เด็กน้อยทั้งสองนั่งอยู่บนโซฟาทานข้าวกับไป๋ฉีอย่างสุขใจ จากนั้นชายหนุ่มก็ได้ติดต่อกับครอบครัวเพื่อแนะนำหนูน้อยทั้งสองให้พวกเขาได้รู้จัก
แน่นอนว่าในตอนแรกทุกคนในตระกูลไป๋ช็อกกับเรื่องนี้มาก แต่ด้วยความน่ารักของหนูน้อยทั้งสองก็ทำให้พวกเขาเอ็นดูและตกหลุมรักได้อย่างไม่ยากเย็น โดยเฉพาะบรรดาท่านย่า ท่านแม่ และเหล่าภรรยาของไป๋ฉีที่เหมือนจะคลั่งรักหนูน้อยทั้งสองยิ่งกว่าใคร
"ฉีเอ่อร์ ไหนๆลูกก็มีมังกรมารเก้าเศียรเป็นลูกแล้ว สนใจรับตัวแม่ไปเลี้ยงหรือไม่"ในขณะที่ทุกคนกำลังชื่นชมความน่ารักของหนูน้อย เสียงของไป๋เฉินดังขึ้นมาทำให้ไป๋ฉีที่อยู่ปลายสายดวงตาเบิกกว้างในทันใด จริงสิ! ท่านพ่อของเขาจับมังกรมารตัวแม่ได้นี่น่า เขาลืมไปได้อย่างไรกัน
"ข้าเองก็สนใจอยู่นะขอรับ แต่ข้าเกรงว่าจะเลี้ยงเธอไม่ไหว ลำพังเลี้ยงหนูน้อยสองคนนี้ให้เติบโตข้าก็ต้องใช้ทรัพยากรณ์มหาศาลเอามากๆ"
"ว่าแต่ท่านพ่อ การที่เราจับทั้งแม่ทั้งลูกมาแบบนี้ มังกรมารตัวที่เป็นพ่อของเด็กคนนี้จะไม่ออกตามหาอย่างนั้นหรือขอรับ"เมื่อคิดขึ้นมาได้ไป๋ฉีจึงกล่าวถามด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความเศร้าใจ ตัวเขาที่ตอนนี้ได้สัมผัสถึงความอบอุ่นของการมีลูก ย่อมรู้ดีว่าถ้าหากลูกหายไปพ่อกับแม่จะต้องทรมานใจเอามากๆ
"หืม ลูกพูดอะไรกันน่ะ สัตว์อสูรต่างมิติมีเพศผู้ที่ไหนกัน"ไป๋เฉินกล่าวอย่างขบขัน
ไป๋ฉีถึงกับอึ้งไปก่อนที่จะกล่าวถามอีกครั้ง "ท่านพ่อกำลังจะบอกว่าสัตว์อสูรต่างมิติมีแต่เพศเมียอย่างนั้นหรือขอรับ?"
"อืมม.....จะพูดอย่างนั้นก็ไม่ผิดนัก เพราะเดิมทีสัตว์อสูรต่างมิติเมื่อเกิดมาก็จะไม่มีเพศ แต่หลังจากที่พวกมันสะสมพลังจนถึงระดับหนึ่งร่างกายก็จะเริ่มเปลี่ยนแปลงไปกลายเป็นเพศเมีย จากนั้นก็จะสะสมพลังอีกครั้งเพื่อวางไข่ หรือพูดง่ายๆก็คือสัตว์อสูรต่างมิติสามารถมีลูกได้โดยไม่ต้องอาศัยเพศตรงข้าม นี่คือเหตุผลมาทำไมพวกมันถึงคงสายเลือดที่บริสุทธิ์เอาไว้ได้"
"แต่ถึงกระนั้นทุกอย่างก็ไม่ได้แน่นอนเสมอไป สัตว์อสูรต่างมิติบางตัวที่มีความรักกับเผ่าพันธุ์อื่นก็มีอยู่เหมือนกัน และเมื่อเลือกคู่แล้วสัตว์อสูรต่างมิติก็จะละทิ้งการสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศมาเป็นการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศแทน"ไป๋เฉินกล่าวอธิบายเสียยืดยาว ไป๋ฉีที่นั่งฟังอยู่ก็กระจ่างในข้อสงสัย
