ราชันย์สิบโลก

    ตอนที่ 172 โลกที่แปด

            ณ จุดจักรวาลที่ห่างไกลออกไปในอาณาเขตของจักรวาลที่เก้าโลกที่ถูกทำลายเริ่มหลอมรวมกันเป็นอีกโลกหนึ่ง ซึ่งในโลกใบนี้กลับไม่มีสิ่งชีวิตใดๆ อาศัยอยู่ โลกใบนี้ไม่มีแม้แต่พลังฟ้าดินและพลังต้นกำเนิดแต่อย่างใด พวกมันเต็มไปด้วยโครงกระดูกและซากปรักหักพังที่เกิดจากการล่าสังหารของผู้คนในอดีต

            สิ่งหนึ่งที่ดำรงอยู่ในโลกใบนี้ซึ่งมีอยู่จำนวนมาก มันแพร่ขยายจำนวนอย่างรวดเร็วและมีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ จนพวกมันจำนวนหลายพันล้านตัว แต่ละตัวกำลังดูดกลืนพลังแห่งความตายที่ไหลเวียนอยู่ในที่แห่งนี้พวกมันใช้เวลาหลายพันปีดูดซับพลังแห่งความตายของที่นี่จนหมดเมื่อพลังแห่งความตายหมดไปจากโลกใบนี้ พวกมันเริ่มกัดกินกองกระดูกที่มีอยู่อย่างบ้าคลั่งมันกัดกินทุกอย่างที่ขวางหน้า และเมื่อทุกอย่างเริ่มหมดไป พวกมันจึงเริ่มกัดกินและดูดกลืนพวกเดียวกันเพื่อให้ตัวของมันอยู่รอดในสถานที่แห่งนี้

            หลายตัวเริ่มที่จะแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้นระยะเวลาผ่านไปนานหลายพันปีพวกมันยังคงกัดกินและดูดกลืนพวกเดียวกันอย่างบ้าคลั่ง จากจำนวนหลายพันล้านตัวพวกมันค่อย ๆ ลดจำนวนลงอย่างรวดเร็ว จวบจนเวลาล่วงเลยไปเกือบหนึ่งหมื่นปีจำนวนของพวกมันที่ยังคงหลงเหลืออยู่จำนวนเพียงล้านกว่าตัวเท่านั้น และการก่อกำเนิดเผ่าพันธุ์ขึ้นมาใหม่

            พวกมันคือเผ่าพันธุ์ปีศาจที่ได้เกิดขึ้นมาจากความอาฆาตพยาบาท  พวกมันดุร้าย และเต็มไปด้วยความอาฆาตแค้น พวกมันกัดกินและดูดกลืนพลังชีวิตของพรรคพวกมันจนแข็งแกร่งและที่สำคัญคือพวกมันเริ่มมีสติปัญญาขึ้นมาเรื่อยๆ  พวกมันได้ก่อกำเนิดมากว่าหนึ่งแสนปีแล้วพวกมันค่อย ๆ พัฒนามาเรื่อย ๆ  อย่างเงียบ ๆโดยที่ไม่มีใครรับรู้ได้เลย

            ทางด้านผู้ปกครองทั้งสิบโลกหลังจากที่ปรึกษากันเป็นที่เรียบร้อยพวกเขาต่างแยกย้ายกันกลับไปยังโลกของตนเองโลกที่สอง โลกที่หก และโลกที่เจ็ดเริ่มส่งผู้คนไปศึกษาเกี่ยวกับการปลูกสมุนไพรในโลกที่เก้าและโลกที่หนึ่ง

            เมื่อเจ้าโลกทั้งสามเดินทางมาถึงยังโลกที่เก้า พวกเขาถึงกับตะลึงและแทบไม่เชื่อสายตาของตัวเองพวกเขามองดูแปลงสมุนไพรที่กว้างสุดลูกหูลูกตาของพวกเขาจากบนเรือรบที่พวกเขาโดยสารมาเหล่าผู้ติดตามที่ต้องการมาศึกษาเรื่องการปลูกและดูแลสมุนไพรต่างตื่นเต้นกับภาพที่พวกเขาได้เห็น

            “พวกเจ้า พวกเจ้าเห็นเหมือนที่ข้าเห็นไหมทำไมพวกเขาสามารถปลูกมันขึ้นมาได้”

            “พวกเจ้าดูตรงโน้น ตรงนั้นมันสมุนไพรหายาก”

            เหล่าผู้คนจากสามโลกที่เดินทางมา พวกเขาอยากจะศึกษามันจนแทบจะกระโดดลงมาจากเรือรบเพื่อศึกษามันให้เร็วที่สุด

