ตอนที่ 46 ภารกิจจากพ่อค้า
แสงตะวันยามเย็นสาดส่องดวงตะวันเริ่มลาลับขอบฟ้า ปรากฏชายสองคนออกมาจากพงป่าหญ้า เขาคือเคนจิและอลันทั้งสองต่างเดินทางออกจากเมืองปีศาจตั้งแต่รุ่งเช้าและออกพ้นจากป่าเมื่อยามดวงอาทิตย์อัสดง สายลมพัดพากลิ่นของไอทะเลปะทะเข้าที่หน้าของเคนจิภาพที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าคือดวงอาทิตย์กำลังจมลงไปในท้องทะเลแสงสะท้อนของมันทำให้ท้องทะเลระยิบระยับแพรวพราว ดุจดังดาวในท้องทะเล
เมื่อเพ่งมองดีๆก็จะเห็นเมืองเล็กๆ เมืองหนึ่งซึ่งมีอาคารบ้านเรือนไม่กี่หลัง เรือสำเภาลำใหญ่จอดเทียบท่ารอผู้คนขึ้นเรือ“วูดดด~~~~!!!” เสียงวูดที่ดังลั่นของเรือเป็นการส่งสัญญาณจะออกเรือในเวลาไม่ช้าอลันพุ่งทะยานไปข้างหน้าด้วยความรวดเร็ว เคนจิก็พุ่งตามไปในทันที
“เป็นเพราะคุณนั่นแหละมัวแต่กินเหล้าตลอดทาง”
“เหอะ!! เจ้าเด็กน้อยริอาจมาบ่นข้า เร็วเข้าเดียวก็ทิ้งไว้ที่นี้หรอก ดีเหมือนกันข้าจะได้มีทาสไว้คอยรับใช้”
“เชอะ! ข้าไม่ยอมหรอก”
ปีกมังกรปรากฏขึ้นที่กลางหลังความรวดเร็วเพิ่มขึ้นทวีคูณเคนจิเข้าจับอลันแบกขึ้นที่ด้านหลังแล้วพุ่งไปที่เมืองทันทีทั้งสองปรากฏตัวที่ด้านหน้าทางเข้าของเมืองท่าเรือ เคนจิหอบหายใจถี่ระรัวท่ามกลางรอยยิ้มของอลันพร้อมกับเดินนำเข้าเมืองไปเคนจิส่งสายตาขุ่นเคืองเล็กน้อยก่อนจะเดินตามไปติดๆ
“คราวหลังเจ้าก็ให้ข้าขี่บ่อยๆล่ะ จะได้เดินทางได้เร็วขึ้น ข้ามันแก่แล้ว ฮ่าฮ่าฮ่า!!”
“ฝันไปเถอะลุง!!ครั้งนี้เท่านั้นแหละ ผมกลัวว่าจะไม่ทันเรือตั้งหาก ถึงยอมให้ลุง”
“ฮ่าฮ่า.....เอ๊ะ!!!!”
เสียงหัวเราะที่ดังของอลันหยุดนิ่งกลางอากาศ ท่ามกลางความสงสัยของเคนจิอลันเกิดปฏิกิริยาแปลกๆ ตัวของเขาสั่นไหวรุนแรง ดวงตาเบิกโพรงแดงก่ำเม็ดเหงื่อปรากฏทั่วทั้งใบหน้า ปากของเขาสั่นอย่างต่อเนื่องเมื่อเคนจิลองสังเกตดูก็พบว่าอลันกำลังจ้องมองใครบางคนอยู่ ชายคนนั้น เป็นชายแก่คนหนึ่งร่างกายไม่ได้สูงใหญ่ แต่กลับดูผอมแห้งไร้ซึ่งเรี่ยวแรง จนบางทีแทบจะเดินไม่ไหวบนหัวของชายแก่คนนั้นไม่มีเส้นผมแม้แต่เส้นเดียว หนวดเครารุงรังสีขาวโพน บนหลังของเขามีผ้าเก่าๆห่อปิดบังอะไรบางอย่างอยู่ ในมือของเขานั้นถือน้ำเต้าอยู่ใบหนึ่ง กลิ่นหอมจางๆ ที่โชยออกมานั้นทำให้รู้ว่ามันคือเหล้าอย่างแน่นอนชายแก่ขี้เมาหันมาสบตาอลันหนึ่งครั้งก่อนขึ้นเรือไป
