The SRP (ปราชญ์พิสดาร ผนึกมาร สังหารเทพ)

    เล่มที่ 2 บทที่ 85 ความเหมือนที่แตกต่าง

            กาลเวลามักจะไหลผ่านจนเกิดเหตุการณ์มากมาย เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนั้นได้กระจายไปทั่วแดนใต้ แม้แต่โคปาและซีซาร์ก็เกิดอาการตื่นตัว อยากรู้อยากเห็นในผลลัพธ์ พวกมันทั้งสองคนนั้นต่างก็รู้ดีว่าซิลเวียบุตรีของเอ็มม่าผู้นี้มีนิสัยเป็นเช่นไร นางเย่อหยิ่งจองหองและชอบโมโหร้าย บุรุษใดได้พบเจอต่างก็ยอมแพ้หลีกหนีไม่กล้าเข้าใกล้ เอ็มม่าผู้นี้เป็นคนฉลาด สาเหตุที่มันยอมส่งมอบบุตรีออกไปง่ายดายเช่นนี้นั้นมีเหตุผลด้วยกันอยู่ 2 ข้อ



            ข้อแรก เพื่อหยั่งเชิงดูว่าชายหนุ่มจะจัดการเรื่องนี้อย่างไรบ้าง ตัวมันในอดีตก็เคยโดนผู้แข็งแกร่งสั่งสอนด้วยวิธีเดียวกันนี้ ในปัจจุบันผู้แข็งแกร่งท่านนั้นก็คือพ่อตาของมันนั่นเอง เพียงแค่สยบสตรีผู้หนึ่งยังทำไม่ได้ เช่นนั้นก็ไม่อาจร่วมลงทุนด้วย มีแต่จะคอยทำให้การใหญ่ต้องเสียเปรียบ การทำให้สตรีดุร้ายนางหนึ่งสยบยอมได้ต่างหาก ถึงจะพิสูจน์ได้ว่าเก่งกล้า แสดงให้เห็นว่าตนเองเป็นคนช่างสังเกต มีวาทะในการพูดเกลี้ยกล่อม และอ่านใจคน แต่ดูเหมือนเอ็มม่าจะเข้าใจผิดไปไกลอยู่ไม่น้อย ซิลเวียนั้นสมยอมตั้งแต่ถูกกระตุ้นให้เหยียบย่างขึ้นสู่บันไดสวรรค์ ไม่มีการเกลี้ยกล่อมใดให้ได้เห็นดังเช่นที่มันคิด



            ข้อสอง มันประเมินดูแล้วความคิดส่วนใหญ่ล้วนเอนเอียงมาทางมิเนอร์วามากกว่าราชาแดนตะวันออก จึงเสี่ยงลงพนันเดิมพันอนาคตของบุตรีไว้ที่ชายหนุ่ม หากตอนจบของศึกนี้มีมิเนอร์วายืนอยู่เป็นคนสุดท้าย ความรุ่งโรจน์ของกลุ่มนูเอลจะพุ่งทะยานสูง แต่ถ้าราชาตะวันออกเป็นฝ่ายมีชัย ก็ยังคงหวังเอาไว้ไม่อยากให้บุตรีมอบหัวใจทั้งหมดที่มีให้อีกฝ่าย หากตายแล้วชีวิตจะเหลืออะไร เอ็มม่าจึงกังวลเพียงแค่เรื่องนี้



            เรื่องซุบซิบนินทาพรรค์นี้มักจะกระจายตัวกว้างออกไปอย่างรวดเร็ว แม้แต่อลิซที่นั่งเรียนอยู่กับเวอร์โนก็ยังรับรู้ได้ผ่านสายข่าวของมังกรอัสนี ที่กำลังรายงานสถานการณ์ให้แก่ผู้เป็นอาจารย์ของตน แต่นางก็เลือกที่จะเชื่อใจชายหนุ่มไม่ไต่ถามให้มากความ เมื่อแสงอาทิตย์ส่องแยงตาชายหนุ่มจึงรู้สึกตัวและลืมตาตื่น ภายในอ้อมแขนยังคงเป็นซิลเวียที่นอนหลับตาอยู่อย่างไร้สติ ใบหน้างามได้สัดส่วนกำลังซบกอดนอนบนอก



