ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

บทที่538 กลับมายังดินแดนร้อยแคว้น

          หลินเฟย ที่มองแผ่นหลังอี้เฉิน เริ่มที่จะฉุกคิดในใจขึ้นมา ว่าตัวนางเริ่มที่จะไม่เหมาะสมที่จะยืนเคียงข้างอี้เฉินอีกต่อไป เมื่อเห็นการเติบโตที่รวดเร็วเกินไปของอี้เฉินในยามนี้ 'นี่หรือคือพลังของผู้เปิดเส้นลมปราณเซียน ในตำนานขึ้นมาได้ ดูถูกเย้ยหยันแม้กระทั่ง ผู้ที่อยู่ในขั้นพลังเดียวกัน'
 

          แต่เมื่อเห็นอี้เฉินพุ่งปราดเข้ามาหาตัวนาง นางจึงเม้มริมฝีปากแดงน้อยไว้แน่น กล่าวพูด ราวกับเป็นเพียงคำพูดทักทาย "เจ้าบาดเจ็บตรงไหนหรือไม่อี้เฉิน"

 


          อี้เฉินส่ายหัวออกมาเล็กน้อย เมื่อเห็นสายตาหลินเฟยตัดพ้อในพลังของตนเองอยู่ไม่น้อย เขาบอกกล่าวตัวนางออกไปในทันใด "เจ้าไม่ต้องเป็นกังวลหลินเฟย ต่อให้ข้ามีพลังมากมาย เป็นราชันผู้ยิ่งใหญ่ ข้าก็ยังเป็นข้า ไม่มีวันที่จะเปลี่ยนแปลงข้อนี้ไปได้"

 


หญิงสาวเม้มริมฝีปากแดงน้อยไว้แน่น เมื่อได้ยินคำมั่นที่อี้เฉินให้คำสัญญา ก่อนจะสลัดเรื่องราวภายในหัวทิ้งไป "ข้าเข้าใจแล้วอี้เฉิน"

 


          "เช่นนั้นเราออกเดินทางกันเถอะ หากกำลังเสริมของคนต่างดินแดนมาเยือนยังสถานที่แห่งนี้ เดี๋ยวจะกลายเป็นเรื่องที่ยุ่งยากเอา" สิ้นคำพูดของอี้เฉิน ฝ่ามือที่มีคราบเลือดแห้งกรังของเขา เอื้อมคว้าหมับจับมือหญิงสาวไว้แน่น ทำให้หลินเฟยนางหน้าแดงน้อยขึ้นมาโดยพลัน ก่อนจะพากัน พุ่งปราดไปยังแท่นบูชายัญ ที่มีประตูลับแอบซ่อนไปยังดินแดนเบื้องล่างในทันใด

 


        ..เวลาไม่นานพวกเขาก็มาถึง แท่นบูชายัญที่ให้ความรู้สึกน่าคร้ามเกรง พร้อมกับหัวของมังกร ที่ถูกโซ่ตรวนตรึงไว้อย่างแน่นหนา ปลดปล่อยความอันตรายออกมาไม่ขาด พร้อมกับกลิ่นอายของยุคสมัยเบิกฟ้า ราวกับหวนคืนกลับสู่ยุคสมัยบรรพกาล

 


          หลินเฟยที่เห็นนางยังตกอกตกใจ กับแท่นบูชายัญ ที่น่าคร้ามเกรงแห่งนี้ เมื่อเข้าใกล้มันก็ราวกับ วิญญาณภายในร่างกรีดร้องถึงความตาย ทว่าเมื่อมีสิ่งมีชีวิตเข้าไปใกล้ พลังของยุคสมัยเบิกฟ้าก็ขับเคลื่อนออกมาอย่างบ้าคลั่ง หัวมังกรขนาดใหญ่ก็แปรเปลี่ยนราวกับมีชีวิตอีกครา สูบกลืนสรรพชีวิตรอบๆ จนหม่นแสง ทว่าด้านบนศีรษะกับมีบานประตูสีทองสลักลวดลาย ลอยเด่นขึ้นมา คุ้นตาพวกเขาทั้งสองเหลือเกิน

 


          หลินเฟยนางไต่ถามอี้เฉินออกไปในทันใด "เจ้าจะฝ่าเข้าไปได้จริงหรืออี้เฉิน" นางรับรู้ว่า สถานที่นี้อันตรายเป็นอย่างยิ่ง ไม่มีความรู้สึกว่านางจะเดินข้ามผ่านมันไปได้เลยแม้แต่น้อย

