บทที่ 144 ยาแรง
“................” ซินซินเหม่อมองครอบครัวอัน สองสามีภรรยาที่ดูเหมือนแข็งแกร่งคนนี้ แท้จริงก็ไม่ได้มีอะไรเลยไม่ใช่หรอ? เห็นว่าเพิ่งย้ายจากเขตชั้นนอกมาได้ นึกว่าจะมีความสามารถมาก ที่ไหนได้...กลับเป็นการเกาะลูกสาวกินหรอกหรือ?
เหอ เหอ เหอ ถ้าแบบนี้...สู้ให้เธอทำงานแบบเดิมคงจะดีกว่า อยู่กับลูกพี่ เป็นผู้หญิงของเขา ถึงจะน่าเบื่อแต่ก็ไม่ต้องมาลำบากแบบนี้ น่าโมโหจริงๆ อุตส่าห์วางแผนเอาไว้ตั้งนาน ยอมเจ็บตัวเพื่อที่จะได้อยู่สุขสบายต่อไป คิดไม่ถึงเลยว่าจะต้องมาเจอกับครอบครัวที่ดีแต่เปลือกแบบนี้
ถ้ารู้แบบนี้ก่อน เธอจะต้องเอาอกเอาใจเด็กสารเลวคนนั้นแทนที่จะเป็นตาแก่ยายแก่สองคนนี้แน่!
“ซินเอ๋อร์ เร็วเข้า รีบแบกพวกนี้กลับไป...” แม่อันยกซากสัตว์กลายพันธุ์ตัวใหญ่ให้เธอ เพราะแม่อันได้รับพลังงานจากน้ำดื่มทุกๆวัน เธอย่อมยกชิ้นส่วนของพวกกลายพันธุ์ได้ง่ายดาย ด้านหลังของเธอตอนนี้เต็มไปด้วยซากของพวกกลายพันธุ์ทั้งนั้น หากนำกลับไปได้ คงจะขายได้เงินไม่น้อยแน่
“อ๊ะ!!” ซินซินอยากจะขยับหลบ แต่มือของแม่อันแข็งแกร่งราวกับคีมเหล็ก คว้าจับแขนของเธอเอาไว้ แล้วก็วางเศษขยะพวกนี้ไว้ด้านหลังของเธอ น้ำเลือดสีเขียวทะลักออกมา พวกมันซึมเข้าไปเล็กน้อย กลิ่นเหม็นจนอยากจะอาเจียน
“ซินเอ๋อร์เก่งมาก เรามาพยายามกันอีกหน่อยนะลูก หนูเองก็เคยทำงานแบบนี้มาแล้วใช่ไหม คงจะรู้ว่าพวกเราขนไปมากเท่าไรก็จะได้เงินมากเท่านั้นนะ มาๆ”
ซินซินที่น่าสงสาร เธอจะรู้ได้อย่างไรว่าชะตากรรมที่เลือกมาจะกลายเป็นแบบนี้!!
ซูหยวนนั่งมองการแสดงของทั้งสามจากที่ไกลๆ เธอเองก็มาที่นี่เพื่อดูว่าพ่อกับแม่จะปลอดภัยหรือเปล่าด้วย แม้จะอยากมอบบทเรียนให้พวกเขา แต่ความปลอดภัยของทั้งสองก็ต้องมาก่อน
เธอได้เห็นการแสดงออกของทั้งสามคนแล้ว เชื่อว่าอีกไม่นาน...ซินซินคนนั้นจะต้องเปิดเผยลายของตัวเอง ทว่า...ซูหยวนจะรอจนกว่าถึงเวลานั้นหรอ? สิ่งที่พ่อแม่อันจะต้องรับเอาไว้ให้ได้ก็คือ...ความเมตตาของเขาเป็นพิษ!!
