เมื่อเห็นกู้ิจูพาสาวใช้เดินออกจากโถงบุปผาไป สีหน้าของฮูหยินหลัวก็ดูซับซ้อนเล็กน้อย ผ่านไปครู่ใหญ่ถึงได้ถอนหายใจออกมา นางฝืนยิ้มประจบพลางเอ่ยกับฮูหยินผู้เฒ่ากู้
"โชคดีที่คุณหนูใหญ่ไม่ถือสาหาความิอวี้ เป็เพราะข้าเองที่สั่งสอนิอวี้ไม่ดี จะลงโทษให้นางกลับไปสำนึกผิดให้ดีเดี๋ยวนี้เลยเ้าค่ะ"
พูดจบก็ปั้นหน้าตึงมองไปทางกู้ิอวี้ "ยังไม่กลับไปอีก! กลับไปกักตัวอยู่ในห้องอย่างสงบเสงี่ยม คัดลอกคัมภีร์คำสอนสตรีหนึ่งร้อยจบแล้วค่อยออกมา หากกล้าก่อเื่ขึ้นมาอีก งานเลี้ยงฉวี่เจียงก็ไม่ต้องไปแล้ว"
กู้ิอวี้เบะปาก น้ำตาคลอเบ้า ย่อกายค้อมเข่าให้ฮูหยินผู้เฒ่ากู้และฮูหยินหลัวด้วยท่าทางน้อยเนื้อต่ำใจ ก่อนจะหันหลังเดินออกจากโถงบุปผาไป
ฮูหยินหลัวมองดูด้วยความปวดใจ ทว่าก็จนปัญญา ได้แต่ส่ายหน้า "ถึงอย่างไรก็ไม่ได้เื่จริง ๆ"
ฮูหยินผู้เฒ่ากู้มองฮูหยินหลัว นางรวบลูกประคำไว้บนข้อมือ รับถ้วยยาที่สาวใช้ยกมาส่งให้ดื่มไปหนึ่งคำ ถึงได้เอ่ยช้า ๆ ว่า
"ิอวี้ยังเด็ก ค่อย ๆ สอนไปก็ดี ไม่ใช่ว่ามีนิสัยเลวร้ายอะไร เ้าก็ไม่จำเป็ต้องทำให้ตัวเองลำบากใจเช่นนี้ ข้าเองก็รู้ว่าหลายปีมานี้ลำบากเ้าแล้ว ต้องดูแลทั้งบนทั้งล่างในจวน แล้วยังต้องคอยยอมตามใจิจู ปฏิบัติต่อนางดียิ่งกว่าปฏิบัติต่อิเยว่และิอวี้เสียอีก"
ฮูหยินหลัวรู้สึกอบอุ่นในใจ ขอบตาแดงระเรื่อ นางก้มหน้าลงเอ่ยเสียงเบา "ขอบคุณท่านแม่ นี่เป็สิ่งที่ข้าสมควรทำ ไม่กล้าเอ่ยว่าเหนื่อยยาก เพียงแต่หวังให้ในจวนอยู่อย่างสงบสุขและปรองดองกันก็พอแล้วเ้าค่ะ"
กู้ิเยว่ลุกขึ้นยืน จัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อยแล้วค้อมเข่าย่อกายให้ฮูหยินผู้เฒ่ากู้และฮูหยินหลัว ก่อนจะเอ่ยเสียงเบา
"ท่านย่า ท่านแม่ ิอวี้มีนิสัยตรงไปตรงมา ข้าเกรงว่านางจะดื้อรั้นจนคิดไม่ตก ข้าจะไปเกลี้ยกล่อมนางเองเ้าค่ะ"
ฮูหยินหลัวพยักหน้า เอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "ไปเถอะ ช่วยข้าตักเตือนน้องสาวของเ้าให้ดี"
กู้ิเยว่รับคำอย่างอ่อนโยน ก้มหน้าพาสาวใช้เดินออกจากโถงบุปผา มุ่งหน้าไปยังเรือนถังหลีของกู้ิอวี้
