หยกงามเคียงบัลลังก์

    บทที่ 38 กู้อี้เจิน

    บทที่ 38 กู้อี้เจิน


    เมื่อบัณฑิตเจียงหนานมาถึงสำนักปราชญ์หยางคัง เชิงเขาอวี้ตูซานก็เริ่มคึกคักขึ้นมา


    ร้านค้ามากมายหลากหลาย ย่านที่รุ่งเรืองอีกแห่งในเมืองหลวงเริ่มเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา พ่อค้าหลายรายล้วนเสียอกเสียดายที่ไม่อาจแย่งชิงร้านค้าในย่านนี้มาได้

    กู้อวี้ได้รับความสะดวกจากฐานะปัจจุบัน จึงลอบเปิดไว้หลายร้านด้วยกัน


    หอหยกงาม ร้านภูษาฟ้า และร้านอาภรณ์เซียนย่อมไม่จำเป็นต้องเอ่ยถึง นอกจากนี้ยังมีร้านน้ำชาและของว่าง ร้านสุรา ร้านขายข้าวสาร เป็นต้น

    เมื่อได้รับการสนับสนุนจากเหล่าบัณฑิต การจะขยายสาขาต่อไปในวันหน้าย่อมสะดวกขึ้นมาก

    กู้อวี้สวมเครื่องแบบของบัณฑิตเดินเข้าไปในสำนักปราชญ์หยางคัง

    เดินไปก็จะพบเห็นเหล่าบัณฑิตจับกลุ่มอภิปรายกันอยู่เป็นระยะ ความคิดบางอย่างยังน่าสนใจมาก เป็นแนวคิดที่บุตรหลานตระกูลใหญ่ที่เติบโตอยู่ในเมืองหลวงอันรุ่งเรืองแบบนางไม่อาจขบคิดออกมาได้

    รูปโฉมของกู้อวี้นั้น แม้สวมเสื้อผ้าเนื้อหยาบก็ไม่อาจปิดบังเอาไว้ได้ จึงมีบัณฑิตเป็นฝ่ายเข้ามาทักทายนางก่อนบ้างประปราย

    นางจึงอุปโลกน์ว่าตนเองเป็นกู้อี้เจิน ซิ่วไฉจากอำเภอเป่าไท่ เข้าร่วมการสอบรับราชการหลายครั้งแต่ก็ไม่ผ่าน ได้แต่จับเจ่าอยู่ในบ้านอันซอมซ่อ

    ขณะเดินอยู่ในโถงทางเดิน ซิ่วไฉคนหนึ่งนามว่าเกาฮว๋ายก็เอ่ยทักทายนาง “น้องชายกู้ มาทางนี้”


    กู้อวี้ชะลอฝีเท้าเดินไปทางนั้น ก่อนที่เขาจะแนะนำนางต่อคนอื่น ๆ

    “กู้อี้เจินเป็นซิ่วไฉจากอำเภอเป่าไท่ ภูมิความรู้สูงส่ง ความคิดเห็นมีเอกลักษณ์ ทว่าสอบกี่ครั้งล้วนไม่ผ่าน ช่างน่าเสียดายยิ่งนัก”

    กู้อวี้ใบหน้าร้อนผ่าว เกาฮว๋ายผู้นี้เพิ่งพบกันไม่กี่ครั้งก็ทำเหมือนสนิทสนมกันมานาน พูดจากันแค่ไม่กี่ประโยค อีกฝ่ายก็มีน้ำใจเร่าร้อนราวกับเปลวไฟ ทำให้คนรับมือไม่ถูก

    นางกล่าวอย่างถ่อมตัวว่า “พี่เกาชมเกินไปแล้ว ที่พูดไปคราวนั้นเป็นเพียงความคิดเห็นอันต้อยต่ำของข้าน้อยเท่านั้น มิคู่ควรให้เรียกว่าความคิดเห็นมีเอกลักษณ์หรอก”

    หนึ่งในนั้นถามขึ้นมา “ข้าก็มาจากอำเภอเป่าไท่เหมือนกัน แต่กลับไม่เคยเห็นหน้าน้องชายกู้มาก่อน”

    กู้อวี้ตอบโดยไม่ลนลาน “ข้าน้อยเรียนหนังสือกับท่านพ่อมาตั้งแต่เล็ก แทบไม่ได้ไปมาหาสู่กับคนอื่น”

    เกาฮว๋ายโบกไม้โบกมือ กล่าวว่า “ที่เชิญน้องชายกู้มาก็เพราะอยากให้น้องชายกู้มาร่วมหารือกับพวกเราเรื่องขอความเมตตาแทนนายอำเภอซู

