อย่างนายเหรอบอดี้การ์ด

    อย่างนายเหรอบอดี้การ์ด__39_การต่อสู้ในห้องประชุม

    ชายที่เข้ามาทั้ง 4 คนก่อความวุ่นวายเสียงดังสนั่น ดึงดูดความสนใจของทุกคนที่อยู่ภายในห้องประชุมนี้

    ผู้ที่บุกเข้ามานั้นน่าจะมีฝีมือพอตัว นี่คือความคิดแรกที่ผุดออกมาในหัวของทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย หัวใจของพวกเขาเต้นแรง หลิวต้าขุย กลับมาล้างแค้นแล้ว!

    “นั่นมัน เหรินคุน ไม่ใช่เหรอ?”

    ลูกเศรษฐีบางคนรู้จักกับ เหรินคุน ก็นึกแปลกใจว่าเขามาทำอะไรที่นี่ คงไม่ใช่ว่ามาสมัครเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยหรอกนะ? ไม่สิ ดูจากสถานการณ์แล้วเหมือนว่าจะมาก่อความวุ่นวายซะมากกว่า!

    “เซียวเฉิน ไสหัวออกมาซะ ฉันมาจัดการกับตัวปัญหาอย่างแกแล้ว!” เหรินคุณ ชี้ไปที่ เซียวเฉิน ซึ่งกำลังนั่งอยู่กลางห้องประชุม แล้วเอ่ยพูดเข้าประเด็นในทันที!

    เมื่อคำพูดนี้หลุดออกมา ผู้ชมโดยรอบพลันรู้สึกประหลาดใจ เขามาหาเรื่องจริง ๆ ซะด้วย!

    เมื่อเห็นเหตุการณ์ ชิวต๋าซือ และพรรคพวกก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้น เหรินคุน มีความแค้นกับ ไอ้เวรเซียวเฉิน งั้นเหรอ? พวกเขาแค่จับตาดูความครื้นเครงนี้อย่างเดียวก็พอแล้ว ไว้มีโอกาสจะได้จัดการกับลูกหมาที่ตกน้ำตัวนี้ซะ!

    เมื่อเซียวเฉิน มองกวาดผ่าน เหรินคุน และ หลิวต้าขุย ในใจนึกสงสัย ทั้ง 2 คนนี้มารวมตัวกันได้ยังไง? หลิวต้าขุย ควรจะอยู่กับแก๊งอินทรีไม่ใช่งั้นหรือ?

    แต่ว่าสงสัยไปก็เท่านั้น เขาไม่ได้รู้สึกหวาดกลัว พวกมันทั้งสองก็แค่พวกขี้แพ้เท่านั้นเอง จะทำอะไรได้?

    สิ่งเดียวที่ดึงดูดความสนใจของเขา นั่นก็คือชายวัยกลางคน 2 คนที่ยืนอยู่ด้านหลังของ เหรินคุน เขาสัมผัสได้ว่าทั้ง 2 คนคือยอดฝีมือ ยิ่งกว่านั้นน่าจะมีฝีมืออยู่ในขั้นสูง!

    “ฮ่าๆๆ มาหาเรื่องงั้นซินะ? แกยังไม่หายเจ็บหน้าเลยนี่?” เซียวเฉิน ค่อย ๆ ลุกยืนขึ้น ใบหน้าเขาเหยียดยิ้มดูถูกอย่างเห็นได้ชัด

    เมื่อ เหรินคุน ได้ยินคำพูดนี้ ก็นึกไปถึงเหตุการณ์ที่ถูกตบหน้า “หนอย แกหาที่ตายละ! รอก่อนเถอะ ฉันจะทำให้แกต้องคุกเข่าอ้อนวอนต่อหน้าฉัน!”

    “ใช่แล้ว!” หลิวต้าขุย ก้าวมาข้างหน้า ใช้สายตาที่เคียดแค้นจ้องมอง เซียวเฉิน “เซียวเฉิน วันนี้แกต้องไม่ตายดีแน่ ถ้ารู้ตัวก็รีบลงมาคุกเข่าขอขมาต่อหน้า เหรินคุน ซะ ไม่อย่างงั้น...”

