หลังจากซานเจี้ยนเฟิงแพ้การประลองให้กับชิงหลง ดูเหมือนว่าจะทำให้ตระกูลซานต้องรับผลจากเหตุการณ์นี้ไม่น้อย เพราะข่าวที่แพร่กระจายออกไปจากชาวบ้านที่มาดูการประลองในครั้งนี้เจ้ากรมเมืองหลังจากกับออกมาจากในวังก็ยังไม่รู้ว่าสิ่งที่เขาคิดนั้นตอนนี้ได้กลายเป็นเรื่องจริงและกำลังจะสั่นคลอนผู้มีอำนาจทั้งหลายให้อกสั่นขวัญแขวน เมื่อเดินทางมาถึงโรงเตี๊ยมชมจันทร์กำลังจะเดินเข้าไปด้านในก็ได้ยิน ประโยคหนึ่งที่ทำให้เขาแทบทรุดลงไปกองกับพื้น ก่อนจะหันกลับไปถามชาวบ้านเหล่านั้นอย่างรวดเร็ว"ที่พวกท่านคุยกันเมื่อกี้เป็นเรื่องจริงอย่างนั้นหรอ""ฮ่าๆฮ่าๆ ท่านไม่รู้รึไง ข่าวนี้ดังออกจะตายไป ถ้าท่านไม่เชื่อก็ลองไปถามคนอื่นในโรงเตี๊ยมชมจันทร์ดูก็ได้"เจ้ากรมเมืองเดินเข้าไปในโรงเตี๊ยมชมจันทร์ก่อนจะได้ยินเรื่องที่ว่า ท่านแม่ทัพซานเจี้ยนเฟิงท้าประลองกับเด็กแล้วแพ้ ทำให้เจ้ากรมเมืองคิดเห็นใบหน้าของเด็กคนหนึ่งขึ้นมา "หวังว่าเด็กนั่นคงไม่ใช่เจ้าหรอกนะ ชิงหลง" ความกังวลใจของเจ้ากรมเมืองดูลุกลี้ลุกลนเป็นอย่างมาก อีกอย่างเขาก็ไม่รู้ว่า ตอนนี้เจ้าเด็กน้อยนั่นอยู่ที่ไหน จึงได้เดินไปถามพนักงานว่า"เอ่อ..ข้ามีเรื่องอยากจะถามพวกเจ้านิดหน่อยน่ะ" "มีอะไรให้รับใช้เจ้าค่ะ" "วันนี้มีเด็กผู้ชายอายุ 11 ปี น่ารักสวมชุดสีดำไม่มีลวดลาย เข้ามาที่โรงเตี๊ยมบ้างรึเปล่า?""อืม.. รู้สึกว่าจะมีเด็กเหมือนที่ท่านว่า เข้ามาสั่งอาหารกินที่นี่ ""แล้วตอนนี้เจ้าพอจะรู้ไหมว่าเขาออกไปนานรึยัง""ข้าก็ไม่ทราบ แต่เขาเช่าห้องอยู่บนชั้น 2" "เจ้าพาข้าไปห้องนั้นหน่อย" "ตามมาทางนี้เลย เจ้าค่ะ"เจ้ากรมเมืองเดินตามหลังพนักงานไปยังชั้น2ก่อนจะเลี้ยวขวาเดินไปอีกนิดก้ถึงห้องที่ชิงหลงพักอยู่ เมื่อเปิดประตูเข้าไปก็เห็นเด็กน้อยนอนหลับอยู่บนเตียง จึงได้เดินเข้าไปหาก่อนจะเรียกชิงหลงให้ตื่น"นี่เจ้าเด็กน้อย ข้ามีเรื่องจะคุยกับเจ้าหลายเรื่อง รีบตื่นได้แล้ว"ชิงหลงลืมตาตื่นขึ้นมาก่อนจะหันซ้ายหันขวา นำมือขึ้นมาขยี้ตาตัวเอง ก่อนจะกล่าวว่า"ท่านรู้ได้ไงว่าข้าเช่าห้องอยู่ห้องนี้""ก็ถามเอาน่ะสิ เจ้าคิดว่าข้าเป็นเซียนหยั่งรู้รึไง""นั่นสินะ แล้วท่านมีเรื่องอะไรจะคุยกับข้าอย่างนั้นหรอ""อืม...