างความแข็งแกร่งทั้งหมด
[ นี่มันสถาปัตยากรรมในโลกเก่าของนายท่าน..จากข้อมูลที่มีนี่เป็บ้านไม้มีสองชั้น ทั้งหลังถูกเคลือบไว้ด้วยเวทย์มนต์ หากมีคนในโลกนี้เห็นคงวุ่นวายแน่ๆจากสถาปัตยกรรมที่แปลกประหลาดเช่นนี้ ]
“ ในป่าลึกแบบนี้ใครจะเข้ามา อีกอย่างหนึ่งนี่ก็ใกล้จะตกเย็นแล้ว ที่นี่จะกลายเป็ที่พักหลังใหม่ของพวกเด็กๆ แต่ก่อนอื่นเลยต้องมีการทดสอบบางอย่าง ”
เฟยหงชี้นิ้วตรงไปยังบ้านหลังใหม่ที่ถูกสร้างขึ้น ก่อนจะทำการยิงดัชนีทะลวง์ไปยังตำแหน่งของพื้นบ้าน...
[ นายท่านนี่ท่านจะ— ]
ตู้มมม!!!!
ก่อนที่ดัชนีย์ทะลวง์จะทำลายบ้านหลังนั้น ทันใดนั้นก็มีตราเวทย์สีส้มขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นมาต้านทานการโจมตีของเฟยหงได้อย่างรวดเร็ว!!!
“ ยอดเยี่ยม!! การป้องกันสองขั้นมันได้ผล ตราเวทย์ที่ข้าฝังไว้ทำงานทันทีหลังจากที่บ้านหลังนี้กำลังจะถูกโจมตี หากตราเวทย์ถูกทำลายก็ยังมีการป้องกันขั้นที่สอง ดังนั้นการสร้างบ้านหลังนี้ก็สำเร็จลุล่วง.. ”
[ ย่อมเป็เช่นนั้น ผู้ใช้ลมปราณธรรมดาไม่อาจที่จะทำลายมันได้ ในยามนี้ที่นี่ก็ไม่ต่างจากป้อมปราการที่แข็งแกร่ง แต่เหนือสิ่งอื่นใดตอนนี้เป่าจือหลบหนีออกมานอกตัวพระราชวังจากการลอบสังหาร ท่านจะให้ข้าทำการสังหารมันเลยหรือไม่? ]
เฟยหงเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็มิได้แสดงสีหน้ากังวลออกมาแต่อย่างใด
“ เป่าจือคนเดียวอย่างงั้นรึ? ”
[ มีไป๋มู่เทียน หนึ่งในห้าผู้าุโของสำนักทำการคุ้มกันและหลบหนีขอรับนายท่าน ]
“ ข้าจะไปหาพวกนั้นด้วยตัวเอง การที่พวกนั้นหนีออกมาจากวงล้อมของมือสังหารฝีมือดีที่จัดหาโดยหย่งผู่ได้ ย่อมเป็เื่ที่อยู่ในความคาดหมายของข้าอยู่แล้ว
เพราะฉะนั้นข้าจะเป็คนลงมือด้วยตัวข้าเอง ถือซะว่าเป็การแก้แค้นให้กับซูเฟยเหยียนก็แล้วกัน ”
เฟยหงกล่าวจบก็ใช้วิชาตัวเบาทะยานร่างไปอย่างรวดเร็วมุ่งตรงไปยังตำแหน่งของเป่าจือและไป๋มู่เทียนทันที
.............................................................……………………………………….