    “หลิวต้าขุย แกกลายเป็นสุนัขคอยเลียแข้งเลียขา เหรินคุนตั้งแต่เมื่อไหร่?” เซียวเฉิน เอ่ยแทรกโดยไม่รอให้ หลิวต้าขุย ได้พูดจบ

    “เซียวเฉิน ไอ้เศษสวะ ฉันกับ เหรินคุน แค่มีศัตรูคนเดียวกันเท่านั้น! ฉันรู้ว่าแกเป็นยอดฝีมือขั้น 1 แต่ไม่สำคัญหรอก? ต่อให้แกเป็นยอดฝีมือขั้นสูง แต่วันนี้แกจะต้องมาคุกเข่าอ้อนวอนฉัน...”

    ได้ฟังอย่างนั่นเซียวเฉิน เลิกคิ้วขึ้น แล้วชี้ไปที่ชายวัยกลางคนที่อยู่ด้านหลังของ เหรินคุน “ด้วยการพึ่งเจ้าพวกนี้?”

    “ใช่แล้ว ก็แค่พึ่งพวกเขา!” เหรินคุน พยักหน้า “ทั้งสอง คนเป็นยอดฝีมือชั้นหนึ่ง พวกเขารุมแกคนเดียว คิดว่าวันนี้แกจะหนีรอดไปได้รึไง?!”

    เมื่อสิ้นเสียง เหรินคุน ชายวัยกลางคนทั้ง 2 ปลดปล่อยแรงหมัดออกมา ทำให้ลูกเศรษฐีทั้งหลายที่อยู่ในนี้หน้าถอดสี นี่เป็นความรู้สึกของแรงหมัดอันหนักอึ้ง!

    ด้านเซียวเฉิน แสดงท่าทางเย็นชา คิดว่าการพายอดฝีมือมาด้วยแล้วจะทำตัวลำพองได้?

    “เซียวเฉิน ฉันจะให้โอกาสแกอีกครั้ง ถ้าแกยอมคุกเข่าและก้มหัวให้ฉัน 3 ที บางทีฉันอาจจะปล่อยแกไปก็ได้! ไม่อย่างนั้น ฉันจะหักขาทั้ง 2 ข้างของแกก่อน จากนั้นก็จะทำให้แกต้องหมอบคลานมาอยู่ต่อหน้าฉัน!”

    เหรินคุน รู้สึกเพลิดเพลินกับการเหยียบย่ำคนอื่นต่อหน้าผู้คนมากมาย มันแอบคิดในใจว่า หลิวต้าขุย ช่างเลือกวันลงมือได้เหมาะเหม็งจริง ๆ !

    “และก็คุกเข่าต่อหน้าฉันด้วย แกต้องคุกเข่าแล้วยอมรับความผิด จากนั้นก็ไสหัวออกไปจากบริษัทนี้ซะ!”

    หลิวต้าขุย เอ่ยด้วยความหยิ่งผยอง รู้สึกเบิกบานใจอย่างถึงที่สุด!

    แต่เดิมมันคิดยืมมือคนของแก๊งอินทรีจัดการกับ เซียวเฉิน แต่ไม่คิดว่าแก๊งอินทรีจะเกิดความขัดแย้งภายในขึ้น จึงไม่สามารถพึ่งพาได้!

    เมื่อได้ยินว่าวันนี้จะมีการรับสมัครเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยขึ้นที่บริษัท จึงทนต่อไปไม่ไหว วิ่งไปหา เหรินคุน หลังจากที่ปรึกษาหารือกันเสร็จสรรพ ก็ตัดสินใจจะจัดการ เซียวเฉิน ต่อหน้าสาธารณชนจากนั้นก็ไล่เขาออกไปจากบริษัทนี้!

