แดดยามสายเริ่มส่องสว่างขึ้นเมื่อเวลาล่วงไปใกล้สิบโมงเช้า...โรยทรายรีบอาบน้ำแต่งตัวอย่างเร่งรีบเมื่อใกล้ถึงเวลานัด วันนี้เธอสวมเสื้อผ้าสบายๆด้วยเสื้อกล้ามสีสันสดใสทับซ้อนกันสองตัวคู่กับกางเกงยีนส์ย้อมสีน้ำเงินเข้มเป็ลายคล้ายมัดย้อมรีบสวมรองเท้าผ้าใบสีสดคู่ที่เลือกให้เข้ากับชุดและไม่ลืมที่จะหยิบแว่นกันแดดกับกระเป๋าสะพายใบซีดแต่แฝงความอินเทรนด์
เธอกดลิฟต์ลงไปยังชั้นล่างสุดเมื่อลิฟต์เปิดออกก็ยิ้มทักทายพนักงานหน้าเคาน์เตอร์สองคนที่กำลังยืนคุยกับพนักงานรักษาความปลอดภัย
หญิงสาวส่งเสียงทักทายผู้จัดการสาวที่มายืนคอยอยู่ด้านล่างเรียบร้อยก่อนจะเดินเคียงกันไปขึ้นรถคันหรูที่มาจอดคอยอยู่ด้านหน้า
รถค่อยๆเคลื่อนตัวออกจากด้านหน้าของคอนโดฯช้าๆผู้จัดการสาวที่นั่งอยู่ด้านหลังพวงมาลัยหันไปชวนหญิงสาวที่นั่งด้านข้างคุยเป็ระยะโดยไม่รู้เลยสักนิดว่าสายตาของชายหนุ่มที่เมาค้างเมื่อคืนยืนอยู่ริมระเบียงด้านนอกห้องของเขากำลังมองร่างของโรยทรายั้แ่เดินออกจากประตูด้านล่างแล้วขยับตัวขึ้นรถคันสีแดงสด
โดมทองมองร่างสูงเพรียวของเธอด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความรู้สึกประหลาด แวบขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูกเขายกมุมปากด้วยรอยยิ้มบางๆ...มองจนกระทั่งรถคันหรูค่อยๆขับเคลื่อนลับหายไป
ส่วนว่าที่นางเอกละครก็ชวนผู้จัดการสาวคุยแต่เื่ของละครด้วยความตื่นเต้นปรีดาทำให้เธอลืมเื่ราวเมื่อคืนไปได้ชั่วขณะ...จนกระทั่งขับมาถึงบ้านหลังเดียวกับเมื่อวาน
แต่วันนี้ภายในบ้านกลับดูวุ่นวายกันไปหมดกวาดตามองไปรอบตัวบ้าน ก็เห็นหลายคนที่ถือกล้องถ่ายรูปคล้องคออยู่หลายคนก็จับกลุ่มคุยกันอยู่ในแต่ละมุมเป็หย่อมๆ
โรยทรายเดินตามหลังผู้จัดการสาวก่อนจะยกมือสวัสดีใครต่อใครที่หันมามองเธอหลังคำทักทายด้วยเสียงสูงปรี๊ดของวัลยา เหมือนเป็ใบเบิกทาง
วัลยาพูดแนะนำตัวโรยทรายให้นักข่าวหลายคนที่มารอทำข่าว“ฝากน้องทรายด้วยนะค้า...ละครเื่แรกยังไงก็วานพี่ๆสื่อมวลชนช่วยกันเขียนเชียร์เยอะๆนะคะเผื่อลูกสาวหว่าหวาคนนี้จะได้ดังเปรี้ยงปร้างกับเขาบ้าง”
พูดจบวัลยาก็โปรยยิ้มให้กับทุกคนก่อนจะขอตัวเข้าไปในบ้าน โดยมีมิราลีออกมาต้อนรับ แล้วคว้าแขนโรยทรายให้เดินตาม “ข้างในค่ะพี่ทราย ช่างแต่งหน้ากำลังรออยู่เลย”
