ตอนนี้กงลู่เหวินกำลังยืนกอดอกอยู่ที่นัดแนะก่อนหน้าเพื่อรอให้เพื่อนสองคนผ่านมารับ พอนึกถึงหน้าท่าทางร้องไห้ของจิงจิงที่อยู่ในสถานีตำรวจ กับเสียงะโที่บอกว่าเขาเ้าเล่ห์ แล้วสายตาตาล่อกแล่กที่บอกให้เขารีบกลับไป ก็อดที่จะยิ้มมุมปากขึ้นมาอีกไม่ได้
“อวี้จิง งั้นเหรอ เราต้องได้พบกันอีกแน่คุณคิดว่าจะหนีผมพ้นหรือยังไง”
สักพักก็เห็นไฟรถยนต์ที่ขับมาทางนี้
“ลู่เหวิน นายนี่มันยังไงกันแน่ อย่าบอกนะว่านายสนใจหลิวอวี้จิงคนนี้แต่หลิวอวี้จิงคนนี้ก็ดูสวยจริงๆ” รถที่ยังไม่ทันจอดดีก็ได้ยินเสียงหนิงฟงเปิดกระจก โผล่หัวออกมาถามทันที
“นายอย่าพูดมาก กลับค่ายกันเถอะ วันนี้ไม่ได้ข่าวคราวอะไรกลับไปเลย เราต้องได้มาที่อำเภอนี้อีกบ่อยๆ แน่นอน” พูดจบลู่เหวินก็ขึ้นรถมาแล้ว
“พวกนายก็อยากจะมาที่นี่อยู่แล้วไม่ใช่หรือยังไง พวกนายนี่มันยังไงกันนะ มาแค่ไม่กี่วันก็มีดวงซะตาดอกท้อซะแล้ว แล้วฉันละ ฉันยังไม่เห็นแม้แต่ปลายต้นท้อ” หนิงฟงผู้ที่พูดและบ่นพึมพำอยู่คนเดียว
“” ลู่เหวินยกยิ้มแล้วก็ไม่พูดอะไรมาก
รถที่ออกตัวไปได้สักพัก อวี้เฉินก็ถามขึ้นมาอย่างสั้นๆ “นายชอบหลิวอวี้จิงงั้นเหรอ” อวี้เฉินที่อดไม่ได้ต้องพูดถามลู่เหวินขึ้นมา หากลู่เหวินไม่ได้สนใจในตัวหลิวอวี้จิงจริงๆ ก็คงไม่อาสาไปส่งหลิวอวี้จิงคนนี้แน่นอน เพราะอวี้เฉินรู้จักนิสัยของลู่เหวินดี ที่คร้านจะสนใจคนอื่นแค่แสดงเป็สุภาพบุรุษจอมปลอมให้คนอื่นดูเท่านั้นแหละ เขาเป็สุภาพบุรุษตัวจริงซะที่ไหนกัน
“ก็น่าสนใจดี” ลู่เหวินพูดออกมาลอยๆ
“ฉันเคยเจอเธอสองสามครั้ง แต่ครั้งนี้เหมือนจะต่างออกไป” พูดแล้วอวี้เฉินก็อดที่จะขมวดคิ้วไม่ได้ ลักษณะท่าทางของอวี้จิงที่พบเข้าทั้ง2ครั้ง ใครดูก็รู้ว่าต้องชอบเขาอย่างแน่นอน แต่พบกันครั้งที่ 3 เธอกับไม่มองหน้าเขาด้วยซ้ำหรือว่าจะเห็นท่าทางที่เขาแสดงว่ารังเกียจเธอ?
“งั้นเหรอ?” ลู่เหวิน ที่กำลังคิดถึงหน้าอวี้จิงอยู่ได้ยินก็เริ่มที่จะขมวดคิ้ว แตกต่างยังไง?
“ช่างเถอะ เรากลับค่ายเพื่อไปรายงานกันก่อน” อวี้เฉินตัดบท
เช้าวันนี้จิงจิงตื่นขึ้นมาพร้อมความห่อเหี่ยว ฝันร้าย ฝันร้ายจริงๆ!!