            ชายหนุ่มที่สติกลับมาครบถ้วนสมบูรณ์พร้อมก็ถอนหายใจ แต่แอสคลีเพียสกลับส่งเสียงหัวเราะชอบใจ ยินดีที่ได้เห็นศิษย์ของตนเติบโตเป็นผู้ใหญ่ แม้มันจะตัดประสาทการมองเห็นออกไปจนหมดในคืนนั้น แต่ก็ยังคงเหลือสัมผัสไว้ฟังเสียง มันไม่ได้ลามกหรือมากตัณหาแต่อย่างใด แพทย์เทวะผู้นี้เป็นกังวลว่าศิษย์ตนจะทำเรื่องขายหน้า จึงต้องเหลือสัมผัสเอาไว้ เพื่อให้มิเนอร์วานั้นได้ติดต่อยามฉุกเฉิน หากทำไม่เป็นก็จะได้สอน แต่ไม่คาดคิด ว่าเสียงที่ได้ยินตั้งแต่ต้นจนจบนั้น จะรุนแรงและดูป่าเถื่อนเป็นอย่างมาก ดั่งมังกรฉกรรจ์ข่มเหงซึ่งหงสาไร้ทางสู้ ราวกับว่ามิเนอร์วาคนเมื่อคืนนั้นไม่ใช่ศิษย์ตน ความกังวลที่เคยหายไปก็กลับมาจนมากล้น



            ตัวมันเองที่เป็นแค่เสี้ยวดวงวิญญาณที่เหลืออยู่ย่อมไม่อาจช่วยเหลือใดๆ ก็ได้แต่ต้องปล่อยให้ฟ้าได้นำทางต่อไป มิเนอร์วาไม่ได้ลุกขึ้นในทันที เขายกสองมือขึ้นมาจ้องมองอยู่ครู่หนึ่ง สัมผัสนุ่มแน่นยังคงตรงตรึงอยู่ในจิต เมื่อคิดให้ดีอย่างถี่ถ้วนเลือดในกายก็สูบฉีดขึ้นอีกครั้ง จนแอสคลีเพียสถึงกับต้องอุทานหยอกล้อ ว่าสิ่งนี้แหละคือชีวิตในวัยหนุ่ม เรื่องของธรรมชาติจะอย่างไรก็ต้องมาถึงในสักวัน สอนตอนนี้หรือสอนปีหน้าล้วนมีค่าที่เท่ากัน ขอเพียงสอนให้ถูกวิธี ดูแลให้ถูกทาง แค่นั้นก็พอแล้ว



            ซิลเวียสัมผัสได้ถึงความร้อนที่ขยายตัวงัดแทงกับต้นขาใกล้เนินเขา แพขนตายาวเริ่มปรือเปิดลืมตาขึ้นมาอย่างพร่ามัว เมื่อตั้งสติได้ก็ตกใจเพราะตอนนี้ฟ้าสางสว่างแล้ว นางรีบขดตัวอย่างเขินอาย แต่ก็สายไปเสียแล้ว ชายหนุ่มกอดร่างที่อยู่บนอกแน่นแล้วพลิกตัว กดร่างบางให้แน่นิ่งอยู่ด้านล่างใต้กายหนา สายตามรกตของชายหนุ่มได้สะกดให้ซิลเวียเกิดความเขินอาย นางรีบสะบัดหน้าไปด้านข้างหลบสายตาไม่กล้าจ้องมองเพราะหวาดกลัว แต่ทว่าใบหน้างามของนางกลับมีสีหน้าชิงชังแสดงอยู่จนเห็นชัด



            อาจจะเป็นเพราะยังไม่อยากยอมรับในความจริง ความพ่ายแพ้ที่ได้รับเมื่อคืนนั้นเป็นของจริง นางเชื่ออย่างสุดใจว่าทักษะของอีกฝ่ายนั้นยังสามารถสร้างได้อีกหลายสิบร่าง แม้จะมีทักษะและสัญชาตญาณของดาร์กเอลฟ์ แต่ก็ดูเหมือนจะไร้ค่า ผู้ที่สามารถสร้างกายหยาบได้ส่วนใหญ่ล้วนมีเพียงทวยเทพในตำนาน มีความสุขแค่พอประมาณย่อมดีกว่ามีอย่างบ้าคลั่งไม่รู้จักพอ แค่นี้นางก็มีความสุขมากพอแล้ว ห้วงความคิดจึงเริ่มเปลี่ยนไปกลายเป็นยอมรับความจริง



