ลั่วเทียนอธิบายวิธีการฝึกให้เย่หลันฟัง เนื่องจากตอนนี้เขาจำเป็นต้องถ่ายทอดจากห้วงจิตสำนึกออกมาเป็นคำพูด เพราะตัวของลั่วเทียนเองไม่สามารถนำคำภีร์ศักดิ์สิทธิ์ออกมาจากมหาสมบัติเทพ
หากเปิดการใช้งานมหาสมบัติเทพบ่อยครั้งจะทำให้ระดับการบ่มเพาะพลังงานของตัวเองยิ่งลดระดับลง ซึ่งลั่วเทียนจำเป็นที่จะต้องหาวัตถุมาเสริมพลังงานก่อนถึงจะทำใ้ห้เขาสามารถเปิดการใช้งานมหาสมบัติเทพได้ตามใจนึก
เย่หลันฟังคำอธิบายลั่วเทียนอย่างตั้งใจ
ตอนนี้ลั่วเทียนเริ่มให้เย่หลันทำความเข้าใจเคล็ดวิชาบทแรกของวารีศักดิ์สิทธิ์ให้ขึ้นใจก่อน ด้วยพรสวรรค์ของเย่หลันนางใช้ความสามารถในการจำบทแรกแค่สามครั้งเท่านั้น
"ดีมาก....ต่อไปข้าจะสอนเจ้าเกี่ยวกับการออกกระบวนท่า" ลั่วเทียนกล่าวเสร็จพร้อมกับเดินมาทางสระน้ำ
"เจ้าจงตั้งใจดูให้ดี เพราะตอนนี้ข้าแสดงออกมาได้แค่รอบเดียวเท่านั้น"
"กระบวนท่าที่หนึ่งเคล็ดวิชา คลื่นวารีศักสิทธิ์ " ลั่วเทียนใช้มือซ้ายหงายขึ้นตามด้วยมือขวาตั้งฉากบนมือซ้ายและควบคุมน้ำจากสระ
ตอนนี้ภาพที่เย่หลันเห็นก็คือ น้ำจากสระทั้งหมดถูกยกขึ้นแล้วเริ่มที่จะม้วนจนเป็นเกลียวลอยขึ้นกลางอากาศ จากนั้นลั่วเทียนคลายมือน้ำที่ลอยอยู่ก็ล่วงลงสู่สระตามเดิม
ตู้ม...! เสียงของน้ำที่หล่นลงดังสนั่น สัตว์ป่าบริเวณใกล้เคียงต่างตกใจกับเสียงที่ได้ยิน
สภาพตอนนี้ของลั่วเทียนมีเม็ดเหงื่อไหลออกมาเต็มใบหน้า ด้วยระดับการบ่มเพาะพลังงานขอบเขตดาราประสาน มันจึงยากที่จะควบคุมน้ำทั้งสระให้คงอยู่ได้นาน
ลั่วเทียนนั่งพักพิงใต้ต้นใม้แล้วกล่าวกับเย่หลันเพื่อให้นางเข้าใจมากขึ้น "ตอนนี้สิ่งสำคัญสำหรับเจ้าก็คือพลังสามาธิ ข้าแค่สาธิตให้เจ้าได้ดูชั่วครู่เท่านั้น โดยเจ้าต้องเริ่มจากการยกน้ำขึ้นมาให้ได้หนึ่งหยด ทำให้มันลอยอยู่กลางอากาศให้ถึงสิบลมหายใจ จากนั้นเราจะกลับโรงเตี๊ยม"
ตอนนี้เย่หลันยืนอึ้งกับวิธีการของลั่วเทียนเป็นอย่างมาก นางลองนึกภาพถ้าหากว่านางมีระดับการบ่มเพาะที่สูงขึ้นแล้วควบคุมแม่น้ำทั้งมหาสมุทรโจมตีคลื่นวารีศักดิ์สิทธิ์ใส่เมือง ๆ หนึ่ง มันจะน่ากลัวขนาดไหน
เย่หลันตัดความคิดเพ้อเจ้อของนางทิ้ง จากนั้นกล่าวกับลั่วเทียนว่า "ข้าใช้พลังงานบ่มเพาะของข้าช่วยได้หรือไม่ ? "
ลั่วเทียนอธิบายเพิ่มให้เย่หลันฟัง "มันจะไม่ได้ผลเลยหากเจ้าใช้พลังงานบ่มเพาะในการควบคุม สิ่งสำคัญก็คือ ความคิดของเจ้าต้องมีความตั้งมั่น มีสมาธิ และจำเป็นที่จะต้องใช้สมาธิยกน้ำขึ้นจากสระเท่านั้น ตามเคล็ดวิชาที่ข้าสอนเจ้าไป"
เย่หลันพยักหน้าให้ลั่วเทียนเหมือนว่านางเริ่มที่จะเข้าใจ จากนั้นนางเดินตรงไปขอบสระแล้วเริ่มต้นที่จะฝึกวิชาทันที
หลังจากเห็นว่าเย่หลันเริ่มที่จะไปฝึกวิชาแล้ว ลั่วเทียนกลับมาคิดถึงเรื่องตัวเองหากข้ามัวแต่รอให้มหาสมบัติเทพฟื้นฟูขึ้นมาเอง คงจะไม่มีทางที่ข้าจะได้กลับไปแก้แค้นเจ้าพวกชั่วช้าที่ลอบทำร้ายข้าอย่างแน่นอน
ข้าต้องรีบบ่มเพาะพลังงานเพื่อยกระดับขอบเขตให้สูงขึ้นโดยเร็ว จะมัวโอ้เอ้อยู่ไม่ได้
ลั่วเทียนตัดสินใจที่จะลองไปเสี่ยงโชคในอาณาเขตป่านภาแห่งนี้ เผื่อได้อะไรดี ๆ ติดไม้ติดมือมาเพิ่มระดับการบ่มเพาะพลังงานของเขาเอง
ลั่วเทียนกล่าวกับคนขับรถม้าว่า "เจ้าจงเฝ้าเย่หลันอยู่ที่นี่ และหากนางถามก็ให้ตอบไปว่าตัวข้าไปหาเดินเล่นบริเวณแถวนี้สักพักเดี๋ยวกลับมา"
คนขับรถม้าตอบรับตามที่ลั่วเทียนสั่ง "ข้าจะรายงานนายหญิงตามที่นายน้อยบอกทุกอย่าง"
จากนั้นลั่วเทียนก็จากไปทันที เขาลองไปตรวจสอบบริเวณโดยรอบสถานที่แห่งนี้ก่อน เพื่อความปลอดภัยของเย่หลัน หากนางตกอยู่ในห้วงภวังค์สมาธิ ระดับการป้องกันของนางจะลดลงทันที ถึงแม้ว่านางจะอยู่ขอบเขตเซียนสวรรค์ขั้นสูงสุดก็ตาม