 


          ทว่าอี้เฉินกลับคลี่ยิ้มออกมากว้าง เมื่อสายเลือดของชิงหลัน ภายในกายของเขาตอบสนองกับ ประตูบานนี้อยู่ไม่ห่าง ทำให้เลือดภายในกาย ของเขาเดือดดาล เรียกหากันและกันอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

 


         ครั้นอี้เฉินนำแผ่นยันต์ ส่งข้อความออกมาถือ เขาบอกกล่าวเรื่องราวของคนดินแดนพุทธถ่ายทอดเข้าไปภายในแผ่นยันต์ในทันใด ก่อนใส่ปราณพลังเข้าไปขับเคลื่อนแผ่นยันต์ให้ทำงาน เสี้ยววินาทีที่มันเรืองแสง แผ่นยันต์ก็ลอยสูงเหนือท้องฟ้า พุ่งปราดกลับไปยังทิศทาง ด่านผาแต้มโลหิตในฉับพลัน

 


ก่อนอี้เฉินจะไต่ถามหญิงสาวข้างกาย "เจ้าพร้อมจะออกเดินทางไกลหรือไม่ น้องหญิง"

 


         หลินเฟยสูดลมหายใจเข้าไปลึก พร้อมกับพยักหน้ารับคำอี้เฉิน อี้เฉินเขาไม่รอช้าเขา สำแดงวิชาคุ้มกันกาย อย่างวิชาหมื่นโลกขึ้นมาปกป้องกายาหลินเฟยในทันใด กันข้อผิดพลาดที่จะเกิดขึ้น ก่อนจะสืบเท้าเข้าไปพร้อมกันอย่างไม่ลังเล

 


         อี้เฉินเขาแทบไม่ได้รับผลกระทบจากแรงสูบกลืนที่บ้าคลั่ง แม้แต่น้อย ผิดกับหลินเฟย หากไม่ได้อยู่ใกล้ตัวอี้เฉินเกรงว่านางได้ อยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากเป็นแน่ ก่อนบานประตูสีทองจะเปิดออกกว้าง ดูดร่างพวกเขาทั้งสอง หายวับจากไปในทันใด

 


****


          ทิศทางด่านผาแต้มโลหิต ครั้นเหล่าผู้อาวุโสชรา รับรู้ถึงการปะทะกัน ครั้งใหญ่ ของผู้สูงส่งก่อนหน้านี้ ทำให้ผู้อาวุโสคุมยอดเขาสวรรค์ มีสีหน้าเคร่งขรึมขึ้นมาไม่น้อย โดยเฉพาะราชินีน้ำแข็ง เสวี่ยชิงหนาน ที่รู้สึกเป็นห่วงหลินเฟยขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ ยิ่งการต่อสู้หยุดลงกะทันหันเช่นนี้ ยิ่งทำให้นางเกิดความกระวนกระวาย ภายในใจขึ้นมาไม่น้อย

 

หลวงจีนชรา เทียนหมิง กล่าวพูดพร้อมกับน้ำเสียงถอนหายใจออกมายาว "อมิตาพุทธ หวังว่าสหายน้อยจะปลอดภัย"

 


         ทันใดผู้อาวุโสทั้งสามที่ประจำการด่านผาแต้มโลหิต กลับต้องหน้าบูดบึ้ง เมื่อเห็นแผ่นยันต์ส่งข้อความลอยมาในทิศทาง แดนนรกสีขาว "เกิดอะไรขึ้นกับอี้เฉินหรือเปล่าในยามนี้" ชายชราคุมยอดเขาสวรรค์ เขากล่าวพูดขึ้นมาด้วยสายตาเป็นกังวล ไม่เว้นแม้แต่ ราชินีน้ำแข็ง เสวี่ยชิงหนาน ยังส่งสายตาไปในทิศทางแดนนรกสีขาว

 


          หลวงจีนชรา เทียนหมิง สีหน้าแววตาของเขา เต็มเปี่ยมไปด้วยความคาดหวัง ครั้นรับแผ่นยันต์ส่งข้อความจากอี้เฉิน มาลอยอยู่ในฝ่ามือของเขาได้ เมื่อได้ยินน้ำเสียงของอี้เฉิน ในไม่กี่ชั่วอึดใจ เขาจึงคลี่ยิ้มบางออกมาได้อีกครา "ดี..ดี ไม่เลว ช่างเป็นช่วงเวลาที่เหมาะเจาะจริงๆ ศิษย์ของข้า"