“พี่สะใภ้รอง ฉันสอบปลายภาคเสร็จแล้วตอนนี้ฉันจะอยู่ที่บ้านบ้าง เพื่อออกแบบเสื้อผ้า และไปที่ห้องสมุดโรงเรียนเป็บางครั้ง แล้วจะแวะเข้าไปหาพวกพี่ที่ร้านตอนบ่ายนะคะ”
“ไม่ต้อง ไม่ต้อง น้องสาวพักเถอะ ตอนนี้ที่ร้านพี่กับจีเหยาค่อนข้างดูแลได้คล่องแล้ว บัญชีรายรับ พี่ก็สามารถทำได้แล้ว พอกลับมาตอนเย็นพี่จะเตรียมให้น้องดูเอง น้องพักผ่อนจนแผลหายดีก่อนเถอะ” สะใภ้รองที่มองดูแผลที่คอของจิงจิงอย่างหวาดเสียวและเป็ห่วง ตอนนี้เธอเชื่อแล้วจริงๆ ว่าน้องสาวเปลี่ยนไปแล้ว หลายวันที่อยู่ด้วยกันกับน้องสาว น้องสาวดีมากจริงๆ เธอไม่เคยคิดไม่เคยฝันมาก่อนว่าตัวเองตอนนี้ที่มาอยู่ในเมือง มีงานทำมีรายได้เป็รายเดือน แถมยังกินข้าวกินจนอิ่มมีเนื้อเกือบทุกมื้อ
“ค่ะ พี่ไปเถอะ” ตอนนี้จิงจิงกำลังล้างทำความสะอาดาแที่คออย่างแสบๆ เธอใช้ยาในมิติที่ซื้อมาพร้อมกับปิดปากแผลเบาๆ แผลไม่ได้ลึกมาจริงๆ ถ้าดูแลแผลให้ดีพร้อมกับยาทารอยแผลของเธอในมิติ รอยแผลนี้ต้องหายเร็วขึ้นอย่างแน่นอน
พอทำแผลเสร็จ จิงจิงที่ว่างๆ ก็มาออกแบบเสื้อผ้าล็อตต่อไป ตอนนี้เสื้อผ้าลอตแรกพึ่งออกมา ต้องวาดหลายๆ แบบไว้เพื่อใช้ในล็อตต่อๆ ไป
จิงจิงใช้ชีวิตวนเวียนอยู่ที่บ้าน ที่ร้าน และห้องสมุดโรงเรียนอย่างราบรื่นตลอดสัปดาห์ แผลที่คอก็เริ่มตกสะเก็ดแล้วเช้าวันนี้อากาศดีจริงๆ จิงจิงจึงเตรียมอุปกรณ์วาดภาพของตัวเองจากในมิติออกมา แล้วเลือกมุมวาดภาพอออกมาลานหน้าบ้านเช่า เห็นมุมข้างต้นไม้ใหญ่ที่ร่มรื่นก็วางขาตั้งรูปและนำเก้าอี้ออกมาหามุมวาดภาพ บ้านหลังนี้ค่อนข้างสวยหากอยู่ในปัจจุบันต้องทำเป็สถานที่ท่องเที่ยวได้แน่ มองดูต้นไม้ที่ลานหน้าบ้านกับบ้านเช่าตรงหน้า จิงจิงก็เริ่มร่างภาพทันที
นี่เป็ครั้งแรกที่เธอมาที่มิตินี้แล้วนั่งสงบจิตสงบใจวาดภาพ จิงจิงวางแผนว่าหากไปที่ชนบทอีกรอบ ต้องไปวาดวิวแม่น้ำหน้าูเาที่นั่นให้ได้
จิงจิงชอบวาดภาพั้แ่เด็ก การวาดภาพเป็การกล่อมเกลาจิตใจได้อย่างดีสำหรับจิงจิง จิงจิงไม่ได้หวังว่าตัวเองจะมีชื่อเสียงจากการวาดภาพ ถึงภาพที่เธอวาดจะสวยมาก และวาดได้หลากหลายรูปแบบ แต่ก็ไม่ได้โด่งดังอะไรมากมายเพราะตอนที่เธออยู่นั้นมีผู้คนมีชื่อเสียงมากมายก่ายกอง เธอวาดเพื่อให้ตัวเองมีอะไรทำเป็ชิ้นเป็อันบ้างเท่านั้น
พอวาดได้พอประมาณหนึ่ง จิงจิงจึงขยับยืดเส้นยืดสายมองดูรูปภาพที่พึ่งลงสีได้ครึ่งหนึ่งก็พอใจมาก สวยเลยทีเดียว
“ถึงของในมิติจะมีอยู่มาก แต่ก็หาอะไรใหม่ๆ มากินซะหน่อยดีกว่า” พูดพร้อมกับท้องที่ประท้วงขึ้นมานิดหน่อยจึงทิ้งรูปที่ลงสีได้เกือบครึ่งไว้ “เดียวกลับมาวาดต่อละกันกองทัพต้องเดินด้วยท้อง” พูดจบก็ขี่จักรยานเพื่อออกไปข้างนอกแต่พอออกจากบ้านได้สักครู่กลับเจอคนที่ไม่อยากเจอเช่นนางเอกเข้าอีกแล้ว
จะว่ายังไงดีนะ นางเอกคนนี้เธอนิสัยดีมาก ทำทุกอย่างเพื่อครอบครัวใหญ่ที่เห็นแก่ตัว เมื่อก่อนเ้าของร่างเดิมรังแกด่าทอเธอต่างๆ นานา ทั้งยังทำให้เธอเสียชื่อเสียงอีกต่างหาก แต่นางเอกคนนี้กลับไม่เคยโกรธเ้าของร่างเดิมมาก่อน พอเห็นจิงจิงที่พูดดีด้วยก็ดีใจมากขึ้นอีกด้วย ถ้าหากเธอไม่ใช่นางเอกในนิยายที่เธอเคยอ่าน ไม่แน่ว่าจิงจิงที่เห็นนางเอกคนที่แสนจะมองโลกในแง่ดีคนนี้ต้องอยากเป็เพื่อนสนิทกับเธออย่างแน่นอน แต่จิงจิงในตอนนี้กลับอยากจะอยู่ไกลๆ จากนางเอกจริงๆ แต่เหมือนอยากไกลจากเท่าไหร่ก็บังเอิญมีเื่พบกันเสมอไป อย่างเช่นตอนนี้
“จิงจิง” พอลั่วอิงเห็นจิงจิง ก็โบกมือทักทายและเดินเข้ามาหาทันที “จิงจิง แผลที่คอเธอเป็ยังไงบ้าง”
พอเห็นนางเอกถามอย่างเป็ห่วงและแววตารู้สึกผิดนั้น “แผลเริ่มตกสะเก็ดแล้วแหละ” ก็ตอบเสียงเบาอย่างช่วยไม่ได้ “เธอเอาของมาขายในตัวอำเภออีกแล้วงั้นเหรอ?”
