Tale of Tales Online: Age of Apocalypse อภิมหาสงครามภัยพิบัติถล่มจักรวาล

    ตอนที่ 7 การลงโทษของพระแม่ธรณี

    หลังจากผมเดินเข้าไปในประตูมิติก็ได้ถูกวาร์ปมายังอีกที่หนึ่ง‘เดี๋ยวก่อนนะ... นี่มันที่เดิมหนิ’แต่เมื่อผมหันไปดูป้ายอีกรอบก็ถึงบางอ้อทันที ข้อความบนป้ายถูกเปลี่ยนเป็นคำว่า ‘อัลปาป้า’ แทนที่จะเป็น ‘มาร์เก็ตพอร์ทัล’ ทำให้พอสรุปได้ว่าที่นี่เป็นเหมือนอีกมิติหนึ่งของเมืองอัลปาป้านั่นเอง ลักษณะทุกอย่างนั้นเหมือนกันอย่างไม่มีผิดเพี้ยน แต่ต่างกันตรงที่ในมิตินี้ผมเห็นร้านค้ามากมายหลายแห่ง ราวกับเมืองทั้งเมืองถูกเปลี่ยนให้เป็นตลาดคนเดินยังไงอย่างนั้นแม้ว่าจะเห็นผู้เล่นใส่ชุดแฟชั่นแปลกๆ อยู่บ้าง แต่ผู้เล่นส่วนใหญ่ก็ยังอยู่ในชุดนักผจญภัยเช่นเดียวกับผม เลเวลของพ่อค้าแม่ค้าประจำแผงบางคนนั้นยังเป็นเลเวลหนึ่งอยู่เลย ดูท่าทางว่าจะไม่เก็บเวลกันจริงๆแผงส่วนใหญ่จะเป็นแบบปูเสื่อขาย แต่ก็มีบางแผงที่เป็นแบบโต๊ะไม้ บ้างมีคนเฝ้าบ้างก็ไม่มีคนเฝ้า ผมจึงลองเดินดูแต่ละร้านเผื่อว่าจะมีร้านไหนวางขายการ์ดลามะจอมถุยให้ผมเทียบราคาหลังจากเดินดูสักพัก ทำให้พบว่ามีเพียงไม่กี่ร้านเท่านั้นที่มีการ์ดลามะขายอยู่ ช่วงราคาของการ์ดค่อนข้างแกว่งเป็นอย่างมาก เหมือนกับว่าตั้งราคาขึ้นมามั่วซั่ว ส่วนแฟชั่นหูลามะก็มีร้านหนึ่งที่ตั้งราคาไว้หนึ่งล้านเทล แค่เห็นก็รู้แล้วว่าพ่อค้าหรือแม่ค้าคนนั้นไม่ได้ตั้งใจจะขายไอเท็มชิ้นนั้นหรอก อาจจะแค่ตั้งโชว์ไว้ไม่ให้คนมาทับที่ในกรณีที่ขายไอเท็มได้เกลี้ยงร้านในขณะที่ผมยืนอยู่หน้าร้านที่ขายหูลามะ จู่ๆ ก็มีผู้เล่นคนหนึ่งได้หยิบไอเท็มแฟชั่นราคาสูงลิ่วอันนั้นไปต่อหน้าต่อตา ผมจึงมองตามอย่างจดจ่อ‘ขโมย?’ ผมนึกสงสัยในใจ ได้แต่ยืนงง ตรรกะพังไปชั่วขณะผมจึงทดลองหยิบไอเท็มจากร้านดูบ้าง ทันใดนั้นก็ปรากฏหน้าต่างข้อความขึ้นมา แล้วเริ่มนับถอยหลังระบบจะทำการหักเงินเป็นจำนวน 10,000 เทลจากท่าน แล้วโอนไปยังผู้ขายอัตโนมัติในอีก 15 วินาที หากพบว่าท่านมีเงินไม่เพียงพอ ระบบจะทำการริบไอเท็ม แล้วส่งคืนร้านค้าโดยอัตโนมัติ และท่านจะถูกระงับการทำธุรกรรมใดๆ เป็นเวลา 30 นาทีด้วยความตกใจ ผมจึงรีบวางไอเท็มลงที่เดิม ทำให้หน้าต่างเมื่อครู่ได้หายไป แล้วมองตามไปยังผู้เล่นคนที่ผมเคยสงสัยว่าเขาอาจเป็นขโมย ชายคนนั้นหยิบหูลามะขึ้นมาใส่หน้าตาเฉย ผมจึงเดินตามเขาไปจนเวลาผ่านไปครบสามสิบวินาที