    นายอำเภอซูเป็นนายอำเภอของอำเภอทงหนิงที่จูเจี้ยนชุนอาศัยอยู่ มีนามว่า ซูจ้งฝู่ เคยเป็นทั่นฮวาหลาง *[1] ที่มีชื่อเสียงโด่งดังอยู่ช่วงหนึ่ง

    กู้อวี้เคยได้ยินเกี่ยวกับคนผู้นี้มาบ้าง ฟังว่าหลังจากจูเจี้ยนชุนเข้ามอบตัวที่ศาลาว่าการท้องถิ่น นายอำเภอซูก็ตัดสินใจเด็ดขาดว่าจะสืบสวนให้ถึงที่สุด

    ทว่าคหบดีหยางที่ขอให้จูเจี้ยนชุนสอบแทนตนเองเป็นเศรษฐีในอำเภอหนานวั่ง มีเส้นสายในศาลาว่าการท้องถิ่นของที่นั่น นายอำเภอซูต้องการนำตัวคหบดีหยางมาดำเนินคดี แต่นายอำเภอของอำเภอหนานวั่งก็ใช้สารพัดข้ออ้างมาบ่ายเบี่ยง

    การเจรจาของนายอำเภอซูไม่เป็นผล จึงจงใจปล่อยข่าวเรื่องนี้ออกมา เป็นเหตุให้เกิดการลุกฮือของบัณฑิตในเจียงหนาน

    ช่วงแรกที่เกิดความวุ่นวาย ข้าหลวงท้องถิ่นคิดจะใช้กำลังปราบปรามโดยปิดบังราชสำนัก แต่นายอำเภอซูเลือกทางสายอื่นด้วยการพาเหล่าบัณฑิตเดินทางเข้าเมืองหลวง

    หากพูดว่าต้นตอของการลุกฮือของบัณฑิตเจียงหนานครานี้คือจูเจี้ยนชุนและคหบดีหยาง เช่นนั้นผู้ที่คอยผลักดันเรื่องนี้อยู่ก็คือนายอำเภอซู

    กู้อวี้ปวดเศียรเวียนเกล้า คำกล่าวที่ว่า ‘ซิ่วไฉก่อกบฏ สามปีไม่สำเร็จ’*[2] นั้นช่างถูกต้องโดยแท้


    ตอนนี้คดีจูเจี้ยนชุนสวมรอยสอบแทนผู้อื่นยังไม่ทันเริ่ม ซิ่วไฉกลุ่มนี้ก็วางแผนขอความเมตตาแทนนายอำเภอซูเสียแล้ว

    แต่จุดมุ่งหมายของการจัดงานชุมนุมปราชญ์ในคราวนี้ ไม่ใช่จูเจี้ยนชุนและไม่ใช่ซูจ้งฝู่ แต่เป็นการปฏิรูประบบการสอบรับราชการ


    ไม่น่าแปลกใจเลยที่ราชสำนักหารือกันอยู่ครึ่งค่อนวันก็ยังหาข้อสรุปไม่ได้ ที่แท้สาเหตุก็มีให้เห็นตั้งแต่ในกลุ่มซิ่วไฉแล้ว


    จับประเด็นสำคัญไม่ได้เช่นนี้ นางนึกกังวลใจเกี่ยวกับงานชุมนุมปราชญ์ที่กำลังจะจัดขึ้นเร็ว ๆ นี้จากใจจริง

    นางใคร่ครวญหาวิธีการที่จะทำให้งานชุมนุมปราชญ์ที่จะจัดต่อเนื่องสามวันไม่ออกนอกประเด็นโดยที่หน้าไม่เปลี่ยนสี

    เกาฮว๋ายไม่รู้ว่ากู้อวี้คิดอะไรอยู่ เพียงพูดต่อไปว่า

    “คราวนี้นายอำเภอซูคุ้มครองส่งพวกเรามาตลอดทาง ถือว่ามีคุณธรรมน้ำใจยิ่งนัก ถ้าพวกเรามาเรียกร้องความเป็นธรรมที่เมืองหลวงแล้วทำให้นายอำเภอซูต้องพลอยเดือดร้อน พวกเราก็ต้องรู้จักตอบแทนบุญคุณ รอจนเรื่องนี้สิ้นสุดลง จะต้องยื่นฎีกาขอร้องแทนนายอำเภอซู”

    จากนั้นเขาก็เริ่มสาธยายว่านายอำเภอซูออกหน้าเจรจากับขุนนางระหว่างทางอย่างไร รวมถึงว่าจัดการเรื่องอาหารและที่พักอย่างไรบ้าง

    กล่าวถึงช่วงที่ลุ้นระทึกก็พูดจนน้ำลายแตกกระเซ็น จนกู้อวี้ต้องถอยหลังออกไปอย่างแนบเนียน