ทั้งสามคนออกไปเก็บรวบรวมพวกกลายพันธุ์ตอนกลางคืน ในขณะที่พ่อแม่อันไปทำงานตอนกลางวันด้วย ซินซิน อวี้หยาง และซูหยวนอยู่บ้าน แต่เพราะอวี้หยางและซูหยวนไม่ได้ออกมาจากห้องของตนเอง ดังนั้นซินซินย่อมสามารถเคลื่อนไหวได้อิสระมากขึ้น
ผ่านไปเพียง 3 คืนเท่านั้น พ่อแม่อันก็รับรู้ว่าบ้านเกิดเรื่องขึ้นแล้ว เมื่อพวกเขาเข้าไปในห้องเก็บของ ปรากฏว่าน้ำและสารอาหารสังเคราะห์ที่ซื้อมาเก็บไว้หายไปทั้งหมด
“เกิดอะไรขึ้น? ทำไมน้ำพวกนี้ถึงหายไปทั้งหมด”
“ใช่ พวกเราซื้อของเอาไว้กินสำหรับ 1 เดือน อยู่ๆจะหายไปได้ยังไง”
“หยวนเอ๋อร์ ระหว่างที่พ่อแม่ไม่อยู่ มีใครเข้ามาหรือเปล่า” แม่อันร้องถามด้วยความกังวลใจ ซูหยวนส่ายหน้า
“ไม่มีค่ะ”
“ถ้าอย่างนั้น...ของพวกนี้จะหายไปได้ยังไง” แม่อันเป็นกังวลมาก ช่วงนี้ค่าใช้จ่ายของครอบครัวมากจริงๆ แล้วจู่ๆพวกของกินทั้งหมดก็หายไปอีก นั่นเป็นเงินเท่าไรกัน
ไม่ใช่ว่าก่อนหน้านี้ เธอเพิ่งบอกกับลูกซินว่าครอบครัวเราสบายกว่าเดิมมากๆ เพราะต่อให้ต้องทำงานยากลำบาก แต่ก็ยังมีอาหารให้กินไม่ใช่หรือ? แล้วตอนนี้...ดูสิว่าตอนนี้ยังมีอาหารเหลืออยู่อีกไหม
“คุณอวี้” พ่ออันคิดไปคิดมา ลูกสาวของเขาไม่โกหกแน่ ส่วนซินเอ๋อร์ก็คงไม่ทำแบบนั้น เธออยู่ที่บ้านมาตั้งนานแล้ว ยังไม่มีปัญหาเลย ดังนั้นก็คงจะมีแค่คนใหม่ที่เข้ามาเท่านั้นแหละที่จะก่อปัญหา
“ครับ? ผมไม่ได้เอาไปนะครับ ผมยังนอนพักฟื้นในห้องอยู่เลย ถามคุณซูหยวนก็ได้” อวี้หยางรีบหันไปหาซูหยวน
“หนูก็ไม่รู้ค่ะ เพราะหนูอยู่แต่ในห้องอ่านหนังสือ” ซูหยวนปฏิเสธจะสนใจ เมื่อเรื่องเป็นแบบนี้...พ่ออันก็ไม่มีหลักฐานให้เอาผิดใครด้วย สุดท้ายเขาก็ทำได้แค่จำใจต้องยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้น แล้วเฝ้าระวังไม่ให้มีครั้งต่อไปก็เท่านั้น
“ในเมื่อเป็นแบบนี้ ถ้าอย่างนั้น...พรุ่งนี้พวกเราก็ไม่มีอะไรให้กิน”
“...........” สมาชิกในบ้านได้แต่เงียบกัน พวกเขาอยากจะเรียกร้อง แต่อาหารก็ไม่เหลือแล้วจริงๆ
