ครึ่งเดือนผ่านไป รวดเร็วราวชั่วพริบตา
ครึ่งเดือนที่ผ่านมา เป็่เวลาที่ผ่อนคลายที่สุดเท่าที่หานซั่วเคยมี หน้าที่ทำความสะอาดที่เดิมเคยเป็ของเขา ก็กลายเป็บอร์กและแครี่ที่เป็คนจัดการแทน และเป็เพราะาแที่หลัง แฟนนี่จึงไม่ได้ตามตัวเขาไปทำการค้นคว้าต่อ
หานซั่วรู้จากแจ็คว่า ฟิทช์ออกไปรับการทดสอบเพื่อเลื่อนขั้นเป็นักเวทระดับสูงอีกครั้ง จึงรอดพ้นจากศัตรูตัวฉกาจเป็การชั่วคราว
และั้แ่ได้รับคำสารภาพรักอันไร้ยางอายที่ก้นหลุมกับดัก ทัศนคติของลิซ่าที่มีต่อหานซั่วก็เปลี่ยนไปราวกับพลิกหน้ามือเป็หลังมือ ไม่เพียงแต่เธอจะเลิกหาเื่หานซั่ว เธอยังปกป้องเขาและห้ามไม่ให้นักเรียนสาขาศาสตร์แห่งความตายคนอื่น ๆ ฝึกทดลองเวทมนตร์กับเขาด้วย
ส่งผลให้สถานการณ์ใน่นี้ นอกจากกิน นอน ดื่ม และอาบน้ำแล้ว หานซั่วก็ใช้เวลาว่างทั้งหมดที่มีในการฝึกฝนเวทมนตร์และศึกษา ‘ตำราศาสตร์แห่งความตายขั้นพื้นฐาน’ และ ‘ตำราอสูรมิติมืด’
อันที่จริง แผลที่หลังของหานซั่วหายดีตั้งนานแล้วเพราะการฝึกซ้อมเวทมนตร์ ไม่เหลือแม้กระทั่งรอยแผลเป็
ร่างกายของหานซั่วสูงขึ้นอีกหลายเิเ เขาในตอนนี้จึงสูงหนึ่งร้อยเจ็ดสิบเิเพอดี เป็เพราะการฝึกฝนเวทมนตร์และปริมาณสารอาหารที่เพียงพอจากปันส่วนอาหารที่เพิ่มขึ้น ร่างกายที่เคยผ่ายผอมและอ่อนแออย่างเหลือเชื่อ จึงเริ่มกระชับแน่นและมีพละกำลังเพิ่มมากขึ้นอย่างช้า ๆ แม้แต่กล้ามเนื้อตรงอกและ่แขนก็เริ่มเห็นเป็มัดกล้ามที่ชัดเจนขึ้น
ร่างกายและความแข็งแกร่งของหานซั่วค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงไปโดยที่ไม่มีใครล่วงรู้ ทั้งยังมีความก้าวหน้าครั้งสำคัญในการฝึกฝน 'เวทอัคคีเหมันต์' เมื่อหานซั่วสามารถโคจรแก่นมนตราตามหลักของการใช้เวทไปจนถึงฝ่ามือได้แล้ว
เมื่อใดก็ตามที่หานซั่วเริ่มใช้ 'เวทอัคคีเหมันต์' โดยโคจรแก่นมนตราไปที่ฝ่ามือทั้งซ้ายและขวา เขาััได้ถึงความเย็นะเืดุจน้ำแข็ง และความร้อนระอุจากกลางฝ่ามือทั้งสองข้าง ิับริเวณนั้นเริ่มกลายเป็สีม่วงซีด ๆ และสีแดง ทำให้กลางฝ่ามือของเขาดูแปลกพิลึก
