บทที่12-1 ให้เวลาทำใจก่อนเ้าค่ะ
หวังิซินเดินกลับไปยังห้องทำงานของตนเองโดยใช้เวลาอีกสักพักในการตรวจบัญชีจึงแล้วเสร็จนางมองไปยังภาพวาดที่แขวนอยู่ในห้องทำงานเพื่อพักสายตาแต่ในใจกลับล่องลอยคิดไปถึงคนผู้หนึ่ง
‘วันนี้ข้าจัดการเื่งานเสร็จแล้วคงต้องจัดการเื่ของหัวใจต่อ’
รถม้าของหวังิซินจอดลงที่หน้าคฤหาสน์ตระกูลหลิวเป็พ่อบ้านเจิ้งที่เดินยิ้มแย้มออกมาต้อนรับหญิงสาว
“คารวะคุณหนูิซินขอรับ”
“ท่านพ่อบ้านเจิ้ง รบกวนแล้ว” หวังิซินเอ่ยเรียกผู้าุโเพื่อเป็การให้เกียรติ
“ข้ามิได้นัดหมายไว้ล่วงหน้า มิทราบว่า คุณชายอี้โจวอยู่หรือไม่”
“คุณชายใหญ่อยู่ที่ห้องทำงานส่วนคุณชายเล็กเรียนหนังสืออยู่ขอรับ”
“เช่นนั้นรบกวนท่านพ่อบ้านเจิ้งนำทางข้าไปพบคุณชายอี้โจวที่ห้องทำงานด้วยเถิด”
“ขอรับ เชิญคุณหนูิซินทางนี้ขอรับ”
พ่อบ้านเจิ้งรู้สึกยินดีและเบิกบานใจยิ่งนักที่คุณหนูหวังิซินมาเยี่ยมเยียนคุณชายใหญ่ของเขาถึงที่บ้านคุณหนูผู้นี้มีจิตใจดีและมีหน้าตาที่งดงามทั้งยังสนิทสนมกลมเกลียวกับคุณชายเล็กของเขาประหนึ่งว่าเป็พี่น้องคลานตามกันมา โดยหญิงสาวสนิทกับคุณชายเล็กมากกว่าผู้เป็พี่ชายเสียอีกเนื่องจากคุณชายใหญ่ของเขาเป็คนไม่ค่อยพูดหรือแสดงความรู้สึกออกมาทั้งยังมีหน้าที่ให้ต้องรับผิดชอบดูแลผู้คนจำนวนมากจึงมิค่อยมีเวลาให้กับน้องชายมากนัก แตกต่างจากคุณหนูผู้นี้ที่ร่าเริงแจ่มใสยิ้มแย้มตลอดเวลา พูดจาฉะฉาน ทั้งยังคอยหาเวลาพบปะกับคุณชายเล็กอยู่เสมอถ้ามีคุณหนูผู้นี้คอยอยู่เคียงข้างคุณชายใหญ่ของเขาคงทำให้ชีวิตของคุณชายใหญ่ไม่เหน็บหนาวเหมือนที่ผ่านมา
เมื่อพ่อบ้านเจิ้งพาหวังิซินเดินมาถึงหน้าห้องทำงานของชายหนุ่มจึงส่งเสียงบอกกล่าวออกไปว่า
“คุณชายใหญ่ขอรับข้าพาคุณหนูิซินมาขอเข้าพบขอรับ”
ชายหนุ่มที่กำลังนั่งทำงานอยู่ในห้องเมื่อได้ยินคำบอกกล่าวของพ่อบ้านก็รู้สึกแปลกใจยิ่งนัก โดยปกติเมื่อมีแขกขอเข้าพบพ่อบ้านเจิ้งจะให้คนรับใช้มาแจ้งแด่เขาก่อน แต่ฟังจากคำพูดของพ่อบ้านเจิ้งตอนนี้หญิงสาวคงยืนอยู่ที่หน้าห้องทำงานของเขาแล้วเป็แน่แท้เขาจึงรีบกล่าวออกไปว่า
“รีบเชิญคุณหนูิซินเข้ามาเถิด”
