เถียนชง เขาที่ใบหน้ามืดครึ้ม ฉุนเฉียวเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เห็นท่าทีอ้อย อิ่งไม่รีบร้อนของหลางเทียน มันก็ยิ่งทำให้เขาเดือดดาลเป็นโทสะ อยากจะหาที่ระบายขึ้นมาทันใด เมื่อฝีเท้าเขาพุ่งปราด เตรียมไปซ้อมเจ้าหลางเทียน ให้หายเจ็บแค้น
สายตาเขาเล็งไปที่ขาเด็กหนุ่ม แล้วกระแทกลงไปทันใด หมายจะหักขาเด็กหนุ่ม ทว่าใครจะไปคาดคิด เมื่อความเจ็บปวด กลับกลายเป็นที่ขาของเขาเอง
เมื่อเสียง เป้ง!!! ดังออกมาหนักแน่น พร้อมขาของเขาที่สั่นไหว ‘เหตุใดไอ้เด็กเวรนี่ ถึงกายา แข็งขนาดนี้’
หลางเทียนที่แอบขับเคลื่อนวิชาหลอมกลืนกิน เปลี่ยนช่วงขาตนเองให้เป็นเหล็กสำริด ในเสี้ยวขณะเล่นละครตบตา เข่าทรุดลงกระแทกกับพื้นทันใด ปัง!!
“พี่ชาย ได้โปรดอย่าทำร้ายข้า”
พร้อมฝ่ามือหลางเทียน เอื้อมไปจับคว้าข้อมือของ เถียนชง ไว้แน่น มาพร้อมเสียงบีบรัดฝ่ามือ ที่ดังออกมาน้อยๆ ราวกับเป็นการอ้อนวอน ภาพนั้นต่างก็ทำให้ผู้มาเยือน กลั้วหัวเราะคลี่ยิ้มออกมากว้าง
ทว่าไม่ใช่สำหรับผู้อาวุโสลำดับ3 หยวนหาญ กับเจ้าเถียนชง ที่ข้อมือราวกับถูกหลางเทียนหัก ความรู้สึกเจ็บปวดแล่นพล่านขึ้นมา จากแรงบีบรัดฝ่ามือที่รุนแรงของหลางเทียน แถมเด็กหนุ่ม ยังดึงสมุนไพรล้ำค่า ภายในแหวนเก็บของมิติอีกฝ่ายไปด้วย
“เจ้า!! เจ้า!!” เถียนชง เขาอยากจะกล่าวสบถด่า ไอ้เด็กเวรนี่ออกมา แต่ก็กลัวจะเสียหน้า
แม้แต่ด้านของเจ้าคฤหาสน์เซียงหยาง เขายังไม่อยากเชื่อว่า เพียงเจ้าหลางเทียนบีบรัดข้อมืออีกฝ่าย จะเป็นฝ่ายไล่กดดันเถียนชง ให้สายตาเผยความหวาดกลัวออกมาได้ ก่อนเขาจะแค่นเสียงออกมา “หลางเทียนเจ้ายังไม่รีบไปเอา หินอุกกาบาตมาอีก”
เด็กหนุ่มได้ยินเช่นนั้น เขารีบลุกพรวดพราดขึ้นมาทันที ครั้นคิดจะสืบฝีเท้า ไปยังห้องฝึกฝนเจ้าคฤหาสน์เซียงหยาง
เถียนชง ชายหนุ่มที่ถอยฝีเท้าล่ะออกห่างจาก หลางเทียนในเสี้ยวพริบตา เขาเอ่ยพูดถามนามอีกฝ่ายขึ้นมาทันใด ที่จับข้อมือของตนเองมีรอยช้ำ ไม่คิดเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเร็วมากเมื่อครู่ จะทำให้เขา รู้สึกหวาดกลัวเด็กหนุ่มผู้นี้ขึ้นมา
