หมื่นวิถีบรรลุเทพ【จบ】

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 37 - สิ้นสุดการฝึก

            หลังจากเข้ามาสู่ยอดเขาไท่เสวียนแล้วเยี่ยซางและคนอื่นๆ ต่างก็พยายามฝึกฝนอย่างหนักทำให้การบ่มเพาะของพวกเขาพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว

            ลำดับแรกคือถังเทียนและฉู่หนิงทั้งคู่ทะลวงเลี่ยนชี่ขั้นที่เก้าแล้วส่วนเยี่ยซางซึ่งบ่มเพาะได้ถึงจุดสูงสุดของเลี่ยนชี่ขั้นหกก็ตื่นขึ้นจากการทำสมาธิหลังตรวจสอบสภาพของตนเองแล้วพบว่าไม่ใช่เพราะร่างกายของเขาที่มีปัญหาแต่เป็นเพราะฐานการฝึกฝนมาถึงขีดจำกัดแล้วต่างหากเยี่ยซางจึงตัดสินใจที่จะเริ่มทะลวงผ่าน

            การฝึกฝนเป็นเวลานานบางครั้งอาจทำให้ร่างกายรับไม่ไหว จึงจำเป็นต้องกินยาปี้กู่เพื่อปรับสภาพร่างกายก่อนแต่ตอนนี้ร่างกายของเยี่ยซางไม่ได้มีปัญหาอะไร

            เขาไม่มีความยากลำบากในการทะลวงขั้นในระดับเลี่ยนชี่โดยสิ่งที่สำคัญคือการสะสมปราณแท้จริง ตราบใดที่มีปริมาณของปราณแท้จริงมากพอการทะลวงขั้นก็ขึ้นอยู่กับเวลาเท่านั้น

            เยี่ยซางหยุดการบ่มเพาะคัมภีร์หมื่นวิถีก่อนจะปล่อยให้ตันเถียนดูดซับปราณแท้จริงให้มากที่สุดเพื่อขยายตันเถียนสำหรับรองรับการเพิ่มขึ้นของปริมาณปราณแท้จริง

            ด้วยแรงกระแทกจากพลังงานมหาศาลรวมกับขีดจำกัดของตันเถียนในการรองรับปราณแท้จริงทำให้เกินการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ตันเถียนของเยี่ยซางค่อยๆ ขยายใหญ่ขึ้นด้านนอกของตันเถียนเดิมมีดวงแสงทั้งหมดหกดวง ตอนนี้มีดวงแสงอีกดวงค่อยๆก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆ โดยหมุนไปพร้อมกับดวงแสงทั้งหกที่มีอยู่ก่อนหน้า

            การก่อตัวของดวงแสงปราณแท้จริงดวงที่เจ็ดนั้นเป็นสัญญาณของการเข้าสู่ขั้นที่เจ็ดของเลี่ยนชี่ตอนนี้ปริมาณความจุในตันเถียนของเยี่ยซางก็เพียงพอแล้วสิ่งที่จำเป็นคือการควบแน่นดวงแสงที่เจ็ดเมื่อดวงแสงปราณดวงที่เจ็ดได้ปรากฏขึ้นแล้ว สิ่งที่เยี่ยซางต้องทำคือควบแน่นดวงแสงนั้นให้หมุนวนได้อย่างมั่งคง

            หลังจากผ่านไปสองชั่วยามเยี่ยซางก็ทำให้ดวงแสงที่เจ็ดมั่นคงขึ้นได้การปรากฏและควบแน่นของดวงแสงนี้เป็นสัญญาณว่าเยี่ยซางได้เข้าสู่ขั้นที่เจ็ดของเลี่ยนชี่ในที่สุด

            หลังจากเข้าสู่ขั้นที่เจ็ดของเลี่ยนชี่ตันเถียนของเยี่ยซางก็สามารถดูดซับปราณแท้จริงรวดเร็วมากขึ้น

            “สองเดือนเฮอเฮอ!ใช้เวลาสองเดือนในการยกระดับการบ่มเพาะจากขั้นสามไม่ถึงขั้นสี่ของเลี่ยนชี่มาเป็นระดับเลี่ยนชี่ขั้นที่เจ็ดในหุบเขาโอสถยังไม่เคยมีความเร็วขนาดนี้มาก่อนเลย” กงเสวียนกล่าวอย่างตื่นเต้น

            “ถ้ารักษาความเร็วเช่นนี้ไว้แล้วฝึกฝนอีกครึ่งปี สิบสามน้อยคงมีโอกาสเข้าร่วมการต่อสู้ของศิษย์ใหม่”โจวเจิ้งกล่าว