            “ลี่จิน หากพวกเราไม่ได้มาเห็นกับตาตัวเองข้ายังคิดว่าพวกเขาทั้งหมดรวมหัวกันหลอกพวกเราเสียอีกพวกเขาสามารถปลูกมันขึ้นมาได้จริง ๆ”เจ้าโลกที่เจ็ดชวนจี๋กล่าวออกมา

            “มิน่า หลายปีมานี้พวกเขาไม่กระตือรือร้นที่จะออกไปหาทรัพยากรที่อื่น พวกเราโง่เขลาเองที่มัวแต่ไปเซาะหาทรัพยากรจากโลกอื่นแทนที่จะหาหนทางพัฒนาทรัพยากรในโลกของพวกเราเอง”เจ้าโลกที่สองหงเซ่อที่เดินทางมาด้วยเอ่ยขึ้นมา

            “เด็กหนุ่มเฟิ่งหยูคนนั้นมีความสามารถจริง ๆโชคดีที่ท่านบรรพบุรุษมาห้ามพวกเราได้ทัน มิเช่นนั้นข้าเองก็ไม่กล้าคิดถึงเรื่องที่จะเกิดขึ้นตามมาหลังจากนั้นเลยจริงๆ”

            ทางด้านของเฟิ่งหยูหลังจากที่ได้รับมอบหมายให้ดูแลในโลกที่แปดนั้นเขาได้เดินทางไปยังโลกที่แปดพร้อมกับองค์ราชันย์ฟางหรง และกองกำลังที่เหลืออยู่ของโลกที่แปดที่ยังไม่ถูกสังหารอีกราวๆ สองแสนนาย ซึ่งในการรบในครั้งนี้ถือว่ากองกำลังของโลกที่แปดนั้นเสียหายมากที่สุดเพราะมีผู้ที่ถูกสังหารราว ๆ สามแสนนาย ส่วนกองกำลังของโลกอื่น ๆนั้นเสียหายไม่มากนักเพราะพวกเขาถูกห้ามปรามโดยเหล่าผู้เฒ่าทั้งแปดเสียก่อน

            “เจ้าน้องชาย เจ้าคิดว่าเจ้าจะเอาพวกเขาอยู่หมัดหรือไม่พวกกองกำลังของโลกที่แปดที่ข้าได้ยินมาพวกเขาล้วนแต่เย่อหยิ่งในศักดิ์ศรี ยอมหักไม่ยอมงอแถมยังเป็นพวกหัวแข็งอีกต่างหาก”

            “ฮ่า ฮ่า ฮ่า ไม่ลองไม่รู้ ท่านเองก็รู้พวกเขาจะต้องยอมรับคนที่แข็งแกร่งและต้องเป็นผู้นำที่เด็ดขาด แต่ท่านดูสิข้า ออกจะอ่อนโยน และอ่อนแอ ท่านว่าข้าควรมอบโลกที่แปดให้ท่านดูแลจะดีกว่าไหม”

            โป๊ก.....

            องค์ราชันย์เขกหัวของเฟิ่งหยูทีหนึ่ง พร้อมกับเอ่ย

            “หากคนอย่างเจ้าอ่อนแอ อ่อนโยน คนทั้งโลกคงกลายเป็นคนที่ขี้ขลาดไปหมดแล้วเจ้านี่หาเรื่องบ่ายเบี่ยงเสียจริงอย่าลืมสิความรับผิดชอบของเจ้าไม่ใช่เพียงแค่โลกที่แปดเท่านั้น ในอนาคตเจ้าจะต้องเป็นผู้นำของจักรวาลที่เก้าของพวกเราภาระนั้นยิ่งใหญ่กว่านี้อีกร้อยเท่า เจ้ายังมัวแต่เล่นอยู่ได้”

            “ท่านเองก็หาเรื่องปลดภาระออกจากบ่า โยนมาให้ข้าอยู่ใช่ไหมละข้ารู้ทันหรอก”

            “เจ้านี่มันจริง ๆ เลย คนอื่นเขาไขว่คว้าแสวงหาอำนาจกลับไม่ได้มันไปครอบครองเจ้ามีคนเขาประเคนให้ถึงที่กลับไม่อยากยอมรับ เจ้าอย่าลืมที่พวกเราเคยพูดกันไว้หละเจ้าไม่สามารถปฏิเสธได้อย่างเด็ดขาดภาระหน้าที่นั้นยังไงก็ต้องตกเป็นของเจ้าอยู่ดี”