โรยทรายกล่าวสวัสดีกับคุณอามยุราที่กำลังนั่งคุยอยู่กับใครสักคนตรงโต๊ะรับแขกก่อนจะเดินตามแรงดึงของมิราลีไปหยุดยืนหน้าประตูห้องหนึ่งซึ่งกั้นเรียงเป็ห้องติดๆกัน
หน้าห้องมีป้ายติดไว้ว่าห้องแต่งตัวนักแสดงคนนำหน้าเปิดประตูเข้าไปพร้อมกับแนะนำช่างแต่งหน้าที่กำลังนั่งรอนางเอกของเื่อยู่
“สวัสดีค่าพี่ลิลลี่...หว่าหวาก็นึกว่าน้องทรายจะได้เมคอัพฯที่ไหนมาทำสวยให้ที่แท้ก็มือหนึ่งของวงการ...พี่ลิลลี่เมคอัพอาร์ตติสท์คนสวยนี่เอง” วัลยาทำเสียงเน้นคำว่าเมคอัพอาร์ตติสท์ด้วยสำเนียงที่ดูเว่อร์กว่าความเป็จริงหลายเท่าตัวแล้วต่างคนก็ต่างหัวเราะเข้าไปทักทายจับไม้จับมือกันอย่างสนิทสนม
“คุณน้องหว่าหวาก็พูดอวยกันเกินมั้งฮ้า”เมคอัพฯสาวที่ถูกเรียกว่ามือหนึ่งหัวเราะกับคำเยินยอที่ได้รับอย่างหน้าบานเต็มที่จากที่ตัวเองเป็คนตัวอ้วนสมบูรณ์ รูปร่างค่อนข้างใหญ่หนาใบหน้าที่กลมใหญ่อยู่แล้วก็ดูเหมือนจะบานยิ่งขึ้นกว่าเดิม
“มาใกล้ๆคุณพี่หน่อยค่าน้องทราย”คุณเธอกวักมือเรียกว่าที่นางเอกเข้าไปใกล้ๆก่อนจะสาธยาย “เพิ่งได้เจอตัวจริงหนูทรายวันนี้สวยกว่าในรูปที่ถ่ายตามหนังสืออีกนะฮ้า”
คนพูดยืนจับหุ่นเธอบิดไปมาเหมือนกำลังสำรวจก่อนจะเชยคางเธอขึ้นมาพร้อมเปรย
“แต่งหน้าเลยไหมฮ้า หน้าอย่างน้องทรายพี่ว่าแต่งง่าย แต่งสวย รับรองแต่งออกมาต้องเริ่ดกว่าทุกคน” ลิลลี่หันไปขอความเห็นจากมิราลีก่อนจะปรายตาไปมองใครอีกคนที่กำลังนั่งให้ช่างแต่งหน้าอีกคนกำลังบรรจงทาลิปสติก
“เอาเลยค่ะเจ๊ เอาให้สวยเลิศประเสริฐศรีอย่างที่คุยเลยนะค้า” มิราลีออกสำเนียงเลียนแบบลิลลี่ “เดี๋ยวมิร่าขอตัวออกไปดูงานข้างนอกห้องหน่อยนะคะ”
ว่าแล้วเธอก็เดินออกจากห้องไปสำรวจตรวจงานด้านนอกในห้องจึงเหลือเพียงห้าคน คือ ช่างแต่งหน้าสองคน วัลยากับโรยทรายและนางร้ายของเื่ที่ลิลลี่เพิ่งจะปรายตามอง
นางเอกคนใหม่ลงไปนั่งเก้าอี้อีกมุมหนึ่งให้ช่างแต่งหน้าชื่อดังนามลิลลี่เริ่มบรรจงศิลปะความงามบนใบหน้าอย่างที่กองถ่าย้าด้วยโทนหน้าธรรมชาติแต่งให้ดูหวานสมกับบุคลิกนางเอกผู้อ่อนแอตามเนื้อเื่...ซึ่งแตกต่างจากโทนหน้าของหญิงสาวอีกคนที่เพิ่งทาลิปสติกสีแดงสดเสร็จหมาดๆ
นางร้ายปากแดงเริ่มขยับปากทักทายผู้มาใหม่ทั้งสองด้วยวาจาเชือดเฉือนที่คนฟังทั้งสี่นั้นรู้สึกแปร่งหูเป็ที่สุด
