The Dark World มหาสงครามออนไลน์กู้ปฐพี

    LV 73 ความผิดปกติ

    เครดิตภาพจาก  https://pixabay.com


           ระหว่างที่มาวินอึ้งกับการปรากฏตัวของวัวตัวที่สาม เจ้าตัวที่เด็กหนุ่มกำลังขึ้นคร่อมก็กู่ร้องเสียงดัง คล้ายจะขอความช่วยเหลือจากเพื่อนร่วมสัญชาติก็ไม่ปาน


    “ มอ……. ” 

            


            วัวตัวที่สามเหลือบมองเพื่อนร่วมเผ่าพันธุ์ผู้เคราะห์ร้าย ครู่หนึ่ง มันก็ส่งเสียงตอบกลับเป็นเชิงรับทราบ


    “ มอ……. ” 

             


            มาวินผู้เป็นมนุษย์เพียงหนึ่งเดียวถึงกับกุมขมับ พร้อมบ่นพึมพำเบาๆ เพื่อระบายความเครียดที่สุมอยู่ในใจ 


    “ เหอ เหอ เหอ….. มันร้องใส่กันไปมาอย่างกะร่วมสามัคคีชุมนุม เพื่อระดมบาทาใส่เราเลยแฮะ ซวยแล้วดิ มีหวังเละเป็นโจ๊กยามเช้าแหงๆ ” 

              


            และสิ่งที่มาวินคิด ก็เป็นความจริง เจ้าวัวตัวที่สามเริ่มย่างสามขุมเข้าหาท่าทางเอาเรื่อง


    “ เอาไงดีฟะ แค่ตัวเดียวก็เต็มกลืนแล้ว นี่ดันโผล่มาตั้งสองตัว ” มาวินขบคิดอย่างหนัก ระหว่างนั้นเอง วัวตัวที่เขาขึ้นคร่อม ก็อาศัยทีเผลอ สะบัดกายสุดกำลัง  


    “ เหวอ…… ” เมื่อผจญกับแรงเหวี่ยงที่รุนแรง มาวินก็ร้องดัง ด้วยพลังอันมหาศาล ทำให้เด็กหนุ่มหัวเขียวหลุดออกจากหลังลงไปนอนแอ้งแม้ง


    “ พลั๊ก ”


    “ อั๊ก.. ” มาวินจุกเสียด แต่ด้วยสัญชาตญาณการเอาตัวรอด ทำให้เด็กหนุ่มฝืนเด้งกายขึ้นมารับศึก 

          


            พอเด็กหนุ่มตั้งหลักได้ เขาก็พบว่าถูกสองวัวร่างใหญ่กระหนาบทั้งหน้าหลัง ดวงตาแดงก่ำจ้องมองมาไม่วางวาย 


    “ รู้งี้ นอนต่อให้พวกมันกระทืบจนตายไปซะเลยดีกว่า เหอๆ ” เด็กหนุ่มยิ้มแหยๆพลางนึกท้อแท้อยู่ในใจ 

               


            วัวทั้งสองจ้องมาวินอยู่อึดใจ พวกมันก็เริ่มตะกุยขาหน้า เด็กหนุ่มรู้ทันทีว่านี่คือท่วงท่าก่อนจะทะยานเข้ามาขวิด  


    “ แย่แล้ว การพุ่งขวิดของพวกมันค่อนข้างเร็ว แถมครั้งนี้ต้องรับมือถึงสองตัว เราไม่มีทางหลบพ้นอย่างแน่นอน จะทำยังไงดีนะ ” คิ้วของมาวินขมวดนิ่วเขาพยายามคิดทบทวนอย่างหนักหน่วง เพื่อหาทางออก 


    “ มอ……. ” เสียงวัวทั้งสองคำรามยาว บ่งบอกถึงประสงค์ร้ายอย่างชัดเจน 


    “ เอาไงดี หรือจะคุกเข่ายอมแพ้ เอ๊ะ เดี๋ยวนะ เจ้าพวกนี้เป็นวัวนี่หว่า มันฟังเราพูดไม่รู้เรื่องแน่ๆ ” แม้มาวินจะใกล้ตาย แต่เขาก็ยังไม่วายเพ้อเจ้อตามสันดาน


    “ มอ….. ” วัวทั้งสองร้องประสานเสียงกัน ร่างอวบใหญ่กว่าร้อยกิโลแข็งเกร็ง พวกมันย่อตัวลงต่ำ 

              


