เกษียณทหารแล้วไปทำฟาร์มที่ต่างโลก

    บทที่ 65

    แสงแดดยามบ่ายที่สาดลงมา ทำให้ชายสองคนที่กำลังขนลังไม้ที่บรรจุผลผลิตจนเต็มขึ้นเกวียน ต้องยกมือขึ้นปาดเหงื่ออยู่หลายครั้ง ในที่สุดก็ยกของขึ้นเกวียนจนครบ “เดินทางปลอดภัยนะครับ ท่านภาม” อลันเอ่ยลา เมื่อเห็นภามกระโดดขึ้นเกวียน และนั่งประจำตำแหน่งคนขับเกวียนเรียบร้อยแล้ว“อืม แล้วเจอกันตอนเย็น หากพวกเจ้าเพาะเมล็ดเสร็จแล้วก็พักได้เลยนะ วันนี้ยังไม่ต้องขุดคลองต่อก็ได้” ภามกำชับสั่งงานอีกครั้ง ก่อนจะกระตุกบังเหียนบังคับเกวียนตรงเข้าสู่เขตตัวป่า ภามขับเกวียนผ่านบริเวณป่าลึก ส่วนที่มักจะพบกับเจ้ามอนสเตอร์ดุร้ายร่างยักษ์ แต่สองสามครั้งล่าสุดที่เขาขับเกวียนผ่านบริเวณนี้กลับไม่ได้พบกับมันเลย เขาไม่รู้ว่ามันเป็นมอนสเตอร์ชื่อว่าอะไร ยิ่งไม่รู้จักพื้นนิสัยของมัน จึงไม่รู้ว่าที่มันหายหน้าไปช่วงนี้เป็นเพราะอะไร คงไม่ใช่มีช่วงจำศีลหรอกนะ แต่คิดมากไปก็ไม่มีคำตอบ เมื่อเกวียนขับผ่านบริเวณป่าลึก ต้นไม้เบาบางลง แสงลอดผ่านลงมาบนพื้นป่าได้อีกครั้ง ทำให้ภามเลิกสนใจเรื่องมอนสเตอร์ตัวนั้น กลับมาสนใจทิวทัศน์รอบตัวต่อ เมื่อภามขับเกวียนมาจนถึงที่นัดหมาย ก็พบว่าคนงานของฮาคิมมารออยู่ก่อนแล้ว เมื่อจอดรถม้าทั้งสองจึงช่วยกันขนย้ายผลผลิตจากเกวียนของภามไปไว้ที่เกวียนของคนงานตรงหน้า คนงานคนนั้นนับ และตรวจสอบผลผลิตทั้งหมด ก่อนจะยื่นเงิน 8 เหรียญทองมาให้ ภามโยนถุงเหรียญในมือเล่นอย่างอารมณ์ดี ขณะที่อีกมือก็กุมบังเหียนบังคับม้าไปตามทิศทางกลับบ้าน จนเมื่อใกล้ออกจากตัวป่า สู่เขตหุบเขาของบ้าน ภามจึงเก็บถุงเหรียญลงกระเป๋ากางเกง กระตุกบังเหียนอีกครั้ง เพิ่มความเร็วของฝีเท้าม้ามุ่งสู่บริเวณบ้าน หลังจากเก็บเกวียน ปล่อยม้าเข้าคอกแล้ว ภามก็สังเกตุเห็นว่าด้านนอกไม่มีใครอยู่แล้ว จึงคาดว่าทุกคนน่าจะอยู่ในบ้านกันหมด ภามจึงเดินตามเข้าไปในบ้าน “ท่านภามกลับมาแล้ว นั่งก่อนขอรับ แอนเน่ไปเอาน้ำมาให้ท่านภามสิลูก” อลันกล่าวทักทันทีที่เห็นภามเดินเข้ามาในห้องนั่งเล่น ก่อนจะหันไปสั่งลูกสาว“เจ้าค่ะ” แอนเน่ตอบรับพร้อมกับรีบลุกขึ้นทันที“น้าเมมี่ล่ะ” ภามถามขึ้น พร้อมกับนั่งลงบนโซฟาที่ว่างอยู่“เตรียมอาหารอยู่ในครัวขอรับ” อลันตอบ“อืม” ภามส่งเสียงตอบรับในลำคอ ภามทิ้งตัวลงกับโซฟา