“ฉันเป็นหมอหมอในมหาวิทยาลัยนี้ ฉันขอเข้าไปดูอาการคนเจ็บหน่อย”
ฉินลู่ยืนอยู่ด้านนอกแถบกั้นที่ตำรวจกั้นที่เกิดเหตุไว้และพูดกับตำรวจคนหนึ่ง
ตำรวจคนนั้นหันกลับมา มองฉินลู่ตั้งแต่หัวจรดเท้าเห็นว่าเขาสวมเสื้อกาวน์สีขาวอยู่จึงพยักหน้าและพูดว่า “นายเข้ามาสิระวังด้วย แล้วอย่าขึ้นไปบนดาดฟ้าล่ะ”
“เข้าใจแล้วครับ” ฉินลู่พยักหน้า จากนั้นก็ถามต่อว่า “คนเจ็บอยู่ชั้นไหนห้องเบอร์อะไร”
คุณตำรวจมองขึ้นไปดูว่าสถานการณ์บนดาดฟ้าเป็นอย่างไรบ้างแล้วหันมาพูดตอบฉินลู่ว่า “อยู่ชั้น 4 ฝั่งประตูตะวันออกนายขึ้นไปตามบันไดนี้ก็เจอพวกเขาแล้ว ตอนนี้มีทีมแพทย์ฉุกเฉินของ 120 อยู่ด้านบนด้วย ได้ยินว่าคนเจ็บอาการสาหัสมาก เหมือนว่ากำลังจะไม่ไหวแล้ว”
ฉินลู่ได้ฟังแล้วก็พยักหน้าเขาพาเซี่ยหลิงวิ่งขึ้นตึกไปอย่างไม่ลังเล
“น่ากลัวจริงๆ เลยทำไมผู้หญิงคนนั้นถึงต้องฆ่าคนด้วยนะ หรือว่าเธอจะถูกกระตุ้นด้วยอะไรสักอย่าง”เซี่ยหลิงพูดพลางหายใจหอบแฮ่กๆ
“ไม่รู้เหมือนกันแต่มันต้องมีเรื่องอะไรแน่ ปกตินักศึกษาไม่ฆ่ากันแค่เพราะไม่ลงรอยกันหรอกนะโดยเฉพาะนักศึกษาหญิง”
พูดจบ ทั้งคู่ก็วิ่งมาถึงชั้น 4แล้ว พอมาถึงก็เห็นว่าที่ทางเดินมีแถบกั้นเอาไว้เหมือนกัน
และมีหมอสวมเสื้อกาวน์สีขาวหลายคนกำลังพากันช่วยชีวิตเด็กสาวที่นอนจมกองเลือดอยู่
ฉินลู่รีบเดินเข้าไปดู พอเห็นก็ใจเต้นแรงขึ้นมาจึงก้าวถอยหลังกลับไป
“เป็นอะไรไป อาการแย่มากเลยเหรอ” เซี่ยหลิงที่ยืนอยู่ข้างหลังฉินลู่ถามขึ้น
ฉินลู่ส่ายหน้าไปมา แล้วพูดอย่างเสียใจว่า “อาการสาหัสมากจนไม่สามารถกู้ชีพได้แล้วหลอดเลือดแดงที่คอเปิดออก บริเวณหน้าท้องก็มีบาดแผลจากการถูกแทงอย่างรุนแรงตอนนี้ลำไส้ทะลักออกมาหมดแล้วด้วย เราช่วยเธอไม่ทันแล้ว”
“อุ๊บ...”เซี่ยหลิงเอามือปิดปากตัวเองด้วยความตกใจ
“คิดไม่ถึงเลยจริงๆ ว่าผู้ก่อเหตุจะลงมือรุนแรงขนาดนี้”ฉินลู่พูดพลางถอนหายใจ
“ใจเย็นๆ ก่อน! ใจเย็นๆ ! อย่าทำร้ายใครอีกเลยไม่ว่าจะเรื่องอะไรหรือรู้สึกแย่เพราะอะไร เรามาค่อยๆ คุยกันเถอะ...”