"ขอบคุณท่านพ่อที่ให้ความรู้ ระหว่างนี้ท่านก็ดูแลแม่ของหรงหรงไปก่อนก็แล้วกันนะขอรับ เอาไว้ถ้ามีเวลาหรือผ่านไปแถวๆบ้านข้าจะพาหรงหรงไปหาเธอ"
ไป๋เฉินยกยิ้มพลางพยักหน้าตอบรับ จากนั้นการตัดต่อสื่อสารก็ตัดไปทั้งอย่างนั้น ในเวลานี้เหล่าแม่ๆของไป๋ฉีพากันซาบซึ้งจนน้ำตาไหล ในที่สุดไป๋ฉีลูกชายของพวกเธอก็เติบโตขึ้นไปอีกขั้นและเข้าใจความรู้สึกของการได้เป็นพ่อคนเสียที สำหรับคนเป็นแม่อย่างพวกเธอนี่ช่างเป็นความสุขที่มากล้นเกินบรรยาย
"นี่ที่รัก ท่านรีบปล่อยแม่ของหลานสาวของพวกเราออกมาเร็วๆเข้า นับจากนี้พวกเราจะดูแลเธอเอง"เป็นไป๋เยว่อิงที่เอ่ยปากขึ้นมาด้วยความตื่นเต้นดีใจ
"หืม ที่รักพวกเจ้ารีบร้อนขนาดนี้คงไม่มีแผนการอะไรซ่อนอยู่ในใจกระมัง"ไป๋เฉินหรี่ตามองภรรยาทั้งสามด้วยความสงสัย
"ฮิฮิ จะเป็นเช่นนั้นไปได้อย่างไร ไหนๆเด็กน้อยทั้งสองก็เรียกพวกเราว่าท่านย่า แล้วพวกเราจะไปวางแผนร้ายใส่แม่ของเธอได้อย่างไรกัน"ไป๋หนิงกล่าว ในเวลานี้ไม่เพียงพวกเธอเท่านั้นที่แสดงอาการตื่นเต้นออกมา แต่รวมไปถึงพวกท่านย่าและภรรยาของไป๋ฉีเองก็มีความรู้สึกตื่นเต้นเช่นเดียวกัน
เมื่อเห็นว่าทุกคนมองมาที่ตัวเขาด้วยแววตาคาดหวัง ไป๋เฉินจึงทำการเรียกมังกรมารเก้าเศียรตัวแม่ออกมาตามความต้องการของทุกคนในทันที
ภายในระยะเวลาไม่ถึงสามลมหายใจหญิงงามผมสีดำรูปร่างเย้ายวนก็ปรากฏตัวขึ้นมา ตัวเธอสวมใส่ชุดเดรสสีขาวลดลายมังกรสีดำดูงดงามและทันสมัยยิ่ง
"นายท่านเรียกข้ามามีอะไรให้ข้ารับใช้"เสียงอันไพเราะแต่เฉยชาดังออกจากปากของหญิงงามในทันใด หากสังเกตุดีๆจะเห็นว่าในตอนนี้ใบหน้าของเธอยังคงมีความขุ่นเคือง
ไป๋เฉินยิ้ม "มันก็ไม่ได้มีอะไรมากมายหรอกนะ เพียงแค่นับจากนี้เจ้าต้องไปอยู่ในการดูแลของพวกเธอ"
กล่าวจบไป๋เฉินก็ชี้นิ้วไปทางบรรดาแม่ๆ ภรรยา และลูกสะใภ้ที่ตอนนี้นั่งอยู่ด้วยกัน มังกรมารเก้าเศียรที่ได้ยินเช่นนั้นใบหน้าที่เต็มไปด้วยความขุ่นเคืองก็กลายเป็นงวยงงในทันที
ผิดกับเหล่าหญิงงามที่ตอนนี้ต่างพากันหัวเราะอย่างขบขันและยกยิ้มให้กันอย่างมีเลศนัยราวกับสามารถสื่อสารกันได้เพียงแค่การมองตา
ตัดกลับมาที่ไป๋ฉีหลังจากที่เขาได้พูดคุยกับครอบครัวจนเสร็จสิ้น เขาก็ให้ลูกสาวทั้งสองคนกลับเข้าสู่มิติสัตว์อัญเชิญไปก่อน เพราะตัวเขามีธุระที่ต้องไปทำในวันนี้ ซึ่งก็คือการไปที่แผนกวิจัยโพชั่น
เขาสวมใส่ชุดสถาบัน ติดต่อกับจินหยาง และเดินออกจากที่พักของตนเองไปโดยไม่รอช้า เมื่อมาถึงตึกวิจัยโพชั่นเขาก็พบเจอกับจินหยางที่กำลังยืนรอเขาอยู่ในตอนนี้