    เกาฮว๋ายพล่ามเรื่องไร้สาระมากมาย คนรอบข้างล้วนแสดงท่าทีเห็นด้วย ในที่สุดกู้อวี้ก็อดทนต่อไปไม่ไหวจึงพูดตัดบทเขาว่า “พี่เกา เหตุใดจึงมั่นใจนักว่านายอำเภอซูจะได้รับโทษเพราะเรื่องนี้”

    ใบหน้าสัตย์ซื่อของเขาฉายแววลำบากใจ ตาโตคิ้วเข้มคู่นั้นเหลียวมองซ้ายขวาอย่างกระวนกระวาย

    แล้วจึงก้มหน้าลงมากระซิบข้างหูกู้อวี้ “น้องชายกู้คงตั้งอกตั้งใจอ่านตำรา หรือว่าจะไม่เคยได้ยินเกี่ยวกับลำนำชิงเหมยมาก่อน?”

    กู้อวี้พูดอะไรไม่ออก นี่มันเรื่องตั้งแต่กี่ปีมาแล้ว ทำไมตอนนี้ยังจะยกขึ้นมาพูดอีก

    ‘ลำนำชิงเหมย’ นี้มีที่มา เรื่องราวเกี่ยวพันถึงองค์หญิงใหญ่มารดาของเซียวเหยาอ๋องและซูจ้งฝู่นายอำเภอซูที่พวกเขากล่าวถึง เป็นเรื่องราวรัก ๆ ใคร่ ๆ ที่ไม่ค่อยเหมาะจะยกขึ้นมาพูดอย่างเปิดเผย


    กู้อวี้คล้ายจะคาดเดาอะไรได้จึงถามว่า “เคยได้ยินมาก่อน แต่เกี่ยวกับเรื่องนี้ตรงไหน?”

    เกาฮว๋ายทำสีหน้าเหมือน ‘เจ้ายังไร้เดียงสาเกินไปจริง ๆ’ ทำให้กู้ซื่อจื่ออยากอัดสักป้าบ


    เขาเอ่ยว่า “ต้องเกี่ยวอยู่แล้วสิ เจ้าลองคิดดู ปีนั้นองค์หญิงใหญ่ต้องเสียหน้าอย่างหนัก ตอนนี้นายอำเภอซูต้นตอของเรื่องนำบัณฑิตเดินทางมาถึงเมืองหลวง มิเท่ากับว่าส่งจุดอ่อนมาให้ถึงมือองค์หญิงใหญ่แล้วรึ องค์หญิงใหญ่ผู้นี้เป็นพวกมีแค้นต้องชำระ ก็ย่อมต้องเอาผิดนายอำเภอซูให้ถึงที่สุดอยู่แล้วน่ะสิ?”

    กู้อวี้ยืนนิ่งพูดอะไรไม่ออก ถ้าองค์หญิงใหญ่เป็นคนที่คิดแต่เรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ แบบนั้นจริง ปีที่เกิดเหตุเปลี่ยนแปลงในวังหลวงครานั้นจะเลือกสนับสนุนฮ่องเต้องค์ปัจจุบันขึ้นครองบัลลังก์โดยไม่สนใจเสียงคัดค้านของคนส่วนมากเลยได้อย่างไร

    ยามนี้ องค์หญิงใหญ่ยุ่งอยู่กับการผลักดันให้องค์ชายห้าได้เป็นรัชทายาท ซูจ้งฝู่นับเป็นตัวอะไร องค์หญิงใหญ่ถึงจะได้เหลือบแลขุนนางระดับอำเภอผู้หนึ่ง

    องค์หญิงใหญ่และเซียวเหยาอ๋องที่เดินผ่านมาทางนี้ ณ อีกฝั่งของกำแพงชะลอฝีเท้า เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านั้นก็ถึงกับเงียบงันอยู่กับที่

    จวินเจ๋อตัดพ้อเสียงเบา “ท่านแม่ไม่สนใจชื่อเสียง ปล่อยให้พวกเขาแต่งเรื่องไร้สาระ ดูสิว่าพูดถึงท่านเลอะเทอะไปถึงไหนแล้ว”

    องค์หญิงใหญ่ปรายตามองเขา “เจ้ายังมีหน้ามาพูดแบบนี้อีก ฉายาจอมเผด็จการน้อยแห่งเมืองหลวงจะน่าฟังกว่าข้าสักเท่าไหร่เชียว?”