             คราวนี้มาวินไม่พล่ามเพ้อละเมออีกต่อไป เขาเหลือบมองวัวทางซ้ายทีขวาทีสลับกัน ดวงตาเหลือกลานด้วยความหวาดกลัว ทว่าในจังหวะที่สองสัตว์ป่ามีกีบพุ่งเข้าใส่ ประกายตาของเด็กหนุ่มกลับดูกร้าวแกร่ง รอยยิ้มเย้ยหยันเริ่มเชิดสูง 

             


             วัวทั้งสองพุ่งใส่มาวินสุดกำลังแบบไม่ลังเลพอห่างเพียงหนึ่งก้าว ดวงตาของเด็กหนุ่มก็พลันถลึงขึ้นมา พร้อมฉากหลบไปทางขวาทันที 


    “ มอ…… ” วัวทั้งสองร้องเสียงหลง สัตว์ป่าเขาโง้งตกใจมากที่จู่ๆเป้าหมายได้หายไป สิ่งที่เห็นในตอนนี้คือใบหน้าของกันและกัน แน่นอนว่าด้วยความเร็วในการพุ่งทะยานและระยะห่างที่ค่อนข้างกระชั้นชิดทำให้พวกมันต้องปะทะกัน 


    “ โครม ” 


    “ มอ….. ” 

            


            เสียงปะทะดังสนั่นลั่นป่าเขียวขจี หลังจากนั้น ก็มีเสียงลากยาวของสัตว์ประเภทวัวกระแสนั้นโหยหวน เพราะเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส แต่ไม่นาน ทุกสิ่งก็พลันสงบ

            


            บรรยากาศในป่าเต็มไปด้วยความเงียบสงัด หลังจากนั้นก็เกิดเสียงขยับกาย มันมาจากเด็กหนุ่มหัวเขียวที่นอนแผ่หลาอยู่ตรงพุ่มไม้ข้างทาง 


    “ อู้ย….. นี่เราโดนขวิดจนกระเด็นมาติดพุ่มไม้เลยเหรอเนี่ย มีอวัยวะชิ้นไหนขาดหายไปบ้างนะ ” มาวินบิดกายไปมา เพื่อคลายความเมื่อยขบ พร้อมสลัดใบไม้ใบหญ้าที่เกาะตามร่างกาย 


    “ เอ๊ะ เดี๋ยว เจ้าวัวพวกนั้นยังอยู่สินะ แล้วพวกมันอยู่ไหน การต่อสู้ยังไม่จบนี่นา ” ทันทีที่มาวินคิดได้ เขาก็เหลียวมองไปรอบๆด้วยอาการระวังภัย 

            


            มาวินหันรีหันขวางอยู่พักใหญ่ เขาก็ถึงกับนิ่งอึ้งเมื่อพบว่า…….วัวสองตัวที่ตามหา กำลังนอนตาค้าง น้ำลายแตกฟองตรงจุดที่อยู่ไม่ห่าง 


    “ เฮ้ย ไหงพวกมันไปนอนกองตรงนั้นฟะ เมื่อกี้ยังดีๆอยู่เลย ” มาวินสะดุ้งโหยงด้วยความตกใจ 

             


            เด็กหนุ่มหัวเขียวยืนงงกับเหตุการณ์อยู่พักใหญ่ จึงเริ่มคิดได้…..มันก็ดีแล้วนี่ ที่จู่ๆศัตรูลงไปนอนกองกับพื้นซะอย่างงั้น 


    “ เหอ เหอ เหอ.... ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่พี่วัวทั้งหลายอย่าฟื้นขึ้นมาแล้วกัน กระผมจะได้ไปลุยต่อในด่านถัดไป ” มาวินบ่นพึมพำเบาๆ จากนั้นก็เดินจากไป 


    …………………….

              

            ณ.ห้องทดลองวิทยาศาสตร์ ทุกคนเริ่มคลายกังวลโดยเฉพาะโจจี้ เขาถึงกับหงายหลังลงไปนอนแผ่หลาบนโซฟา ท่าทางโล่งใจ


    “ เฮ้อ…… รอดไปอีกหนึ่งด่าน เจ้าน้องชายหัวเขียวนี่มันดวงแข็งใช่ย่อย ว่างั้นมั้ย เหมยลี่ ” โจจี้หันไปคุยกับเหมยลี่ที่ยังคงยืนนิ่ง ดวงตาคมเข้มจับจ้องไปที่ภาพมาวินซึ่งปรากฏบนหน้าจอขนาดใหญ่