            นางเชื่อว่าไม่มีบุรุษใดเก่งเท่ามิเนอร์วาอย่างแน่นอนในเรื่องนี้ จู่ๆ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ก็ปรากฏชัดบนหน้าสวย นางถ่างขาหนีบเอวชายหนุ่มจนแน่นแล้วออกแรงพลิกตัวกลับ ดูเหมือนนางจะมั่นใจในตัวเองมากไปหน่อย ร่างปฐวีกสิณที่หนักแน่นดั่งหินผา มีหรือจะโค่นเอียงเพียงเพราะสายลมเบาที่พัดมากระทบ มิเนอร์วาเลิกคิ้วขึ้นอย่างแปลกใจ สตรีนางนี้ช่างดื้อรั้นไม่ยอมแพ้เป็นนิสัยหรืออย่างไร ชายหนุ่มแสยะยิ้มเจ้าเล่ห์เอ่ยหยอกล้อ



            “ยังโดนลงโทษไม่มากพอใช่หรือไม่? เจ้าไม่รู้หรือไร ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับผู้ที่ต่อต้านผู้นำแห่งซัลวาโตเร…”



            “บุตรของเจ้าไง! คนอวดดี! ปล่อยข้านะคนชั่วขืนใจข้า!”



            ซิลเวียขยับร่างดิ้นพล่านพยายามหนี แต่ก็ไม่อาจจะกระทำได้โดยง่าย เพราะโดนกดร่างผนึกกายไว้ มิเนอร์วาเองก็งุ่นง่านไม่พอใจ เอ่ยสบถว่าสตรีนางนี้นั้นแกล้งตน สงครามระหว่างทั้งสองคนจึงปะทุเริ่มขึ้นอีกครั้ง ใช้กายขาวของชายหนุ่มแทนม้าศึกที่คึกพุ่งปะทะ หมายจะทะลวงโล่เนื้อสีน้ำผึ้งที่หอมหวาน เกิดเป็นการรุกรับเข้าต่อสู้ชิงจังหวะกันอย่างดุเดือด เสียงยอดอาชาไนยที่ถูกควบขี่ดังสะท้านในยามเช้า เหล่าสกุณาในที่ไกลต่างก็ร่วมร้องประสานเสียง



            ดั่งยอดม้าที่ถูกฝึกมาเป็นอย่างดีแล้วแต่เกิดพยศขึ้นอีกครั้ง ก็ได้แต่ต้องปราบลงอีกครั้งให้จำยอม ผลลัพธ์ของสงครามแน่นอนว่าต้องเป็นมิเนอร์วาที่ชนะได้ชัยมา นางเป็นเพียงดาร์กเอลฟ์ที่มีพรสวรรค์โดยธรรมชาติทางด้านนี้ แต่ย่อมไม่รู้อย่างแน่นอนว่าร่างกายของสิ่งมีชีวิตรูปร่างมนุษย์จะประกอบด้วยสิ่งใดบ้าง ดังนั้นมิเนอร์วาจึงปล่อยให้ร่างบางได้นอนพักหายใจ แล้วเดินไปอาบน้ำ



            ห้องพักของสวนผกาสวรรค์ห้องนี้มีขนาดไม่ใหญ่มาก มีบ่อน้ำร้อนจำลองตั้งอยู่ภายในตัวห้อง ชายหนุ่มนอนแช่น้ำร้อนอย่างสบายตัวรู้สึกดี จนกระทั่งซิลเวียหายเหนื่อยนางก็ฟึดฟัดไม่พอใจ แต่ก็ไม่กล้าส่งเสียงแสดงออกต่อว่า มิเนอร์วาเองก็ไม่อยากจะถือสาเอาความ เกรงว่ากลัวจะแห้งตายเอาเสียก่อนหากต้องเอาเรื่องนางทุกครั้งเมื่อทำนิสัยแบบนี้ สั่งสอนแต่พอดีย่อมดีกว่าอยู่แล้ว ซิลเวียเองก็ไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่ยกยิ้มอย่างพึงพอใจ แล้วเดินไปนั่งแช่อยู่ข้างๆ