 


ชายชราคุมยอดเขาสวรรค์ เขากระแอมไอออกมา เขาเองก็อยากจะรู้สถานการณ์เช่นกัน "สถานการณ์ที่อี้เฉินบอกกล่าว เป็นเช่นไรบ้าง"

 


         หลวงจีนชรา เทียนหมิง คลี่ยิ้มออกมากว้างอย่างยินดี "อี้เฉินเขาไม่เป็นอะไรเขายังปลอดภัยดี ไม่ต้องเป็นห่วงเขา ..ส่วนคนแดนพุทธของข้าเหมือนว่า จะได้โชควาสนาก้อนใหญ่ไม่น้อย ไม่คิดสถานที่ลึกลับ อย่างโบราณสถาน ภายในแดนนรกสีขาวจะมี สิ่งสืบทอดของคนแดนพุทธหลบซ่อนอยู่ ฮ่าๆ ช่างโชคดีเหลือเกิน"

 


         ครั้นชายชราคุมยอดเขาสวรรค์ กับราชินีน้ำแข็ง เสวี่ยชิงหนาน ได้ยินเช่นนั้นพวกเขาจึงผ่อนลมหายใจที่หนักอึ้งลง อย่างไรพวกเขาก็ถือว่าเป็นคนเฒ่าคนชรา ที่เกิดมาเห็นโลกยาวนานหลายพันปี จากอายุขัยที่ยาวนาน ของขั้นพลังราชันสวรรค์ จึงรับรู้ว่าคนทวีปมืดน่าคร้ามเกรงถึงเพียงใด โดยเฉพาะเหล่าจักรพรรดิโบราณผู้ไม่ดับสูญ เหล่าราชาอมตะ ขั้นราชันสวรรค์ผู้ไร้พ่าย เข่นฆ่าบรรพชนผู้สูงส่งดินแดนเทพรุ่นก่อน จนแทบสิ้นหลงเหลืออยู่เพียงหยิบมือ มีเพียงดินแดนจักรพรรดิเท่านั้น ที่จะรับมือพวกเขาเหล่านั้นได้

 


****


        อี้เฉิน กับหลินเฟย ที่เข้าไปภายในประตูสีทอง พวกเขาต้องข้ามแม่น้ำที่เชี่ยวกราก ไปอีกฝั่งหนึ่งให้ได้ แต่มันง่ายดายกว่าที่พวกเขาคาดคิดไว้มาก อาจจะด้วยขั้นพลังของพวกเขา ที่สูงมากพอ จนแม่น้ำที่เชี่ยวกราก ไม่เป็นอุปสรรคต่อพวกเขาอีกต่อไป

 


        ทว่าเมื่ออี้เฉินเห็น หลินเฟย นึกถึงยามก่อนที่พวกเขาข้ามผ่าน แม่น้ำที่เชี่ยวกราก แล้วถูกดูดลงไปภายในแม่น้ำ   มันก็ทำให้พวกเขาทั้งสองยิ้มหน้าเจื่อนขึ้นมา โดยเฉพาะหลินเฟย ที่เกือบทำให้พวกเขาทั้งสองต้องผิดใจกัน ใบหน้าของนางจึงแดงน้อยๆ ขึ้นมาด้วยความเขินอาย

 


ผู้พิทักษ์ยมทูต เองก็ไม่มีท่าทีจะทำอันตราย พวกเขาแต่อย่างใด ทำให้ทั้งสองผ่อนลมหายใจไปได้ไม่น้อย

 


        ...ครั้นอี้เฉินข้ามไปอีกฝั่งได้ เขาผลักบานประตูสีทองอีกฝั่งออกอย่างไม่ลังเล พร้อมกับสูดลมหายใจเข้าไปลึก เมื่อจะได้กลับมาเหยียบย่ำยังดินแดนร้อยแคว้นอีกครา "เราไปกันเถอะหลินเฟย"

 


          "อืมๆ" หลินเฟยพยักหน้ารับคำ ดวงตาเต็มเปี่ยมไปด้วยความยินดี ไม่คิดชีวิตนี้ของนาง จะได้กลับมายังดินแดนที่นางเคยจากมาอีกครา ครั้นทั้งสองจับมือกันไว้แน่น พวกเขาก็เดินสืบฝีเท้าเข้าไปภายในบานประตูสีทอง อย่างไม่ลังเล ส่งให้ร่างของอี้เฉินกับหลินเฟย มาโผล่ใต้ธารน้ำ ภายใต้สำนักเซียนที่ล่มสลาย จากศึกสงครามเทพสวรรค์ ในยามอดีตในเสี้ยววินาที



