“ ต่อไปที่ฉันจะพูดด้วยคือเรื่องของจินม่าย ”
หญิงสาวผมสีดำใบหน้าสะสวยมองไปยังผู้อาวูโส 1 วันนี้นับว่าแปลกประหลาดเพราะเหล่าผู้อาวุโสเรียกเธอให้เข้าร่วมประชุมของตระกูลเจียง ตลอด 2 ชั่วโมงที่ผ่านมาทุกอย่างในห้องประชุมไม่ได้เกี่ยวกับเธอเลยสักนิดเดียว
เหล่าผู้อาวุโสพูดคุยเกี่ยวกับการค้นพบซากโบราณสถานแห่งใหม่ อีก 1 อาทิตย์จะส่งคนเดินทางไปยังพื้นที่แห่งนี้ โดยที่เธอไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง
ในที่สุดเธอก็รู้แล้วว่าผู้อาวุโสกำลังยกเรื่องที่ทำให้เธอเข้าร่วมงานประชุมมาพูดคุยจึงรอฟัง
“ อีก 1 อาทิตย์ตระกูลหานนัดเราไปกินข้าว ฉันอยากให้เธอเดินทางไปด้วยกัน ”
หญิงสาวรู้ว่าการกินข้าวในวันนั้นคืออะไร เธอที่คอยตามหาข้อมูลมาตลอดเดือนเต็มจนมั่นใจจึงเสนอในที่ประชุม มันคือสิ่งเดียวที่เธอสามารถอ้างได้หากต้องการให้เธอเดินทางไปทานข้าว
“ อีก 1 อาทิตย์ทางตระกูลเจียงจะส่งคนเดินทางไปที่เขต X เพื่อสำรวจซากโบราณสถานแห่งใหม่ ในฐานนะที่ฉัน ”
“ เงียบซะจินม่าย เธอไม่มีสิทธิที่จะออกความเห็นในห้องนี้ ”
ผู้อาวุโสลำดับที่ 1 ตัดบทไม่ต้องการให้จินม่ายเสนอความคิด ในขณะที่การประชุมกำลังถูกปิดเธอจึงพูดโดยไม่สนใจใคร ครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกที่เธอเอาแต่ใจไม่สนสิ่งใดทั้งนั้น หากพวกเขาไม่ยอมเธอก็จะไม่ยอมเช่นเดียวกัน โอกาสเดินทางไปเขต X ไม่มีเลย ครั้งนี้เป็นครั้งแรกและคิดว่าน่าจะเป็นครั้งเดียวที่ทำให้เธอได้กลับเข้าสู่เขต X
“ งั้นฉันก็จะไม่ไปกินข้าว ถ้าฉันไม่ได้เข้าร่วมการสำรวจซากโบราณสถานเขต X ”
ดวงตาของเหล่าผู้อาวุโสเผยให้เห็นความตกใจ ผู้อาวุโส 1 ได้ยินเช่นนั้นถึงขั้นโกรธจัดไม่คิดว่าจินม่ายจะกล้าแข็งข้อ
“ ถ้าฉันไม่ได้ไปฉันก็จะไม่มีทางไปกินข้าวกับตระกูลเจียงแน่นอน ฉันรู้ว่าผู้อาวุโส 1 กำลังจะพาฉันไปคุยเรื่องงานหมั้น เช่นนั้นฉันก็จะไม่ไป ”
“ ได้ ในเมื่อเธอยากจะเดินทางไปเขต X ฉันก็จะให้เธอไป แต่เธอจะต้องทำตามคำสั่งคนที่ฉันจะส่งไป หากเธอไม่ทำตามที่บอกอย่าคิดว่าฉันใจร้ายก็แล้วกัน ”
ผู้อาวุโส 1 สูดลมหายใจเข้าให้ลึกแล้วเดินออกจากห้องประชุม ผู้อาวุโสแต่ละคนจึงเดินตามออกไปเช่นกัน