“ขอรับคุณชาย”
พ่อบ้านเจิ้งเชิญหวังิซินเข้าไปในห้องทำงานของชายหนุ่มจากนั้นจึงขอตัวกลับไปทำงานต่อหญิงสาวจึงเดินเข้าไปในห้องทำงานของชายหนุ่มพร้อมกับสาวใช้ส่วนตัว
“คารวะพี่อี้โจวเ้าค่ะ”ิซินยอบกายคารวะชายหนุ่ม
“ตามสบายเถิดน้องิซิน”
“ขอบคุณเ้าค่ะ”
ชายหนุ่มพาหญิงสาวเดินไปยังโต๊ะและเก้าอี้ที่ปกติตนเองใช้ไว้พูดคุยกับบรรดาหลงจู๊ของร้านต่างๆ
“น้องิซินมาหาพี่ มีเหตุอันใดหรือไม่”
“ข้าจะมาสอบถามเื่ของสารหนูเ้าค่ะพี่อี้โจวส่งใบชาไปตรวจสอบหรือยังเ้าคะ”
“พี่ส่งไปแล้ว แต่คงต้องใช้เวลาอีกสักพัก”
“เ้าค่ะวันนี้ข้าแวะไปที่ร้านขนมฉิงเล่อมาเ้าค่ะ ข้านำขนมหลายชนิดมามอบให้แด่พี่อี้โจวเพื่อเป็การขอบคุณเื่ของคนงานที่ไปขึ้นเงินยังร้านแลกเงินจิ้นฝูเ้าค่ะ”
“เหตุใดต้องเกรงใจพี่ด้วยเล่ามิใช่เื่ใหญ่อันใด”
“ข้าอยากขอบคุณพี่อี้โจวเ้าค่ะพี่อี้โจวไปกินขนมกับข้านะเ้าคะ” หญิงสาวส่งสายตาออดอ้อนอย่างที่ทำเป็ประจำกับคนในครอบครัว
เมื่อชายหนุ่มได้เห็นสายตาและฟังน้ำเสียงที่ออดอ้อนของหญิงสาวก็พยายามบังคับท่าทางและสีหน้าของตนเองให้เป็ปกติทั้งที่ในใจกลับรู้สึกพึงพอใจและรักใคร่ท่าทางน่ารักเช่นนี้ของนางเสียจริงจึงหยักยกยิ้มที่มุมปากแล้วตอบกลับนางไปว่า
“เช่นนั้นเราไปนั่งกินขนมของน้องิซินที่ห้องโถงกินข้าวกันเถอะ”
“เ้าค่ะพี่อี้โจว” หวังิซินส่งรอยยิ้มหวานละมุนไปให้ชายหนุ่มโดยที่หญิงสาวไม่รู้เลยว่า รอยยิ้มของนางทำให้หัวใจของใครบางคน เต้นระรัวอย่างหนัก
ใน่บ่ายของวันนี้ถ้าผู้ใดได้เดินผ่านห้องโถงกินข้าวของคฤหาสน์ตระกูลหลิว ย่อมต้องได้ยินเสียงพูดคุยของหญิงสาวที่ดังขึ้นอยู่ตลอดเวลาต่างจากชายหนุ่มที่เอ่ยปากแทบจะนับคำได้แต่บรรดาข้ารับใช้คนสนิทของชายหนุ่มต่างรู้ดีว่า ถ้อยคำและน้ำเสียงของชายหนุ่มที่เอ่ยออกมาบ่งบอกถึงความสุขใจและปลื้มปิติ
“พี่อี้โจวเ้าคะข้าอิ่มเหลือเกินเ้าค่ะ ข้าอยากออกไปเดินเล่นเพื่อย่อยเ้าค่ะข้าเคยได้ยินน้องจิ่งเทียนกล่าวว่าที่นี่มีศาลานั่งเล่นอยู่ท่ามกลางสวนดอกไม้ที่งดงามพี่อี้โจวพาข้าไปชมได้หรือไม่เ้าคะ”
“ได้สิ พี่จะพาเ้าไปเอง”ชายหนุ่มตอบรับคำขอของหญิงสาว
“ขอบคุณเ้าค่ะพี่อี้โจว”