เมื่อเห็นกู้ิเยว่เดินออกไป แววตาที่เ็ามาตลอดของฮูหยินผู้เฒ่ากู้ก็อ่อนโยนลงมากในที่สุด นางเอ่ยกับฮูหยินหลัว
"ข้าดูแล้ว ิเยว่เป็คนที่รู้จักวางตัวรู้ความนัก หากจะบอกว่าคุณหนูในจวนของเราจะมีอนาคตที่ดีอย่างไร ก็คงต้องฝากความหวังไว้ที่ิเยว่แล้ว" นางหันกลับมามองฮูหยินหลัว "งานเลี้ยงฉวี่เจียงในครั้งนี้ เ้าจัดการเรียบร้อยแล้วหรือยัง"
ใบหน้าของฮูหยินหลัวเปล่งประกายขึ้นมา นางพยักหน้าพลางเอ่ยเสียงเบา "จัดการเรียบร้อยหมดแล้วเ้าค่ะ"
ฮูหยินผู้เฒ่ากู้พยักหน้าเล็กน้อย "เช่นนั้นก็ดี จวนของเราเมื่อมองจากภายนอกนั้นดูมั่งคั่งรุ่งเรืองถึงขีดสุด ช่างยิ่งใหญ่เกรียงไกรเสียเหลือเกิน"
"ทว่าสถานการณ์ในราชสำนักยามนี้พลิกผันได้ตลอดเวลา หากไม่ระวังเพียงนิดเดียวเกรงว่าจะต้องลงเอยเหมือนจ้าวกั๋วกง ตอนแรกมีอำนาจล้นฟ้า ทว่าต่อมากลับถูกปะาทั้งตระกูล มีเพียงต้องหาทางเอาตัวรอด ยืนหยัดอย่างมั่นคงในราชสำนักให้ได้ ถึงจะปลอดภัยไร้กังวล"
ฮูหยินหลัวพยักหน้าติด ๆ กัน "ข้าเข้าใจเ้าค่ะ ย่อมไม่กล้าทำเื่ใหญ่เสียการแน่นอน"
กู้ิเยว่พาสาวใช้มาถึงเรือนถังหลี ก็เห็นเหล่าสาวใช้ถูกิอวี้ไล่ออกมา ต่างยืนอยู่หน้าประตูไม่กล้าเข้าไป นางค่อย ๆ เดินเข้าไป "คุณหนูสามล่ะ มัวแต่โกรธอยู่ในห้องอีกแล้วหรือ?"
เสี่ยวจวี๋ สาวใช้คนสนิทของิอวี้รีบเดินเข้ามาย่อกายทำความเคารพ "คุณหนูรอง ท่านรีบเข้าไปเกลี้ยกล่อมคุณหนูสามเถิดเ้าค่ะ เมื่อครู่ร้องไห้ไปพักใหญ่ บ่นว่าฮูหยินลำเอียงเข้าข้างคุณหนูใหญ่ ในใจรู้สึกโกรธเคืองไม่ยอมแพ้เ้าค่ะ"
กู้ิเยว่ยิ้มบาง ๆ เอ่ยกับเสี่ยวจวี๋ว่า "เข้าใจแล้ว พวกเ้าถอยไปเถอะ ไม่ต้องรออยู่ที่นี่แล้ว หากมีใครมาเห็นเข้าเกรงว่าจะเกิดเื่ครหาขึ้นมา บอกว่าิอวี้เกิดความขุ่นเคืองใจต่อพี่ใหญ่ เช่นนั้นจะกลายเป็เื่ไม่ดีเสียเปล่า"
เสี่ยวจวี๋กล่าวขอบคุณกู้ิเยว่ด้วยความซาบซึ้งใจ ก่อนจะพาสาวใช้คนอื่น ๆ ล่าถอยออกไป
กู้ิเยว่ผลักประตูเข้าไป ก็ได้ยินเสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นดังมาจากด้านใน นางโบกมือไล่สาวใช้ของตนให้ถอยไป เอื้อมมือไปปิดประตูก่อนจะเดินเข้าไป