            “ท่านจะทำอย่างไรต่อไปเกี่ยวกับเรื่องของคนพวกนั้น? ข้าได้ยินมาว่าพวกเขากำลังล่าอาณานิคมยึดอาณาจักร”



            “ล่าอาณานิคม? ... อืม… ช่างหัวพวกมันสิ จะทำอะไรก็ไม่เกี่ยวกับข้าสักหน่อย แต่ซัลวาโตเรนั้นมีกฏครอบครัวของข้า ก็ต้องมีเพียงข้าเท่านั้นที่เป็นผู้เอ่ยโทษ ข้าไม่ล้ำเส้นใครก่อน ผู้อื่นก็ไม่อาจล้ำเส้นข้าก่อนได้เช่นกัน ส่วนเรื่องของเจ้าจะให้ข้าทำอย่างไรก็ว่ามา แต่ข้าขอบอกไว้ก่อนเลยว่าข้านั้นไม่ได้รักเจ้า เรื่องของเรามันเป็นเพียงแค่เรื่องของธุรกิจ ส่วนความรู้สึกในอนาคตนั้นข้าไม่รู้”



            “บุรุษมักเป็นเช่นนี้เหมือนกันหมด ดั่งเช่นคำที่มารดาข้ากล่าวไว้ไม่มีผิด ข้าไม่ได้ต้องการความรักจากคนเลวเช่นเจ้า แต่จงรู้ตัวเองเอาไว้เถิด ว่าเจ้านั้นได้พลาดท่าให้แก่บิดาของข้าแล้ว เห็นสัญลักษณ์ตรงนี้เช่นหรือไม่?”



            จู่ๆ ซิลเวียก็ลุกพรวดยืนขึ้นมา บริเวณช่วงท้องใต้สะดือมีลวดลายจางๆ นี้น้ำตาลหมุนขดอยู่กลืนไปกับสีผิว หากไม่มองในระยะใกล้ล้วนไม่อาจจะมองเห็นได้โดยง่าย มิเนอร์วากำลังสับสนว่ามันคือสิ่งใดกัน เป็นสัญลักษณ์ของอะไร และมีไว้เพื่อสิ่งใด ซิลเวียยังคงยกยิ้มแสยะดูแคลนราวกับว่าเรื่องทั้งหมดนี้ล้วนเป็นนางที่เหนือกว่ามาตั้งแต่แรก นางเอ่ยเล่าอย่างตื่นเต้นที่ในที่สุดก็สามารถแก้แค้นมิเนอร์วาได้เสียที



            “มันมีความหมายว่าวันนี้ในอีก 1 ปีข้างหน้า จะเป็นวันที่บุตรของเจ้าจะเริ่มปฏิสนธิฝังตัวอยู่ภายในกายข้า ดาร์กเอลฟ์นั้นมีรูปร่างเหมือนมนุษย์ แม้แต่เรื่องของการสืบพันธุ์ก็เป็นเช่นเดียวกัน แต่มีอยู่สิ่งหนึ่งที่ไม่เหมือนกัน นั่นคือระยะเวลาและวิธีการในการปฏิสนธิของตัวอ่อน แน่นอนว่าเจ้าเก่งกาจมากสามารถจนทำให้สัญลักษณ์นี้ปรากฏได้ ดาร์กเอลฟ์จะใช้เวลาตั้งแต่วันแรกที่สัญลักษณ์นี้ปรากฏขึ้นมาเป็นระยะเวลา 1 ปีเต็ม เพื่อดูดซับเอาส่วนที่ดีที่สุดของเมล็ดพันธุ์มาเก็บไว้ เรียกได้ว่าเปลี่ยนพลังชีวิตจำนวนมากให้กลายเป็นกลุ่มก้อนพลังอันบริสุทธิ์ และใน 1 ปีนี้หากเจ้าอยากให้เด็กเกิดมาอ่อนแอไร้ความสามารถ ต่อจากนี้ไปก็ไม่ต้องมายุ่งเกี่ยวกับข้าอีก”