เคนจิส่ายหน้าเขาไม่เข้าใจความนึกคิดของอลัน จึงจะไปซื้อตั๋วเพื่อขึ้นเรือทันทีที่เคนจิกำลังจะเดินออกไป อลันคว้าจับที่มือเขาทันทีด้วยความรวดเร็วแล้วกระชากเคนจิกลับมาพร้อมกับหงายท้องไปด้านหลัง เคนจิพยุงตัวเองลุกขึ้นก่อนที่บ่นออกไป
“เฮ้!! ลุง ผมจะไปซื้อตั๋วมาฉุดผมไว้ทำไม เดียวก็ขึ้นเรือไม่ทัน”
“ไม่เป็นไร! เราจะรอไปรอบอื่น”
เสียงที่สั่นไหวของอลันเอ่ยขึ้นเคนจิสามารถเข้าใจได้ทันที ว่าเขาหวาดกลัวอะไรบางอย่าง เคนจิยิ้มอย่างมีเลศนัยนึกในใจ [ถึงเวลาเอาคืนแล้ว] เคนจิเคลื่อนที่พริบตาด้วยความรวดเร็วเขาปรากฏตัวที่ด้านหน้าที่ซื้อตั๋วเรียบร้อยพร้อมกับซื้อตั๋วในทันทีอลันยืนนิ่งอ้าปากค้างด้วยท่าทางตกตะลึง
“เจ้าบ้า!! เจ้าทำอะไรลงไปจะไปก็ไปเองเถอะ ข้าไม่ขึ้นไปด้วยหรอก”
“ลุง!! ผมถามคนขายตั๋วแล้วกว่าเรือจะออกอีกครั้งตั้งครึ่งเดือน ผมไม่รอหรอกนะ นี้ตั๋วของลุง ลุงจะขึ้นหรือไม่ขึ้นก็แล้วแต่ลุงผมจะล่วงหน้าไปก่อน”
มือของอลันสั่นไหวรับตั๋วมาจากเคนจิเขาไม่สามารถรอเรือในรอบต่อไปได้ เคนจิเดินขึ้นเรือทันทีปล่อยให้อลันยืนตัดสินใจสายตาที่เขาจ้องมองกันดุจดังมีประกายไฟฟาดฟันอย่างรุนแรง เคนจิยิ้มที่มุมปากก่อนจะหายเข้าไปในเรืออลันโกธรจนควันออกหูก่อนที่จะตามขึ้นไปท่ามกลางเสียงหัวเราะของเคนจิ
ทันทีที่ทั้งสองขึ้นเรือเสียงวูดเรือดังอีกครั้งก่อนที่จะปลดสมอออกเรือสู่ท้องทะเลที่กว้างใหญ่ เมื่อเรือเริ่มออกเดินทาง อลันรีบเดินไปยังห้องที่พักของเขาทันทีด้วยความรวดเร็วอีกไม่ไกลก่อนจะถึงห้องอลันสะดุ้งสุดตัวยืนนิ่งแข็งค้างชายแก่ขี้เมากำลังเดินมาทางเดียวกับอลันเขาแสร้งหันมองไปทางอื่นทันทีชายแก่เดินผ่านอลันไปพร้อมกับพูดบางอย่างออกมา
“อย่ารบกวนฉันเด็ดขาด!!”
อลันพยักหน้ารับชายแก่เดินจากไปพร้อมกับยิ้มให้กับเคนจิ ชายแก่เดินโยกเยกคล้ายกับคนเมาแล้วหายไปในซอกลืบ อลันยังคงนิ่งค้างเคนจิไปแตะไหล่ของอลันก็ทำให้เขาหลุดจากภวังค์ทันที เม็ดเหงื่อปรากฏทั่วใบหน้า สายตาเหลือกมองไปยังที่ชายแก่จากไป
“ข้าจะเตือนเจ้าไว้อย่างเดียวอย่าไปยุ่งกับเขาคนนั้นเด็ดขาด จำไว้!”