หวังิซินได้เห็นศาลานั่งเล่นของคฤหาสน์ตระกูลหลิวก็รู้สึกชื่นชอบยิ่งนักเพราะดอกไม้พันธุ์ต่างๆ ที่ปลูกรายล้อมโดยรอบศาลาบางพันธุ์นางไม่รู้จักและไม่เคยเห็น คาดว่าชายหนุ่มคงนำมาจากต่างเมืองเป็แน่แท้
หญิงสาวเดินเข้าไปใกล้ยังดอกไม้ที่นางไม่รู้จักแล้วย่อก้มตัวลง ทำให้ตอนนี้ใบหน้าของหน้าอยู่ใกล้กับดอกไม้ที่กำลังชูช่อเบ่งบานแล้วเอ่ยด้วยความเบิกบานใจว่า
“ดอกไม้งามมากเ้าค่ะพี่อี้โจว”
ชายหนุ่มเมื่อได้เห็นโฉมสะคราญของเมืองเฉิงตือกล่าวด้วยรอยยิ้มเบิกบาน ก็ทำให้เขารู้สึกใจสั่นขึ้นมาอีกครั้งความงามของหญิงสาวไม่ด้อยไปกว่าดอกไม้ที่นางกำลังกล่าวชื่นชมเลยแม้แต่น้อย
“ใช่ งามยิ่งนัก”ชายหนุ่มเอ่ยชมทั้งดอกไม้และหญิงงาม
“ข้ามิเคยเห็นดอกไม้ชนิดนี้มาก่อนเลยเ้าค่ะ”
“เป็ดอกไม้ที่นำมาจากทางใต้ถ้าน้องิซินอยากได้ พี่จะให้คนงานทำสวนแบ่งไปให้เ้า”
หวังิซินลุกขึ้นยืนเดินเข้าไปจับที่ปลายเสื้อของชายหนุ่ม แล้วแกว่งไปมาเบาๆเหมือนกับที่ตนเองเคยทำบ่อยๆ กับบรรดาพี่ชาย แล้วกล่าวกับชายหนุ่มว่า
“ขอบคุณเ้าค่ะพี่อี้โจวใจดีที่สุดเลยเ้าค่ะ”
เมื่อหลิวอี้โจวได้เห็นท่าทางและการกระทำของหวังิซินอันที่จริงเขาควรกล่าวตักเตือนนางว่า ไม่ควรทำกิริยาเช่นนี้กับบุรุษที่มิใช่คนในครอบครัวของตนเองแต่เขากลับรู้สึกชอบการกระทำเช่นนี้ของนางยิ่งนักใบหน้าของเขาจึงเผยรอยยิ้มอันทรงเสน่ห์ออกไป
“พี่อี้โจวเ้าคะ ท่านรู้หรือไม่เ้าคะว่าเวลาท่านยิ้ม ช่างมีเสน่ห์มากเหลือเกินเ้าค่ะ ท่านต้องยิ้มให้ข้าบ่อยๆ นะเ้าคะ”หญิงสาวเหมือนถูกมอมเมาด้วยรอยยิ้มของเขา
ทันทีที่ได้ยินคำพูดของหญิงสาวที่เอ่ยชมรอยยิ้มของเขาหัวใจของหลิวอี้โจวก็ยิ่งเต้นระรัว ใบหน้าเริ่มเปลี่ยนเป็สีแดงลามไปถึงใบหู
หวังิซินเห็นสีหน้าที่เปลี่ยนเป็สีแดงของเขาจึงได้รู้ว่า ชายหนุ่มคงกำลังเขินอายในคำพูดของนาง นางต้องลุยต่อไปตามคำสอนและคำแนะนำของพี่สาวตนเองที่ว่า
[ถ้าเ้าเอ่ยชมเขาแล้วเห็นว่า เขาหน้าแดงนั่นแสดงว่า เขากำลังจะตกหลุมของเ้าแล้ว เ้าต้องรีบรุกและลุยต่อทันที]
หวังิซินผู้ศรัทธาและเชื่อถือในคำพูดของพี่สาวตนเองจึงได้เอ่ยกับชายหนุ่มต่อว่า