จินม่ายที่สามารถยื่นคำขาดได้สำเร็จจึงเดินออกจากห้องประชุมด้วยใบหน้าคาดหวัง อย่างน้อยเธออยากไปเห็นตึกแห่งนั้นสักครั้ง ถ้าหากเป็นอย่างที่เธอเห็นตลอด 1 เดือนที่ผ่านมาหมายความว่าสามีและลูกสาวของเธอยังมีชีวิตอยู่ ไม่ได้ตายเหมือนข่าวเมื่อปีก่อน
---------------------------------------------------------------
“ คุณชายครับ ”
พ่อบ้านสวมใส่ชุดสูทสีดำเดินเข้ามาในศาลาริมน้ำ เมื่อเขาโน้มตัวไปด้านหน้าเล็กน้อยแล้วนั้นจึงค่อยๆเอ่ยสิ่งที่ได้รับมาจากทางฝั่งตระกูลเจียง
“ คู่หมั้นฉันอยากจะไปที่เขต X อย่างนั้นเหรอ ”
“ ครับ เธอเสนอตัวเข้าร่วมการสำรวจซากโบราณสถานที่พึ่งค้นพบ โดยยื่นคำขาดว่าถ้าไม่ได้เข้าร่วมก็จะไม่ทานมื้อเย็น ”
“ ส่งข่าวกลับไปที่ตระกูลเจียง เราจะยืดเวลาพบปะกันออกไปก่อน ไว้หลังจากที่พาคุณหนูจินม่ายไปที่เขต X ค่อยกลับมาคุยกันอีกครั้ง ”
“ คุณชาย ตอนนี้ชายคนนั้นและลูกสาวยังมีชีวิตอยู่ การที่เราเลื่อนงานหมั้นจะดีเหรอครับ ”
“ เร่งองค์กรนทีสลับแสงจัดการให้เสร็จซะ แล้วหลังจากนี้ค่อยนัดตระกูลเจียงกินข้าว ถ้าเขายังฝืนไปต่อมีแต่จะสร้างความไม่พอใจให้จินม่ายก็เท่านั้น หากเธอได้เดินทางไปยังเขต X แล้วพบว่าสามีและลูกสาวตายจริงๆ สุดท้ายเธอก็ต้องกลับมาคุยกับตระกูลหานของเรา ”
พ่อบ้านโค้งคำนับแล้วเดินออกจากศาลา เขาจำเป็นต้องส่งข้อความกลับไปที่ตระกูลเจียงเพื่อขอเลื่อนนัดทานข้าวออกไปก่อน แสดงถึงน้ำใจของตระกูลหานที่ไม่เร่งรีบ พวกเขาสามารถรอจนกว่าคุณหนูจินม่ายจะกลับมาจากซากโบราณสถาน
“ มีใครอยู่ไหม ”
หนึ่งในพ่อบ้านมุดออกมาจากเงาโค้งคำนับให้คุณชายที่กำลังยิ้มด้วยท่าทางสบายใจ
“ ตระกูลของเราจะไปสำรวจซากโบราณสถานเขต X ด้วยไหม ”
“ ครับคุณชาย ผู้อาวุโสพึ่งประกาศเรียกระดมกำลังผู้ที่มีเลเวล 90 - 160 ให้มารวมตัวกันเพื่อจะเดินทางไปยังเขต X ”
“ พาแค่เลเวล 160 ไปเองงั้นเหรอ เอาเถอะ เขตบ้านนอกนั่นคงไม่ได้น่ากลัวพอจะมีมอนสเตอร์เลเวลสูงโผล่ออกมา ใช้พวกระดับล่างในตระกูลนั่นแหละ บอกผู้อาวุโสด้วยว่าฉันคนนี้จะเดินทางไปด้วยเพื่อไปดูแลคุณหนูจินม่าย ”
“ ครับคุณชาย ”
---------------------------------------------------------------
“ พี่ชายพวกเรากลับก่อนนะคะ ขอบคุณ 2 อาทิตย์ที่ผ่านมา ”
“ โอ้ เดินทางปลอดภัยนะ เป่าเป้ยลาพี่สาวหน่อยเร็ว ”
“ เดินยางปลอดภัยค่า ”