หูบนหัวเขายังไม่หายไปไหน นั่นแสดงว่านายคนนี้อาจจะรวยมากๆ ผมจึงรีบจดจำชื่อของเขาไว้ ‘เทพทรูที่แท้ทรู เลเวลสอง’ผมพยายามจะกดแอดเพื่อนไป แต่ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะไม่สนใจ มีความเป็นไปได้ว่าเขาอาจจะปิดการขอเพิ่มเพื่อนเอาไว้‘หนึ่งล้านเทล’ ผมนี่ถึงกับอ้าปากค้าง เอามือทาบอก ตาเบิกโพลงด้วยความประหลาดใจเสียงในหัวเอาแต่เรียกร้องถึง ‘แดนนี่ แดนนี่ แดนนี่’ ไม่ยอมหยุดจนเมื่อผมสยบความโลภและเสียงในหัวของตัวเองลงได้ จึงรีบเปิดเบราว์เซอร์ขึ้นมา แล้วเข้าสู่เว็บหลักของโตโต้เพื่อดูอัตราการแลกเปลี่ยนระหว่างเงินสกุลดอลลาร์อินเตอร์เนชันแนลและสกุลเทลทันที‘โอ้แม่เจ้า! หนึ่งพันเทลเท่ากับหนึ่งดอลลาร์’ แสดงว่าไอเท็มหูลามะนั้นมีราคาถึงหนึ่งพันดอลลาร์เลยทีเดียวเมื่อนำราคาหูลามะมาเทียบกับราคาของการ์ดลามะจอมถุยที่ผมได้มานั้น ทำให้พบว่าราคาต่างกันราวฟ้ากับเหว ‘พันนึงกับหนึ่งล้าน’ นี่ขนาดว่าผมเทียบกับจากร้านที่ตั้งราคาการ์ดไว้สูงสุดที่พบแล้วนะผมจึงสลัดความผิดหวังออกไปจากหัว แล้วคิดหาวิธีการตั้งร้านให้เร็วที่สุด เพราะมีความเป็นไปได้ว่าไอเท็มหายากชิ้นแรกๆ อาจจะยังขายได้ในราคาที่สูงอยู่ แต่ถ้าเมื่อใดที่มันถูกวางขายเกลื่อนตลาดราคามันก็จะลดลงอีก จนท้ายที่สุดแล้วราคาก็จะขึ้นลงไปตามกลไกของตลาดต่อไปเพราะฉะนั้นแล้ว ‘ช่วงบุกเบิก’ คือช่วงที่ผมน่าจะสามารถทำรายได้ได้มากที่สุด แต่ปัญหามันอยู่ที่ว่าจะตั้งร้านยังไงนี่สิ ผมจึงค้นหาข้อมูลในเว็บบอร์ดดู จึงทำให้ทราบว่าให้มองหาเอ็นพีซีที่สวมใส่ชุดพ่อบ้านหรือชุดเมดซึ่งประจำอยู่จุดต่างๆ ในมาร์เก็ตพอร์ทัลที่มีชื่อว่า ‘เทลบัตเลอร์หรือเทลเมด’ แล้วซื้อใบอนุญาตก็จะทำให้สามารถตั้งร้านได้ โดยไม่จำเป็นต้องมีคลาสเป็นพ่อค้าหรือแม่ค้าหลังจากผมหาเทลบัตเลอร์เจอและได้ลองคุย แล้วทำให้ทราบราคาของใบตั้งร้าน
    ไอเท็ม: ใบอนุญาตการค้าขั้นต้น(อัลปาป้า)ประเภท: ใช้งานรายละเอียด: ใบอนุญาตที่ถูกเขียนขึ้นโดยสมาคมการค้าสากล ถูกลงนามโดย ‘เดอเมอร์’ ราชาแห่งเมืองอัลปาป้า ทำให้สามารถค้าขายในเมืองอัลปาป้าได้อย่างถูกกฎหมายการใช้งาน: ใช้งานเพื่อตั้งร้านค้า สามารถขายไอเท็มได้สูงสุด 3 ชิ้น*ระยะเวลาในการตั้งร้านไม่จำกัด แต่หากผู้ตั้งร้านไม่อยู่ในเขตการค้าอัลปาป้า ระบบจะนับถอยหลังเป็นเวลา 72 ชั่วโมง แล้วยกเลิกร้านค้าโดยอัตโนมัติราคา: 1,000 เทลล์