    ดังนั้นที่พวกมันมาในวันนี้ ก็มาเพื่อแสดงอำนาจ!

    “ฮ่าๆๆๆ จะทำให้ฉันคุกเข่า? จะหักขาของฉันงั้นเหรอ?” เซียวเฉิน กลับหัวเราะออกมา แต่ว่าดวงตาของเขาแวบขึ้นด้วยความเย็นชาแล้วตอบกลับไปว่า “ฉันไม่ได้ฟังคำพูดแบบนี้มานานแล้ว!”

    “คุณเหริน จัดการเจ้านี่ ให้ผมด้วย!” ทันใดนั้น ชิวต๋าซือ ก็ตะโกนขึ้น ก้าวออกมาจากมุมห้อง ใบหน้าเต็มไปด้วยความแค้น

    เหรินคุน หันไปมองตามเสียงแล้วเห็น ชิวต๋าซือ “คุณชิว คุณมาทำอะไรที่นี่?”

    “ผะ...ผมมาที่นี่เพื่อมาไล่จีบสาว! อย่าเพิ่งพูดถึงเรื่องนี้เลย ไว้จัดการกับเจ้านี่ก่อน จัดการมันให้จมดินไปเลย!”

    “นายก็มีความแค้นกับ มันเหรอ?”

    “ไม่ใช่แค่นายน้อยชิวเท่านั้นที่มีความแค้นกับมัน พวกเราต่างก็มีความแค้นกับมันด้วย” เหล่าลูกเศรษฐีมากมายก้าวออกมา เซียวเฉิน ไม่ปล่อยให้พวกเขาเข้ามาที่บริษัทเพื่อจีบสาว ทำให้พวกเขาแต่ละคนรู้สึกเกลียดชัง เซียวเฉิน มาก

    “หึ เซียวเฉิน แกไปสร้างความแค้นกับคนอื่นไว้เยอะเลยนะ?” เหรินคุน มองเห็นลูกเศรษฐีพวกนี้ก็รู้สึกประหลาดใจ และพูดหยอกล้อออกมา

    ด้านหลิวต้าขุย รู้สึกเบิกบานใจยิ่งกว่าเดิม เจ้านี่มาที่หลงไห่เพียงแค่ไม่กี่วัน ก็สร้างความขัดแย้งกับผู้คนได้มากมายถึงขนาดนี้ ต่อให้วันนี้ไม่ตาย ก็หนีไปไหนไม่รอดแล้ว!

    “เอาละ อย่ามัวแต่พูดเรื่องไร้สาระอยู่เลย ฉันจะจัดการกับพวกแก แล้วการสัมภาษณ์จะได้เริ่มต่อสักที!” เซียวเฉิน ค่อย ๆ ก้าวออกมาจากโต๊ะ มองไปที่กลุ่มของ เหรินคุน แล้วเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูเบื่อหน่าย

    “เหมือนว่าคนอย่างแกจะไม่เห็นโลงศพ ไม่หลั่งน้ำตา? ดี วันนี้จะทำให้แกได้รู้ ว่าฉันคนนี้แซ่ เหริน สามารถทำทุกอย่างได้ตามอำเภอใจ!” เหรินคุน ชี้นิ้วไปที่ เซียวเฉิน และตะโกนเสียงดัง

    คนอื่นอาจจะไม่เข้าใจคำพูดของเหรินคุนนัก แต่ เซียวเฉินเข้าใจดี ในวันนั้นที่เขาตบหน้า เหรินคุน เขาพูดว่า ‘อย่าคิดว่าตัวเองแซ่เหรินแล้วจะสามารถทำตามอำเภอใจได้ ’ เหมือนว่าเขาจะเก็บความแค้นนี้เอาไว้ และจดจำประโยคนี้ได้เป็นอย่างดี!