            “ตอนนี้เขามีทักษะการต่อสู้ระดับสองไม่ต้องพูดถึงศิษย์ใหม่เลย ในยอดเขาอื่นก็ไม่มีเหมือนกัน เป็นเรื่องยากมากสำหรับศิษย์สายนอกจากยอดเขาอื่นๆที่จะแข่งกับเขาได้ ต่อให้มีคนมาสู้กับสิบสามได้แต่เขาต้องเป็นคนจากยอดเขาไท่เสวียนของเรา” กงเสวียนกล่าวด้วยรอยยิ้ม

            “ใช่แล้วพวกเรายังมีศิษย์รุ่นสามอีกสิบสองคนที่เป็นศิษย์ใหม่ด้วย พวกเขาล้วนไม่อ่อนแอศิษย์ของเราต้องแข็งแกร่งกว่าศิษย์ของคนๆ นั้นในยอดเขาหลัก”ชิงจีมีรอยยิ้มบนใบหน้าของนาง แต่แล้วก็กลับแสดงความโกรธออกมา

            “ศิษย์พี่หญิงหกไม่ต้องกังวลเรื่องนี้แน่นอนอยู่แล้ว” หยางเหล่ยกล่าว

            หนึ่งเดือนผ่านไปหินวิญญาณในค่ายกลรวบรวมจิตวิญญาณก็หมดพลัง หมอกสีขาวค่อยๆ หายไปแล้วแท่นจวี้หลิงไท่ก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าของกงเสวียนและคนอื่นๆ

            แท่นจวี้หลิงไท่ทั้งสิบสามมีความสูงต่างกันที่โดดเด่นที่สุดคือแท่นจวี้หลิงไท่ซึ่งอยู่ใกล้ๆ ด้านหน้าโดยมีเยี่ยซางนั่งอยู่บนนั้น

            ยามนี้เยี่ยซางและคนอื่นๆก็รู้สึกตัวขึ้นเพราะปราณที่สามารถดูดซับได้หยุดลงแล้ว

            ทุกคนบนแท่นหันมองซ้ายขวาแล้วก้มมองของตัวเองจากนั้นสีหน้าของทุกคนก็เปลี่ยนไป เพราะแท่นจวี้หลิงไท่ของแต่ละคนมีความสูงต่างกันไม่จำเป็นต้องพูดถึงความแตกต่าง เพราะช่องว่างระหว่างพวกเขาใหญ่เกินไปยิ่งเป็นแท่นของเยี่ยซางซึ่งสูงที่สุดแล้ว แท่นจวี้หลิงไท่ของเขาสูงกว่าคนอื่นๆถึงหนึ่งในสามของทุกคน หรือสูงกว่าเกือบครึ่งหนึ่งของแท่น ซึ่งพิสูจน์ว่าเยี่ยซางดูดซับปราณไปมากกว่าพวกเขา

            นอกจากเยี่ยซางแล้วแท่นที่สูงที่สุดคือเจ่อจ้วง รองลงมาเป็นฉู่หนิง ถังเทียนและหนานกงไต้ทั้งสามคนมีระดับความสูงของแท่นใกล้เคียงกันส่วนอีกเก้าคนที่เหลือก็มีระดับความสูงไม่ต่างกันมากนัก

            “ทั้งหมดได้รับการเลื่อนตำแหน่งทั้งที่เพิ่มหนึ่งหรือครึ่งหนึ่งรวมถึงเกือบสองระดับ ดีมาก สิบสามนี่คือยาจวี้ชี่”หลิ่วหยางอวี่ปรากฏตัวขึ้นเขาไม่ได้แสดงความคิดเห็นว่าใครทำได้ดีที่สุดในค่ายกลรวบรวมจิตวิญญาณแต่เขามอบยาจวี้ชี่ให้เยี่ยซางโดยตรง เพราะมันไม่จำเป็นต้องตัดสินในสิ่งที่เห็นได้อย่างชัดเจนอยู่แล้วว่าใครทำได้ดีที่สุดมิฉะนั้นจะเป็นการทำลายความมั่นใจของผู้อื่น

            “ขอบคุณขอรับท่านอาจารย์” เยี่ยซางพยักหน้า

            “อย่าเร่งความเร็วในการบ่มเพาะอย่างไม่ระมัดระวังรากฐานจะต้องมั่นคง หากเจ้าไม่เข้าใจอะไรก็ไปหาอาจารย์ที่ผาจิ้งซินได้”หลังพยักหน้าให้เยี่ยซาง หลิ่วหยางอวี่จากไป

