ประตูเส้นทางโบราณ

    บทที่ 51 ก่อนแยกจาก

    บทที่ 51 ก่อนแยกจาก


       สายฝนพยักหน้าให้กับโลเวล เขาออกจากตำแหน่งเดิมอย่างเงียบๆ เขาต้องการไปบริเวณต้นไม้ที่พวกโลเวลหลบซ่อนอยู่ โชคดีมากที่นิวลินไม่ได้รับรู้ถึงตัวตนของสายฝนไม่งั้นอาจเกิดปัญหาใหญ่ตามมาได้  


       แน่นอนด้วยระดับศูนย์จุดห้ามันเป็นไปไม่ได้ที่สายฝนจะก้าวเดินโดยไม่มีเสียงเลย แม้เสียงก้าวเดินของสายฝนจะเบาทว่านิวลินก็ได้ยินอย่างชัดเจน มันรีบหันหน้ามามองทางทิศต้นเสียงแต่กลับพบว่าบริเวณนั้นมีแค่ต้นไม้สองสามต้นเท่านั้น นิวลินเริ่มจริงจัง งานครั้งนี้เป็นงานสำคัญมันไม่สามารถประมาทได้เลยแม้แต่วินาทีเดียว นิวลินใช้สัมผัสสำรวจบริเวณที่เกิดเสียงทันที


       ปึง! ตูมม!


       วินาทีนั้นนิวลินก็พุ่งตรงใช้หมัดโจมตีไปยังต้นไม้ต้นหนึ่งจนเกิดเสียงดัง ต้องรู้ก่อนว่านิวลินสามารถสังหารนักรบแห่งท้องทะเลได้อย่างไม่ยากเย็น แค่ต้นไม้ธรรมดาต้นหนึ่งจะสามารถทนแรงของนิวลินได้อย่างไร?


       เพราะไม่สามารถทนความแข็งแกร่งของนิวลินได้ต้นไม้ทั้งต้นจึงระเบิดไม่เหลือแม้แต่เศษซาก นิวลินมองต้นไม้ถูกระเบิดด้วยสายตาไม่บ่งบอกอารมณ์ใดๆ 


       ‘ฉันคิดผิดเหรอเนี่ย?’ นิวลินกล่าวกับตนเองในใจ มันคิดว่าบริเวณนี้ต้องมีสิ่งมีชีวิตแน่ เมื่อครู่ความรู้สึกของมันบอกว่าแถวนี้มีสิ่งมีชีวิตอยู่ มันเลือกเชื่อความรู้สึกของตนเอง แม้บางครั้งความรู้สึกจะไม่ได้ถูกต้องเสมอไปแต่เชื่อความรู้สึกของตัวเองเอาใว้ก่อนก็ไม่ได้เสียหายอะไร มีผู้แข็งแกร่งมากมายที่ตกตายลงเพราะไม่เชื่อความรู้สึกตนเอง


       ‘หรือว่าฉันคิดไปเอง?’ นิวลินใช้สัมผัสตรวจดูอยู่หลายรอบทว่าก็พบแต่สิ่งไม่มีชีวิต ยังคงไม่มีร่องรอยของสิ่งมีชีวิตเหมือนเดิม เนื่องจากมันใช้สัมผัสตรวจดูหลายรอบแล้ว ไม่มีสิ่งมีชีวิตใดๆนิวลินคิดเลยว่าตัวมันคิดไปเอง นิวลินถอนหายใจจากนั้นจึงรีบเดินออกบริเวณนี้ทันที มันรู้สึกว่าเมื่อครู่ที่มันต่อยต้นไม้ช่างน่าอับอายเหลือเกิน มันใช้พลังไปเต็มที่เพราะคิดว่าต้องมีสิ่งมีชีวิตหลบอยู่หลังต้นไม้แน่นอน แล้วเป็นไงล่ะ? กระทั่งหนูตัวเดียวยังไม่มี!