    ‘นี่มันปล้นกันชัดๆ’ ทั้งตัวมีอยู่แค่ยี่สิบเทลเนี่ย แม้ผมจะสามารถแลกเงินจริงมาเป็นเงินในเกมได้ แต่ผมไม่ได้คิดที่จะทำแบบนั้น เพราะเป้าหมายของผมที่จะเอาเงินจากในเกมนี้แลกไปเป็นเงินจริงต่างหากละด้วยราคาที่ผมยังจับต้องไม่ได้ทำให้ต้องพักความคิดที่จะลองขายของเอาไว้ชั่วคราว งั้นก็เหลือทางเดียวคือต้องกลับไปเวลต่อทันใดนั้นเองผมก็สังเกตเห็นป้ายข้อความบางอย่างเหนือชื่อของผู้เล่นหญิงคนหนึ่ง ‘ขายการ์ดปลาไหล แอดมา ราคาคุย’ ผมจึงลองใช้นิ้วจิ้มจากระยะไกลไปสองที แล้วเสียงประกาศจากระบบก็ดังขึ้นท่านได้เข้าสู่ห้องสนทนา “ขายการ์ดปลาไหล แอดมา ราคาคุย” แล้วแล้วทันใดนั้นก็มีเสียงผู้หญิงกล่าวขึ้น “หวัดดีค่ะ จะซื้อการ์ดปลาไหลใช่ไหมคะ? ”“ไม่มีตังครับ... แต่ขอดูรายละเอียดได้ไหม? ” ผมถามกลับตึ้ง...เสียงเตือนดังขึ้นพร้อมกับกล่องข้อความแบ่งปันข้อมูลการ์ดปลาไหล ผมจึงเปิดมันขึ้นมาดู
    ไอเท็ม: การ์ดแชลโลอีลประเภท: การ์ด(รองเท้า)รายละเอียด: เพิ่มความเร็วในการเคลื่อนที่บนพื้นที่มีน้ำ 30%
    “นายรู้ราคาไหม? ” เธอถาม“ไม่ทราบเหมือนกันครับ แต่ก็ขอบคุณสำหรับข้อมูลการ์ดนะ” เมื่อผมพูดจบก็กดปุ่มออกจากห้องสนทนาทันทีท่านได้ออกจากห้องสนทนา “ขายการ์ดปลาไหล แอดมา ราคาคุย” แล้วรูปปลาไหลบนการ์ดมันดูตัวเล็กและไม่ได้ดูมีพิษภัยอะไร เมื่อเทียบกับขนาดเท้าของมนุษย์ในภาพ แต่สิ่งที่ผมไม่เข้าใจคือ มันงับแดนนี่ตัวขาดครึ่งได้ยังไง แดนนี่ผู้สาบสูญไม่น่าจะโกหก เพราะตอนที่เขาถูกวาร์ปมายังห้องพยาบาล ตัวเขาก็ขาดครึ่งจริงตามที่เขาบอก ทำให้ผมมีความใคร่รู้ที่จะไปเห็นมันด้วยตาของผมเอง‘สถานีต่อไป แชลโลสวอมบ์’

    ผมเดินทางมาถึงหน้าประตูเมืองทิศตะวันตกของเมืองอัลปาป้า บริเวณใกล้กับเมืองก็ยังเป็นพื้นหญ้าแห้งอยู่ แต่เมื่อมองไกลออกไปจะเห็นได้ว่าพื้นหญ้าเหล่านั้นเจิ่งนองไปด้วยน้ำขุ่นดำ หากเทียบจำนวนผู้เล่นที่เนินเขาลามะกับที่นี่แล้ว ที่เนินเขาเยลโลว์เฮย์ชนะทุ่งน้ำนองได้อย่างขาดลอย อยากรู้เสียจริงว่าเหตุใดมันถึงเป็นเช่นนั้นผมเดินตามทางมาเรื่อยๆ จนถึงบริเวณที่เริ่มมีน้ำเจิ่งนอง สีของมันขุ่นดำดูเหมือนเป็นน้ำเสียหรือน้ำเน่าแต่ไร้กลิ่น ก้าวแรกที่ย่ำลงไปลงมันให้ความรู้สึก ‘เปียก’ แม้ว่าผมจะไม่ชอบความเฉอะแฉะของบึงน้ำตื้นนี้ แต่เพื่อข้อมูลที่จะช่วยสนองความใคร่รู้ของผม