พรุ่งนี้เจ้าต้องเข้าไปในวังพร้อมกับข้า ฝ่าบาทต้องการพูดคุยกับเจ้า""ข้าเข้าใจแล้ว""อีกเรื่อง วันนี้เจ้าถูกท้าประลองจากตระกูลซานมาอย่างงั้นหรอ""ใช่แล้ว ข้าถูกท้าประลอง แต่ข้าไม่ได้เริ่มก่อน ข้าบอกท่านไปแล้วว่าข้าไม่เคยหาเรื่องใคร ถ้าท่านไม่เชื่อก็ไปถามคนที่เห็นเหตุการณ์ได้ " ชิงหลงบอกกล่าวแก่เจ้ากรมเมืองไป"ข้าเชื่อ แต่เจ้าไปสร้างศัตรูแบบนี้ไม่กลัวตระกูลซานมาแก้แค้นเจ้ารึไง""หืม..ตระกูลซานเป็นคนสร้างศัตรู ไม่ใช่ ข้าซะหน่อย อีกอย่างถ้ายังมา สร้างความวุ่นวายให้ข้าอีกครั้งล่ะก็ บอกลาโลกนี้ไปได้เลย"หลังจากที่ทั้ง2คุยกันอยู่นานก็แยกย้ายกันไปพักผ่อน ชิงหลงนั่งสมาธิเข้าสู่สภาวะไร้ตัวตนอีกครั้ง หลังจากที่ไม่ได้ฝึกมาหลายวัน ซานเจี้ยนเฟิงเมื่อออกจากหลุมได้เขาก็พุ่งทะยานกลับไปที่ตระกูล แล้วเก็บตัวเองอยู่ในห้องไม่ให้ใครรบกวน ส่วนแม่ทัพทั้ง 3 ที่พึ่งทราบข่าวการประลองในวันนี้ก็สั่งห้ามทุกคนในตระกูลไปหาเรื่องเด็กต้องห้ามนั่นอย่างเด็ดขาด ใครไม่ฟังจะถูกลงโทษอย่างหนัก แรงกดดันจากเรื่องนี้ไม่เพียงทำให้ตระกูลหลักทั้ง 4 ต้องอกสั่นขวัญแขวนแล้ว เหล่าตระกูลทั้งหลายต่างก็ไม่ต่างกัน บุตร หลาน ที่มีพฤติกรรมชอบระรานผู้อื่น ก็ถูกสั่งห้ามโดยเด็ดขาด ทำให้เมืองหลวงน่าอยู่ขึ้น ทุกอย่างเป็นเพราะชิงหลง เด็กต้องห้าม ฉายาใหม่เกิดขึ้นเพียงข้ามคืน จากเหล่าตระกูลทั้งหลายที่ตั้งให้รุ่งเช้ามาเยือน ชิงหลงลืมตาตื่นขึ้นมา ก็รีบล้างหน้าตนเองก่อนจะเดินออกจากห้องลงไปที่โต๊ะอาหารด้านล่าง เมื่อนั่งลงก็มีพนักงานเดินมาหา" ขออาหาร 4 อย่างอะไรก็ได้ กับกาน้ำชา" "รอซักครู่ คุณชายน้อย"ชิงหลงนั่งรออาหารอยู่ เจ้ากรมเมืองก็เดินลงมาด้านล่าง หลังจากที่เดินไปห้องชิงหลงแล้วไม่เจอคาดว่าน่าจะตื่นและลงมาสั่งอาหารกินแน่นอน"นี่เจ้าไม่คิดจะรอข้าเลยรึไง" "หืม..