    “พี่จุน พี่เป้า พวกพี่จัดการมันให้ฉันที!” เหรินคุน ที่ชี้นิ้วไปที่ เซียวเฉิน เอ่ยบอกให้ชายวัยกลางคนทั้งสอง มุ่งหน้าโจมตีเข้าไป

    “แค่เด็กคนดียว ฉันคนเดียวก็พอแล้ว” ชายวัยกลางคนที่ถูกเรียกว่า ‘พี่เป้า’มองไปที่ เซียวเฉิน แล้วเอ่ยเหยียดหยามออกมา

    “ฮ่าๆๆ มา เข้ามาให้ฉันเก็บกวาดซะดี ๆ ” แม้ว่า เซียวเฉิน จะหัวเราะ ทว่าความเย็นชาในแววตาของเขายิ่งเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ เขาเพิ่งจะมาที่หลงไห่เมื่อไม่กี่วันก่อน ยังไม่สามารถทำความเข้าใจเกี่ยวกับจดหมายข่มขู่และเครื่องดักฟังได้ บอกเลยว่าตอนนี้อย่าได้มองเพียงแค่สิ่งที่เขาแสดงออกภายนอก เพราะตอนนี้ในหัวใจของเขาเต็มไปด้วยไฟแห่งความโกรธเกรี้ยว!

    ตอนนี้เขาคิดที่จะระบายมันออกมา! แม้ว่ามันจะไม่เท่ากับการที่ได้ระบายกับพวกสาวงาม แต่ว่าการตบตีกับพวกมันก็พอจะแก้ขัดไปได้!

    “พี่เฉิน ใครจะมาจัดการพี่งั้นเหรอ?” ทันใดนั้น เสียงของ หลี่หานโฮ่ว ก็ดังขึ้นจากตรงประตูห้องประชุม จากนั้นเป็นเสียงก้าวเท้าเข้ามา ร่างใหญ่โตค่อย ๆ ปรากฏสู่สายตาของทุกคนภายในห้อง

    เมื่อ เซียวเฉิน ได้ยินเสียงนี้ เขาก็ลอบยิ้มในใจ คนที่อยู่ภายในห้องประชุม ก็เงยหน้ามองผู้ที่เข้ามา นี่มันยักษ์ที่ไหนกัน? ตัวเขาจะใหญ่ไปไหนเนี่ย?

    “แกเองหรอ ที่คิดจะจัดการกับพี่เฉินของฉัน?” หลี่หานโฮ่ว ก้าวเท้าเข้ามา โดยไม่สนใจสายตาที่รุมล้อมตนเอง เขาเดินมาหยุดอยู่ที่ด้านหน้าของ พี่เป้า จากนั้นก็ก้มมองลงมาพร้อมกับถามขึ้น

    ร่างกายของพี่เป้ามีความสูงประมาณ 180 เซนติเมตร แต่เมื่ออยู่ต่อหน้า หลี่หานโฮ่ว กลับดูเตี้ยกว่า เขาเงยหน้าขึ้นสีหน้าประกายขึ้นด้วยความเย็นชา “แกเป็นตัวอะไร? ไสหัวออกไปซะ!”

    “คิดจะจัดการกับพี่เฉินหรอ บอกให้ฉันไสหัวไป งั้นลองกินหมัดของฉัน ต้าหาน ดูสักหมัดเป็นไง!”หลี่หานโฮ่ว บ่นพึมพำ จากนั้นยกหมัดขึ้นฟ้าแล้วทุบลงมาใส่พี่เป้า

    “รนหาที่ตาย!” พี่เป้าแสดงท่าทางเย็นชายิ่งกว่าเดิมและปล่อยหมัดออกไปอย่างรวดเร็ว

    ปัง!

    หมัดของทั้งคู่ปะทะกัน ใบหน้าของพี่เป้าแสดงความเจ็บปวด ไม่สามารถควบคุมร่างกายตัวเองจนต้องล่าถอยกลับไป!

    เหตุการณ์เบื้องหน้าทำให้ลูกเศรษฐีทั้งหลายต้องหน้าเปลี่ยนสี แม้ว่าจะไม่ใช่คนเก่งกาจ ก็สามารถมองออกว่าใครเป็นคนที่แข็งแกร่งกว่า!

    โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หลิวต้าขุย ดวงตาเบิกโพลง เจ้ายักษ์คนนี้เป็นใครกัน? ทำไมถึงแข็งแกร่งขนาดนี้?

    “แม่ฉันบอกว่า ถ้าฉันยังไม่ตาย พี่เฉินก็ห้ามได้รับบาดเจ็บ แกคิดจะทำร้ายพี่เฉิน งั้นฉันจะจัดการกับแกเอง!” ความสามารถในการต่อสู้ของ หลี่หานโฮ่ว ได้ถูกยกระดับขึ้น กล้ามเนื้อทั้งร่างกายแข็งแกร่งราวกับเหล็กกล้า ร่างของเขา พุ่งเข้าใส่พี่เป้า

    “อาเป้า ระวังตัวด้วย!” ชายวัยกลางคนอีกคนมีสีหน้าเปลี่ยนไป เจ้ายักษ์คนนี้ก็เป็นยอดฝีมือ แม้กระทั่งความสามารถในด้านการต่อสู้ก็ไม่ได้ด้อยกว่าพวกเขาเลย!

    “แก!” พี่เป้าแผดเสียงคำราม เขาหันกายหลบหมัดของ หลี่หานโฮ่ว และเริ่มสวนการโจมตีกลับไปอย่างดุเดือด

    แต่ทว่าการสวนกลับ เมื่อต้องพบเจอกับการโจมตีของ หลี่หานโฮ่ว เขาก็ดูราวกับไม่มีพลังอะไรเลย!

    เมื่อได้เห็นการต่อสู้ระหว่างทั้งสองคน เซียวเฉิน กลับไม่ได้เคลื่อนไหวอะไร เขาเชื่อมั่นในความสามารถของ หลี่หานโฮ่ว แม้ว่าอีกฝ่ายจะเป็นยอดฝีมือขั้นสูงก็ตาม!

    คนที่รายล้อมรวมถึงผู้สมัครเข้ามาเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ต่างเบิกตากว้าง มองดูเหตุการณ์เบื้องหน้า มันน่าตื่นเต้นยิ่งกว่าในหนังอีก! และอีกอย่าง เจ้าเวรนี่คือใครกัน? ทำไมถึงมีร่างกายที่ใหญ่โตราวกับหมีอย่างนี้!

    “เปิดภูเขา!” หลี่หานโฮ่ว แผดเสียงคำราม เหวี่ยงหมัดที่ทรงพลังเข้าหาพี่เป้า

    ผัวะๆๆๆ!

    ด้านพี่เป้าล่าถอยกลับไป 3 ก้าว ใบหน้าซีดเผือด เขาถ่มเลือดออกมาจากปาก

    “ฝีมือแค่นี้ยังคิดจะจัดการกับพี่เฉินเหรอ?” หลี่หานโฮ่ว มองเหยียด และกระแทกกำปั้นเข้าด้วยกัน “กินหมัดของฉันอีกสัก 3 หมัดเป็นไง!”

    “อาเป้า ฉันมาช่วยนายแล้ว!” ชายวัยกลางคนเห็นว่าเพื่อนของตัวเองกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ลำบาก ก็รีบพุ่งเข้าใส่ หลี่หานโฮ่ว และต่อยเข้าไปที่ด้านหลังของเขา

    เซียวเฉิน ขมวดคิ้ว และคิดจะลงมือช่วย แต่ยังไม่ทันที่เขาจะลงมือ พลันได้ยินเสียงคำรามดังกึกก้อง

    “มา เข้ามากันให้หมด !”

    หลี่หานโฮ่ว เตะไปที่พี่เป้า จากนั้นก็ใช้หมุดท่าเท้า ส่งผลให้ร่างของ หลี่หานโฮ่ว บิดหมุนไปอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็อ้าแขนทั้งสองข้าง แล้วรัวหมัด ร่างกายเปลี่ยนเป็นกังหันลมหมุนควงไปยังคนที่ลอบโจมตีมา!