            “แต่ถ้าภายใน 1 ปีนี้เจ้าสามารถเก่งกาจพอ ร่างของข้าก็จะเก็บพลังงานไว้ให้บุตรของเจ้าตามความสามารถที่เจ้ามี ไม่ว่าจะทางไหนก็ตามหลังจากพ้น 1 ปีนี้ไปเมล็ดพันธุ์ของเจ้าก็จะกลายเป็นตัวอ่อน ดังนั้นก็เลือกเอาเองเถิดว่าจะทำเช่นไร… ไม่รักข้า? ไม่ดูแลข้า? ก็ช่างหัวเจ้าเหมือนกัน หากบุตรของเจ้าเกิดมาข้าก็จะเลี้ยงดูเป็นอย่างดี และจะสั่งสอนเขาอยู่ทุกวัน ว่าบิดาของเขานั้นเก่งกาจมากสามารถ แต่สันดานเป็นคนไม่รับผิดชอบ ชั่วช้าชอบขืนใจสตรี เพราะเรื่องของเมื่อคืนเป็นเจ้าที่ขืนใจข้า”



            มิเนอร์วาเวียนหัวตามไม่ทัน บื้อใบ้ไปเล็กน้อย อะไรมันจะว่องไวขนาดนั้น แอสคลีเพียสและอีฟริทเองก็บื้อใบ้ไปชั่วขณะเช่นกัน พวกมันย่อมไม่รู้และไม่คิดจะสนใจ ว่าผู้ใดจะเปลี่ยนร่างถือกำเนิดด้วยวิธีพิสดารอย่างไร แอสคลีเพียสเองก็เคยหลับนอนกับดาร์กเอลฟ์อยู่บ้างสมัยยังเป็นหนุ่ม แต่ก็ไม่เคยมีตนใดที่บอกกล่าวถึงเรื่องนี้ ชายหนุ่มที่ได้สติก็ส่ายหัวแสยะยิ้มที่เห็นท่าทางของอีกฝ่าย



            “ข้าไม่เคยพูดว่าจะไม่รับผิดชอบ เป็นสตรีของข้า ข้าย่อมไม่ทิ้งขว้างให้เสียของ แน่นอนว่าเรื่องนี้จัดการง่ายดายนัก 1 ปี ใช่หรือไม่? เช่นนั้นนับตั้งแต่วันนี้ไปเจ้าก็ตั้งตารอได้เลย เมื่อไหร่ที่ข้าว่าง ไม่ว่าเจ้าจะอยู่ไหนจะทำอะไรอยู่ เจ้าจะไม่ได้ว่างเว้นจากนี้พรรค์นี้ แต่ตอนนี้ไม่ได้แล้ว ธุระของข้ามายืนรออยู่นานแล้ว ข้ายังอยู่ที่นี่อีกนานมีเวลาเหลือเฟือ”



            ชายหนุ่มล้างตัวแล้วเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัว เมื่อจัดแจงแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยก็เดินออกมาจากห้องพัก ความอ่อนล้าล้วนหายไปเป็นปลิดทิ้ง ประสบการณ์ที่ได้รับในครั้งนี้ช่างแสนวิเศษ เมื่อเดินออกมาจากห้องพักก็พบเข้ากับอามูร์ที่ยืนรออยู่ตามที่สัมผัสได้ มิเนอร์วาเป็นต้องเลิกคิ้วขึ้นอย่างแปลกใจ ข้างกายหอกของตนกลับปรากฏสตรีลูกครึ่งเผ่าเสือดาวไปเสียได้ เอ็มม่าผู้นี้ไม่ธรรมดาอย่างที่ตาเห็น เขารู้ว่าต้องส่งมอบอะไรออกมาเพื่อให้อีกฝ่ายนั้นพึงพอใจ เขารู้ว่าต้องตอบสนองความพึงพอใจของหุ้นส่วนยังไงจึงจะเกิดประโยชน์สูงสุด อามูร์ยิ้มแห้งอย่างเก้อเขิน ปั้นหน้าตายเอ่ยเล่ารายละเอียดทั้งหมดที่ได้รับมา ไม่สนใจแม่เสือดาวสาวที่คลอเคลียตนเองเลยแม้แต่น้อย