            “เฟิ่งหยูพลันนึกถึงคำพูดของพวกเขาที่ให้สัญญาไว้กับเหล่าเจ้าโลกทั้งหลายก่อนจะกลับไปยังโลกต้นกำเนิดของพวกเขาเฟิ่งหยูพลันทำหน้าเศร้าในทันที เพราะเขาได้รับปากเอาไว้จริง ๆ”

            “ท่านไม่ต้องกลัวหรอก อีกหลายปีกว่าที่ข้าจะบรรลุถึงขั้นพระเจ้าได้ขอบเขตของข้ากว้างใหญ่กว่าพวกท่านนัก อาจจะใช้เวลาเป็นพัน พันปี กว่าจะก้าวไปถึงระดับพระเจ้าได้”

            โป๊ก........ “นี่เจ้ายังคิดจะขี้เกียจฝึกฝนอีกอย่างนั้นหรือหากท่านบรรพบุรุษรู้เข้า พวกเขาคงเล่นงานเจ้าเป็นแน่”

            “ฮ่า ฮ่า ฮ่า พวกเขาไม่กล้าทำอะไรข้าหรอก เพราะพวกเขารู้ดีว่าข้าเป็นคนเช่นไรถึงแม้ท่านจะไปเป่าหูท่านปู่หลง พวกเขาก็ต้องเชื่อคำพูดของข้ามากกว่าท่านอย่างแน่นอน”

            “เอาหละ ข้ายอมแพ้เจ้าจริง ๆยังไงเจ้าก็ลองแสดงฝีมือของเจ้าในการควบคุมกำลังพลของโลกที่แปดทั้งหมดให้ข้าดูหน่อยข้าจะดูเจ้าอยู่ห่าง ๆ ข้าเองก็อยากจะรู้เช่นกันว่าเจ้าเด็กตัวร้ายเช่นเจ้าจะทำอย่างไรฮ่า ฮ่า ฮ่า”

            “นี่ท่านแกล้งข้าใช่ไหม คอยดูฝีมือข้าก็แล้วกัน เมื่อพวกเราเดินทางไปถึงยังโลกที่แปด”

            เมื่อเฟิ่งหยูเดินทางไปถึงยังโลกที่แปด เขาให้แม่ทัพใหญ่ของกองกำลังที่เหลืออยู่นำทางเขาไปยังเมืองหลวงของอาณาจักรที่เจ้าโลกจงจื่ออาศัยอยู่และเขาได้ให้เหล่ารองแม่ทัพที่เหลืออยู่ออกไปแจ้งข่าวให้กับกษัตริย์และเจ้าเมืองทุกเมืองในโลกที่แปดนี้มาประชุมกันอย่างเร่งด่วน

            เหล่าแม่ทัพและรองแม่ทัพไม่สามารถปฏิเสธคำพูดของเฟิ่งหยูได้พวกเขาทำได้เพียงแค่ทำตามคำสั่งเท่านั้น เพราะรู้ดีถึงความสามารถของเฟิ่งหยู พวกไม่กล้าแม้แต่จะมองเฟิ่งหยูตรงๆ ด้วยซ้ำไป

            เมื่อพวกเขาเดินทางมาถึงยังโลกที่แปด เหล่ารองแม่ทัพรีบออกเดินทางไปแจ้งข่าวอย่างรวดเร็วเพราะเฟิ่งหยูกำหนดให้พวกเขามาร่วมประชุมในอีกหนึ่งอาทิตย์ข้างหน้า

            หลังจากเจ้าเมืองและกษัตริย์จากอาณาจักรต่าง ๆได้รับข่าวสารพวกเขารีบเดินทางอย่างเร่งด่วนเพื่อให้มาถึงยังอาณาจักรสว่างพิรุณเพื่อเข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้ พวกเขาต่างอยากรู้เรื่องราวว่าเหตุใดเหล่ารองแม่ทัพถึงรีบมาแจ้งข่าวด้วยตนเองแถมยังไม่บอกรายละเอียดให้พวกเขาทราบอีกด้วย

            เหตุที่พวกเขาจำเป็นต้องรีบมาเพราะพวกเขาเกรงกลัวเจ้าโลกจงจื่อของพวกเขาพวกเขาทุกคนต่างรู้ดีว่าหากเจ้าโลกจงจื่อโกรธแล้วพวกเขาจะพบกับชะตากรรมที่น่าอดสูอย่างแน่นอน

            “นี่ต้องเป็นเรื่องใหญ่อย่างแน่นอน เพราะปกติเจ้าโลกจงจื่อจะให้คนมาแจ้งก่อนล่วงหน้าเป็นเดือนแต่นี่ถึงกับส่งรองแม่ทัพออกมาเรียกตัวพวกเราเพื่อเข้าร่วมการประชุม”เจ้าเมืองคนหนึ่งเอ่ยกับผู้ติดตามของพวกเขา