กลองป๋องแป๋งนำออกมาสั่นอีกครั้ง เหล่าพี่สาวจากมหาวิทยาลัยชื่อดังทั้ง 5 ต่างก็โบกมือลาก่อนจะเดินทางจากไป
เฉินห่าวรู้สึกโหวงเหวงเล็กน้อย แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆที่อยู่กับเด็กสาวทั้ง 5 เขากลับรู้สึกถูกชะตาไม่น้อย วันนี้จำเป็นต้องบอกลากันแล้วเขาจึงมีความรู้สึกเหมือนว่าตนเองกำลังยืนส่งหลานไปมหาวิทยาลัย
“ ป๊ะป๋ามหายัยคือยัยเหยอคะ ”
“ เอ๋ เป่าเป้ยอยากรู้ว่ามหาวิทยาลัยคืออะไรงั้นเหรอครับ มหาวิทยาลัยก็คือโรงเรียนของพี่สาวเหมยลี่ไง ”
“ หยูไปเล่นได้ไหมคะ ”
“ มันอยู่ไกลมากๆ ไว้หนูโตแล้วค่อยไปนะครับ ”
“ มีโรงเรียนหนูไหมอา ”
“ มีสิ ปีหน้าเป่าเป้ยก็จะได้เข้าโรงเรียนแล้ว ”
เด็กสาวร้องด้วยท่าทางมีความสุขพร้อมกับสั่นกลองป๋องแป๋งไปมาจนทำให้หน้าฟิตเนสครึกครื้น
เหล่าฮันเตอร์ที่ตื่นขึ้นมาในตอนเช้าต่างคึกคักเดินทางเข้าร้าน แต่ละคนที่เฉินห่าวเห็นดูท่าทางเร่งรีบราวกับว่าต้องการออกกำลังกายให้เสร็จโดยไวแล้วไปที่อื่นต่อ
เขาไม่ได้สอบถามอะไรต่อเพราะรู้ว่าท่าทางของฮันเตอร์เป็นเพราะอะไร ทางตอนใต้ของเขต X เริ่มมีการรวมตัวกันของฮันเตอร์มากมาย สมาชิกร้านของเขามากกว่าครึ่งต่างก็เดินทางไปรวมกลุ่มกันที่นั่น จะมีก็แค่ฮันเตอร์ที่เลเวลต่ำกว่า 50 เท่านั้นไม่ได้เดินทางไปด้วยเพราะมอนสเตอร์ทางตอนใต้เขต X แข็งแกร่งมาก อย่างน้อยภายในกลุ่มที่ออกล่าจะต้องมีเลเวล 70 คุ้มกัน
“ จาน! ”
“ นั่นมันยาน ยานบินฟิ้วฟิ้ว ”
เฉินห่าวมองตามนิ้วมือของลูกสาวที่กำลังตื่นตากับยานลำใหญ่ เขาเห็นยานบินเข้าสู่เขต X บ่อยครั้ง ภายในอาทิตย์นี้กลับมียานบินเข้าสู่เขต X ผิดปกติ ยานที่เดินทางมาในวันนี้กลับต่างออกไปจากทุกทีเนื่องจากว่าขนาดของมันใหญ่โตมโหฬาร ถ้ายัดช้างเข้าไปข้างในคงได้ราวๆ 30 - 40 เชือก
“ ยานบินมาทำใยเหยอ ”
“ ยานบินมาจัดการมอนสเตอร์ใจร้ายที่ทิศใต้เขต X ของเราไง พี่ๆฮันเตอร์ในร้านเราก็เดินทางไปที่นั่นด้วยนะ ”
“ หยูไปด้วยได้ไหมคะ ”
“ ไม่ได้ๆ มันอันตรายมากๆ เรานั่งรอฟังข่าวจากพี่พี่ฮันเตอร์อยู่ที่นี่แหละ ”
เป่าเป้ยพยักหน้าหงึกหงักรับฟังคำพูดของคุณพ่อ ทันใดนั้นเธอก็ชี้นิ้วไปที่หมาขนสีน้ำตาลที่กำลังเยี่ยวรดล้อรถของสมาชิกร้าน
“ ไปไปหมาย้อย ไปชิ้วชิ้ว ”