ปล่อยตัวตามสบาย ความเย็นจากจากแอร์ช่วยคลายความเหนื่อยล้าไปได้ไม่น้อย เขาหลับตาลงพักสายตา อลันเองก็ไม่ได้กล่าวชวนคุยอะไรต่อ ปล่อยให้เจ้านายได้พักผ่อนเงียบๆ นั่งพักสายตาไปได้สักพักจนเกือบจะเคลิ้มหลับไป กลิ่นอาหารก็ลอยมา ทำให้ภามค่อยๆ ขยับเปลือกตามองไปที่ประตูห้อง จึงเห็นเมมี่กับเด็กๆ ช่วยกันยกอาหารเข้ามาในห้อง “พรุ่งนี้จริงๆ เป็นวันที่จะให้พวกเจ้าหยุดพัก แต่ข้ามีงานพิเศษอยากให้พวกเจ้าช่วยหน่อย” ภามเกริ่นขึ้น ขณะที่ทุกคนกำลังนั่งล้อมวงกินอาหารตรงหน้า“งานอะไรหรือขอรับ” อลันเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้นขึ้นมาทันที ทุกคนเองก็หันเงยหน้าจากจานอาหารขึ้นมามองไปทางภามอย่างพร้อมเพรียง“ข้าวที่ปลูกไว้ 2,000 ต้น พรุ่งนี้น่าจะเก็บเกี่ยวได้แล้ว”“อ้อ ได้ขอรับ แค่ 2,000 ต้น ช่วยกันไม่นานก็เสร็จแล้ว” อลันตอบรับ หลังจากมื้อเย็น ภามแยกตัวมาอาบน้ำเข้าห้องนอนตามปกติ ก่อนนอนก็จัดการจดรายการรายรับที่ได้มาเพิ่มในวันนี้ลงไปในสมุดจด ตรวจนับเงินจนได้จำนวนครบตามที่จดไว้ จึงวางใจเข้านอนได้ เช้าวันรุ่งขึ้น ภามตื่นเช้ากว่าปกติพอสมควร ดังนั้นเมื่อออกมาจากห้องนอน ภายในบ้านจึงยังเงียบสงบ เนื่องจากยังไม่มีใครตื่น เสียงนกคัลเลอร์เบิร์ดดังลอดมาจากประตูหน้าบ้าน ภามแวะล้างหน้าแปรงฟัน ก่อนจะเดินออกไปที่หน้าบ้านอย่างเงียบๆ หยิบธนูไม้ที่อลันทำเอาไว้สำหรับยิงนกคัลเลอร์เบิร์ดมาจากกล่องข้างๆ กล่องเก็บอุปกรณ์ เมื่อวางลูกธนูลงไปในคันศร เล็งทิศทางไปยังเจ้านกโชคร้ายขนสีเขียวอ่อนตัวอ้วนพี เมื่อปล่อยปลายนิ้วออกจากสายธนู ลูกศรพุ่งตรงไปปักกลางลำตัวคัลเลอร์เบิร์ดตัวเป้าหมายอย่างเเม่นยำ มันล่วงตกลงมาที่พื้นทันที ฝูงคัลเลอร์เบิร์ดที่กำลังแตกตื่นบินหนีกันอย่างกระจัดกระจาย ทำให้ภามที่หยิบลูกธนูขึ้นมาเล็งยิงได้ยากขึ้น แต่ก็ไม่เคยเกินความสามารถนายทหารเก่าแบบเขา ภามยิงคัลเลอร์เบิร์ดตกลงมาจากท้องฟ้าได้อีกสามตัว เมื่อพอใจแล้วนำคันธนูในมือไปเก็บ ก่อนจะเดินไปเก็บคัลเลอร์เบิร์ดสี่ตัวที่ตกอยู่ที่พื้น ภามหิ้วปีกคัลเลอร์เบิร์ดขนสีเขียวอ่อน สีน้ำตาล สีฟ้า และสีเหลืองนวลเข้าไปในบ้าน เมื่อเปิดประตูเข้ามาในห้องนั่งเล่น ก็พบกับอลันที่กำลังจะเดินไปหน้าบ้านพอดี “ข้าไล่พวกคัลเลอร์เบิร์ดไปหมดแล้ว