“เจ้ามีนามว่าอะไรเจ้าหนู!!” พร้อมริมฝีปากที่กัดกรามของเถียนชง บ่งบอกถึงความไม่พอใจของเขา อยู่ไม่น้อย
“หลางเทียน ข้ามีนามว่าหลางเทียน” ก่อนเด็กหนุ่มจะสืบฝีเท้าออกไป เอาหินอุกกาบาต แวววาว มาส่งมอบให้ผู้อาวุโส3 แต่ผู้คนภายในห้องโถง รู้สึกประหลาดใจไม่น้อย เหตุใดเจ้าเถียนชง ต้องการอยากจะรู้นาม ของไอ้เด็กบ้าหลางเทียนนั้นด้วย
ผู้อาวุโสลำดับ3 หยวนหาญ เขายังรู้สึกไม่พอใจขึ้นมาเล็กๆ เห็นได้ชัดว่า ไอ้เด็กหลางเทียนนั้น มันก็แค่เด็กปลายแถว ไม่ได้อยู่ในสายตาของเจ้าคฤหาสน์เซียงหยาง เสียด้วยซ้ำ
ไม่กี่เสี้ยวอึดใจร่างหลางเทียนก็มายืนเบื้องหน้า หินอุกกาบาตแวววาว ภายใต้ห้องฝึกฝน ของเจ้าคฤหาสน์เซียงหยาง หลางเทียนที่อยากดูดซับ หินอุกกาบาต แวววาว มานานมีหรือเขาจะอดใจไหว เมื่อฝ่ามือหยิบจับหินลักษณะคล้ายหยดน้ำ ขนาดเล็กกว่าฝ่ามือ กายาประหลาดมันก็สูบกลืน ปราณพลังเข้าไปอย่างบ้าคลั่ง พร้อมมองเห็นแกนกลาง ของปราณพลังค่อยๆ หดหายไปอย่างรวดเร็ว
แม้กระทั่งกายาของหลางเทียนยังปรากฏ การหยั่งรู้ห้วงอากาศ กายาเปล่งแสงส่งสัญญาณ การเลื่อนขั้นพลังย่อย เข้าสู่ขอบเขตที่2ออกมา ทว่ามันก็ทำให้กายาเขาสั่นสะท้าน รับรู้ถึงความเจ็บปวดที่แล่นพล่าน ราวกับร่างของเขาจะระเบิด จากพลังที่มากเกินไป จนหลางเทียนต้องหยุดการสูบกลืน กายาประหลาดของเขา เมื่อเห็น หินอุกกาบาต แวววาว แก่นพลังเกิดการปริแตกขึ้นมาเล็กๆ เพียงไม่ถึง100ลมหายใจ
หลางเทียน กล่าวพูดพึมพำออกมาทันใด “เกรงว่าจะดูดซับได้แค่นี้ซินะ” พร้อมเสียงถอนลมหายใจออกมายาว เฮ้อ!! หากไม่ติดต้องเอาหินอุกกาบาต ไปส่งมอบให้ผู้อาวุโส 3 เขาจะดูดซับมันให้หมดเลย
ด้านใจกลางห้องโถงรับรอง เริ่มเกิดความวุ่นวายเล็กๆ เมื่อผ่านไปร่วม100ลมหายใจ เจ้าหลางเทียนก็ยังไม่มา ถงอี้ เขาจึงกล่าวพูดขึ้นมา “ไอ้เจ้าบ้านั้นทำไมไปนานจัง คงไม่ใช่ว่าเจ้านั้นมัน ไม่รู้จักหินอุกกาบาตหรอกนะ”
เสียงแค่นหึ!! ผู้คุมฮุ่ยโจดังขึ้นมาทันที “ถงอี้ แล้วเจ้ารู้หรือ หินก้อนไหน คือหินอุกกาบาตใจกลางแท้จริง เจ้าคงไม่คิดว่าหินอุกกาบาตก้อนใหญ่ จะเป็นแกนกลางของแก่นพลัง หรอกกระมัง” เมื่อฮุ่ยโจ กล่าวพูดเสร็จสิ้น รอยยิ้มเย้ยหยันของเขาก็ผุดพรายขึ้นมาหา เจ้าเด็กเลี้ยงไม่เชื่องทันที