            เดิมทีเยี่ยซางต้องการจะกลับไปฝึกฝนต่อที่ยอดเขาป่าไผ่แต่ชิงจีและคนอื่นๆ บังคับให้พวกเขาไปที่บ้านเล็กๆ ตรงป่าไร้สำเนียงแน่นอนว่าทุกคนก็ไปเหมือนกัน ซึ่งนับเป็นการรวมตัวของศิษย์รุ่นสองและศิษย์รุ่นสามในสำนักของหลิ่วหยางอวี่ขาดเพียงแค่ศิษย์รุ่นสองคนที่สิบเอ็ด โม่เฉิน

            ไม่มีใครถามเยี่ยซางเกี่ยวกับการบ่มเพาะของเขาทุกคนต่างเพียงแค่ดื่มเหล้าและพูดคุยกันทั่วๆ ไป

            ตอนที่เยี่ยซางและศิษย์รุ่นสามคนอื่นๆยังไม่ได้เข้าสู่ยอดเขาไท่เสวียน กงเสวียนและศิษย์รุ่นสองคนอื่นๆมักจะมาดื่มเหล้าและดื่มชาด้วยกัน ดังนั้นความสัมพันธ์ของทุกคนจึงแน่นแฟ้นเป็นอย่างดีแน่นอนว่าความสัมพันธ์ของศิษย์ในยอดเขาไท่เสวียนก็มีชื่อเสียงไม่น้อยเช่นกัน

            “สิบสามน้อยเจ้าดื่มเหล้าไปสองชามแล้ว ไม่เป็นอะไรเลย มาดื่มจากไหกับศิษย์พี่ดีหรือไม่?” สือเทียนหลินศิษย์พี่คนที่แปดมองที่เยี่ยซางและพูดขึ้น

            “ตกลงถ้าศิษย์พี่ต้องการให้ดื่ม ศิษย์น้องก็จะดื่ม” เยี่ยซางพยักหน้าและพูด

            “สิบสามไม่ต้องไปสนใจศิษย์พี่แปดของเจ้า เขาแค่อยากให้เจ้าช่วยเขาดื่มในไหเท่านั้น”หยางเหล่ยพูดขณะดึงเยี่ยซางไว้

            “ศิษย์น้องหญิงเก้าที่เจ้าว่าก็ไม่ถูกนักสิบสามเป็นผู้ชาย ผู้ชายต้องกินเนื้อคำใหญ่แล้วดื่มให้หนัก เจ้าสิบสามไม่ไหวหรือ?” สือเทียนหลินหยิบไหเหล้ามาวางไว้หน้าเยี่ยซาง

            “ศิษย์พี่หญิงเก้าศิษย์พี่ท่านมีความสุข ข้าจะดื่มด้วย ไม่เป็นอะไรหรอก” เยี่ยซางมองที่หยางเหล่ยอย่างขอบคุณเขารู้ว่าหยางเหล่ยเป็นห่วงเขา

            “ก็ได้ถ้ารู้สึกไม่ดีก็หยุดดื่ม ศิษย์พี่ใหญ่ ท่านจะเอาแต่ดูศิษย์พี่แปดรังแกสิบสามหรือ?” หยางเหล่ยมองกงเสวียน

            “เฮ้อลำบากข้าเสียจริง ใครจะทำอะไรก็ทำเถิด” กงเสวียนส่ายหัวและถอนหายใจ

            “ศิษย์พี่ใหญ่ท่านก็รังแกสิบสามเหมือนกัน” ชิงจีก็พูดขึ้น

            “ศิษย์น้องหญิงทั้งสองเจ้ายังไม่รู้ว่าใครเป็นหมาป่าใครเป็นแกะ! ดูเอาเถิด!”กงเสวียนกระซิบกับชิงจีและหยางเหล่ย

            คนอื่นไม่รู้แต่กงเสวียนรู้ เยี่ยซางมักจะดื่มเป็นประจำกงเสวียนก็เคยลิ้มรสสุราของเยี่ยซางด้วย

            ชิงจีและหยางเหล่ยมองหน้ากันจากนั้นก็มองไปยังเยี่ยซางและสือเทียนหลินที่กำลังดื่มเหล้าจากไหในมือ