    ตูม!

    ชายวัยกลางคน ล่าถอยกลับไป แขนทั้งสองข้างชาหนึบ ในใจสั่นสะท้าน เจ้ายักษ์นี่ทำไมแข็งแกร่งขนาดนี้!

    “ต้าจุน นายจัดการข้างหน้าฉันจะรับมือข้างหลังเอง!” สีหน้าของพี่เป้าเคียดแค้น เดิมทีพวกเขามาที่นี่เพื่อสร้างความวุ่นวาย แต่ทว่าตอนนี้พวกเขายังไม่อาจจะจัดการ เซียวเฉิน ได้ ทั้งยังต้องถูกเจ้ายักษ์โง่นี่จัดการซะเอง!

    “ตกลง!” ชายวัยกลางคนพยักหน้า และทำการจู่โจมด้านหน้าและด้านหลังพร้อมกันกับพี่เป้า

    ผัวะๆๆ!

    ภายใต้การโจมตีปิดล้อม หลี่หานโฮ่ว ก็ยังไม่ตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ เพลงหมัดปาจี๋ก่อให้เกิดความได้เปรียบ บางครั้งยังใช้ฝ่ามือพีกว้าเพื่อทำให้สามารถรับมือกับการโจมตีรอบด้านได้!

    “หมัดปาจี๋ ฝ่ามือพีกว้า...”

    ดวงตา หลิวต้าขุย หดตัว เขานึกย้อนไปถึงคำกล่าวที่บอกว่า ‘ปาจี๋ผนวกรวมกับพีกว้าแม้แต่เทพมารยังต้องสะท้านกลัว’ เขารอไม่ได้แล้ว ถ้าเจ้ายักษ์โง่นี่ชนะ แล้วเขาจะล้างแค้นได้ยังไง?”

    เมื่อคิดถึงตรงนี้ จึงตะโกนออกไป “ฉันมาช่วยพวกนายแล้ว!” เมื่อสิ้นเสียง ก็พุ่งทะยานเข้าใส่ หลี่หานโฮ่ว

    “รนหาที่ตาย!” แววตาของ เซียวเฉิน กลับเย็นชา จากนั้นร่างของเขาก็ปรากฏอยู่เบื้องหน้า หลิวต้าขุย ภายในเสี้ยวพริบตา

    ปั่ก!

    เซียวเฉิน เตะเข้าไปที่ท้องน้อยของหลีต้าขุย อีกฝ่ายร้องออกมาอย่างเจ็บปวด และปลิวกระเด็นกลับไป

    “ต้าหาน ปล่อยเป็นหน้าที่ฉันเอง!” เซียวเฉิน มองดูแล้ว แม้ว่า หลี่หานโฮ่ว จะไม่ตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ แต่การจะชนะยอดฝีมือทั้งคู่ก็คงเป็นไปไม่ได้ เขาจึงไม่อยากจะเสียเวลาอีก พุ่งเข้าไปเพื่อจบการต่อสู้นี้!

    “ได้!” หลี่หานโฮ่ว พยักหน้า ระเบิดกำปั้นต่อยออกไป จากนั้นก็ล่าถอยออกมาจากการต่อสู้

    “อยากจะจัดการฉัน ก็ต้องดูก่อนว่าพวกแกมีความสามารถพอไหม!”

    สิ้นเสียง เซียวเฉิน พลังหมัดอันแข็งแกร่งพลันถูกปล่อยออกมา กวาดผ่านไปทั่วทุกที่

    เมื่อยอดฝีมือทั้งสองคนเผชิญหน้ากับหมัดนี้ สีหน้าของพวกเขาพลันเปลี่ยนไปและต้อง อ้าปากด้วยความประหลาดใจ “ปรมาจารย์...ยุทธ!”

    คล้ายกับเรื่องอย่างนายเหรอบอดี้การ์ด ที่คุณอ่าน