“ลุงขี้เมาคนนั้นหรอ เขาคือใครหรอลุง”
“เจ้าไม่จำเป็นต้องรู้ตอนนี้รอลงจากเรือก่อน แล้วข้าจะบอกเจ้าเอง”
เมื่อพูดจบอลันเดินเข้าไปยังห้องทันทีพร้อมกับปิดประตูลงกลอน เคนจิยังคงยืนมึนงงด้วยความอยากรู้อยากเห็นเคนจิยังไม่เข้าห้องพักเขาเดินขึ้นไปที่ดาดฟ้าของเรือ ในชีวิตจริงเขาไม่เคยขึ้นเรือมาก่อนนี้เป็นครั้งแรกของเขาที่ขึ้นเรือลำใหญ่ขนาดนี้จริงๆเมื่อมาถึงดาดฟ้าเรือภาพเบื้องหน้าของเขาคือท้องทะเลกว้างใหญ่มองไม่เห็นจุดสิ้นสุดของมัน คลื่นลมทะเลที่รุนแรงไม่ทำให้เรือที่ใหญ่โตสั่นคลอนเคนจิก้าวเดินไปที่หัวเรือใหญ่ สองมือไพร่หลังแรงลมกระแทกเข้าที่ใบหน้าเขารู้สึกดั่งโบยบินอยู่เหนือท้องทะเล
“เราจะชนเข้ากับภูเขาน้ำแข็งไหมนะฮ่าฮ่าฮ่า”
“ชนกับผีนะซิที่เราไปมันเขตร้อนจะมีภูเขาน้ำแข็งได้ยังไง”
เสียงๆหนึ่งดังแทรกขณะที่เคนจิกำลังบ่นพึมพำ เมื่อเหลียวไปดูยังต้นเสียงชายแก่ขี้เมากำลังเอนกายนอนอยู่ด้านข้าง ในมือของเขากำลังยกน้ำเต้าดื่มไม่ขาดสายเคนจิไม่สามารถรับรู้การมีตัวตนของเขาได้และไม่รู้ว่าเขามานอนอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไร ไม่ทันพูดอะไรชายแก่ก็โยนขวดน้ำเต้าส่งมาให้เคนจิมือข้างหนึ่งของเคนจิรับอย่างรวดเร็วแรงสั่นสะเทือนจากการโยนทำให้มือของเขารู้สึกชาชั่วครู่
“ดื่มซะสหายร่วมเดินทาง”
“ขอบคุณ”
เคนจิกล่าวขอบคุณพร้อมกับยกดื่มทันทีน้ำผลไม้ที่อยู่ในน้ำเต้าส่งกลิ่นหอมละมุนไปทั่วช่องปาก รสชาติของมันดียิ่งกว่าของบอสโทรนหากจะหาสิ่งใดมาเปรียบเขาสามารถบ่งบอกได้เลยว่าไม่มี เมื่อกลืนลงไปความร้อนแผ่ไปทั่วร่างกายหน้าของเคนจิเริ่มปรากฏสีแดงคล้ายดุจคนเมาเคนจิกำลังจะยกดื่มอีกรอบก็ปรากฏความว่างเปล่าในมือขวดน้ำเต้าหายไปอย่างไร้ร่องลอย
“เจ้าบ้า!! เดียวของข้าก็หมดพอดีพอๆ”
ขวดน้ำเต้ากลับไปอยู่ในมือของชายแก่เขานำกลับไปได้โดยที่เคนจิไม่รู้ตัว คนๆ นี้ต้องฝีมือต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอนท่ามกลางการสงสัยของเคนจิ เรือลำใหญ่ก็เกิดการสั่นคลอนขึ้น “ครืนน~~~!!”ผู้คนในเรือต่างตื่นตกใจ เคนจิโผล่หัวออกไปดูด้านข้างเรือทันทีสิ่งที่เกิดขึ้นทำให้ผู้คนในเรือต่างเริ่มหวาดกลัว สิ่งที่พบเห็นคือพรายทะเลจำนวนมากกำลังเกาะปีนตามข้างเรือ
ลูกเรือต่างช่วยกันหยิบฉมวกทิ่มแทงพวกมันด้วยสีหน้าที่ตื่นกลัวลุงขี้เมาเหลือบมองชั่วครู่ก่อนจะเดินกลับเข้าไปด้านในเคนจิไม่ต้องการเข้าไปยุ่งกับเหตุการณ์ครั้งนี้ จึงจะเดินกลับด้านในเช่นกันขณะนั้นเองพรายทะเลตัวหนึ่งก็กระโดดขึ้นมาบนเรือท่ามกลางเสียงกรีดร้องของเด็กน้อยผู้หนึ่งกรงเล็บที่แหลมคนของมันกำลังจะทิ่มแทงเธอ
ท่ามกลางเสียงกรีดร้องกรงเล็บกำลังพุ่งทะยาน แต่แล้วมันกลับหยุดนิ่งอยู่ไม่ห่างจากใบหน้าของเด็กน้อยเมื่อทุกคนจ้องมองดูก็พบชายในเสื้อคุมสวมหน้ากากปรากฏตัวขึ้นในมือของเขาบีบหัวของพรายทะเลแหลกคามือ เคนจิใช้เวลาที่ผู้คนกำลังแตกตื่นหยิบหน้ากากและเสื้อคุมมาสวมใส่เคนจิโยนเศษซากของพรายทะเล พร้อมกับเตรียมตัวจากไป
“นั้น!!! เป็นเขานี้นาจอมปีศาจริชเตอร์”
“พวกเรารอดแล้ว!การเดินเรือของพวกเรานี้ต้องสำเร็จแน่ๆ”
“เขากำลังจะไปแล้วรีบไปหาเขาเร็วเขา”
ผู้ชายร่างอ้วนคนหนึ่งวิ่งไปตัดหน้าเขาทันทีแล้วคุกเข่าลงที่เบื้องหน้า ทำให้เคนจิทำตัวไม่ถูกและยืนนิ่งค้างลูกเรือยังคงคุกเข่าก้มหน้าไม่ขยับเขยื้อนมันค่อยๆ เงยหน้าขึ้นพร้อมกับคราบน้ำตาที่ปรากฏ
“มีอะไร?”