ฉินลู่ผู้มีประสาทหูเฉียบไวมากได้ยินเสียงตำรวจที่พูดอยู่บนดาดฟ้าในตอนนี้จึงตั้งสติแล้วรีบวิ่งขึ้นไปทันที
หอพักนักศึกษาหญิงมีทั้งหมด 6 ชั้น และมีบันไดเล็กๆ บนชั้น 6 ที่สามารถปีนขึ้นไปยังชั้นดาดฟ้าได้ซึ่งปกติบันไดเล็กๆ นี้จะถูกล็อกไว้ด้วยประตูเหล็กเสมอแต่ไม่รู้ว่าทำไมวันนี้ถึงเปิดออก
พอฉินลู่วิ่งไปถึงชั้น 6 ก็พบว่ามีตำรวจหลายคนกำลังยืนล้อมอยู่ตรงบริเวณหัวบันไดตำรวจหนึ่งในนั้นกำลังยื่นหัวออกไปจากบานประตูเหล็กพร้อมพูดเจรจาโน้มน้าวผู้ก่อเหตุอยู่
“นายมาทำอะไร กลับไปเดี๋ยวนี้เลย” เสียงวิ่งของฉินลู่ทำให้ตำรวจหลายคนแตกตื่น พวกเขาจึงหันมามอง เมื่อพบว่าเป็นหมอสวมเสื้อกาวน์สีขาวคนหนึ่งพวกเขาจึงรีบบอกให้ฉินลู่กลับลงไปด้วยสีหน้าที่ไม่สู้ดีนัก
“ผมเป็นหมอพอรู้เรื่องจิตวิทยาอยู่บ้าง ผมคิดว่าพอจะมีวิธีพูดคุยโน้มน้าวใจผู้ก่อเหตุได้ขอผมลองหน่อยนะครับ” ฉินลู่พูดอธิบาย
“เราเปลี่ยนจิตแพทย์กับนักเจรจาต่อรองมืออาชีพมาหลายคนแล้วตอนนี้ผู้ก่อเหตุค่อนข้างถูกกระตุ้นได้ง่าย มันยากที่เธอจะฟังนายนะ” ตำรวจนายหนึ่งเดินออกมาอธิบายให้ฉินลู่ฟัง
“แต่ขืนเป็นแบบนี้ต่อไปตัวประกันก็จะยิ่งเป็นอันตรายไม่ใช่เหรอครับ” ฉินลู่ขมวดคิ้วแล้วพูด
“ใช่” ตำรวจพยักหน้าแล้วพูดต่อว่า“เพื่อความปลอดภัยของตัวประกันทีมตำรวจติดอาวุธได้ส่งพลซุ่มยิงให้ประจำตำแหน่งอยู่ที่ตึกตรงข้ามหอพักนี้เรียบร้อยแล้วเมื่อคนร้ายมีท่าทีจะทำร้ายคนก็จะทำการยิงปลิดชีพทันทีเพื่อเป็นการรับประกันความปลอดภัยของชีวิตตัวประกัน”
“ยิงปลิดชีพเหรอ” ฉินลู่อึ้ง จากนั้นก็พูดต่อว่า “อย่าเพิ่งยิงเธอเลยให้ผมลองดูก่อนนะครับ ผมพอมีวิธี”
“ไม่ได้ถ้านายเข้าไปพูดจาไม่มีปี่มีขลุ่ย แล้วทำให้คนร้ายตื่นกลัวขึ้นมาล่ะ” ตำรวจยื่นมือออกมาห้ามฉินลู่ พร้อมส่ายหัว
ฉินลู่ไม่รู้จะทำอย่างไร จะให้บุกเข้าไปก็ไม่ได้เขายืนนึกอยู่นานกว่าจะคิดวิธีดีๆ ออก จึงหันหลังเดินออกมา
เซี่ยหลิงที่ตามฉินลู่มาด้วยถามขึ้นอย่างสงสัยว่า“ฉินลู่นายจะไปไหน”
“ก็ไปหาวิธีช่วยตัวประกันอย่างไรล่ะตอนนี้ ตำแหน่งที่คนร้ายยืนอยู่อันตรายมาก หากเธอถูกยิงก็อาจตกตึก ถ้าเป็นแบบนั้นก็มีโอกาสสูงที่คนร้ายจะดึงตัวประกันตกลงไปด้วย” ฉินลู่พูดพลางเดินออกจากหอพักหญิง เขายืนอยู่ใต้ตึกและเงยหน้ามองขึ้นไปพร้อมกับคำนวณระยะห่างจากตรงที่ตัวเองยืนอยู่กับตำแหน่งของคนร้ายที่อยู่บนดาดฟ้า
“นายจะทำอะไร” เซี่ยหลิงเห็นฉินลู่ทำท่าวาดมือวัดขนาดรู้สึกเหมือนว่าเขากำลังคิดจะทำอะไรสักอย่าง
ฉินลู่ไม่ได้ตอบอะไรเขาวอร์มข้อมือข้อเท้าเล็กน้อย ก่อนปีนขึ้นไปตามระเบียงหอพัก!
“ฉินลู่!นายกำลังคิดจะทำอะไรน่ะ!” เซี่ยหลิงตกใจจึงตะโกนออกมา
นักศึกษามากมายที่รุมดูอยู่ตรงใต้ตึกก็หันมาเห็นฉินลู่ที่กำลังปีนป่ายขึ้นตึกไปก็พากันส่งเสียงโห่ร้องระลอกขึ้นมาทันที
ตำรวจที่ยืนเฝ้าอยู่ตรงนอกแถบกั้นเขตเงยหน้าขึ้นมองเห็นว่าฉินลู่ยิ่งปีนก็ยิ่งสูงขึ้นเรื่อย อุทานในใจว่าอกอีแป้นจะแตก “พ่อหนุ่มคนนั้นน่ะลงมา! ลงมาเดี๋ยวนี้! มันอันตรายเกินไป!”