            ไม่นานเหล้าสองไหก็ถูกวางลง

            “สิบสามน้อยเจ้าดื่มได้ไม่เลวทีเดียวถึงข้าจะไม่ชอบใจนัก แต่ถ้าศิษย์พี่ดื่มกับเจ้าอีกทีศิษย์พี่หกและศิษย์น้องเก้าจะโกรธเอาได้” สือเทียนหลินกล่าวอย่างไม่พอใจเล็กน้อย

            “ไม่เป็นอะไรพวกเจ้าอยากดื่มก็ดื่ม ถ้ารู้สึกเวียนหัว ศิษย์พี่หญิงมีห้องนอนแขกอยู่ที่นี่ด้วยพวกเจ้าศิษย์พี่ศิษย์น้องดื่มกันให้สนุกเถิด” เมื่อเห็นเยี่ยซางดื่มเหล้าไปไหหนึ่งแต่ไม่มีอะไรผิดปกติก็ทำให้ชิงจีเข้าใจคำพูดของกงเสวียนแล้วนางจึงรู้ว่าการดื่มกับเยี่ยซางไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

            “ศิษย์พี่ใหญ่พวกเราอยากดื่มให้เต็มที่ ท่านไม่มีความเห็นหรือ?” สือเทียนหลินมองไปที่กงเสวียน

            “เชิญพวกเจ้าตามสบายในเมื่อต้องการพักผ่อนแล้ว พวกเจ้าก็สามารถผ่อนคลายและสนุกได้”กงเสวียนกล่าวด้วยรอยยิ้ม

            “มา มา!ศิษย์น้องทั้งหลาย วันนี้พวกเจ้าดื่มกันให้เต็มที่ ศิษย์พี่หญิงท่านนำเหล้าสมุนไพรร้อยปีออกมาเถิด! ทุกคนจะได้มีความสุขกัน” สือเทียนหลินพูดแล้วมองไปที่ชิงจี

            “ครั้งนี้ศิษย์พี่หญิงสูญเสียแล้วใครก็ได้ไปเอาเหล้าชิงเซวี่ยและเหล้าไป่เฉ่ามา” ชิงจีตะโกนสั่งศิษย์ช่วยงานทั่วไป

            หลังจากได้ยินคำพูดของชิงจีแล้วสือเทียนหลินก็ตะลึงไปชั่วครู่เหล้าชิงเซวี่ยป็นเหล้าที่ดีที่สุดในป่าไร้สำเนียงของชิงจีมันทำจากเลือดของพยัคฆ์ทองคำและเลือดของไป๋เจียวซึ่งหาได้ยากแค่เหล้าชนิดเดียวก็แรงมากแล้ว มีแค่ไม่กี่ครั้งเท่านั้นที่ได้ดื่มซึ่งชิงจีไม่เต็มใจนักที่ต้องนำมันออกมา

            ศิษย์ช่วยงานทั่วไปนำเหล้าทั้งสองชนิดมาอย่างรวดเร็วอันหนึ่งเป็นไหศิลาดล1 ส่วนอีกอันเป็นไหทรายม่วง2

            ฉู่หนิงยื่นมือออกไปที่ไหทรายสีม่วงเขากำลังต่อสู้กับเจ่อจ้วงและถังเทียน!

            “ถ้าเจ้าไม่อยากตายอย่างน่าเกลียดก็อย่ายุ่งกับมัน”กงเสวียนยื่นมือออกไปตีมือของฉู่หนิง

            -----------------------------------------------------------------------------

            1 ศิลาดล(青瓷) เป็นเครื่องเคลือบของจีน(พอร์ซเลน) ที่ละเอียดอ่อน ดูสง่างามและเรียบง่าย มีสีสันที่สวยงาม

            2 ทรายม่วง(紫砂) เป็นเซรามิกชนิดหนึ่งอยู่ระหว่างเครื่องปั้นดินเผาและพอร์ซเลนสีออกน้ำตาลแดง ทำจากดินเหนียว

    คล้ายกับเรื่องหมื่นวิถีบรรลุเทพ【จบ】 ที่คุณอ่าน

    [นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

    [นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.77M 1648
    ชีวิตที่สองบนโลกใบใหม่ (Nidome no jinsei o isekai de)

    ชีวิตที่สองบนโลกใบใหม่ (Nidome no jinsei o isekai de)

    นิยาย แฟนตาซี
    127K 373
    จักรพรรดิข้ามกาลเวลา

    จักรพรรดิข้ามกาลเวลา

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    647K 2426
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    2.91M 3613
    ย่ำภพสยบแดน (จบ)

    ย่ำภพสยบแดน (จบ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    144K 224
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    นิยาย แฟนตาซี
    3.82M 1844
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810