ครั้นเหล่าอนุชนรุ่นเยาว์ได้ยิน เรื่องที่ราวกับเป็นความลับภายในห้องฝึกฝน พวกเขานึกว่าทุกก้อน ภายในห้องฝึกฝน เจ้าคฤหาสน์เซียงหยาง จะเป็นหินอุกกาบาตแท้จริง ทั้งหมดเสียอีก ก่อนทั่วห้องโถง จะเงียบงันลง เมื่อเห็นฝีเท้าหลางเทียน วิ่งเข้ามาภายในห้อง พร้อมหินอุกกาบาตขนาดเล็กในฝ่ามือ สายตาพวกเขา ต่างก็ไม่อยากเชื่อ
“ฮ่าๆ เจ้าเด็กบ้านั้น มันเล่นตลกอะไรของมัน ถึงได้เอาเศษหินอุกกาบาต ชิ้นแค่นี้มามอบให้กับผู้อาวุโส3 หยวนหาญ” ถงอี้ยิ้มเตรียมจะกล่าวพูดอีกครั้ง ทว่าเขาก็ต้องเบิกตากว้างอ้าปากค้าง แม้แต่คนอื่นๆ ก็ไม่มีข้อยกเว้น เมื่อเห็นผู้อาวุโส3 หยวนหาญ ยกฝ่ามือให้พวกเขาหุบปาก สายตามีท่าทีสนใจ หินอุกกาบาต แวววาวที่หลางเทียน ถือมาไม่น้อย
“เจ้ารีบนำมัน มาให้ข้า” ก่อนผู้อาวุโส3 หยวนหาญจะมองหินอุกกาบาต ด้วยรอยยิ้มกว้าง นี่ถือเป็นสิ่งจำเป็นในการหยั่งรู้ห้วงอากาศ ซึ่งมันเหมาะสำหรับเขาพอดิบ พอดี ทว่าเมื่อลูบคลำมันอย่างทะนุถนอม ดอมดมสูดกลิ่นของล้ำค่าให้เต็มปอด เขาก็เอ่ยพูดขึ้นมาทันใด เมื่อได้กลิ่นแปลกๆ
“เหตุใด หินอุกกาบาตชิ้นนี้ มันถึงมีกลิ่นแปลกๆ ชอบกลเล่า”
พวกที่รับรู้ถึงความคิดประหลาด ของเจ้าหลางเทียน พวกเขาถึงกับหน้าเหยเก ลุกลี้ลุกลนไม่คิดว่าเจ้าหลางเทียน จะใจกล้าห่อฟ้าทำเรื่องเช่นนี้ โดยเฉพาะผู้คุมฮุ่ยโจ ที่พาหลางเทียนมา เกรงว่าเจ้าหลางเทียน มันคงจะเลีย หินอุกกาบาต ก่อนจะมาส่งมอบให้ผู้อาวุโส3 หยวนหาญ แน่
หลางเทียนขำแห้งๆ เดินเอาเสื้อไปเช็ด หินอุกกาบาต ในมือผู้อาวุโส3 พร้อมกล่าวพูดพลางอธิบายออกมา “เกรงว่าน่าจะเป็นความอับชื้น ภายในห้องฝึกฝนกระมัง ท่านผู้อาวุโส หยวนหาญ”
คนอื่นๆ ที่รับรู้ ถึงกับลอบแอบขำภายในใจ จวนจะกลั้นสีหน้า พวกเขาไว้ไม่อยู่อีกต่อไป ด้านผู้อาวุโส หยวนหาญ เขาห่างตาสั่นกระตุกขึ้นมาถี่ยิบ เมื่อเห็นรอยยิ้มกว้างเจ้าหลางเทียน อยากจะลากตัวเจ้าเด็กนี่ ไปตบสั่งสอนสักฉาดสองฉาด ทว่าเขาเป็นถึงผู้อาวุโสใหญ่ จะทำเรื่องเช่นนั้นได้อย่างไร เมื่อเห็นสายตาของอนุชนคนอื่นๆ ก่อนสั่งคนของเขาออกเดินทาง ไปจากสถานที่แห่งนี้...