ระหว่างนี้ หานซั่วยังไม่กล้าใจร้อนทำอะไรกับกล่องหยกประหลาดใบนั้น เพราะกลัวจับใจว่าเหตุการณ์แบบครั้งก่อนอาจจะเกิดขึ้นอีก เขายังไม่พร้อมที่จะเสี่ยงซ้ำรอยเดิมจนกว่าจะค้นพบว่าลูกแก้วลูกนั้นคืออะไร และเอาไว้ใช้ทำอะไร
ด้วยการศึกษา ‘ตำราอสูรมิติมืด’ ใน่สองสัปดาห์ที่ผ่านมา หานซั่วจึงเข้าใจเกี่ยวกับรายละเอียดของการอัญเชิญอสูรมิติมืดแบบเฉพาะเจาะจงได้อย่างแจ่มชัดมากขึ้น เข้าใจแม้กระทั่งวิธีสื่อสารกับมัน และวิธีส่งมันกลับไปยังมิติมืด
อย่างไรก็ตาม แม้วิธีการร่ายเวทเพื่อส่งอสูรมิติมืดที่อัญเชิญมากลับไปยังมิติมืดจะถูกบันทึกไว้ใน ‘ตำราอสูรมิติมืด’ และหานซั่วก็เชื่อว่าเขาสามารถทำได้ด้วยระดับพลังจิตที่มีอยู่ตอนนี้ แต่เขาก็ยังไม่กล้า เพราะไม่แน่ใจว่าจะอัญเชิญเ้าโครงกระดูกน้อยตัวเดิมมาได้อีกหรือไม่หากส่งมันกลับไปยังมิติมืดแล้ว
เ้าโครงกระดูกสีดำที่มีเดือยกระดูกเหมือนปีกเจ็ดปีกตนนี้ เป็ผลมาจากความอุตสาหะในการหลอม ‘ขุมพลังปีศาจ’ ไม่เพียงแต่มันเหนือกว่าโครงกระดูกธรรมดาในทุกด้าน แต่ยังทนทานต่อเวทมนตร์ธาตุแสงได้อย่างน่ากลัว
่นี้ หานซั่วจึงใช้เวลากับเ้าโครงกระดูกน้อยทั้งกลางวันและกลางคืน ซึ่งมันเองก็ช่วยหานซั่วได้มาก ทำให้หานซั่วรู้สึกผูกพันกับมันมากขึ้นเรื่อย ๆ เขาจึงกังวลว่าหากส่งมันกลับไปยังมิติมืดจริง ๆ เขาจะเสียมันไปตลอดกาล หากครั้งต่อไปเขาอัญเชิญมันกลับมาไม่ได้อีก
เพราะความเป็กังวลนี้เอง แม้หานซั่วจะมั่นใจว่าเขาส่งมันกลับไปยังมิติมืดได้แน่ ๆ แต่ก็ยังลังเลที่จะทำ เขาจึงสั่งให้เ้าโครงกระดูกน้อยซ่อนอยู่ใต้เตียง แม้จะเสี่ยงถูกคนอื่นพบเข้าก็ตาม
เ้าโครงกระดูกน้อยสีดำนอนแผ่อย่างี้เีในถังไม้ กระดูกของมันเป็สีดำ มันเลื่อมราวน้ำหมึกและมีไอทะมึนบาง ๆ แผ่ซ่านออกมา ่สองสัปดาห์ที่ผ่านมา หานซั่วคอยถ่ายแก่นมนตราลงไปในถังไม้เสมอ เพื่อหล่อหลอมและฟื้นฟูมันตามหลักของ ‘วังวนพินิจมนตราหยิน’
ด้วยการหลอมฟื้นฟูอย่างต่อเนื่องของหานซั่ว ร่างกายของเ้าโครงกระดูกน้อยจึงว่องไวและแข็งแกร่งขึ้น แม้แต่กริชกระดูกของมันก็ทรงพลังยิ่งกว่ามีดและดาบธรรมดาทั่ว ๆ ไป หานซั่วเคยลองเอาไปทดสอบกับเศษกระดูกหักชิ้นหนึ่ง ซึ่งถูกผ่าครึ่งทันทีที่กริชฟันฉับลงไป
