ทลายสวรรค์ กลืนพิภพ

    ตอนที่ 133 15 นักแข่ง

    ดวงตาของผู้ว่าการสบตากับผู้ชมทุกคนต่างตั้งใจฟังคำพูดของเขา เขาหยุดชั่วครู่เพื่อให้ทุกคนซึมซับคำพูดของเขาแล้วจึงกล่าวต่อ

    “ข้าขอเป็นตัวแทนของพวกเราชาวตะวันตกขอขอบคุณผู้สนับสนุนทุกคนที่ทำให้งานนี้เป็นไปได้ขอบคุณทุกฝ่ายที่ทำงานหนักเพื่อเตรียมความพร้อม และขอบคุณทุกท่านที่มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จนี้”

    “คืนนี้ ในนามของผู้ว่าการฝั่งตะวันตกขอเปิดการแข่งขันเรซซิ่งสเตรชเชอร์อย่างเป็นทางการ ขอให้ทุกคนสนุกกับการแข่งขันและให้กำลังใจนักแข่งของพวกเราไปพร้อมๆ กัน!”

    เสียงปรบมือดังก้องไปทั่วห้องโถงอีกครั้ง ผู้คนยืนขึ้นและเชียร์เสียงดังผู้ว่าการเดอแคลร์ โค้งคำนับเล็กน้อยก่อนจะก้าวลงจากเวที

    นักแข่งรถที่เตรียมพร้อมอยู่แล้วต่างใจจดจ่ออยู่กับวันแข่งขันที่ใกล้เข้ามาท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความกระตือรือร้น

     

    พิธีกรที่ยืนอยู่กลางเวที ก้าวขึ้นไปหน้าเครื่องขยายเสียงและยิ้มอย่างอบอุ่นก่อนจะกล่าวขึ้น 

    “ท่านสุภาพสตรีและสุภาพบุรุษเนื่องจากการแข่งขันปีนี้นั้นพิเศษกว่าทุกๆปีทางเราได้รวบรวมผู้ชนะการแข่งขันทุกคนใน 5 ปีล่าสุด มารวมตัวในการแข่งขันครั้งนี้

    เพื่อพิสูจน์ว่าใครกันแน่ที่เป็นผู้ที่เร็วที่สุดในอาณานิคมอย่างแท้จริง!

     “ท่านสุภาพสตรีและสุภาพบุรุษขอเสียงปรบมือต้อนรับนักแข่งอันดับสูงสุดทั้ง 15 คน!”

    ทันใดนั้นเสียงดนตรีก็เร่งจังหวะและแสงไฟเริ่มหมุนวนก่อนที่เสียงเพลงจะเงียบลงและแสงไฟทุกดวงดับลงชั่วครู่ทั้งสนามเงียบงันเพียงแค่เสี้ยววินาที ก่อนที่เสียงดนตรีใหม่จะดังขึ้นพร้อมกับแสงไฟสว่างไสวบนเวทีอีกครั้งนักแข่งคนแรกก้าวขึ้นมาบนเวทีท่ามกลางเสียงเชียร์และเสียงปรบมือ

    “ท่านสุภาพสตรีและสุภาพบุรุษขอต้อนรับนักแข่งคนแรกของเรา! แชมป์การแข่งขันของปีที่แล้ว

    “องค์ชาย 3 หลงเฉียน แห่งราชวงศ์อาณานิคม!”

    ผู้เชี่ยวชาญการขับขี่ด้วยความเร็วสูงจากอาณานิคมใน!”พิธีกรประกาศด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น องค์ชายสาม ผู้หล่อเหลางามสง่ายืนอยู่บนเวทีในชุดแข่งสีทองพร้อมกับหมวกโลหะสีทองที่เปล่งประกายเขายกมือขึ้นทักทายผู้ชมด้วยรอยยิ้มมั่นใจ

    ถัดมา นักแข่งคนที่สองก้าวขึ้นมาบนเวที “นี่คือแคทเธอรีน วิลสัน แห่งอาณานิคมใน แชมป์การแข่งขันเมื่อสองปีก่อน และเป็นแชมป์นักแข่งหญิงเพียงคนเดียวของเราผู้ที่ไม่เคยพ่ายแพ้ในการแข่งขันในทุกๆ ระดับ!”

    แคทเธอรีนสวมชุดแข่งสีฟ้าสดใสและยืนอย่างสง่างามสายตาเธอมุ่งมั่นและเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ

    ต่อมานักแข่งคนที่สามก้าวขึ้นมาบนเวที

    “และนี่คือ ซอนจิน แห่งฝั่งเหนือ แชมป์การแข่งขันเมื่อสามปีก่อนผู้ที่ได้ชื่อว่ารวดเร็วที่สุดแห่งแดนเหนือ

    นักแข่งคนที่สี่ ก้าวขึ้นมาบนเวทีเรียกเสียงตบมือและฮือฮาเป็นอย่างมาก เพราะว่าเป็นคนจากฝั่งตะวันตกเอง

