“เมื่อกี้พี่บอกว่าพรุ่งนี้โรงเรียนจะปิดเทอม มันยังไงกัน...” แจ็กสันเงยหน้าขึ้นถามพี่ชายอย่างสงสัย
“เดี๋ยวพรุ่งนี้นายก็รู้เอง เอาล่ะนายไปรอฉันที่รถนะ รถจอดอยู่หน้าโรงเรียน” สมิธพูดออกมาก่อนจะไปหาน้องอีกคนที่เรียนโรงเรียนนี้เช่นกัน
เมื่อมาถึงห้องของน้องอีกคนสมิธก็ทำเหมือนกับเมื่อสักครู่เลย
“มาเจนน่าพี่มารับพากลับบ้าน” หลังสิ้นสุดคำพูดของสมิธน้องสาวเจนน่าคนนี้ไม่ได้มีท่าทียึกยักเหมือนกับแจ๊กสันเลยแม้แต่นิดเดียว เพราะเธอนั้นถึงกับะโชูมือขึ้นฟ้าด้วยความดีใจ
“เย้! กลับบ้าน” เจนน่าะโขึ้นด้วยความดีใจโดยไม่สนใจอาจารย์ที่กำลังห้ามอยู่แม้แต่นิดเดียว
และท้ายที่สุดก่อนที่สมิธจะออกจากห้องเรียนนี้ เขาก็ไม่ลืมที่จะทำเหมือนกับก่อนหน้าเช่นกันนั้นคือบอกข่าวที่ดีสำหรับเด็กบางคนอย่างเจนน่าและข่าวร้ายสำหรับเด็กบางคนที่ขั่วตรงข้ามกับเจนน่า คือเื่การปิดเทอมอย่างถาวร
หลังจากที่สมิธรับน้องชายและน้องสาวของเขาเป็ที่เรียบร้อยแล้วเขากลับมาที่รถและเตรียมตัวไปยังสถานที่ต่อไปในทันที
“นี้บอกหน่อยสิว่าทำไมพี่ถึงพาเรากลับบ้าน” แจ็กสันถามพี่ชายออกมาถึงสาเหตุที่ทำแบบนี้ ส่วนเจนนี่ก็ได้แต่แสดงสีหน้าสงสัย
“พวกเราต้องเตรียมตัวน่ะ เตรียมตัวกับอะไรสักอย่างประมาณภัยธรรมชาติทำนองนั้น” สมิธก็ยอมตอบคำถามของน้องชายแต่เป็คำตอบที่ไม่ตรงสักเท่าไหร่แต่ก็ถือว่าใกล้เคียงในระดับหนึ่ง
“ูเาจะถล่มเหมือนที่เคยเกิดขึ้นมาก่อนหรอ?” แจ็กสันถามอีกครั้ง
“ไม่ใชู่เาถล่ม แต่ก็อะไรทำนองนั้น” สมิธตอบพร้อมกับสตาร์ทรถออกทันที
แต่เมื่อเด็กทั้งสองคนเห็นเส้นทางที่สมิธกำลังไปมันไม่ใช่ทางของบ้านพวกเขานี้ เด็กทั้งสองคนยิ่งสงสัยเข้าไปอีกว่าทำไมพี่ชายวันนี้แปลกๆ
“เราจะแวะไปเมืองข้างๆกันสักหน่อย” สมิธตอบถึงการเปลี่ยนเส้นทางของเขา
ในระหว่างขับรถไปยังเมืองข้างเคียงน้องทั้งสองคนก็ถามสมิธไม่หยุด แต่สมิธไม่รำคาญหรือหงุดหงิดแม้แต่นิดเดียวกับคำถามเ่าั้ หากคำถามไหนตอบได้เขาพยายามจะตอบให้แม้บางคำตอบจะเลี่ยงหน่อยๆก็ตาม
หลังจากเล่นเกมถามตอบระหว่างขับรถมากว่าสิบนาทีจนในที่สุดก็มาถึงยังเมืองข้างเคียงแล้วซึ่งเป็เมืองขนาดใหญ่ที่มีประชากรมากกว่าหลายแสนคน ส่วนสาเหตุว่าทำไมสมิธถึงต้องมายังเมืองแห่งนี้ก็เพราะสิ่งนั้น...