ณ นอกเขตพระราชวัง
เป่าจื่อและไป๋มู่เทียนกำลังมุ่งหน้าไปยังทางออกของเขตเมืองหลวงด้วยความทุลักทุเลพร้อมกับความสับสน
“ ไป๋มู่เทียนนี่มันเกิดเื่บ้าอะไรขึ้น!! ทำไมถึงมีมือสังหารฝีมือร้ายกาจบุกเข้ามาสังหารเหล่าขุนนางในขณะที่พวกเรากำลังประชุมกันอยู่ได้อย่างหน้าตาเฉย ”
“ ท่านเป่าจือ นั่นไม่ใช่ประเด็นสำคัญ ประเด็นสำคัญก็คือนักฆ่าพวกนั้นไม่ได้สังหารทหารของฝ่ายเราเลยแม้แต่คนเดียว
เพียงแค่ทำให้สลบไปเท่านั้น!! น่าเจ็บใจนักที่เวลานี้เหล่าแม่ทัพไปทำศึกที่ชายแดน ทำให้ไม่มีแม่ทัพในเขตพระราชวังแม้แต่คนเดียว
ผู้บงการเื้ัย่อมไม่ธรรมดาและที่สำคัญคนผู้นั้นรวบรวมเหล่ายอดนักฆ่าเพื่อมาสังหารเหล่าขุนนางที่มีความเกี่ยวข้องกับพวกเราทั้งหมด!!! ”
ทั้งสองคนหลบหนีมาจนถึงหน้าประตูเมือง ในขณะนั้นเอง เงาปริศนาก็โผล่ขึ้นมาขวางประตูทางออกเอาไว้
“ เ้าเป็ใคร หลีกทางไปซะ!!หากยังไม่อยากตาย!!! ”
“ ตาย? ”
ชายหนุ่มปริศนาที่มาขวางไว้ไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็เฟยหงที่ตรงมายังตำแหน่งจุดที่ซีโร่บอกเอาไว้ ก่อนที่ชายหนุ่มจะปล่อยดัชนีทะลวง์เส้นสายขนาดเล็กไปยังตำแหน่งทั้งสองคน
“ บัดซบ!! ”
“ บัดซบ!! ”
ตู้มม!!!
เป่าจือและไป๋มู่เทียนะโหลบได้ทันท่วงที แต่ทว่ายังมีดัชนีทะลวง์ที่ถูกปล่อยออกมาติดๆกันเจาะทะลวงผ่านปราณคุ้มกันของไป๋มู่เทียน ผู้อยู่ในชนชั้นลมปราณสีครามขั้นสูง!!!
“ อึก! นะ..นี่เ้าเป็ใครกันแน่ ลออบทำร้ายขุนนางขององค์จักรพรริฝดิ์มีความผิดถึงขั้นปะาชีวิต!! ”
เป่าจือที่เห็นไป๋มู่เทียนถูกจัดการได้อย่างง่ายดายจึงอดที่จะเกิดความกลัวขึ้นไม่ได้ และคิดไม่ตกว่าบุคคลผู้นี้เป็พวกเดียวกันกับมือสังหารพวกนั้นหรือไม่
“ ขุนนางขององค์จักรพรรดิ์? ปะาชีวิต? ฮ่า ฮ่า ฮ่า ช่างน่าขันจริงๆ จะตายอยู่แล้วก็อยู่เงียบๆซะ
ข้ายั้งพลังทำลายของมันเอาไว้แค่นี้เ้าไม่ตายง่ายๆหรอก แต่เพื่อความมั่นใจ ”
เฟยหงปล่อยดัชนีทะลวงจุดลมปราณของทั้งสองคน..เป่าจือแม้จะเคยเป็อดีตผู้แทนขององค์จักรพรรดิ์ ถ้าไม่นับเื่ฝีมือการพลิกลิ้นและเล่ห์เหลี่ยมแล้ว ความสามารถด้านการต่อสู้ก็แค่พื้นฐานทั่วไป ทำให้ไม่อาจขัดขืนการโจมตีแบบฉับพลันของเฟยหงได้
“ อ้ากกกกกกกกกกก!!! ”
ทั้งสองส่งเสียงร้องออกมาด้วยความเ็ป ลมปราณทั้งหมดค่อยๆทะลักออกมาและจางหายไป
“ จะ..เ้าสารเลว เ้าเป็ใครกัน หากข้ารอดไปได้ข้าเป่าจือขอสาบานจะตามฆ่าลางตระกูลเ้า!! ”
“ แหมๆ น่าเสียดายที่คำสาบานของเ้าคงจะไม่มีวันเป็จริงท่านผู้แทนเป่าจือ ท่านไป๋มู่เทียน ข้าว่าท่านน่าจะจำข้าได้นะ ”
ทันใดนั้นรูปร่างใบหน้าค่อยๆขยับเปลี่ยนโครงสร้าง ใบหน้าพลันค่อยๆเปลี่ยนไป
ทันทีที่เป่าจือและไป๋มู่เทียนที่ได้เห็นโฉมหน้าของชายลึกลับ ใบหน้านั้นก็แสดงสีหน้าตกตะลึงออกมาจนถึงขีดสุด!!!
“ จะ..จักรพรรดิ์ซูเฟยเหยียน!!! ”
จบ...