          ทว่าอี้เฉินกลับต้องแปลกใจ เมื่อเขาโผล่ขึ้นมาพ้นเหนือธารน้ำ ภายใต้สำนักเซียน เมื่อพบว่าสำนักเซียน ที่ล่มสลายกลับกลายมามีชีวิตอีกครา สิ่งปลูกสร้างต่างๆ หนาตา ไม่ต่างอะไรกับยามที่มันเคยรุ่งโรจน์ในอดีต แม้ว่าปราณพลังฟ้าดินของดินแดนที่ตายไปแล้ว จะค่อยๆ ฟื้นฟูกลับมาช้าๆ แต่ก็ยังถือว่าไม่เหมาะกับการฝึกฝน บ่มเพาะขั้นพลังอยู่ดี



           อี้เฉิน ที่ส่งปราณจิตออกไปตรวจสอบ รอบๆ สำนักเซียน เขาถึงกับต้อง ประหลาดใจน้อยๆ เมื่อพบว่าสถานที่แห่งนี้มีผู้บ่มเพราะขั้นพลัง อยู่ภายในบริเวณแห่งนี้กันไม่น้อย แม้แต่หลินเฟย ยังรู้สึกแปลกใจ เมื่อเห็นหญิงสาวอายุราวๆ 17ปี ชำระล้างร่างกายอยู่ไม่ห่างจากที่พวกเขาอยู่มากนัก จนทำให้หลินเฟยต้องปิดตาอี้เฉินเอาไว้ เมื่อเห็นหญิงสาวเบิกตาออกกว้างด้วยความตกใจ



ก่อนเสียงสตรีนางหนึ่งจะกล่าวพูดออกมา ด้วยความตกตะลึง ประหนึ่งเห็นผีก็มิปาน "พวกเจ้าสองคนเป็นใคร กล้าลอบเข้ามายังสำนักเซียนของเราหรือ"

 


น้ำเสียงหญิงสาวกล่าวออกมาเสียงดังไม่น้อย อี้เฉินที่กลัวจะเกิดเรื่อง เขาหายวาบไปหาหญิงสาว ส่งฝ่ามือกระแทกท้ายทอยของนาง จนสลบในฉับพลัน เสียงฟึบ!! ดังออกมาหนักแน่น

 


          หลินเฟย มองค้อนอี้เฉินอยู่เล็กน้อย "เจ้า พูดคุยกับนางดี ดีก็ได้อี้เฉิน ไม่เห็นต้องลงไม้ลงมือ" ก่อนหลินเฟยจะเข้ามาพยุงร่างหญิงสาว ร่างขาวเนียนละเอียดราวกระเบื้องแก้วขึ้นไปบนผิวน้ำ สร้างเสื้อผ้าอาภรณ์ให้นางได้สวมใส่

 

ก่อนกล่าวแค่นเสียงดุบอกกล่าวอี้เฉิน เมื่อเห็นอี้เฉินเอาแต่ส่ายหัว "เจ้าควรนุ่มนวลกับสตรีไม่ใช่หรือ"

 


         อี้เฉิน กล่าวตอบเสียงเรียบนิ่งจริงจัง "เรายังไม่รู้สถานการณ์ทางด้านนี้ อย่างไรก็ต้องรู้ความเป็นไปของ ดินแดนร้อยแคว้นก่อน ข้าไม่อยากทำให้มันเป็นเรื่องที่ยุ่งวุ่นวาย"

 

ก่อนอี้เฉินจะถอนหายใจกล่าวพูดออกมาอีกครา "เช่นนั้นรอนางฟื้นตื่น เมื่อใด เราจะไต่ถามนาง แล้วกัน"

 


         "อืมๆ เอาเช่นนั้นก็ได้อี้เฉิน" ก่อนหลินเฟย นางจะส่งปราณพลังของนางเข้าไปผ่อนคลายร่างกายให้หญิงสาว อยู่ไม่ห่าง มองปราดเดียวก็รู้ว่านางเป็นอนุชนคนรุ่นหลัง อยู่เพียงขั้นพลังวีรชน ระดับปลายเท่านั้น

คล้ายกับเรื่องลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ] ที่คุณอ่าน