“พ่ออัน เรื่องอาหารนั้นไม่เท่าไร แต่เรื่องค่าใช้จ่ายที่โรงพยาบาลจะทำยังไงคะ ถ้าหากพวกเรานำเงินไปจ่ายค่ารักษา ค่าอาหารก็คงไม่มีไปอีกเป็นเดือนๆ”
“ไม่เป็นไร พรุ่งนี้ฉันจะล่าให้มากขึ้นอีกสักหน่อย”
“แต่พ่ออัน ช่วงนี้ไม่ใช่ว่าพวกกลายพันธุ์หายากหรอกหรอ ถ้าต้องเข้าไปในพื้นที่ลึกๆอีก อาจจะเป็นอันตรายก็ได้นะ”
“เราไม่มีทางเลือกอื่น ฉันมีแต่ต้องทำเท่านั้น” พ่ออันกล่าวอย่างจริงจัง เขากัดฟันกรอดด้วยความหงุดหงิดที่ทำอะไรไม่ได้เลย
เช้าวันต่อมา เขาก็ไปล่าพวกกลายพันธุ์จริงๆ แต่น่าเสียดายที่วันนี้...ความตั้งใจของเขาทำให้ต้องเสียเปล่าแล้ว
“บ้านคุณอันใช่ไหมครับ เกิดเรื่องแล้วครับ คุณอัน...คุณอันดูเหมือนจะอ่อนแรงมากเลย ไม่รู้ว่าเขาได้หลับได้นอนบ้างไหม พอออกไปพื้นที่ล่าก็แทบจะไม่มีเรี่ยวแรงแล้ว สุดท้ายก็ยังถูกพวกกลายพันธุ์โจมตี พวกเราพาส่งโรงพยาบาลแล้วครับ หมอตรวจเบื้องต้นนอกจากการบาดเจ็บเล็กๆน้อยๆก็ไม่เป็นอะไร ไม่รู้ว่าทำไมถึงยังไม่ได้สติ....”
เพื่อนนักล่าด้วยกันเข้ามาแจ้งข่าว สีหน้าของเขาค่อนข้างแย่ พ่ออันนั้นแข็งแกร่งที่สุดแล้ว แต่จู่ๆก็บาดเจ็บจนไม่ได้สติแบบนี้ พวกเขาจะไม่กลัวได้ยังไง
ซูหยวนมองดูแม่อันที่ตอนนี้กำลังจะเป็นลมล้มพับไปอีกคน เธอรีบเข้าไปประคองอีกฝ่าย ตอนนี้ซินซินยืนขมวดคิ้วอยู่ด้านหลัง ส่วนอวี้หยางก็หันมาสบตากับหญิงสาว พวกเขาสองคนลอบส่งสายตาให้กันราวกับมีความลับบางอย่าง
“หยวนเอ๋อร์ พาแม่ไป พาแม่ไปโรงพยาบาลหน่อย...”
“แม่พักผ่อนที่บ้านก่อนดีกว่าค่ะ หนูไม่อยากให้แม่ป่วยจนต้องเข้าโรงพยาบาลไปอีกคน เดี๋ยวหนูไปดูพ่อแล้วจะกลับมาบอกนะคะว่าเป็นยังไง”
“แต่แม่...”
“ไม่ต้องห่วงค่ะ” ซูหยวนปล่อยมารดาเอาไว้ที่บ้าน ก่อนจะเดินออกไปคนเดียว ซินซินรับแม่อันเอาไว้ สีหน้าของเธอเต็มไปด้วยความคิด
เมื่อซูหยวนกลับมา เธอก็บอกแค่ว่าพ่ออันคงจะออกไปล่าพวกกลายพันธุ์ไม่ได้อีก ตอนนี้เธอได้จ่ายค่ารักษาของพ่ออันไปแล้ว แต่ค่าใช้จ่ายก็ยังไม่พอ ดังนั้นเธอจึงต้องการออกไปล่าพวกกลายพันธุ์ด้วยอีกคน
“หยวนเอ๋อร์ อย่าไปเลยนะ พ่อเราก็ถูกโจมตีมา ถ้าลูกเป็นอะไรไปอีกคน...”