    ---


       ‘ฟู่วว~ โชคดีที่ฉันแอบหลังต้นไม้ต้นนี้ไม่งั้นฉันคงตัวระเบิดตายแน่’ สายฝนเช็ดเหงือบนใบหน้าด้วยมือ หากไม่กี่วินาทีก่อนเขาเลือกหลบซ่อนผิดที่ชีวิตน้อยๆของเขาจะต้องจบสิ้นโดยไม่รู้ตัวแน่นอน


       ‘คิดถูกจริงๆที่พาดารินทร์มาดาวดวงนี้ด้วย ถ้าฉันไม่พาเธอมาฉันคงตายไปหลายรอบแล้ว!’ สายฝนคิด หากตอนแรกเขาเลือกที่จะทิ้งดารินทร์ใว้ที่ดาวโลกคงไม่มีสายฝนในตอนนี้ ดาวโอเชี่ยนเซียโคตรอันตราย! มายังไม่ถึงหนึ่งเดือนก็เจอเรื่องอันตรายมากมายขนาดนี้ แล้วถ้าอยู่ดาวนี้เป็นเวลาหนึ่งปีหรือสองปีล่ะ? คงไม่ใช่ว่าเขาจะเจอระดับห้าหรือระดับหกหรอกนะ?


       ‘ฉันควรอยู่ตรงนี้ไปก่อน’ สายฝนพูดในใจ เขาไม่อยากเคลื่อนไหวโดยไม่จำเป็น กลัวว่านิวลินจะได้ยินเสียงเมื่อเขาเคลื่อนไหว


       “เจ้านั่น...” ฮันน่ากัดฟันมองสายฝนด้วยสาตาไม่พอใจ ชายคนนี้จะเข้าไปใกล้เจ้าพวกนั้นเพื่อ? ถ้าพวกมันเจอเขาเข้าก็เท่ากับเจอพวกเธอด้วยจึงไม่แปลกที่ฮันน่าจะโกรธ


       “ฮันน่าอย่าพูดเสียงดังเดี๋ยวพวกมันได้ยิน” โลเวลซึ่งอยู่ใกล้ฮันน่ารีบนำมือของเขาปิดปากเธอ เกรงว่าหากให้เธอพูดต่อไปคงไม่พ้นทำให้พวกนิวลินรู้ตัว


       “อืออือ” ฮันน่าพยายามจะกล่าวออกมาทว่าก็ไม่ประสบผลสำเร็จ วินาทีนั้นเธอพลันรู้สึกตัว เมื่อรู้สึกตัวแล้วฮันน่าก็ปิดปากเงียบทันที การกระทำของเธอมีแต่จะเพิ่มโอกาสโดนเจอตัว อีกอย่างถึงเธอจะด่าสายฝนอีกสองสามชุดเขาก็ไม่รู้สึกใดๆอยู่ดี แล้วเธอจะด่าเขาไปทำไม? ด่าแล้วก็ไม่ได้อะไร?


       ‘เมื่อไหร่ผู้ชายคนนี้จะหายไปซักที?!’ ฮันน่าโวยวายภายในใจ เธอไม่ชอบผู้ชายคนนี้เอาซะเลย แม้หน้าตาจะพอดูดีอยู่บ้างทว่านิสัยของเขาแย่มาก นิสัยเห็นแก่ตัว ไม่สนใจคนอื่น แถมยังโลภมาก


       สิ่งที่ฮันน่าไม่รู้ก็คือนอกจากสายฝนจะโลภมากแล้วเขายังมีความทะเยอทะยานไร้สิ้นสุดอีกด้วย ในเอกภพนี้ไม่เคยมีสิ่งมีชีวิตตนไหนมีความทะเยอทะยานเทียบเท่าชายหนุ่มมนุษย์คนนี้อีกแล้ว เคยมีสิ่งมีชีวิตไหนบ้างมีความคิดอยากเป็นระดับพระเจ้าทั้งๆที่ตนเองอ่อนแอ คำตอบคือไม่มี! มีแค่มนุษย์คนนี้เท่านั้น


       ‘นิสัยแบบนี้นายไม่มีทางหาแฟนได้หรอก!’ อารมณ์ฮันน่ายังไม่ลดลง เธอคิด ฮันน่าไม่เชื่อว่านิสัยแบบสายฝนจะหาแฟนได้ ผู้หญิงคนไหนได้เป็นแฟนกับเขาต้องซวยมากๆแน่ เธอไม่รู้ว่าสายฝนเคยมีแฟนมาก่อนไม่งั้นเธอคงไม่คิดแบบนั้น


       แต่สิ่งที่ฮันน่าคิดก็ไม่ผิดหรอก ห้าปีข้างหน้าด้วยนิสัยของสายฝนแล้วเขายังไม่มีแฟน กระทั่งสิบปีก็ยังไม่มี แม้ในเวลาหลายปีที่ผ่านมาสายฝนจะเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆมากมายและได้เจอกับผู้หญิงมากมายนับไม่ถ้วนทว่าเขากลับไม่สนใจผู้หญิงคนไหนเลย ถึงผู้หญิงจะสวยแค่ไหนสายฝนก็ไม่สนใจ สิ่งเดียวที่เขาสนใจคือการยกระดับเพียงอย่างเดียว เขาต้องการยืนอยู่ระดับเดียวกับพระเจ้า นี่คือความทะเยอทะยานของสายฝน!