ท่านตื่นสายเองนี่นา ข้าหิวก็เลยลงมาสั่งอาหารรอ" เจ้ากรมเมืองไม่กล่าวอะไรออกมา และนั่งลงที่เก้าอี้ ไม่นานอาหารที่สั่งก็ถูกนำมาวางไว้ที่โต๊ะ แต่ละอย่างน่ากินสุดๆ ชิงหลงตักอาหารใส่จานตนเองก่อนจะกินอย่างเอร็ดอร่อย ทั้ง 2 กินอาหารจนใกล้จะหมดแล้ว ก็มีกลุ่มคนจำนวนหนึ่งเดินเข้ามา พร้อมกับนั่งลงโต๊ะข้างๆและพูดคุยกันว่า"นี่ๆเจ้าได้ยินเรื่องบางอย่างมาจากเหล่าตระกูลทั้งหลายบ้างรึเปล่า""ทำไมจะไม่ได้ยิน หลังจากเกิดเหตุการณ์นั้นขึ้น ทั้งตระกูลหลัก ตระกูลรอง ต่างก็ตั้งกฎข้อบังคับเหล่าบุตรหลานรวมทั้งเด็กๆที่อยู่ในตระกูลทุกคนเลยก็ว่าได้""เห๋...ขนาดนั้นเลยรึ ไม่คิดว่าจะส่งแรงกดดันได้ขนาดนี้เลยจริงๆ""ไม่ดีรึไง ข้ายังคิดขอบคุณ เขาด้วยซ้ำ ที่ทำให้พวกบ้าอำนาจไม่กล้าระรานสร้างความเดือดร้อน""แต่ที่ข้าขำสุดๆ เจ้ารู้ไหมว่าเหล่าตระกูลพวกนั้นตั้งฉายาให้ด้วยนะ""หืม..แล้วมันน่าขำตรงไหน? ดีซะอีกที่มีฉายา""แล้วฉายาที่เหล่าตระกูลทั้งหลายตั้งให้คืออะไร""ฉายาที่เหล่าตระกูลทั้งหลายตั้งให้ก็คือ เด็กต้องห้าม นะสิ ""พรูดดด!! "น้ำชาพุ่งออกจากปากของชิงหลงทันที เมื่อได้ยินฉายาที่ตนได้รับ ส่วนเจ้ากรมเมืองที่นั่งตรงข้ามระเบิดเสียงหัวเราะออกมาจนกลุ่มคนด้านข้างหันมามองฮ่าๆ ฮ่าๆ เหมาะดีนะ ข้าว่า... ฮ่าๆ ฮ่าๆชิงหลงลุกขึ้นก่อนจะกล่าวออกมาด้วยความหงุดหงิด "ท่านจะหัวเราะอีกนานไหม ถ้าไม่หยุด ข้ากลับล่ะนะ""หยุดแล้ว ข้าหยุดหัวเราะแล้ว งั้นเรารีบไปที่วังหลวงกันเถอะ "เจ้ากรมเมืองกวักมือเรียกพนักงานมาคิดเงิน"ทั้งหมด 150 เหรียญทอง เจ้าค่ะ"หลังจากจ่ายเงินแล้วชิงหลงกับเจ้าเมืองก็ออกมาขึ้นรถม้าที่มารอรับพวกเขาอยู่ที่ด้านข้างโรงเตี๊ยม ชมจันทร์ ทั้ง2ขึ้นรถม้าและออกเดินทางไปยังวังหลวง ตลอดเส้นทางก็ยังคงได้ยินเรื่องราว้กี่ยวกับตัวชิงหลงไม่หยุดหย่อน จนชิงหลงเริ่มจะชินชาไปแล้ว"เจ้าอย่าไปคิดอะไรมากนักเลย มันก็แค่ฉายาที่พวกเขาตั้งให้เท่านั้น มันเป็นเรื่องดีซะอีก เหล่าตระกูลพวกนั้นจะได้ลดความหยิ่งยโสลงบ้าง เจ้าควรจะยินดีด้วยซ้ำที่ทำให้บ้านเมืองหน้าอยู่ขึ้น""ท่านไม่ต้องมาพูดยกยอข้าเลย ใครจะไปอยากได้กันไอ้ฉายาแบบนี้ ทำอย่างกับข้าเป็นคนโหดเหี้ยมนำหายนะมาให้อย่างนั้นล่ะ""น่าๆคิดซะว่าเห็นแก่ชาวบ้านตาดำๆที่ถูกพวกนั้นรังแกก็แล้วกัน""เฮ้อ....."