“ทำยังไงได้ล่ะคะ บ้านเราไม่มีเงินแล้ว” ซูหยวนไม่ได้ตำหนิโดยตรง แต่คำพูดนี้ทำให้แม่อันเจ็บปวดมาก
“ถ้าอย่างนั้นหนูไปก่อนนะคะ” นี่แหละที่เรียกว่า “เอ็นดูเขา เอ็นเราขาด” เธอไม่เคยปฏิเสธที่พ่อแม่จะช่วยรักษาคนที่มีพระคุณต่อตนเอง แต่การที่ใช้เงินไปกับการเลี้ยงดูคนมากมายเพียงเพราะพวกเขาน่าสงสาร นั่นก็ไม่ถูกต้องเช่นกัน
เธออยากให้บ้านอันเด็ดขาดเหมือนกับประธานจาง ทำดีได้ดีตามสมควร ทำเลวก็ได้รับผลที่ตามมา ไม่ใช่เอาความน่าสงสารมาเบียดเบียนตนเองแบบนี้ ถ้าหากพ่ออันแม่อันมีความสามารถมาก มีเงินมากมายเหลือกินเหลือใช้ พวกเขาจะรับคนเป็นร้อยคนเข้ามาในบ้าน เธอก็ไม่ได้ว่าอะไร...แต่ตอนนี้ไม่เหมือนกัน
ซูหยวนจากไป เธอก็จากไปจริงๆ ผ่านไป 1 สัปดาห์ยังไม่ยอมกลับบ้าน การกระทำของเธอนี้ทำให้แม่อันเป็นกังวลมากขึ้นไปกว่าเดิมอีก
ตอนนี้ถึงจะได้รู้ว่ารายได้หลักของบ้าน แท้จริงแล้วมาจากการเสี่ยงตายของพ่ออันทั้งนั้น!
“ซินเอ๋อร์ แม่จะทำยังไงดี ตอนนี้เหลือเงินเพียงแค่ 200 เครดิตเท่านั้นแล้ว...บ้านเราจะไปต่อยังไงดี” แม่อันร้องไห้กับซินซิน หญิงสาวกอดเธอเอาไว้แน่น หากแต่มือเล็กๆกลับกำลังกำจนขึ้นสีแดง
“แม่คะ เงิน 200 เครดิตนั้นให้ฉันเอาไปซื้ออาหารสังเคราะห์มารอน้องสาวก่อนดีไหมคะ เผื่อถ้าเธอกลับมาเหนื่อยๆ จะได้มีอาหารกิน ดูสิ...ขนาดพวกเราไม่ได้ทำงานหนักก็ยังหิวโหยเลย แล้วน้องสาวที่ทำงานหนักล่ะจะเป็นยังไง” หญิงสาวใช้ชื่อของซูหยวนมาเกลี้ยกล่อม แม่อันเชื่อถือจึงได้โอนเงินที่เหลือทั้งหมดให้เธอ
“ฝากด้วยนะ แม่เดินไม่ไหวแล้ว ฮือๆ เดี๋ยวน้องก็ต้องกลับมาแน่นอน” แม่อันผู้น่าสงสาร หลังจากที่เธอเชื่อใจคนผิด ซินซินก็เอาเงินแล้วออกไป ไม่กลับมาที่บ้านอันอีกเลย
แม่อันเหมือนจะรู้ความจริงทั้งหมด เธอไม่เห็นซินซินกลับมาสักที เงินที่มีก็หมดแล้ว ไม่น่าแปลกใจเลยที่เธอจะนั่งเหม่ออยู่อย่างนั้น ดีที่อวี้หยางรับมอบหมายจากซูหยวนมาแล้ว เขาจึงเข้ามาช่วยได้ทันเวลา
“คุณอันครับ ดื่มน้ำกับกินสารอาหารพวกนี้ก่อนนะครับ เป็นคุณอันซูหยวนฝากมาให้ครับ”
“หมายความว่ายังไง!! เมื่อครู่พูดถึงลูกสาวของฉันอยู่ใช่ไหม!!” แม่อันที่เหมือนหมดอาลัยตายอยาก จู่ๆก็มีประกายความหวังขึ้นมา