“ไม่เห็นหัวรุ่นพี่ในวงการเหรอคะคุณน้องถึงไม่ส่งยิ้มหรือว่าทักทายกันตามมารยาท”เธอปรายตามองไปยังโรยทรายด้วยสายตาเพียงครึ่งเดียว
โรยทรายทำหน้าเหรอหราด้วยความใก่อนจะรีบยกมือสวัสดีตามคำจิกกัด แต่ก็แทบละมือออกจากการยกขึ้นไหว้แทบไม่ทันเมื่อเสียงตอบรับของนางร้ายที่ฟังแล้วแทบสะอึก
“กองไว้ตรงนั้นเถอะย่ะ”ปาหนันลุกขึ้นยืนสำรวจตัวเองหน้ากระจก เมื่อเห็นว่าแต่งหน้าทำผมเรียบร้อยแล้วก็เดินคอตั้งหลังตรงยืดอกด้วยความมาดมั่นเดินออกจากห้อง ปล่อยให้คนทั้งสี่งงเป็ไก่ตาแตกว่าเกิดอะไรขึ้น
ไม่มีสัญญาณอะไรเลยว่าปาหนันจะแสดงกิริยายิ่งกว่าตัวอิจฉาในละครให้ทุกคนเห็น
ช่างแต่งหน้าสองคนทั้งลิลลี่กับนกน้อยผู้ช่วยของเธอหันมามองหน้ากันก่อนจะเริ่มเปิดประเด็น “สมกับเป็ตัวอิจฉาจริงๆ น้องมิร่านี่เลือกคนมาแสดงได้สมบทบาทนะฮ้า” เสียงของลิลลี่เริ่มเอ่ยก่อนที่ช่างผู้ช่วยจะเอ่ยสมทบ
“สงสัยวันนี้ประจำเดือนคงมาเลทมั้งค้าพี่ลิลลี่ เืลมเลยเดินไม่สะดวก” นกน้อยกล่าวก่อนจะทำจริตหัวเราะคิกคัก
หากแต่โรยทรายไม่ได้เห็นเป็เื่น่าขบขันอย่างที่ช่างแต่งหน้าทั้งสองคนกำลังคิกคักสักนิด เธอหันไปมองหน้าวัลยาเหมือนกับถามว่าเกิดอะไรขึ้น
“คุณปาเธอเป็อะไรคะพี่หว่าหวา”คนถามไม่ได้ถามเพราะใสซื่อแต่เป็เพราะยังไม่รู้ถึงสาเหตุที่ถูกนางร้ายของเื่วีนแตก
วัลยาเองจึงปลอบใจ“อย่าไปคิดมากเลยค่ะคุณน้องเราต้องทำตัวให้เป็มืออาชีพนะคะ อย่าลืมสิ นักแสดงที่ดีต้องไม่เอาเื่ส่วนตัวมาปะปน...ชีจะเป็อะไรก็ปล่อยชีไปไม่ต้องไปจำใส่ให้รกหัวสมอง น้องทรายของพี่เอาเวลาไปจำบทละครที่ได้รับจะดีกว่าค่ะ”
แม้วัลยาจะพูดให้เธอคลายกังวลแต่ตัวเองก็พอจะเห็นเค้าลางอะไรบางอย่างที่อาจจะเป็อุปสรรคต่อละครเื่นี้บ้างแล้วละ
“ใช่ฮ่ะหนูทราย...วงการนี้มันเต็มไปด้วยเสือสิงห์กระทิง แล้วก็แรดฮ่า...โดยเฉพาะตัวที่เดินออกไปคงเพิ่งเริ่มแตกพานน่ะฮ่ะก็เลยอาจจะเที่ยวเอานอไปขวิดคนนั้นที คนโน้นทีอย่าไปถือสาอย่างที่หว่าหวาบอกเลยฮ่า”ลิลลี่ขยับปากออกความเห็น มือก็ขยับแปรงแต่งหน้าไปด้วย
“งั้นเดี๋ยวหว่าหวามานะคะ...ฝากพี่ลิลลี่ดูแลน้องทรายทีนะค้า”
ผู้จัดการสุดสวยรีบหมุนตัวออกจากห้องหวังจะแจ้งเื่ให้ใครสักคนทราบไว้ก่อน แล้วก็เดินตัวปลิวหลังจากประตูห้องปิดลง
///////////////////////////////////////