เมื่อเ้าโครงกระดูกน้อยมีความเปลี่ยนแปลง หานซั่วก็ได้รับประโยชน์จากการบ่มเพาะอาณาจักรพลังรูปธรรมเช่นกัน และร่างกายของเขาก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างน่าพิศวง
ทว่าเหลืออีกเพียงสิ่งเดียว หานซั่วยังไม่สามารถบรรลุอาณาจักรพลังเวทปีศาจขั้นนี้ได้ เขาลองค้นดูความทรงจำของตาเฒ่าฉู่ชางหลาน เสริมด้วยภาพสะท้อนของสิ่งที่เกิดขึ้นกับเขาใน่นี้ จึงได้ข้อสรุปมาอย่างหนึ่งว่า --- หากเขา้าถึงจุดสูงสุดของอาณาจักรพลังรูปธรรมอย่างรวดเร็ว ‘การทำให้แตกหัก’ คือวิธีการที่มีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผลสูงที่สุด
เมื่อใดก็ตามที่หานซั่วถูกทุบตีอย่างรุนแรง หรือทรมานจากอาการาเ็ทางร่างกาย ร่างกายของเขาจะสามารถฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็วผ่านการฝึกฌาน และทุกครั้งภายหลังการฟื้นฟู ร่างกายของเขาก็จะแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิม ิัและกระดูกจะยิ่งฟื้นตัวเร็ว ซึ่งจำเป็ต้องได้รับความเสียหายและการาเ็ก่อนเท่านั้น อาณาจักรพลังรูปธรรมถึงจะพัฒนาจนก้าวหน้าขึ้น
เมื่อเขาคิดทบทวนจุดนี้ หานซั่วยิ้มเยาะอย่างจนใจ การฝึกเวทมนตร์ประเภทนี้มัน ‘มาโซคิสม์’ ชัด ๆ! แต่ในเมื่อเริ่มเดินเส้นทางนี้แล้ว หาก้าแข็งแกร่งและมีพลังอำนาจมากขึ้น เขาก็ต้องรีบหาทางบรรลุอาณาจักรพลังรูปธรรมให้ได้
วันนี้ หานซั่วมาปรากฏตัวตรงประตูทางเข้าของ ‘สาขาศาสตร์การต่อสู้’ ในวิทยาลัยเวทมนตร์และศาสตร์แห่งพลังบาบิโลน
หลังจากรวบรวมข้อมูลไม่กี่วัน หานซั่วก็เข้าใจว่าที่นี่เป็สถานที่สำหรับฝึกฝนการต่อสู้สำหรับทหารและอัศวินที่อยู่ในวิทยาลัย โดยที่ทหารและอัศวินจะฝึกแยกกันต่างหาก ระดับของนักเรียนทหารนั้นส่วนมากเป็คนธรรมดา มุ่งเน้นการบ่มเพาะออร่าต่อสู้ และการปลูกฝังเื่ความจงรักภักดีต่อนายของตน
ส่วนนักเรียนของสมาคมอัศวินนั้น ส่วนใหญ่จะมาจากครอบครัวชนชั้นสูง ครอบครัวที่ทรงอิทธิพลหรือสังกัดกองกำลังทหาร ตลอดจนรัชทายาทแห่งราชอาณาจักร นักเรียนเหล่านี้มีพื้นเพที่ไม่ธรรมดา และมีระดับของอิทธิพลแตกต่างหลากหลายภายในตระกูลของตนเอง พวกเขาไม่เพียงแต่บ่มเพาะออร่าต่อสู้ แต่ยังต้องเรียนรู้เกี่ยวกับธรรมเนียมปฏิบัติและความสง่างามของการดำรงฐานันดรศักดิ์ชั้นสูง ทฤษฎีและกลยุทธ์ในศึกา ตลอดจนศิลปะในการออกคำสั่ง