เฉินห่าวปล่อยให้ลูกสาวไล่สุนัขเหมือนทุกวันที่ผ่านมา ในระหว่างนี้เขาก็มองดูท้องฟ้าเพราะอยากรู้ว่ามีขุมอำนาจจากที่ไหนเดินทางมาบ้าง ยานแต่ละลำมีตราสัญลักษณ์ติดอยู่ด้านข้างยาน
เขาไม่รู้จักสัญลักษณ์สักอย่างจึงทำได้เพียงจดจำมันแล้วค่อยไปค้นข้อมูลในภายหลัง แต่มีสัญลักษณ์ของยานลำหนึ่งที่เขารู้จัก เขาจดจำได้เพราะสัญลักษณ์นี้พึ่งถูกเขาค้นข้อมูลมา
“ มาด้วยเหรอ แบบนี้ก็สนุกสิ ”
ตราประจำตระกูลหานโชว์ด้านข้างยานบินลำใหญ่ สีของยานสะดุดตาไม่น้อยเพราะถูกตกแต่งด้วยสีขาวและสีทองบอกถึงความร่ำรวยของตระกูลนี้
แต่สิ่งที่ทำให้เฉินห่าวหรี่ตาให้แคบลงเพื่อมองคือยานอีกลำที่พึ่งบินมาถึง ตราสัญลักษณ์ด้านข้างเป็นของตระกูลเจียง ทันทีที่มันบินเข้าไปใกล้ยานของตระกูลหาน ยานทั้งสองก็ได้บินไปทางทิศใต้เขต X
“ พี่ชายเฉิน ”
หลี่อิงเรียกเถ้าแก่ เธอจำเป็นต้องเดินทางกลับแล้วเพราะมหาวิทยาลัยจะจัดสอบการล่าในอีกไม่กี่วัน
“ อ้าว วันนี้เล่นเสร็จแล้วเหรอ ”
“ ค่ะ วันนี้เล่นเสร็จแล้ว ”
“ จะกลับมหาวิทยาลัยเลยสินะ ไหนแสดงทักษะให้ดูหน่อย เหลืออีกปรับเล็กน้อยเท่านั้น ”
หลี่อิงใช้ทักษะหน้าร้านโดยไม่คิดปิดบัง เฉินห่าวทำเพียงใช้นิ้วจิ้มไปยังจุดต่างๆไม่กี่ครั้งแล้วบอกให้เธอเดินทางกลับดีๆ
หลี่อิงที่ขึ้นมาบนรถเธอทำหน้าสงสัยกับท่าทีที่เจ้าของร้านแสดง เธอไม่รู้ว่าเขาจิ้มร่างกายทำไม การแนะนำครั้งสุดท้ายไม่มีอะไรนอกจากบอกให้เธอเดินทางกลับดีๆ
กระทั่งมาถึงตระกูลเธอไม่รอช้าเปิดใช้งานทักษะอีกครั้งในทันทีเพราะอยากรู้ว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลงไปหรือเปล่า
ทันใดนั้น
ดวงตาของเธอถึงขั้นเบิกกว้างเมื่อพบว่าการเคลื่อนไหวของกระบวนท่าที่ 8 และ 9 ที่ยังไม่ชำนาญ สามารถใช้ออกได้อย่างสมบูรณ์แบบ ผู้อาวุโสจากตระกูลหลักบอกเอาไว้ว่าจะต้องใช้เวลา 2 ปีในการฝึกทักษะนี้ให้เชี่ยวชาญเธอกลับใช้เวลาเพียง 2 อาทิตย์เท่านั้นก็สามารถใช้งานมันได้แล้ว
“ เตรียมยานให้หนูหน่อยนะคะ หนูต้องเดินทางกลับแล้ว ”
พ่อบ้านเห็นรอยยิ้มจากคุณหนูเขาจึงรู้ว่าเถ้าแก่ร้านได้ทำเรื่องที่น่าเหลือเชื่อให้แล้ว เมื่อรู้ว่าคุณหนูต้องการเดินทางกลับจึงรีบไปเตรียมยานส่วนตัว
---------------------------------------------------------------
“ อ้าวลุง นึกว่าจะอยู่นานกว่านี้หน่อย ผมบดอาหารรอแล้วเนี่ย ”