            "นายท่าน… ข้อมูลของราชาแดนตะวันออกผู้นี้ได้ถูกยืนยันแล้ว เขาเป็นผู้ที่อยู่เบื้องหลังเรื่องราวทั้งหมด ว่ากันว่าอาณาจักรคัมเบียแห่งนี้กำลังอยู่ในช่วงล่าอาณานิคมขยายดินแดน อาณาจักรเพื่อนบ้านโดยรอบล้วนตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของสงคราม เมื่อสบโอกาสเห็นว่าแทนลายัสนั้นอ่อนแอไม่มั่นคง พวกเขาจึงต้องการใช้เรื่องราวระหว่างท่านและแทนลายัส เป็นข้อแลกเปลี่ยน 3 ชีวิต แลกกับ 1 อาณาจักร นี่คือราคาที่พวกมันต้องการ…"



            "ข้ามีอาณาจักรเป็นของตนเองเสียที่ไหนกัน พวกมันเข้าใจผิดแล้ว ไปขอกับบิดาข้านุ่น ปัญญาอ่อนเสียจริง แล้วข้าจะตามหาพวกมันได้ที่ไหนเจ้ารู้หรือไม่? "



            “เรื่องนี้ข้าได้ยินมาว่าพวกมันส่งตัวแทนมาเป็นทูตในการเจรจาตกลงกับท่าน ส่วนเรื่องของบุคคลที่ลอบแทรกซึมเข้ามานั้น พวกมันจากไปนานแล้ว ป่านนี้น่าจะถึงดินแดนตะวันออกกันหมดแล้ว เอ็มม่ายังบอกอีกว่าเขารู้สึกแปลกใจมากที่ท่านตามรอยมาถูก”



            มิเนอร์วานิ่งเงียบอยู่ครู่หนึ่งก็ตกใจ ทวยเทพองค์ใดจะคาดคิดกัน ซิลเวียที่แต่งตัวอวดเนื้อหนังกระโจนเข้ามาเกาะแขนมิเนอร์วาอย่างไม่ทันตั้งตัว นางยกยิ้มโบกมือทักทายอามูร์ที่ยืนจ้องใบหน้านิ่ง แววตาของเสือสมิงตัวนี้ยังคงนิ่งเรียบ มันก่อกำเนิดมาจากจิตพยาบาท มีความอยาก มีความชอบค่อนข้างเฉพาะเจาะจง ดังนั้นจึงไม่คิดมากในเรื่องนี้ มันไม่สนด้วยซ้ำว่าลูกพี่ของมันจะจัดการนางยังไงให้ออกมาเป็นแบบนี้



            มิเนอร์วาทำเพียงเหล่ตามอง ครุ่นคิดว่าจะจัดการเรื่องนี้อย่างไรดี ดูเหมือนว่ามันจะไม่ใช่เรื่องที่ง่ายดายอีกต่อไป แน่นอนว่าเรื่องนี้นั้นสำคัญมาก จึงต้องปรึกษากับทางส่วนกลางของวังมรณะสาบสูญเสียก่อนจะตัดสินใจอันใดลงไป มิเนอร์วาไปมองอามูร์อีกครั้งพร้อมกับเอ่ยชวนไม่ได้รีบร้อนในเรื่องนี้ ตายวันนี้ หรือตายในอีก 10 ปีข้างหน้า ผู้ที่จะตัดสินพวกมันทั้ง 3 คือตัวของชายหนุ่ม ในเมื่อรู้ต้นสายปลายเหตุแล้ว จึงประเมินได้ว่ายังเหลือเวลาอีกมากนัก



            “พาข้ากับสหายไปพบบิดาของเจ้าหน่อย หากเจ้าดูแลข้าเป็นอย่างดี แน่นอนว่าข้าเองก็จะตอบสนองกับเจ้าในทางที่ดีเช่นกัน เรื่องนี้จะอย่างไรก็สำคัญกับข้านัก หวังว่าเจ้าจะเข้าใจ แยกแยะได้ถึงการหยอกล้อ และความจริงจังที่ข้ามี”