    “ทุกคนในเมืองนี้คงรู้จักเค้าเป็นอย่างดี “นี่คือตาโมก้า” แห่งตระกูลตาปา ชายสายฟ้าดำผู้ที่ได้ชื่อว่ารวดเร็วที่สุดแห่งฝั่งตะวันตก เขาสวมชุดแข่งสีดำสนิทยกมือขึ้นทักทายผู้ชมด้วยแววตาที่เคร่งขรึม

    คนสุดท้ายที่ก้าวขึ้นเวทีเป็นชายผิวดำรูปร่างเล็ก สวมชุดแข่งรัดรูปสีเทาขับเน้นเห็นมวลกล้ามเนื้อของร่างกายอย่างชัดเจน “และคนสุดท้ายจากแดนใต้ชายผู้สืบเชื้อสายจากตระกูลที่ใหญ่สุดของฝั่งใต้ “นี่คือ คอน” ผู้ชนะการแข่งขันเมื่อห้าปีที่แล้วชายดังกล่าวยืนอย่างสง่าคอยพยักหน้าให้กับผู้ชมเรื่อยๆ

    จากนั้นนักแข่งแต่ละคนที่เหลือ ก้าวขึ้นมาบนเวทีทีละคนพิธีกรแนะนำพวกเขาด้วยข้อมูลที่น่าสนใจและเส้นทางการแข่งที่ยอดเยี่ยมของแต่ละคน ทุกคนล้วนติดอันดับสองและสามตลอดเวลาห้าปีที่ผ่านมา

    ทุกคนต่างมีสไตล์และบุคลิกที่แตกต่างกันไปแต่ทุกคนมีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกัน คือความมุ่งมั่นและความทุ่มเทในการเป็นนักแข่งรถระดับแนวหน้า

    โดยเฉพาะ องค์หญิงอิงอิง อันดับที่ 3 ของปีที่แล้ว แต่นางที่อยู่บนเวทีกลับดูโดดเด่นกว่าใครๆ ทุกสายตาจับจ้องไปที่นักแข่งหญิงด้วยความชื่นชม และด้วยรูปโฉมที่งดงาม นางสวมชุดแข่งสีขาวล้วนถือหมวกโลหะสีเพลิงไว้ข้างกาย

    เมื่อทุกคนขึ้นมาบนเวทีครบ 15 คน แสงไฟทุกดวงส่องสว่างไปที่พวกเขา นักแข่งทุกคนยืนเรียงกันอย่างสง่างามเสียงเชียร์และเสียงปรบมือจากผู้ชมดังกึกก้องไปทั่วทั้งห้องโถง

    พิธีกรก้าวไปข้างหน้าอีกครั้งและกล่าวด้วยเสียงที่ทรงพลัง“นี่คือนักแข่งอันดับสูงสุดทั้ง 15 คน พวกเขาทั้งหมดจะเฝ้ารอนักแข่งทุกคนอยู่ในรอบสุดท้าย

    “และผู้สามารถฝ่าฟันอุปสรรคจนเข้ารอบ 15 คันสุดท้ายได้ จึงจะได้วัดฝีมือกับตำนานเหล่านี้ ขอเสียงเชียร์ให้พวกเขาทุกคน!”

    เสียงปรบมือและเสียงเชียร์ดังก้องกังวานนักแข่งทุกคนยกมือขึ้นทักทายผู้ชม และพยักหน้าขอบคุณ ก่อนที่จะเดินลงจากเวทีไป

     ความตื่นเต้นและความคาดหวังยังคงอบอวลอยู่ในอากาศผู้ชมทุกคนต่างรู้ว่าคืนนี้จะเป็นคืนที่ไม่มีวันลืมเลือน

     

    แต่อีกด้านหนึ่งนาฟที่เฝ้ามองอยู่ไกลๆสัมผัสได้ว่านักแข่งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่มีขั้นพลังระดับ5 ด้วยกันทั้งหมด เว้นแต่อิงอิง คนเดียว

    ถึงแม้การแข่งขันที่ใช้ความเร็วเป็นหลักก็จริงแต่ถ้ามีขั้นพลังที่สูงก็จะมีส่วนได้เปรียบในการเอาชนะอุปสรรคต่างๆ ได้เช่นกัน

    คากิที่สักเกตเห็นว่าเพื่อนของตนเหมือนมีความกังวลใจบางอย่างจึงเอ่ยขึ้น

    “นายทำให้ดีที่สุด ก็เพียงพอแล้วอย่าได้กดดันตัวเองจนเกินไป”

    นาฟหันมองเพื่อนตัวอ้วนข้างๆรู้ขอบใจและสึกซาบซึ่งใจแต่ก็อดที่จะกล่าวไม่ได้

    “ฉันจะทำให้เต็มที่ นายคอยดูแล้วกัน!

     

    บรรยากาศในงานเลี้ยงยามค่ำคืนยังดำเนินต่อไปกลุ่มนักแข่งทั้ง 15 คนล้วนเปลี่ยนชุดแต่งกายลงมาร่วมสนุกในงานเลี้ยงด้วย