เฉินห่าวทักทายตาเฒ่าหงที่เดินลงมาในช่วงเช้า อีกฝ่ายนอนหลับในห้อง VIP เช่นเดิมเหมือนทุกวันที่ผ่านมา หลังจากใช้เวลา 4 ชั่วโมงไปกับการพายเรือ
“ ฟันฉันยังอยู่ครบโว๊ยไอ้หนุ่ม ยังไม่ถึงเวลาต้องกินอาหารบด ว่าแต่หลานฉันกลับไปแล้วใช่ไหม ”
“ ใช่แล้วล่ะ ไปเมื่อกี้นี้เลย แล้วลุงจะไปที่ไหนต่อเหรอ ”
“ กลับบ้านนอน ไม่มีอะไรให้ทำแล้ว ”
“ โอเคครับ ระวังๆด้วยล่ะช่วงนี้คนเข้าออกเขต X เยอะแยะ เดี๋ยวเขาคิดว่าหน้าแปลกจึงเข้ามาหาเรื่องเอาได้”
“ เออ แกเองก็ด้วยระวังถูกหาเรื่องเพราะพูดไม่เข้าหู ”
เฉินห่าวโบกมือลาตาเฒ่าหงซวนคนที่เพิ่มค่าสถานะให้ครบ 20 ไม่เหลืออีกแล้วในตอนนี้เพราะเขายังไม่เปิดรับเพิ่ม
ทางฝั่งตระกูลซูตระกูลเหยาและตระกูลฟู่ส่งคนมาเพิ่ม ทว่าคนที่เข้ามาเป็นเพียงเด็กวัยรุ่นเท่านั้น สมาชิกกลุ่มที่ทั้ง 3 ตระกูลส่งมาตระกูลละ 500 คนไม่ได้เข้ามาใช้งานอีกแล้วเพราะพวกเขาเพิ่มค่าสถานะครบ 10 หน่วยทั้งหมดแล้วยังปลุกพรสวรรค์ครบทุกคนไม่มีใครพลาด
อย่างไรก็ตามเฉินห่าวไม่ได้ปล่อยให้ผู้อาวุโสทั้ง 3 ตระกูลจากไปอย่างเปล่าประโยชน์ เขาได้เป่าหูเล็กๆน้อยเกี่ยวกับเครื่องออกกำลังกายที่สามารถเพิ่มค่าสถานะให้ได้อีก 10 หน่วยรวมเป็น 20 หน่วยเอาไว้ด้วย การที่เขาพูดเรื่องนี้ทิ้งท้ายก็เพื่อเชื่อมสัมพันธ์
หากตระกูลทั้ง 3 อยากจะเพิ่มค่าสถานะให้ครบ 20 จะต้องผูกมิตรกับเขาอย่างแน่นอน ดังนั้นแล้วเขาจึงต้องพูดเรื่องนี้
“ อ้ายเสิน ตอนนี้แหละโอกาส พาคนของแกไปโปรโมทร้านหน่อย ”
“ ไปที่ไหนเหรอเถ้าแก่ ”
“ ส่วนหนึ่งให้พาไปที่สนามบินเลย ฮันเตอร์กำลังเดินทางมาเยอะแยะ ส่วนอีกกลุ่มไปทางตอนใต้ของเขต X เลย ในตำแหน่งที่ยานจอดนั่นแหละเป้าหมายของเรา ”
“ ครับเถ้าแก่ ผมจะรีบพาพวกเดินทางไปให้ไว ”
เฉินห่าวนั่งรอต่อไปจนกว่าจะค่ำ เขารู้สึกตื่นเต้นกับคนจำนวนมากที่กำลังแห่มาเขต X เพราะนี้เป็นอีกอีเว้นท์ใหญ่ที่เขาจะต้องเจอ โอกาสที่ฮันเตอร์จะเดินทางมาเขต X ไม่ได้มีบ่อยๆ เขาจึงต้องโปรโมทให้โด่งดัง
“ เอาล่ะ เราเข้าไปในบ้านกันเถอะ”
เฉินห่าวพาเป่าเป้ยเข้าไปในตึก ระหว่างรอให้ค่ำเขาก็นำผลึกมานาออกมาดูดซับไปพลาง อีเว้นท์สำรวจซากโบราณสถานในครั้งนี้เขาจะไปกับทุกคนด้วยเพื่อล่ากระดูกธาตุมาสร้างอุปกรณ์เลเวล 2