            เพียงไม่ถึงห้าวัน เหล่ากษัตริย์และเจ้าเมืองทุกเมืองในโลกทีแปดต่างพากันรีบเร่งเดินทางมาถึงอาณาจักรสว่างพิรุณพวกเขาทั้งหมดรีบเข้าไปรายงานตัวและเตรียมตัวเข้าร่วมการประชุมอย่างพร้อมเพียง

            เฟิ่งหยูที่พักผ่อนอยู่ในตำหนักของเจ้าโลกจงจื่อ เขาสั่งให้คนของเจ้าโลกจงจื่อจัดสถานที่ใหม่ทั้งหมดก่อนการประชุมกับกษัตริย์และเจ้าเมืองทั้งหลายเฟิ่งหยูได้เรียกเหล่าขุนนางของอาณาจักรสว่างพิรุณแห่งนี้เข้ามาพูดคุยและสอบถามรายละเอียดและเรื่องราวต่าง ๆ

            โชคดีที่เจ้าโลกจงจื่อไม่มีครอบครัว ไม่เช่นนั้นเขาคงไม่รู้จะจัดการกับคนในครอบครัวของเจ้าโลกจงจื่อเช่นไรเมื่อเหล่าขุนนางทั้งหลายเข้าร่วมประชุมในห้องโถงใหญ่ซึ่งพวกเขาจะประชุมกันแทบทุกวันอยู่แล้ว

            เมื่อแม่ทัพใหญ่ของเจ้าโลกที่แปดจงจื่อเดินเข้ามาพร้อมกับเฟิ่งหยู เหล่าขุนนางทั้งหลายต่างพากันแปลกใจเพราะดูแล้วแม่ทัพใหญ่ของพวกเขาดูนอบน้อมต่อเฟิ่งหยูเป็นอย่างมากเมื่อพวกเขาเดินไปยังเก้าอี้ประจำตำแหน่งของพวกเขา แม่ทัพใหญ่ชีชวนจึงได้กล่าวออกมา

            “ข้าแม่ทัพใหญ่ ของอาณาจักรสว่างพิรุณ ขอคารวะเจ้าโลกคนใหม่ เฟิ่งหยู”

            แม่ทัพใหญ่ชีชวนคุกเข่าลงข้างหนึ่งพร้อมกับทำการคารวะเฟิ่งหยูเฟิ่งหยูเดินไปนั่งยังบัลลังก์ของเจ้าโลกจงจื่อเมื่อเหล่าขุนนางทั้งหลายได้ยินสิ่งที่แม่ทัพใหญ่กล่าวออกมาพลันพากันตะลึง พร้อมกับทำตามแม่ทัพใหญ่ชีชวนในทันที

            “คารวะท่านเจ้าโลก เฟิ่งหยู”

            “คารวะท่านเจ้าโลก เฟิ่งหยู”

            “เอาหละพวกท่านทั้งหลายเชิญนั่งก่อน”เฟิ่งหยูเอ่ยขึ้นมา

            “ข้าเฟิ่งหยูได้รับคำสั่งแต่ตั้งให้มาดำรงตำแหน่งเจ้าโลกที่แปดแห่งนี้แทนเจ้าโลกคนเดิมที่เสียชีวิตไปแล้ว”

            ทั่วทั้งห้องโถงต่างมีเสียงพูดคุยกันดังไปทั่วจนกระทั่งแม่ทัพใหญ่ยืนขึ้นพร้อมกับกล่าว

            “เจ้าโลกคนใหม่ของพวกเราได้รับการแต่งตั้งจากท่านราชันย์คนก่อนให้ดำรงตำแหน่งแทนเจ้าโลกจงจื่อที่ถูกสังหารไปและเขายังทำให้โลกทั้งสิบกลายเป็นพันธมิตรกันแล้วตอนนี้ทั้งสิบโลกไม่ต้องสู้รบเพื่อแย่งชิงทรัพยากรกันอีกต่อไป เหมือนแต่ก่อนอีกแล้ว”

    คล้ายกับเรื่องราชันย์สิบโลก ที่คุณอ่าน

    จอมหมัดราชันย์

    จอมหมัดราชันย์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    123K 157
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    บันทึกตำนานราชันย์สยบฟ้า (แปลจบแล้ว)

    บันทึกตำนานราชันย์สยบฟ้า (แปลจบแล้ว)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.35M 933
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    คัมภีร์จักรพรรดิพิชิตฟ้า 【จบแล้ว】

    คัมภีร์จักรพรรดิพิชิตฟ้า 【จบแล้ว】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.87M 2416
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498