“ท่านจอมปีศาจผมได้ยินข่าวของคุณมานานแล้ว ผมเป็นผู้เล่นอาชีพพ่อค้ากำลังทำภารกิจขนส่งสินค้าข้ามทวีปภารกิจนี้มีความสำคัญกับพวกเราสมาคมพ่อค้าเป็นอย่างมาก”
“แล้วยังไง?”
“พวกเราสมคมพ่อค้าอยากจ้างคุณคุ้มครองเรือลำนี้ จากพวกปีศาจในท้องทะเล”
“ไม่”
“พวกเราสมาคมพ่อค้าจะจ้างคุณห้าล้านเหรียญทอง”
“ตกลง”
เงินมหาศาลวางอยู่ตรงหน้าเคนจิตอบรับทันที รอยยิ้มจากกลุ่มพ่อค้าปรากฏกันถ้วนหน้า ฝูงพรายทะเลเริ่มมีจำนวนมากขึ้นพวกมันจะออกจู่โจมในเวลากลางคืน ด้วยจำนวนที่มากของพรายทะเล พวกมันเริ่มขึ้นมาบนเรือเคนจิหยิบคาตานะออกมาจากช่องมิติ พร้อมกับพุ่งทะยานหายไปแสงสีเหลืองพุ่งโฉบเฉี่ยวไม่ว่าแสงนี้จะพุ่งไปบริเวณใดหัวของพรายทะเลจะหลุดลอยสู่ท้องฟ้า
ผู้คนต่างเหลือบมองด้วยสีหน้าอันตกตะลึงเลือดสีน้ำเงินจากพรายทะเลสาดกระจายไปทั่วเรือ จอมปีศาจสะบัดคราบเลือดออกจากคาตานะพร้อมกับเก็บเข้าไปในช่องมิติ พรายทะเลที่อยู่บนเรือตกตายทั้งหมดส่วนที่เหลือพวกลูกเรือสามารถควบคุมไม่ให้พวกมันขึ้นมาได้เคนจิปรากฏกายอีกครั้งเบื้องหน้าพ่อค้าอ้วน เขาหยิบถุงเงินส่งให้เคนจิ
“นี้เป็นเหรียญทองครึ่งแรกส่วนที่เหลือเราจะให้เมื่อถึงที่ฝั่ง”
“ตกลง”
เคนจิรับถุงทองมาด้วยอาการสั่นเล็กน้อยเคนจิเก็บเงินลงในช่องมิติพร้อมกับเดินเข้าไปด้านในจำนวนพรายทะเลที่เหลือไม่เป็นอุปสรรคต่อลูกเรือเคนจิต้องการเข้าไปเปิดดูม้วนคัมภีร์ที่ได้มาจากจ้าวบึงและไคโดเมื่อเคนจิเดินหายเข้าไปยังด้านใน บนยอดเสาธงเรือมีคนผู้หนึ่งกำลัง แอบมองเขาอยู่
“มาสืบเรื่องเจ้าดันเต้กลับมีอะไรๆ สนุกให้ดู ไม่แน่อาจจะเจอเจ้าดันเต้ด้วยก็ได้ ฮ่าฮ่าฮ่า เอื๊อก!!”