พอจิงจิงเห็นตะกร้าหามสองตะกร้าใหญ่ ที่ตอนนี้มีของอยู่ก้นตะกร้าแล้วก็ถอนหายใจ นางเอกคนนี้ช่างถึกอะไรขนาดนี้ เธอต้องเดินทางมานานขนาดไหน เพื่อนำผักพวกนี้มาขายในเมืองกับเงินที่จะได้สักกี่หยวน หรืออาจจะไม่ถึง? ขนาดจิงจิงที่คิดว่าตัวเองร่างกายแข็งแรงปั่นจักรยานกลับ ยังรู้สึกเหนื่อยขนาดนั้น แล้วครอบครัวเยี่ยที่บ้านนางเอกก็ไม่ได้มีนางเอกคนเดียวสักหน่อย แต่กลับต้องเป็คนที่ยอมทำทุกอย่างซะงั้น
“อื้ม ตอนนี้ของขายได้ค่อนข้างดีเลยล่ะ” ลั่วอิงยิ้มตอบอย่างสดใส จิงจิงจะไม่รังเกียจและพูดไม่ดีกับเธออีกแล้วใช่ไหม
“ขายดีแล้วยังไงละ ยังไงเงินที่ได้มาเธอก็ไม่ได้ใช้ไม่ใช่เหรอไง” ก็บอกแล้วยังไงว่าจะเปลี่ยนนิสัยนางเองที่แสนดีคนนี้ไม่ได้หรอก
“แล้วเธอเอาอะไรมาขายบ้างละ ฉันขอดูหน่อย” พอจิงจิงมองดูของในตะกร้าก็เห็นผักป่าและผลไม้บางชนิดก็อยากทานขึ้นมาบ้าง ่นี้เธอไม่ได้ทานผักเยอะเหมือนกัน ในมิติเธอแทบไม่มีผักสดเลย ส่วนมากเป็เนื้อทั้งนั้น และผลไม้ไม่กี่ชนิด “เธอเอาผักมาให้ฉันอย่างละกำ และผลไม้นี่ฉันเอาหมด แล้วนี่เงิน” จิงจิงยื่นเงิน 10 หยวนให้
“มันไม่ได้มีค่าเยอะขนาดนั้น เธอ เธอไปเอาทานเถอะ อยู่ในตัวอำเภออะไรก็ต้องซื้อหากวันไหนฉันเข้ามาอีก ฉันจะแวะเอาของมาให้เธออีกนะ วันนี้มีไม่เยอะแล้วเพราะวันนี้ฉันเอาของบางส่วนคุณอาเรียบร้อยแล้ว” ลั่วอิงที่เห็นจิงจิงยื่นเงินมาให้ตั้ง10หยวนก็ตกตะลึง และก็ไม่กล้ารับ
“เอาไปเถอะหน่า ถ้าเธอไม่เอาฉันก็จะไม่เอาของ ฉันไปซื้อของที่ตลาดแถวนี้ก็ได้ ส่วนเงินเธอก็เก็บไว้บ้างเถอะถ้าน้องชายน้องสาวเธออยากจะกินอะไร เธอจะได้มีเงินซื้อให้ได้ไม่ใช่หรือไง?” จิงจิงยัดเงินใส่มือลั่วอิงเสร็ขแล้วก็หยิบผักในตะกร้าพร้อมกับผลไม้
“จิงจิง ลั่วอิง?” พอกำผักในมือเธอจนเต็ม สักพักก็ได้ยินเสียงผู้ชายคุ้นหูเรียกเธอ