            อารมณ์ของสตรีเดาได้ยากกว่าฟ้าฝน นึกจะดีก็ดีจนน่าใจหาย นึกจะร้ายก็ท้าทายไม่เกรงกลัว ซิลเวียยิ้มร่าจูงแขนมิเนอร์วาเดินจากไป สถานที่อันเป็นที่อยู่ของกลุ่มนูเอลนั้นอยู่ห่างออกไปไม่ไกล ตลอดทางที่เดินก้าวไป ทุกผู้คนที่ได้มองเห็นล้วนตื่นตกใจ เป็นที่แน่นอนว่าแถวนี้มีผู้คนเดินผ่านเยอะมากขึ้นอย่างผิดปกติ สายข่าวจากแหล่งต่างๆ ได้มารวมกันอยู่ละแวกนี้ตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง ชายหนุ่มส่ายหัวจนปัญญาปล่อยให้พวกมันทั้งหมดคาบข่าวกลับออกไป



            หลังจากกลุ่มของมิเนอร์วาเดินจากไป เกิดเป็นความวุ่นวายชุลมุน เรื่องราวนี้เองก็ได้แพร่กระจายออกไป ไม่รู้ไปส่งข่าวกันเอาอีท่าไหน พอถึงเวลายามเย็นของวันนี้ เรื่องนี้ก็ถูกซุบซิบส่งต่อมาอย่างผิดเพี้ยนเข้าหูอลิซที่ยังนั่งอยู่กับเวอร์โนผู้เป็นอาจารย์ มิเนอร์วาก็คงจะไม่คาดคิดเช่นกันว่าเหตุการณ์มันจะบานปลายถึงเพียงนี้ เกิดเป็นเสียงหึ้มห้ำไม่พอใจอยู่ในลำคอ อลิซรู้สึกเหมือนโดนหักหลังน้อยใจเป็นอย่างมาก เวอร์โนเองก็หรี่ตามองไปยังท้องฟ้าเขตทิศใต้ รู้สึกได้ว่าแผนของเอ็มม่านั้นเจ้าเล่ห์นัก มีหรือที่อาวุโสสูงสุดอย่างมันจะเดาไม่ออก



            อลิซไม่พอใจเป็นอย่างมาก ภายในใจก็วางแผนจะสืบสาวเรื่องราวนี้จนถึงที่สุด นางต้องการรู้ให้ได้ว่าเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นมากันแน่ จากกันไปเพียงไม่นาน แต่กลับปันใจไปหลับนอนกับสตรีอื่น มีหรือที่คนแอบชอบอย่างนางจะทานทนได้ หลังจากซักไซ้ไถ่ถามจนได้ความทั้งหมด เวอร์โนเองก็ต้องการยืนยันไปเห็นด้วยตัวเอง ว่าเรื่องนี้เป็นจริงในแบบไหน ลุกขึ้นมาได้ก็คว้าจับไปที่ไหล่ของอลิซ เกิดเป็นประกายสายอัสนีแปลบปลาบกะพริบวาบ



            พวกเข้าทั้งสองออกเดินทางมุ่งหน้าลงไปยังเขตทิศใต้ฝั่งตะวันออก การเดินทางนั้นย่อมต้องใช้เวลา แต่การพิสูจน์ความจริงมีเพียงต้องไปรู้ไปเห็นด้วยตัวเองเท่านั้น มิเนอร์วาเองหลังจากเข้าพบเอ็มม่าและปรึกษาหารือกันจนเรียบร้อย ก็ออกเดินทางมุ่งหน้าไปหาเฟรเกียที่ยังอยู่ภายในวังมรณะสาบสูญ เรื่องสำคัญนี้จะอย่างไรก็ต้องปรึกษากันให้ดี ตลอดเวลาที่เดินทางอามูร์ก็วางแผนร่วมกับมิเนอร์วาอีกทีหนึ่ง เป็นแผนที่มีเพียงพวกเขาแค่สองคนเท่านั้นที่รู้…



            ***ก็อดโอ : ช่วงนี้ลงช้าหน่อยนะครับ เลิกงานดึก T T 

    คล้ายกับเรื่องThe SRP (ปราชญ์พิสดาร ผนึกมาร สังหารเทพ) ที่คุณอ่าน