นักเรียนเหล่านี้จะซึมซับองค์ความรู้ต่าง ๆ ภายในสมาคมอัศวินเพื่อจุดประสงค์ในการได้รับโอกาสที่ดีต่อไปในอนาคต ไม่ว่าจะทำเพื่อครอบครัว หรือทำเพื่อราชอาณาจักร ครอบครัวของนักเรียนอัศวินมักมีฐานะร่ำรวยมั่งคั่ง และในเส้นทางสู่การเป็อัศวินระดับสูง ก็สามารถใช้เงินจ้างคนธรรมดามาใช้ฝึกซ้อมการสู้รบได้อย่างไม่ยากเย็น
คนธรรมดาที่มีร่างกายกำยำบึกบึนและสามารถรับการโจมตีหนัก ๆ จะได้รับเงินและผลตอบแทนอย่างงาม แม้แต่นักเรียนทหารบางคนก็สมัครใจเป็เป้ามนุษย์เพื่อแลกกับเงินเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม การจะได้เงินนี้มาไม่ใช่เื่ง่าย เพราะบางครั้งนักเรียนอัศวินก็คำนวณพลาดและทำให้เป้ามนุษย์ถึงตายก็มี และเพราะเป็การตกลงร่วมกันด้วยความสมัครใจ แลกกับเงินที่นักเรียนอัศวินต้องจ่าย จึงไม่มีใครสนแม้ว่าเป้ามนุษย์จะถูกทุบตีจนตาย เพราะอย่างไรคนเ่าั้ก็ยอมรับความเสี่ยงเองั้แ่แรก
แต่หานซั่วมาที่นี่เพื่อสมัครเป็เป้ามนุษย์ ไม่ใช่เพื่อเงิน แต่เพราะ้าทำให้ร่างกายของเขาแข็งแกร่งขึ้นเพื่อบรรลุอาณาจักรพลังรูปธรรมต่างหาก
เป้ามนุษย์จำนวนมากยืนอยู่ในห้องรับรองขนาดใหญ่ แต่ละคนดูแข็งแรงกำยำ สวมใส่เสื้อผ้าซอมซ่อเพราะเป็คนธรรมดาผู้ยากจน หานซั่วลองเพ่งสมาธิครู่หนึ่ง และพบว่ามีนักเรียนทหารปะปนอยู่ในกลุ่มนี้ด้วย บางคนถูกชักชวนให้เข้าร่วมเพราะชื่อเสียงของวิทยาลัย และบางคนก็เป็นักเรียนจากสมาคมทหาร
“เ้าไม่ใช่ทหารด้วยซ้ำ เป็แค่เด็กรับใช้ของวิทยาลัย ร่างกายผอมแห้งปานนี้ เท่ากับเ้ามารนหาที่ตายที่นี่เองนะ สหายน้อย ข้าขอแนะนำว่าเ้าอย่ามาหาเงินด้วยวิธีนี้จะดีกว่า ไม่อย่างนั้นเ้าได้ถูกฆ่าตายจริง ๆ แน่!”
ตาเฒ่าเจฟฟ์อายุประมาณห้าสิบปี และเป็คนรับใช้เหมือนกับหานซั่ว เขาสวมชุดคนรับใช้และทำหน้าที่ดูแลการลงทะเบียนเป้ามนุษย์ เขาคลางแคลงใจในร่างกายอันบอบบางของหานซั่ว จึงพยายามโน้มน้าวเขาด้วยความปรารถนาดี
“ไม่ต้องห่วงครับ คุณเจฟฟ์ ลงทะเบียนให้ข้าเถอะ ข้าอยากลองดู!”