ทันทีที่เข้าไปถึงห้องชั้นใน ก็เห็นกู้ิอวี้นั่งร้องไห้น้ำตาอาบหน้าอยู่บนเสื่อ ผ้าเช็ดหน้าถูกบิดจนเป็ก้อนโยนทิ้งไว้ข้าง ๆ นางเดินเข้าไปหยิบมันขึ้นมา นั่งคุกเข่าลงบนเสื่อพลางเอ่ยอย่างอ่อนโยนว่า
"ร้องไห้จนมีสภาพเช่นนี้ พรุ่งนี้ดวงตาทั้งสองข้างเกรงว่าจะบวมเป่งจนดูไม่ได้ แล้วจะไปงานเลี้ยงฉวี่เจียงได้อย่างไร ไม่กลัวถูกคุณหนูใหญ่หวังและคนอื่น ๆ หัวเราะเยาะเอาหรือ"
กู้ิอวี้ตาแดงก่ำ เงยหน้าขึ้นมองกู้ิเยว่ เช็ดน้ำตาอย่างแรง ก่อนจะเอ่ยด้วยความไม่ยินยอม
"พี่รอง ท่านลองพูดมาสิ ทำไมท่านแม่ถึงต้องลำเอียงเข้าข้างพี่ใหญ่ในทุก ๆ เื่ ต่อให้พี่ใหญ่จะมีฐานะสูงส่ง แต่ก็เป็คุณหนูในจวนเหมือนกัน ทำไมถึงต้องให้พวกเรายอมนางอยู่ตลอดเวลาและในทุก ๆ ที่ด้วย ชัดเจนว่านางเป็ฝ่ายผิด แต่ท่านแม่กลับมาช่วยนางแล้วลงโทษข้า!"
นางพูดอย่างน้อยใจยิ่งขึ้น ก้มหน้าลงกำชายกระโปรงของตนแน่น "ทว่าข้าต่างหากที่เป็ลูกสาวของท่านแม่ นางไม่ได้เป็เสียหน่อย..."
กู้ิเยว่มองดูท่าทางน้อยใจจนพูดไม่ออกของน้องสาว อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมา นางยื่นมือไปดึงตัวิอวี้มา ช่วยลูบกระโปรงที่ยับยู่ยี่ให้เรียบอย่างแ่เบา
"อวี้เหนียง เ้าจะพูดเช่นนี้ไม่ได้นะ ท่านแม่ทำไปก็เพราะหวังดีต่อเ้า เ้าก็รู้ดีถึงนิสัยของพี่ใหญ่ หากนางโมโหขึ้นมา เกรงว่าจะต้องอาละวาดจนดูไม่จืด ทำให้คนนอกหัวเราะเยาะเอาได้ แล้วเ้าก็จะยิ่งต้องทนรับอารมณ์มากกว่าเดิม"
นางถอนหายใจเบา ๆ หยิบผ้าเช็ดหน้ามาซับคราบน้ำตาบนใบหน้าให้ิอวี้ เอ่ยเสียงเบา "นิสัยของเ้าก็สมควรปรับเปลี่ยนได้แล้ว เมื่อครู่ก่อนจะไป ข้าเพิ่งจะบอกเ้าอยู่หยก ๆ ว่าให้เ้าเก็บงำอารมณ์เอาไว้ให้ดี ใคร ๆ ก็รู้ถึงนิสัยของพี่ใหญ่ ไม่มีใครกล้าไปยั่วยุนางหรอก"
เมื่อิอวี้ได้ยินคำพูดนี้ ก็โกรธจนปัดมือของิเยว่ออก เอ่ยอย่างเดือดดาล "ทำไมถึงต้องยอมนางด้วย เพียงเพราะฐานะของนางอย่างนั้นหรือ ก็เป็คุณหนูในจวนเหมือนกัน ทำไมพวกเราถึงต้องยอมนางในทุก ๆ เื่ด้วย! ข้าไม่มีวันยอมหรอก!"