เจ้ารดน้ำแปลงผักได้เลย” ภามบอกพร้อมกับชูคัลเลอร์เบิร์ดในมือให้อลันดู“ขอรับ” อลันตอบรับ ก่อนจะขอตัวเดินออกไปหน้าบ้าน เมื่อเดินเข้ามาในห้องครัวก็พบกับเมมี่ที่กำลังเตรียมอาหารเช้าอยู่ น้ำในหม้อกำลังเดือดปุดๆ ไอร้อนลอยลอดออกมาจากฝากหม้อ ส่งกลิ่นหอมเรียกน้ำย่อยในท้องไม่น้อย “เช้านี้น้าเมมี่ทำอาหารอะไรหรือ” ภามเอ่ยถาม ขณะที่กำลังวางคัลเลอร์เบิร์ดทั้งสี่ตัวไว้ที่ข้างอ่างล้างจาน“ซุปเห็ดเจ้าค่ะ” เมมี่ตอบ“หือ เอาเห็ดมาจากไหนกัน” ภามหันไปถามต่ออย่างแปลกใจ“ครั้งก่อนที่พาเด็กๆไปเล่นน้ำตก ข้าเดินไปเก็บในป่ามาเจ้าค่ะ” เมมี่อธิบาย“อ้อ” ภามพยักหน้ารับรู้ ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยความเป็นห่วง “ยังไงเข้าป่าก็ระวังด้วย อย่าเข้าไปลึกนักล่ะ”“เจ้าค่ะ”“คัลเลอร์เบิร์ดพวกนี้ถอนขน แร่เนื้อแล้วเก็บไว้ในตู้เย็นนะ เดี๋ยวเที่ยงนี้ข้าลงมือทำอาหารให้เอง” ภามพูดต่อ พร้อมกับชี้ไปทางคัลเลอร์เบิร์ดสี่ตัวที่วางอยู่ข้างอ่างล้างจาน“เจ้าค่ะ” เมมี่ตอบรับ น้ำเสียงฟังดูตื่นเต้นขึ้นเล็กน้อย หลังจากกำชับเรื่องต่างๆ กับเมมี่เรียบร้อย ภามก็เดินกลับเข้าไปเอาถุงใส่เหรียญในห้องนอน ก่อนจะเดินออกมา ตรงไปทางประตูหลังบ้าน ไม่ได้ก้าวออกไป แต่หันไปเปิดประตูฝั่งซ้ายมือ และก้าวเข้าไปในห้องนั้นแทน “สวัสดีค่ะคุณภาม วันนี้ต้องการเลือกซื้ออะไรดีคะ” เสียงทักทายดังขึ้นหลังจากประตูห้องปิดลง“สวัสดีครับคุณฟ้า วันนี้ผมอยากมาดูว่าจะปลดล็อคโซนอาหาร และเครื่องปรุงเพิ่มต้องใช้อะไรบ้าง” ภามตอบ“คุณภามต้องการให้ตรวจสอบให้ หรือจะเดินไปดูเองดีคะ” ฟ้าถามขึ้นอีกครั้ง“เอ่อ... งั้นรบกวนคุณฟ้าตรวจสอบให้หน่อยครับ” ในเมื่อมีเป้าหมายชัดเจน และฟ้าสามารถตรวจสอบให้ได้ ก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเดินไปดูเอง“ปลดล็อคโซนอาหาร และเครื่องปรุง ต้องใช้หัวไชเท้า แครอท บีทรูท กะหล่ำปลี ผักกาดข้าว และคะน้า ทั้งหมด 6 ชนิด ชนิดละ 100 หัว ค่ะ”“แล้วถ้าใช้เงินปลดล็อคล่ะครับ ต้องใช้เท่าไหร่ ภามถามเพิ่ม“...หากต้องการใช้เงินในการปลดล็อคโซนอาหาร และเครื่องปรุงต้องใช้เงิน 76 เหรียญเงิน กับ 50 เหรียญทองแดงค่ะ” ฟ้าเงียบไปสักพักก่อนจะแจ้งข้อมูลที่ภามต้องการทราบ

    คล้ายกับเรื่องเกษียณทหารแล้วไปทำฟาร์มที่ต่างโลก ที่คุณอ่าน