ชิงหลงถอนหายใจยาวผ่านไปครึ่งชั่วยาม ก็มาถึงประตูทางเข้าพระราชวังต้าหลัว เพียงแค่ทหารเห็นป้ายหยกสีเหลี่ยมสีขาวมีตัวอักษรสลักคำว่าเหยียนที่เจ้ากรมเมืองนำออกมาทหารก็ปล่อยให้ผ่านเข้าไปด้านในทันทีชิงหลงโผล่หน้าออกมาดูก็ต้องตกตะลึงในความงดงามของสถานที่ ที่เรียกว่าพระราชวัง ภายในพื้นที่เหล่านี้จะมีการจัดตกแต่งสวนแยกเป็นส่วนๆสำหรับพักผ่อน สำหรับฝึกฝน เดินเล่น อ่านหนังสือ นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น"ใกล้จะถึงตำหนักส่วนพระองค์แล้ว" เจ้ากรมเมืองกล่าวบอกชิงหลง ไม่นานรถม้าก็หยุดหลง "พวกเราเข้าไปกันเถอะ เดี๋ยวฝ่าบาทจะรอนาน"เมื่อลงจากรถม้า ทั้ง2ก็เดินไปตามเส้นทางเล็กๆโดยมีทหารคุ้มกันเดินนำหน้า เมื่อเดินมาถึงทหารคุ้มกันก็เดินกับไปยืนประจำตำแหน่ง"ฝ่าบาท เจ้ากรมเมืองกงซุนจ้านมาเข้าเฝ้า พะยะค่ะ" กงกงส่งเสียงรายงานเชิญเข้ามาได้เจ้ากรมเมืองเมื่อได้รับอนุญาตแล้วก็เดินเข้าไปด้านในพร้อมกับชิงหลง จากนั้นก็ถวายความเคารพพร้อมกัน"ถวายบังคมฝ่าบาท กระหม่อมพาเด็กน้อยชิงหลงมาพบตามที่รับสั่งแล้ว พะยะค่ะ" "กระหม่อมชิงหลงถวายบังคม พะยะค่ะ" ชิงหลงจ้องมองไปยังบุรุษตรงหน้าที่อายุประมาณ70 ปีน่าจะได้ ใบหน้าอวบนิดหน่อย ดวงตากลมโต คิ้วโค้งเล็กน้อย เหมือนคนแก่ใจดีที่ยิ้มตลอดเวลา ก่อนชิงหลงจะก้มหน้าลง "ตามสบายเถอะท่านทั้ง 2 ข้าจะขอพูดเข้าเรื่องเลยก็แล้วกัน ข้าขอดูแหวนที่เจ้าสวมใส่อยู่หน่อยจะได้ไหม ข้าต้องการยืนยันบางอย่าง""ได้พะยะค่ะ แต่แหวนมังกรทองนี้กระหม่อมไม่สามารถถอดได้ พะยะค่ะ" "ไม่เป็นไร ข้าพอจะรู้มาบ้าง ว่าถ้าหากแหวนมังกรทองถูกสวมเข้าที่นิเวแล้วจะไม่สามารถทอดได้"ชิงหลงก็ยื่นมือข้างขวาออกไปให้ฝ่าบาทดู เพียงแค่เห็นฝ่าบาทก็พยักหน้าทันที พร้อมกับบอกว่า "แหวนมังกรทองนี้เป็นแหวนที่คู่กับพระราชาที่ขึ้นนั่งบัลลังค์ปกครองอาณาจักรตอนนั้นคือ พระราชาเหยียนต้าหลัว เมื่อ1000ปีก่อน และได้หายไปพร้อมกับพระราชาเหยียนต้าหลัวในครั้งนั้น การจะขึ้นครองบัลลังค์เป็นพระราชาจึงได้แต่งตั้งขึ้นเพียงในนามเท่านั้น ไม่ได้มีอำนาจแท้จริงดังเมื่อก่อน""ถ้าอย่างนั้นที่ราชวงศ์เหยียนยังคงอยู่มาจนถึงทุกวันนี้ก็เพราะเห็นแก่พระราชาเหยียนต้าหลัวใช่หรือไม่พะยะค่ะ "ชิงหลงกล่าวถามออกไป"โอ้...ไม่นึกว่าเจ้าจะสามารถคาดการณ์ได้แม่นยำเช่นนี้ ข้าทึ่งในปัญญาของเจ้าจริง"