ยังไงก็ต้องฝ่าไป‘เพราะความรู้เป็นสิ่งไม่ตาย แต่ผมนี่แหละจะตาย’เมื่อเดินมาเรื่อยๆ ระดับน้ำเหมือนจะค่อยๆ สูงขึ้น จนในตอนนี้มันท่วมถึงหัวเข่าของผมแล้ว หากมองไปรอบๆ ก็พบว่ามีผู้เล่นบางตามากจนแทบจะนับจำนวนคนได้ แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ยังไม่เห็นมอนสเตอร์สักตัว นี่มันชักเริ่มจะดูทะแม่งๆ แล้วทุกอย่างเริ่มจะกระจ่างชัดขึ้น เมื่อผมเห็นผู้เล่นคนหนึ่งยกเท้าขึ้นมาจากน้ำแล้วใช้ดาบฟันไปที่บริเวณเท้าของตัวเอง ก่อนจะเสียการทรงตัวแล้วล้มลงจมหายไปในน้ำจากเหตุการณ์เมื่อครู่ ทำให้ผมเริ่มรู้สึกระแวงจนต้องก้มหน้าลงมองเท้าของตัวเอง แต่ด้วยความขุ่นทึบของน้ำทำให้ไม่สามารถมองสรีระส่วนที่จมอยู่ได้ ผมจึงยกเท้าขึ้นจากน้ำท่านได้เข้าสู่การต่อสู้“โฮลี่ชิบ… หายละ”บริเวณหน้าแข้งลามไปถึงเท้าของผมเต็มไปด้วยแชลโลอีลที่มีขนาดเล็กกว่าท่อนแขนเล็กน้อยเกาะย้ัวเยี้ยเต็มไปหมด ถึงแม้ว่าผมจะพยายามสะบัดขาจนดูเหมือนว่าผมกำลังเต้นอยู่ แต่พวกมันก็ไม่ยอมหลุดออกไปสักที ผมนึกถึงความสามารถของสกิลใหม่ที่ผมเพิ่งจะเรียนรู้ไป พลันจ้องไปยังสันดินขนาดเล็กที่โผล่พ้นน้ำขึ้นมา ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากจุดที่ผมยืนอยู่มากนัก แล้วเรียกใช้สกิลทันที“เทเลพอร์ต(Teleport) ”
    ทักษะ: เทเลพอร์ต(Teleport) ขั้น 1ประเภท: เรียกใช้งานคูลดาวน์: 30 วินาทีรายละเอียด: เคลื่อนย้ายตำแหน่งผู้ใช้ไปยังตำแหน่งเป้าหมายในระยะไม่เกิน 10 เมตร
    ร่างของผมบิดเบี้ยวก่อนจะหายวับไป รู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่ได้ปรากฏขึ้นอีกครั้งบนสันดินที่ผมได้เล็งไว้ก่อนหน้านี้ พร้อมกับปรากฏเป็นไอคอนของสกิลเทเลพอร์ตขนาดเล็กที่มุมขวาล่างของขอบเขตการมองเห็น ซึ่งมีเลขนับถอยหลังหรือที่ผมเรียกมันว่าเวลาคูลดาวน์กำกับอยู่บนรูปไอคอนอีกทีแต่เมื่อผมก้มมองขาของตัวเองอีกครั้งก็พบว่าพวกปลาไหลเหล่านั้นยังไม่หายไป ยังคงตามติดเป็นวิญญาณที่ยังตามมาติดๆ กลายเป็นว่าตอนนี้ขาผมเริ่มจะดูเหมือนมนุษย์ปลาหมึกเข้าไปทุกที เนื่องจากมีปลาไหลเกาะอยู่นับสิบตัวแชลโลอีล เลเวล: 1‘จะทำยังไงกับพวกมันดี?’พลันสัญชาตญาณการเอาตัวรอดจึงเข้าครอบงำ สองมือผสานบีบเข้าที่ลำตัวของปลาไหลตัวหนึ่ง เพื่อดึงมันออก แต่ผลที่ได้คือ...