       กลับมาต่อกันที่เวลาปัจจุบัน


       “เอาล่ะรีบไปได้แล้ว ยังมีอีกหลายพื้นที่ที่พวกแกยังไม่ได้ไปเก็บศิลาท้องทะเลไม่ใช่เหรอ?” นิวลินกล่าวเสียงดังและเดินจากไป เหล่าลูกน้องที่ได้ยินต่างไม่กล้าขัดคำสั่ง รีบเดินตามท่านนิวลินของพวกมันไปทันที


       ‘เฮ้ออ~ ไปได้ซักที’ สายฝนถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกเมื่อเห็นนิวลินและเหล่าลูกน้องเดินออกนอกระยะสายตาเขา เวลาพวกนั้นอยู่ใกล้สายฝนแทบไม่กล้าหายใจ เขากลัวว่าจะโดนจับได้ สายฝนไม่ได้กลัวนิวลิน เขาแค่กลัวเสียหลักประกันไปเท่านั้น มันยิ่งเหลือน้อยๆอยู่


       หลังจากถอนหายใจสายฝนก็เดินช้าๆไปหาพวกโลเวล เขาไม่สนใจฮันน่าที่ส่งสายตาไม่พอใจมาทางเขา สายฝนเดินไปหาสาวน้อยดารินทร์ เขาหยิบบางอย่างออกมาจากกระเป๋าเป้และเอามันให้กับดารินทร์


       “อะไรเหรอคะ?” สาวน้อยรับของจากสายฝนมาด้วยความงงงวย เธอไม่เข้าใจว่าสายฝนเอาอะไรมาให้เธอ สายฝนยิ้มเมื่อเห็นท่าทางของสาวน้อย ตัวเขาถ้าไม่ใช้โทรศัพท์เทพเจ้าก็คงไม่รู้ว่ามันคืออะไร


       “สิ่งนี้คือผลึกสื่อสาร เธอลองหยดเลือดลงไปที่มันสิ” สายฝนพูดพลางหยิบผลึกสือสารขึ้นมาอีกอัน เขากัดฟันและใช้มีดหั่นผลไม้ของราชันย์กรีดปลายนิ้ว ถึงสายฝนจะเคยได้รับบาดเจ็บมากกว่านี้มาก่อนแล้วแต่ความเจ็บปวดก็คือความเจ็บปวดอยู่ดี สายฝนเป็นคนธรรมดา เขาย่อมไม่ชอบความเจ็บปวดทรมาน


       ใบมีดกรีดปลายนิ้วสายฝนอย่างง่ายดาย เลือดไหลรินออกมา มันหยดลงใส่ผลึกสือสารสีขาวคล้ายแก้วตามแรงโน้มถ่วง เมื่อเลือดสายฝนหยดใส่ผลึกสือสารก็รีบดูดซับเลือดเข้าไป มันยังเป็นสีขาวดั่งเดิมไม่มีสิ่งใดเปลี่ยนแปลง


       “เดี๋ยวก่อนนะคะ ทำไมคุณถึงให้สิ่งนี้กับหนูล่ะ?” สาวน้อยเอะใจ เธอถามสายฝนด้วยความสงสัย


       “ที่ฉันให้เธอไปเพราะพวกเราจะได้สื่อสารกันได้ถ้ามีปัญหาอะไร ฉันคงต้องแยกจากเธอไปหลายวันหรือกระทั่งหลายเดือน อย่าถามว่าฉันไปทำไม ฉันบอกได้แค่ว่าฉันจำเป็นต้องไปทำธุระส่วนตัว” สายฝนกล่าว เขาเองก็ไม่คิดเช่นกันว่าต้องแยกจากดารินทร์เร็วขนาดนี้ ทีแรกเขาตั้งใจว่าจะแยกตัวออกจากสาวน้อยตอนถึงเมืองขั้นที่หนึ่ง ทว่าดันเจอเบาะแสวิธีรักษาวิญญาณบกพร่องซะก่อนสายฝนจึงต้องเปลี่ยนแผน


    ---


    จบบทที่ 51 ก่อนแยกจาก

       


    คล้ายกับเรื่องประตูเส้นทางโบราณ ที่คุณอ่าน