กู้ิเยว่ถอนหายใจอีกครั้ง "ช่างเถอะ ๆ เ้าก็เป็คนหัวรั้นเช่นนี้แหละ เ้าพักผ่อนให้ดีก่อน พรุ่งนี้ข้าจะมาหาเ้าใหม่ สองวันนี้ก็อยู่ให้สงบเสงี่ยมหน่อยเถิด มะรืนนี้ต้องไปงานเลี้ยงฉวี่เจียงแล้ว อย่าทำให้ท่านแม่โกรธอีกเลย"
นางลุกขึ้นยืน จัดแจงเสื้อผ้าให้เรียบร้อย "ข้าจะไปจวนตะวันออกสักหน่อย ไปขอโทษพี่ใหญ่แทนเ้า ให้นางอารมณ์ดีขึ้น จะได้ไม่มาทำให้เ้าต้องลำบากใจอีก"
กู้ิอวี้โกรธจนหน้าซีดเผือด นางคว้าตัวิเยว่ไว้ "ท่านจะไปขอโทษนางทำไม ชัดเจนว่านางถือดีในฐานะของตนจนทำตัวตามอำเภอใจ อาละวาดจนผู้คนทั่วทั้งเมืองฉางอันต่างรู้กันหมดว่าคุณหนูในจวนแม่ทัพใหญ่มีนิสัยหยาบคายไร้มารยาท ทำให้พวกเราต้องพลอยขายหน้าไปด้วย ข้าก็แค่พูดความจริงไปประโยคเดียว นางยังจะให้ข้าไปขอโทษนางอีก!"
นางกัดฟันกรอด "ต่อให้มะรืนนี้นางจะอาศัยฐานะมารังแกข้าก็ช่างเถอะ แต่ข้าไม่้าให้พี่รองไปขอโทษนางแทนหรอก ข้าอยากจะรอดูว่านางจะขายหน้าอย่างไรอีก"
"นางเอาแต่เฝ้าหวังมาตลอดไม่ใช่หรือว่าในงานเลี้ยงฉวี่เจียงจะได้รับความโปรดปรานจากฮองเฮา และพระราชทานสมรสให้นางกับเสียนอ๋อง ช่างน่าเสียดายที่นางมีชื่อเสียงฉาวโฉ่ ฮองเฮาก็ใช่ว่าจะทรงถูกพระทัยนาง!"
กู้ิเยว่ใจนสีหน้าเปลี่ยน รีบก้าวเข้าไปขวางน้องสาว "เ้าเลอะเลือนไปแล้วหรือ กล้าพูดจาเหลวไหลเช่นนี้ คำพูดพวกนี้เป็สิ่งที่พวกเราสามารถพูดได้งั้นหรือ! ต่อให้คนภายนอกจะพูดอย่างไร ถึงอย่างไรนางก็เป็พี่ใหญ่ของพวกเรา อีกอย่างนางก็น่าสงสารนะ อายุยังน้อยก็ไร้แม่แท้ ๆ ..."
ทว่าคำพูดของนางยังไม่ทันจบก็ถูกขัดจังหวะเสียก่อน
กู้ิอวี้เอ่ยด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด "พี่รอง ท่านยังคงอ่อนแอและถูกรังแกได้ง่ายเช่นนี้แหละ คอยพูดแทนนางอยู่ทุกครั้ง อยากจะบอกว่านางน่าสงสาร แล้วสอนให้ข้ายอมนางอีกสักหน่อยงั้นหรือ" นางพูดไปก็ยิ่งรู้สึกรำคาญมากขึ้นเรื่อย ๆ
กู้ิเยว่เรียกเสี่ยวจวี๋เข้ามา "ให้คนยกเครื่องดื่มเข้ามาให้คุณหนูของเ้า ดูแลนางให้ดี ๆ" ก่อนจะกล่าวต่อว่า "ข้าจะไปขอโทษคุณหนูใหญ่แทนนางเดี๋ยวนี้แหละ จะปล่อยให้มีเื่เกิดขึ้นอีกไม่ได้"
เมื่อเสี่ยวจวี๋ได้ยินว่าในห้องไม่มีเสียงร้องไห้แล้ว และเห็นสีหน้าเรียบเฉยของกู้ิเยว่ ก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอกทันที นางรีบค้อมเข่าลง "บ่าวขอเป็ตัวแทนคุณหนู ขอบคุณคุณหนูรองเ้าค่ะ"
จากนั้นจึงลดเสียงเบาลง "หากคุณหนูรองไม่มา เกรงว่าคงจะต้องร้องไห้ไปอีกพักใหญ่ และยังจะทำให้คุณหนูใหญ่ขัดเคืองใจอีกด้วยเ้าค่ะ"
กู้ิเยว่เอ่ยยิ้ม ๆ "ไม่เป็ไรหรอก พรุ่งนี้ข้าจะมาหานางใหม่" ว่าพลาง นางก็พาสาวใช้เดินออกจากห้องปีกไปพร้อมกัน
.
.
.