‘ลื่นปื้ดๆ’ผมดึงไม้กายสิทธิ์ออกมาแล้ว ยิงก้อนพลังเวทจี้ไปที่พวกมันตัวหนึ่ง ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้ดันไม่เป็นดั่งใจหวังทั้งๆ ที่ตอนกระสุนเวทสัมผัสกับผิวหนังของพวกมันก็ควรจะระเบิดออกมา ไม่ว่าด้วยอะไรก็แล้วตามแต่ กระสุนกลับถูกเปลี่ยนวิถีแล้วสะท้อนออกไป ส่วนตัวผมนั้นเริ่มรู้สึกวิงเวียนคล้ายจะเป็นลมขึ้นมาบ้างแล้ว จึงทิ้งตัวลงนั่งบนสันดิน มือซ้ายถือประคองพวกมันตัวหนึ่งไว้ในอุ้งมือ ส่วนอีกมือหนึ่งใช้กิ่งไม้ทิ่มแทงลงไปไม่ยั้ง สร้างบาดแผลจำนวนนับไม่ถ้วนบนลำตัวของมัน พลันแสงสีขาวใสเลื่อมแดงระเรื่อที่อยู่ในรูปของเหลวก็พุ่งกระฉูดออกมาจากบาดแผลบนตัวปลาไหล ในวินาทีนั้นทำให้ผมรู้ได้ทันทีว่ามอนสเตอร์พวกนี้นั้นไม่ใช่ปลาไหลน้ำตื้นธรรมดาตามชื่อของมัน แต่เป็นปลาไหลกระหายเลือดที่แท้จริงการทิ่มแทงกับอาวุธพอจะสร้างความเสียหายให้ปลาไหลได้บ้าง แต่เพียงครู่เดียวแผลเหล่านั้นก็ถูกสมานกลับกลายเป็นผิวหนังที่ไร้รอยขีดข่วนอีกครั้ง‘นี่มันบ้ามาก ลามะว่ายากแล้ว ปลาไหลยิ่งยากกว่า’ร่างกายของผมเริ่มซูบผอมลง ผิวหนังห่อเหี่ยวแนบติดกระดูก แลดูซีดเซียวราวกับเป็นโรคขาดสารอาหาร แต่ผิดกับพวกปลาไหลแวมไพร์เหล่านี้ที่เอาแต่อวบอ้วนขึ้น ปลาไหลอ้วนพีราวสองสามตัวคลายการดูดเกาะแล้วกลิ้งลงน้ำไป เผยให้เห็นรอยวงฟันขนาดเล็กนับไม่ถ้วนที่บริเวณตาตุ่ม แต่มันแปลกตรงที่ผมไม่รู้สึกเจ็บเลยแม้แต่น้อย ส่วนอีกตัวหนึ่งก็ดูดเลือดจนตัวระเบิดออก ทำให้หยาดหยดของเหลวเรืองแสงระเรื่อสาดกระเซ็นจนเปรอะเปื้อนไปทั่วบริเวณ‘ผมจะตายไปโดยที่ยังไม่ได้สู้ให้ถึงที่สุดไม่ได้’พลันอีกไอเดียหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในหัว ‘หากถูกปลิงดูดเลือด ให้เอาบุหรี่จี้’ ว่าแล้วก็จัดสักหน่อย“ด้วยความเร่าร้อนของเปลวเพลิง... ไฟร์เอมเบลม(Fire Emblem) ”
    ทักษะ: ไฟร์เอมเบลม(Fire Emblem) ขั้น 3ประเภท: เรียกใช้งานคูลดาวน์: ไม่มีเวลาแสดงผล: จนกว่าจะยกเลิก(จะถูกยกเลิกอัตโนมัติหากใช้ทักษะเอมเบลมธาตุอื่น)คำร่าย: ด้วยความเร่าร้อนของเปลวเพลิงรายละเอียด: เรียกสัญลักษณ์แห่งไฟออกมาเพื่อช่วยสนับสนุนการต่อสู้*มีโอกาส 15% ที่การโจมตีปกติจะเปลี่ยนเป็นการใช้ไฟร์บอลขั้น 1 โดยไม่ต้องร่าย(หากผู้ร่ายมีทักษะไฟร์บอลขั้นที่สูงกว่า จะร่ายทักษะไฟร์บอลขั้นนั้นๆ แทน)