               


            โจจี้เห็นท่าทางที่ผิดแปลกไปของเหมยลี่ หนุ่มหล่อผมทองจึงเอ่ยถามสีหน้าฉงน 


    “ เฮ้ เป็นอะไรไป เธอยังห่วงน้องชายหัวเขียวอยู่อีกเหรอ จริงๆแล้วหมอนั่นก็มีฝีมือไม่ใช่ย่อย แบบนี้ มีหวังผ่านดันเจี้ยนระดับ 20 อยู่เหมือนกัน ” 

             


            เหมยลี่ยังคงยืนนิ่ง อึดใจต่อมา เธอก็ตอบกลับเบาๆ


    “ จริงอยู่ที่เจ้าลิงหัวเขียวมีลุ้นผ่านดันเจี้ยนระดับ20 แต่สิ่งที่น่ากังวลมากกว่านั้นก็คือ…..” 


    “ คือ….อะไร ” โจจี้เริ่มสนใจ เขาลุกขึ้นมานั่งฟัง


    “ ในจังหวะที่หลอกให้วัวชนกันเอง ไม่ใช่ฝีมือของเจ้าลิงหัวเขียวอย่างแน่นอน ” เหมยลี่ตอบกลับห้วนๆ 


    “ หา…… เธอพูดแบบนี้หมายความว่าไง ก็เห็นอยู่โทนโท่ว่าในตอนที่หลบสองวัวป่า เป็นเจ้าน้องชายหัวเขียวชัดๆ จะไม่ใช่มันได้ยังไง ” โจจี้อุทานดัง เขารู้สึกงงงวย 


    “ ไม่รู้สิ เพราะในขณะที่วัวป่าพุ่งเข้าใส่ สีหน้าและแววตาของเจ้าลิงหัวเขียวดูเปลี่ยนไป ” เหมยลี่อธิบายด้วยเสียงที่สั่นเล็กน้อย ทำให้โจจี้นึกหวั่นเพราะมีโอกาสน้อยมากที่คนนิ่งอย่างเด็กสาวร่างสูงจะเกิดอาการแบบนี้


    “ เอ….. มันจะเป็นไปได้ยังไง ชั้นไม่เห็นว่าสีหน้าของน้องชายหัวเขียวจะเปลี่ยนเลย เธอคิดมากไปเองล่ะมั้ง ” โจจี้ปลอบใจ ทั้งที่เขาก็ไม่แน่ใจในคำพูดของตัวเอง


    “ อืม……. ก็ขอให้ชั้นคิดมากไปเองแล้วกัน ” เหมยลี่ตอบกลับเบาๆ เธอนึกไปถึงตอนที่มาวินต่อสู้กับโกส คราวนั้น ท่าทางของเด็กหนุ่มก็ดูแปลกไป


    ……………………

               

           มาวินเดินไปตามทิศทางที่ลูกศรลอยฟ้าชี้บอก ผ่านไปพักหนึ่ง เขาก็เจอถ้ำใหญ่ ปากทางเข้ากว้างขวางถึงขนาดมนุษย์ 5 นายสามารถเดินเรียงหน้ากระดานได้อย่างสบาย ทว่าพอส่องเข้าไปข้างในกลับพบแต่ความมืดมิด อันยากจะบอกว่าสุดเขตถ้ำนั้น……..ลึกแค่ไหน 


    “ เหอๆ อย่าบอกนะว่าคราวนี้ให้ลุยเข้าไปในถ้ำ ชั้นยิ่งกลัวความมืดซะด้วยสิ ” มาวินหัวเราะแห้งๆ เด็กหนุ่มหยุดยืนอยู่ครู่หนึ่ง เสียงโจจี้ก็ดังออกมาจากนาฬิกาข้อมือ


    “ เยี่ยมมากที่สามารถผ่านด่านแรกของดันเจี้ยนมาได้ ถ้ำนี้คือด่านที่สอง ” 


    “ เออ....พูดง่ายดีเนอะ ” มาวินประชดเล็กน้อย เพราะน้อยใจในโชคชะตาที่ต้องมาตกระกำลำบากอยู่กลางดันเจี้ยนโหด แต่ตัวโจจี้กลับเอาแต่พูดพล่ามในห้องทดลองที่แสนสบาย



    สามารถติดตามงานเขียน  ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ

    https://www.facebook.com/Jalando.darksidewriter


    คล้ายกับเรื่องThe Dark World มหาสงครามออนไลน์กู้ปฐพี ที่คุณอ่าน