“เย้เราจะซื้ออะไรกันหรอ” เจนน่าะโโลดเต้นภายในรถด้วยความดีใจเมื่อเห็นสมิธจอดรถหน้าห้างสรรพสินค้า
“ใช่แล้วพวกเราจะไปซื้อกันและพี่จะให้ทั้งคู่ซื้อของได้ตาม้าเลยว่าอยากจะได้อะไร” สมิธจอดรถก่อนจะพาน้องทั้งสองคนเข้าไปภายในห้างสรรพสินค้า
จุดประสงค์หลักของการมาห้างสรรพสินค้าของสมิธคือสร้างความผ่อนคลายและเตรียมตัวรับมือกับภัยพิบัติที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ่เวลาที่เขาได้เห็นน้องๆมีความสุข ่เวลาที่เขาโหยหาและขาดหายมันไปหลายสิบปีก่อนที่เขาจะย้อนเวลากลับมา
ของส่วนใหญ่ที่แจ็กสันซื้อจะเป็เกมและเสื้อผ้าซะส่วนใหญ่ ส่วนทางด้านเจนนี่คือตุ๊กตาและของเล่น สมิธเองก็มีของที่้าเช่นกันซึ่งของที่ว่าคืออาหารและอาหารที่ซื้อมาส่วนใหญ่จะเป็อาหารแช่แข็งทั้งหมดซื้อเยอะชนิดที่ว่ารถเข็นเต็มสองคัน เหตุผลที่ต้องเยอะถึงขนาดนี้ก็เพราะว่าหลังจากเกิดปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติ 1 เดือนหลังจากนั้นสถานการณ์ของผู้คนถึงจะเริ่มปรับตัวกันได้ ในระยะ 1 เดือนต่อจากนี้จึงเป็อะไรที่ท้าทายและหายนะโคตรๆ
เมื่อซื้อของเสร็จสิ้นเป็ที่เรียบร้อยแล้วสมิธจึงพาเด็กๆกลับบ้านเตรียมรับมือกับสิ่งที่กำลังจะเกิดในอีกไม่กี่ชั่วโมงต่อจากนี้
รถยังไม่ทันได้จอดหลังจากมาถึงบ้านเป็เพราะพ่อและแม่ของเขาทั้งสองต่างยืนหน้าประตูด้วยท่าทีที่เรียกได้ว่าหายนะสำหรับลูกๆ แม้แต่ตัวสมิธเองยังััได้ถึงบรรยากาศอันพิศวงและน่าหวาดหวั่นแม้ตัวเขาจะเคยเจอนรกของจริงแล้วก็ตาม แต่สิ่งที่อยู่ตรงหน้าเขาในตอนนี้สิ!
“แม่ได้รับสายจากโรงเรียนว่าลูกนำน้องๆออกจากโรงเรียนโดยไม่ได้รับอณุญาต”
“แล้วแม่ยังได้รับสายจากธนาคารว่าลูกใช้วงเงินในบัตรจนหมดเกลี้ยง”
“นี้มันเื่อะไรกัน สมิธ โฮเวิร์ด ลูกกลับมาบ้านอย่างกระทันโดยไม่สนใจการเรียน พาน้องๆออกจากโรงเรียน แล้วยังนำเงินไปใช้อย่างฟุ่มเฟื่อย…”
ในขณะที่แม่กำลังบ่นอย่างยืดยาวอยู่นั้นผู้เป็พ่อก็ได้แต่ยืนกอดอกพร้อมกับทำท่าทีเหมือนเอาจริงเอาจัง แม้ท่าทีพ่อจะเป็แบบนั้นแต่ปากของพ่อขยับไม่หยุด เป็การขยับปากเปล่าโดยไม่เปล่งเสียง ถึงแม้จะไม่มีเสียงแต่สมิธก็พอจะเดาได้ว่าสิ่งที่พอกำลังพูดอยู่คิดคำใด
‘โชคดีโชคดี โชคดี โชคดี โชคดี โชคดี’