"ฮ่าๆๆ สหายเป็นอย่างไรบ้าง อาการดีขึ้นหรือยัง"จินหยางไถ่ถามไป๋ฉีทันทีที่เห็นหน้า เพราะเมื่อวานสีหน้าของชายหนุ่มมันไม่สู้ดีจริงๆ
ไป๋ฉียิ้มพลางส่ายหน้าตอบกลับไป "ข้าไม่ได้เป็นอะไรมาก เอาล่ะ พวกเราเข้าไปด้านในกัน"
จินหยางเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็พยักหน้าตอบรับ จากนั้นทั้งสองก็เดินเข้าไปยังตึกวิจัยโพชั่นในระหว่างทางก็พูดคุยกันไปเรื่อยเปื่อยตามประสา
เมื่อเข้ามาด้านในไป๋ฉีก็พบเข้ากับห้องแล็บที่มีอยู่มากมายมหาศาล หรืออาจจะพูดว่าทุกห้องในตึกนี้นั้นล้วนแต่เป็นห้องแล็บก็ว่าได้
ในขณะที่ไป๋ฉีและจินหยางกำลังกวาดสายตามองทุกอย่างด้วยความตกตะลึงในใจ ปัญญาปะดิษฐ์รูปร่างหญิงสาวสามชุดเมดก็ปรากฏตัวขึ้นมาเบื้องหน้าและทำความเคารพพวกเขาในทันที
"สวัสดีเจ้าค่ะ นักศึกษาไป๋ฉี นักศึกษาจินหยาง ข้าคือปัญญาประดิษฐ์ประจำตึกวิจัยแห่งนี้ รับหน้าที่นำทางพวกท่านไปยังห้องแล็บส่วนตัว เชิญตามข้ามา"กล่าวจบปัญญาประดิษฐ์สาวก็หันหลังแล้วเดินไป
ไป๋ฉีและจินหยางก็รีบเดินตามโดยไม่รอช้า ในเวลาต่อมาเขาก็มาถึงห้องเเล็บที่มีป้ายชื่อของตัวเองติดเอาไว้ ซึ่งทั้งสองห้องนั้นอยู่ตรงข้ามกัน ส่วนตัวของปัญญาประดิษฐ์เมื่อพาพวกเขามาส่งแล้วก็พลันหายไป
ทั้งไป๋ฉีและจินหยางพยักหน้าให้กันก่อนที่จะแยกย้ายกันเข้าห้องแล็บของตัวเองไป ซึ่งเมื่อเขามาสิ่งที่เห็นมีเพียงห้องสีขาวธรรมดาๆที่มีโต๊ะทำงานตั้งอยู่ตรงกลางเพียงเท่านั้น
ไป๋ฉีกวาดสายตามองไปทั่วทั้งห้องก่อนที่ตัวเขาจะเดินไปที่โต๊ะทำงาน และทำการอัปโหลดปัญญาประดิษฐ์ของตัวเองเข้าไปเพื่อใช้ในการควบคุมห้องแล็บนี้
"ติดตั้งเสร็จสิ้น กรุณาเลือกรูปแบบห้องของท่าน"
เสียงของปัญญาประดิษฐ์หลิงหลิงดังขึ้น พร้อมกับปรากฏหน้าจอที่มีรูปแบบห้องอยู่หลายร้อยรูปแบบด้วยกัน ไป๋ฉีเลือกรูปแบบที่มันเรียบง่ายที่สุดไม่หวือหวา เพราะเขาต้องการให้ห้องแล็บห้องนี้มีพื้นที่ว่างเยอะๆเพื่อเอาสำหรับใช้ในการทดลอง
"ตึ๊ด!"
หลังจากที่เขาใช้นิ้วจิ้มเลือกรูปแบบห้องไปแล้วนั้น ห้องของเขาก็พลันเปลี่ยนไปทันตากลายเป็นห้องในรูปแบบที่เขาเลือกในทันที พร้อมกับมีอุปกรณ์ครบครัน
"โห ไม่คิดเลยว่าสถาบันจะให้ความสำคัญกับการวิจัยขนาดนี้"ไป๋ฉีพึงพอใจกับห้องของตัวเองมาก เขาทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ที่โต๊ะทำงานอย่างสบายใจ
วันนี้มีตอนเดียวนะจ๊ะ