หานซั่วมองเจฟฟ์และพูดจากใจจริง
“ถ้าเ้ายืนยันอย่างนั้น ข้าลงทะเบียนให้ก็ได้ เฮ่อ! นี่ เ้าคิดว่าจะได้เงินนี่มาง่ายนักหรือ? ถ้าเ้าเกิดโดนเล่นงานจนตายจริง ๆ ขึ้นมา อย่าหาว่าข้าไม่เตือนล่ะ!”
เมื่อเห็นว่าหานซั่วยังยืนกรานแม้พยายามโน้มน้าวอยู่หลายครั้ง ทั้งยังมีคนต่อแถวข้างหลังอีกหลายคนที่เริ่มหมดความอดทนและะโโวยวาย เจฟฟ์จึงยอมจำนนและใส่ชื่อ ‘ไบรอัน’ ลงไปในใบลงทะเบียน
เมื่อหานซั่วเดินผ่านประตูเข้าไป เป้ามนุษย์หลายคนจ้องมองเขาด้วยสายตาแปลก ๆ ส่วนใหญ่เป็สายตาเหยียดหยาม น้อยคนจะมีสีหน้าเห็นใจเพราะรู้สึกเวทนา บางคนถึงกับพยายามบอกให้หานซั่วล้มเลิกความพยายาม
แม้ร่างกายของหานซั่วจะแข็งแรงขึ้นเล็กน้อยเพราะผลจากการฝึกฝนเวทมนตร์ ก็ยังห่างชั้นกับชายร่างั์ที่มีแขนใหญ่กว่าขาของเขาทั้งท่อน ไบรอันจึงดูเก้งก้างราวกับลิงตัวผอม ๆ เมื่อเปรียบเทียบกัน
“ฟังข้าเถอะ รีบออกไปในระหว่างที่เ้ายังทำได้ เพราะข้ามั่นใจว่าเ้าจะโดนเล่นงานจนตายแน่”
ขณะที่หานซั่วกำลังมองไปรอบ ๆ ชายหนุ่มร่างผอมอายุประมาณยี่สิบปี เดินตรงมาหาหานซั่วและพยายามพูดโน้มน้าว
ชายหนุ่มผู้นี้สวมชุดนักเรียนทหาร แม้ร่างกายจะไม่ได้ดูกำยำนัก แต่เขาต้องแข็งแรงกว่าคนอีกกลุ่มที่อยู่ฝั่งตรงข้ามของห้องอย่างไม่ต้องสงสัย เขาเพียงไม่ได้ฝึกฝนทักษะการสู้รบมากมายนัก เพราะเขาเป็เพียงนักเรียนทหารเท่านั้น
“ขอบคุณ แต่ข้าอยากลองดูน่ะ!”
หานซั่วยิ้มอย่างเป็มิตรและกล่าวตอบอย่างร่าเริง ค้อมศีรษะเล็กน้อยให้ชายหนุ่มผู้นั้น
“ข้าชื่อคาล ข้ามาหารายได้พิเศษจากที่นี่บ่อย ๆ ขนาดข้าที่เป็นักดาบระดับกลาง ยังเคยได้รับาเ็หนักมาก่อนเลย ข้าเคยเห็นคนมากมายถูกเล่นงานจนตายเพียงเพราะหวังอยากได้เงิน หวังว่าเ้าจะยอมฟังคำแนะนำของข้านะ รีบไปเสียตอนที่ยังทำได้ ไม่อย่างนั้นเ้าจะเสียใจ”
หานซั่วยิ้มพลางส่ายศีรษะ
“ข้าชื่อไบรอัน ยินดีที่ได้พบเ้านะ คาล ข้าซาบซึ้งในเจตนาดีของเ้า แต่ข้าต้องลองดูจริง ๆ”
เมื่อเห็นความตั้งใจแน่วแน่ของหานซั่ว คาลถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้ เขาส่ายศีรษะโดยไม่พูดอะไร สายตาของคาลเต็มไปด้วยความเวทนา เพราะคิดว่าหานซั่วต้องตายอย่างไม่ต้องสงสัย
**************************