“ใช่ครับ แต่คุณอันซูหยวนบอกให้คุณอันเหลียงดื่มและกินก่อน เธอมีเรื่องอยากจะให้คุณไปดูด้วยตาครับ” อวี้หยางยื่นอาหารและน้ำให้แม่อัน
แท้จริงแล้วเขาก็คือคนที่ซูหยวนจ้างมาด้วยเงิน 100 เครดิตต่อวัน ไม่ต้องทำอะไรเลย ก็แค่มากินมาอยู่ที่บ้านอันเท่านั้น ส่วนค่าเจ็บตัวก่อนหน้านี้...เขาได้มาแล้ว 10,000 เครดิต นับว่ามากพอที่จะเสียสละร่างกายตัวเองด้วยซ้ำ
เวลานี้ก็ถึงจุดที่จะเฉลยเรื่องทั้งหมดแล้ว พ่อแม่อันควรจะตาสว่างเสียที แม้เขาจะรู้ปัญหานี้ตั้งนานแล้ว แต่ก็ไม่ได้คิดเลยว่าคุณอันซูหยวนจะใช้ไม้แรงเข้าตีแบบนี้
เธอไม่ได้จ้างแค่เขา แต่จ่ายเงินหลายหมื่นออกไปก็เพื่อสั่งสอนพ่อแม่ที่ใจดีของตัวเอง ช่างเป็นคนที่...มีเงิน แต่ใจเหี้ยมจริงๆ
แม่อันตื่นเต้นที่จะได้เจอลูก ต่อให้เธอกินอุจจาระก็ยังทำได้ ดังนั้นจึงคว้าสารอาหารสังเคราะห์และน้ำเข้าดื่มครั้งเดียวจนหมด ร่างกายที่ได้รับการฟื้นฟูขึ้นมาเล็กน้อย รีบเดินอย่างรวดเร็วเพื่อที่จะไปหาลูกสาวของตนเอง
ที่ห้องเล็กๆห้องหนึ่ง แม่อันถูกพาตัวมาที่นี่ ในขณะเดียวกัน...ในห้องที่ถูกจองเอาไว้ กลับมีคนที่แต่เดิมแล้วยังไม่ได้สติกลับมานั่งอยู่ด้วย
“พ่ออัน!!”
“แม่อัน!!” ทั้งสองโผเข้ากอดกัน ต่างฝ่ายต่างคิดว่าอาจจะต้องจากกันไปตลอดกาลแล้ว
“นั่งพักก่อนค่ะคุณพ่อคุณแม่ ทั้งสองคนยังไม่แข็งแรงดีนะคะ” ซูหยวนกล่าวด้วยความเป็นห่วง เธอจับพ่ออันที่เพิ่งได้สติไม่นานมานี้ให้นั่งลง ส่วนแม่อันที่ขาดสารอาหารไปนานก็เช่นเดียวกัน
“อย่างที่หนูบอกไปก่อนหน้านี้ หนูมีบางอย่างอยากจะให้ดูกับตาค่ะ” ซูหยวนมีลูกบาศก์บันทึกภาพอยู่ในมือ เธอแอบอัดตอนที่ซินซินขโมยของในบ้านไว้อยู่แล้ว สำหรับหลักฐานพวกนี้สามารถใช้มันกับทางการเพื่อจับซินซินไปลงโทษได้เลย แต่...ผลทางจิตใจยังน้อยเกินไป
ดังนั้นเธอจึงปล่อยเวลาให้ผ่านไปแบบนี้ ให้พ่อแม่ได้รู้ซึ้งถึงสัจธรรมในชีวิต ต่อไปจะได้ไม่คิดว่าพวกเขาสุขสบายแล้วอย่างแท้จริง ชีวิตนักล่าไม่มีอะไรแน่นอน ตอนนี้พ่ออันเป็นเสาหลักเพียงคนเดียว ทั้งยังได้เงินมาด้วยการเอาชีวิตเข้าแลก...แม่กับพ่ออันจึงไม่ควรประมาทอีก!