    จวินเจ๋อกล่าวอย่างไม่นำพา “นั่นนับเป็นอะไร อย่างน้อยก็ยังไม่ถึงขั้นที่ว่ายี่สิบกว่าปีผ่านไปแล้ว ใครต่อใครก็ยังพูดถึงตำนานของข้าอยู่หรอกนะ”

    องค์หญิงใหญ่โมโหจนเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน “เดี๋ยวนี้เจ้ากล้าตีฝีปากกับแม่ตัวเองแล้วใช่ไหม?”

    ขณะที่จวินเจ๋อกำลังจะพ่ายแพ้ก็ได้ยินเสียงคนจากอีกฝั่งกำแพงกล่าวว่า “พี่เกาคิดมากไปแล้ว ตามความเห็นของข้า ราชสำนักจัดงานชุมนุมปราชญ์ครานี้ก็เพื่อแก้ไขเรื่องการทุจริตในการสอบเคอจวี่ คงไม่ตามเอาผิดเพราะเรื่องในอดีตของนายอำเภอซูหรอก”

    น้ำเสียงไพเราะดังกังวาน ความรู้สึกคุ้นเคยปะทะเข้ามา จวินเจ๋อมุ่นคิ้ว เป็นกู้อวี้ เขาไปอยู่ในนั้นได้อย่างไร

    ทางด้านนั้นยังคงถกเถียงกันอยู่ เกาฮว๋ายถามว่าเหตุใดกู้อวี้จึงมั่นใจเช่นนั้น

    กู้อวี้ไม่ได้เปิดเผยฐานะของตนเอง แต่ก็ไม่อาจเปิดเผยความทะเยอทะยานขององค์หญิงใหญ่และจวินเจ๋อออกไปโดยตรงเช่นกัน

    นางตอบว่า “ข้าน้อยเดิมพันกับพี่เกาเป็นอย่างไร เดิมพันว่าคราวนี้ราชสำนักจะเอาผิดนายอำเภอซูหรือไม่ ถ้านายอำเภอซูปลอดภัยไร้เรื่องราว พี่เกาก็ช่วยข้าน้อยกระทำเรื่องหนึ่งซึ่งอยู่ในขอบเขตความสามารถของท่าน ถ้านายอำเภอซูถูกเอาผิด ข้าน้อยก็จะอาสาเป็นแนวหน้า ต่อให้ต้องตีกลองร้องทุกข์ก็ต้องถวายฎีกาขอความเมตตาเพื่อปกป้องนายอำเภอซูให้จงได้”

    เกาฮว๋ายได้ยินดังนั้นก็กล่าวอย่างซาบซึ้งใจ “เช่นนั้นก็ขอให้สมพรปากน้องชายกู้ ถ้าขุนนางน้ำดีอย่างนายอำเภอซูผ่านคราเคราะห์นี้ไปได้โดยสวัสดิภาพ อย่าว่าแต่ให้รับปากน้องชายหนึ่งเรื่องเลย ถึงจะเป็นสิบเรื่อง พี่ชายก็ยินยอมพร้อมใจ”

    กู้อวี้พยักหน้าอย่างพึงพอใจ กำลังคิดว่าจะดึงหัวข้อสนทนากลับมาที่ระบบการสอบรับราชการอีกครั้ง

    คนผู้หนึ่งเข้าใจว่ากู้อวี้แสร้งทำตัวสูงส่งจึงเอ่ยขึ้นมาว่า “น้องชายกู้แน่ใจได้อย่างไร หรือเจ้าไปรู้เรื่องอะไรมา เช่นนั้นก็เล่าออกมาให้ทุกคนฟังเถอะ พวกข้าจะได้สบายใจ”




    [1] ทั่นฮวาหลาง (探花郎) หรือ ทั่นฮวา (探花) หมายถึง คนที่สอบได้ที่ 3 ในการสอบเคอจวี่รอบหน้าพระที่นั่ง (เตี้ยนซื่อ) โดยคนที่สอบได้อันดับ 1 และ 2 ได้แก่ จ้วงหยวน ปั๋งเหยี่ยน ตามลำดับ


    [2] ซิ่วไฉก่อกบฏ สามปีไม่สำเร็จ (秀才造反,三年不成) หมายถึง มีความรู้ไม่เพียงพอแต่คิดต่อต้าน ติดที่อ่อนแอขลาดเขลา จึงทำการใหญ่ไม่สำเร็จ


    คล้ายกับเรื่องหยกงามเคียงบัลลังก์ ที่คุณอ่าน

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    เส้นทางเทพยุทธ์​ (Trail of God)

    เส้นทางเทพยุทธ์​ (Trail of God)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    152K 152
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.36M 891
    หมื่นอสุราสยบฟ้า หนึ่งมรรคานิจนิรันดร์

    หมื่นอสุราสยบฟ้า หนึ่งมรรคานิจนิรันดร์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.44M 2988
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908