ฉินลู่ที่ห้อยตัวอยู่ตรงผนังตึกหันมาทำท่าจุ๊ๆให้กับฝูงชนที่อยู่ใต้ตึก จากนั้นก็ปีนขึ้นไปต่อ
ตำรวจไม่กล้าส่งเสียงอีก รีบคว้าวิทยุสื่อสารขึ้นมาพูดว่า“รายงาน!ตอนนี้มีหมอคนหนึ่งกำลังปีนตึกขึ้นไปซึ่งปีนไปทางตำแหน่งที่คนร้ายยืนอยู่พอดี ทุกคนระวังกันหน่อย ให้ความร่วมมือและช่วยเขาด้วย!”
“อะไรนะ?!” เสียงจากอีกฝั่งพูดดังมากเหมือนไม่เชื่อหูตัวเอง
จากนั้น ตำรวจสิบกว่าสิบคนที่อยู่บนชั้น 5ของหอพักหญิงนี้ต่างพากันวิ่งมาที่ระเบียงแล้วมองลงมาเห็นฉินลู่ที่กำลังปีนขึ้นมาจนถึงชั้น 5 พอดี
“สวัสดี!”ฉินลู่โบกมือทักทายพวกตำรวจสิบกว่าคนที่อึ้งจนตาค้างกันอยู่จากนั้นก็ปีนขึ้นไปชั้นบนต่อ ไม่นาน ฉินลู่ก็มาถึงบริเวณใกล้ๆตำแหน่งที่คนร้ายยืนอยู่ และหยุดอยู่ตรงนั้น
“อย่าบุ่มบ่ามเข้าไป! คนร้ายถือมีดอยู่ เธออาจทำร้ายตัวประกันได้” ตำรวจนายหนึ่งจากชั้น5 พูดกับฉินลู่ด้วยเสียงแผ่วเบา
“เข้าใจครับ” ฉินลู่พยักหน้า จากนั้นก็ออกแรงที่ขากระโดดขึ้นตึกไปฉินลู่ถือโอกาสตอนที่นักศึกษาหญิงคนนั้นยังไม่ทันตั้งตัวทุบข้อมือเธอ
“ตุ้บ!”
ได้ยินเพียงเสียงทุบเบาๆ จากนั้น มีดที่นักศึกษาหญิงคนนั้นถืออยู่ก็หลุดมือหล่นลงพื้น
ฉินลู่ไม่รอช้าเขาเข้าไปเตะเด็กสาวตัวประกันที่ถูกจับตัวอยู่ให้กระเด็นออกไปไกล
ในเวลานี้พวกตำรวจที่เฝ้าดูอยู่นานก็พากันบุกเข้ามาที่ชั้นดาดฟ้าและช่วยเด็กสาวที่ถูกจับไปเป็นตัวประกันไว้ได้
“นะ…นายเป็นใคร!”เมื่อมีดในมือหล่นลงพื้น เด็กสาวก็คิดจะกระโดดตึกทันทีแต่กลับถูกฉินลู่คว้าตัวไว้ได้ก่อน
“โห...”
เสียงตกใจจากฝูงชนที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่ดังขึ้นเพราะตอนนี้ร่างของเด็กสาวที่เป็นคนร้ายกำลังลอยอยู่กลางอากาศ ถ้าไม่ใช่ฉินลู่คว้าตัวไว้ทันป่านนี้ก็คงตกตึกไปแล้ว
ตำรวจที่อยู่บนดาดฟ้าเห็นเหตุการณ์ปุ๊บก็รีบพากันวิ่งเข้ามาจับตัวฉินลู่และลากเขาขึ้น
“ปล่อยฉันนะ!บอกให้ปล่อยไง!” นักศึกษาหญิงคนนั้นสะบัดตัวอย่างบ้าคลั่ง อยากสลัดมือฉินลู่ให้หลุด
ร่างกายฉินลู่อ่อนแอกว่าคนทั่วไปกำลังก็น้อยกว่าชายที่โตเต็มวัยด้วย ยิ่งนักศึกษาหญิงคนนี้พยายามดิ้นมากเท่าไรฉินลู่ก็ยิ่งรู้สึกเหมือนว่าตัวเองจะไม่ไหวแล้ว เขาจึงใช้เนตรวงแหวนอย่างไม่ลังเล!
“มองตาฉัน!” ฉินลู่พูดด้วยน้ำเสียงดุดันนักศึกษาหญิงคนนั้นก็มองตาเขาโดยไม่รู้ตัว