“เธอนี่มันจริงๆเลยนะ ไหนบอกว่าจะไปเป็นลูกสาวบ้านเศรษฐี กินอยู่สุขสบาย แล้วจะส่งเงินมาให้พวกเราเยอะๆไงล่ะ แล้วทำไมถึงได้กลับมาสภาพแบบนี้”
“เฮ้อ ฉันก็คาดหวังว่าจะเป็นแบบนั้นนั่นแหละ คิดไม่ถึงเลยว่าไอ้แก่กับอีแก่จะไร้ความสามารถขนาดนั้น พวกนายรู้ไหมว่าทั้งสองคนย้ายมาอยู่ในเขตชั้นกลางได้ยังไง เฮอะ! เป็นเพราะเกาะลูกสาวมา ใช่แล้ว! เด็กเหลือขอนั่นน่ะ เป็นคนเอาเงินมาซื้อบ้าน ไม่ใช่คนแก่สองคนนั้น!!”
เสียงที่เต็มไปด้วยอารมณ์นั้นช่างคุ้นเคยจริงๆ พ่ออันแม่อันนั่งตัวแข็งทื่อ ยิ่งได้ยินคำว่า “ไอ้แก่กับอีแก่ไร้ความสามารถ” พวกเขาก็เหมือนจะถูกมีดกรีดเข้าไปที่หัวใจ
ใช่แล้ว...ที่ผ่านมา พวกเขารู้อยู่ตลอดว่าเป็นภาระให้ลูกสาว บ้านในเขตชั้นกลางก็เป็นเธอที่ซื้อให้ แล้วทำไม...ทำไมพวกเขาช่างคิดว่าตัวเองอยู่อย่างดีได้แล้วกันล่ะ
“เห๋ เด็กคนนั้นน่ะนะ มีเงินขนาดนั้นเชียว”
“ก็ใช่น่ะสิ! นังสารเลวนั่นดันไม่ชอบฉันตั้งแต่วันแรก ไม่อย่างนั้นฉันก็คงจะไปเข้าหาอีกฝ่ายแล้ว”
“ฮ่าๆ เธอมันดูคนไม่เป็นเอง เลือกเหยื่ออ่อนหัดแบบนั้นได้ยังไง แต่ก็เอาเถอะ...เธอรีบวาดแผนที่ในบ้านนั้นมาเร็วเข้า แล้วก็เอาข้อมูลพื้นฐานของครอบครัวนั้นมาด้วยนะ”
“เอาไปทำไม?”
“ไม่ใช่เธอบอกว่าเด็กหญิงคนนั้นร่ำรวยหรอกหรอ ถ้าอย่างนั้น...นังเด็กนั่นก็ควรจะกลายเป็นเหยื่อของฉันสิ”
“หืม? ฮ่าๆ ก็จริงนะ ด้วยหน้าตาของนาย คงจะทำให้เด็กน่าเกลียดแบบนั้นหลงใหลได้อยู่ ฮ่าๆ”
“มาๆ ถ้าเธอให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ฉันจะแบ่งรายได้ส่วนหนึ่งให้เธอ” พวกเขาพูดคุยหัวเราะคิกคัก พ่อแม่อันที่ฟังอยู่...เดิมทีแค่เจ็บใจเท่านั้น แต่ตอนนี้...พวกเขากลับรู้สึกแย่ยิ่งกว่าเดิม
ไม่ใช่ว่าพวกเขาทำเรื่องร้ายแรงไปแล้วหรอกหรือ? ถ้าไม่ใช่เพราะวันนี้มาได้ยินความจริง พวกเขาก็คงจะเปิดโอกาสให้คนเลวเข้าใกล้ลูกสาวของพวกเขาแล้ว!!
……………………………