    สิ้นเสียงร่ายเวทมนตร์ ผมก็พยายามลุกขึ้นยืนโดยเว้นระยะห่างระหว่างเท้าเพียงเล็กน้อย แล้วยิงก้อนพลังเวทอัดลงไปบนพื้นตรงระหว่างเท้าทั้งสองข้าง ผลจากแรงระเบิดไม่ทำให้ผมรู้สึกเจ็บเลยสักนิด กระสุนอัดลงไปจนพื้นดินเริ่มเป็นหลุมตื้น แล้วในที่สุดสกิลออโต้แคสต์ไฟร์บอลถูกร่ายออกมาตู้ม!แรงระเบิดทำให้ผมหงายหลัง บริเวณตั้งแต่ปลายเท้าของผมไปจนถึงกลางหน้าแข้งถูกไฟลุกท่วม โดยมีแว็บหนึ่งที่ผมรู้สึกปลื้มใจคิดว่าตัวเองกำลังคอสเพลย์เป็นนาจา แต่เมื่อได้สติอีกครั้ง ผมก็กลิ้งไปใกล้แหล่งน้ำแล้วพยุงตัวเองลุกขึ้นนั่ง ก่อนจะเอาเท้าที่ไฟลุกจุ่มลงไปฟู่…สิ้นเสียงเปลวไฟที่สัมผัสกับน้ำขุ่น ผมก็รีบชักขากลับทันที พวกปลิงไหลได้หายไปจากแข้งผมหมดแล้ว ทิ้งไว้แต่เพียงร่องรอยฟันเล็กๆ นับไม่ถ้วนไม่นานนักความเจ็บปวดก็แล่นเข้ามาจู่โจมโดยพร้อมเพรียงกัน ทั้งความปวดระบมจากรอยฟันจากพวกปลิงไหลและความแสบร้อนของแผลไหม้‘มันเจ็บจนแทบจะขาดใจอยู่ตรงหน้า(มอนส)เตอร์’ยังไม่ทันที่ผมจะลุกขึ้นก็พลันตกใจไปกับผิวน้ำโดยรอบที่สั่นกระเพื่อมอย่างรุนแรงราวกับมีคนให้อาหารปลาในบ่อที่มีปลาชุกชุม ความกังวลเริ่มเข้าจู่โจมผมอีกครั้ง ทำให้ต้องถอยร่นไปยืนอยู่กลางสันดิน เพราะคิดว่าน่าจะปลอดภัยมากกว่า แต่ในความเป็นจริงนั้นอยู่ตรงไหนก็ไม่ต่างกัน ทำไปเพื่อความสบายใจส่วนตัวล้วนๆแชลโลอีลตัวหนึ่งค่อยๆ เลื้อยขึ้นมาบนพื้นดินแล้วตรงมายังจุดที่ผมยืนอยู่ ผมรู้ว่ามันกำลังจะทำอะไร ทุกคนรู้ โลกรู้ ผมจึงประทานบาทาพิฆาตให้ไปอย่างไม่หยุดยั้ง ก่อนที่มอนสเตอร์เคราะห์ร้ายจะเละคามายทีน แล้วสลายเป็นแสงไปในที่สุดผมอยากจะให้เรื่องราวทั้งหมดมันจบลงแค่นี้ ซึ่งขัดกับความเป็นจริงที่แสนโหดร้าย เมื่อปลาไหลเริ่มทยอยเลื้อยขึ้นมาบนสันดินที่ผมยืนอยู่รอบทิศทาง แต่มันมีสิ่งที่น่ากลัวกว่านั้น สิ่งที่ทำให้ผมนึกถึงแมลงสาบที่ในยามปกติมันก็เป็นแค่แมลงทั่วไปที่ดูไม่มีพิษภัยอะไร แต่เมื่อไหร่ที่มันกางปีกขึ้นมาแล้วละก็… ‘เตรียมวิ่งได้เลย’ภาพแมลงสาบที่กางปีกโบยบินสู่ท้องนภาซ้อนทับกับพวกปลิงไหล พวกมันตัวหนึ่งกระโจนขึ้นมาจากน้ำจนเกือบจะพุ่งมาโดนตัวผม ก่อนที่ตัวต่อๆ ไปจะพุ่งตามกันมาฟึบ ฟึบ ฟึบ ฟึบ ฟึบ…เสียงพวกมันเริ่มกระโจนขึ้นมาจากน้ำกันมากขึ้น และในขณะเดียวกันสันดินที่ผมยืนอยู่ก็เริ่มสั่นสะเทือน ก่อนที่จะค่อยๆ ยุบตัว แล้วสูบผมลงไปสู่ความเวิ้งว้างอันมืดมิดเบื้องล่าง

    ‘ต้องมีบาปหนาขนาดไหนถึงจะโดนธรณีสูบได้’ นั่นเป็นความคิดสุดท้าย ก่อนที่ผมจะหมดสติไป