หว่านชิงไว้ทุกข์ให้ทั้งท่านแม่ท่านน้า และพี่สาวเป็เวลาเจ็ดวัน พอออกทุกข์ซูเฉินก็ชวนนางไปเที่ยวชมสวนดอกไม้ด้วยกันสองต่อสองนี่จึงเป็วันจีบสาววันแรกของซูเฉิน
ทั้งสองเดินทางมาถึงสวนที่เต็มไปด้วยดอกกุหลาบสีชมพูที่น่าตื่นตาตื่นใจซูเฉินจึงจูงมือหญิงสาวเดินเที่ยวชมดอกไม้และผีเสื้อที่บินรายล้อมอยู่คับคั่ง
“เป็ไงชอบมั้ย เห็นธงสือบอกว่าผู้หญิงมักจะชอบสวนดอกไม้” ซูเฉินเพิ่งเคยจีบสาวเป็ครั้งแรกเพราะที่ผ่านมาเขาใช้เวลากับการฝึกยุทธ์และท่องเที่ยวพเนจรไปทั่วแคว้น
“ข้าว่ามันก็งั้นๆ นะ” หว่านชิงทำเป็นิ่งเฉย
“เ้าไม่ชอบงั้นหรือ” ซูเฉินแปลกใจ
“พวกเรากลับกันเถอะ ข้าเริ่มหิวแล้ว” หว่านชิงหันหลังให้สวนดอกไม้และทำท่าจับท้อง
“ซูเฉิน! ลูกค้ามีเื่ด่วนจะคุยด้วย” ท่านเสิ่นหานได้พาลูกค้าตามมาที่สวนดอกไม้ด้วย
“ท่านเสิ่นหาน! ท่านตามมาถึงที่นี่เลยงั้นหรือขอรับ” ซูเฉินใที่หัวหน้าคนงานมาถึงที่นี่
“แม่นางหมีเซียะ อยากจะต่อรองลดราคา ข้าคิดว่าให้นางคุยกับท่านจะดีกว่า”เสิ่นหานไม่สามารถตัดสินใจด้วยตัวเองได้
“งั้น ข้าขอตัวไปคุยกับลูกค้าก่อนนะ” ซูเฉินหันไปบอกหว่านชิง
“ตามสบาย ข้าชมดอกไม้รอก็แล้วกัน” หว่านชิงทำเป็ไม่ใส่ใจแต่ในใจอยากรู้ว่าผู้หญิงสวยคนนั้นเป็ใครกันแน่
พอซูเฉินเดินไปหาลูกค้าผู้หญิงหว่านชิงก็เป็ตัวของตัวเองนางเดินชมดอกไม้และเล่นกับผีเสื้อที่มาเกาะนางอย่างเพลิดเพลิน
“ดอกไม้สวยจังเลย อยากเก็บไปปักแจกัน ว่าแต่ ทำไมสองคนถึงดูสนิทสนมกันจังหรือว่าพวกเขา…” หว่านชิงพึมพำ
เสิ่นหานที่ยืนอยู่ด้วยได้ยินเขาก็เลยว่า “แม่นางหมีเซียะเคยเป็คนรักของซูฟานมาก่อนแต่ซูฟานถูกบังคับให้แต่งงานกับโจวเว่ยน่ะ”
“งั้นหรือเ้าคะ อย่างนี้นี่เอง” หว่านชิงอายเพราะลืมไปว่ามีคนยืนอยู่ด้วย
“แต่ดูๆ ไปทั้งสองก็เหมาะสมกันดีนะ” เสิ่นหานมองดูหนุ่มสาวคุยกันอยู่ห่างๆ
“นั่นสินะเ้าคะ” หว่านชิงคิดในใจว่า “ซูเฉินน่าจะถูกใจหมีเซียะมากกว่าข้า และที่เขาจีบข้านั้นบางทีเขาก็แค่อยากเอาชนะข้าเท่านั้น”
พอซูเฉินเจรจาตกลงการค้าด้วยดีแล้วเขาก็เลยพาหมีเซียะมาแนะนำให้หว่านชิงรู้จัก
“เป็ยังไงบ้าง รอนานมั้ย” ซูเฉินถามหว่านชิง
หว่านชิงทำเพียงส่ายหน้าเท่านั้น
แต่ท่านเสิ่นหานถือโอกาสตอบให้“หว่านชิงเขารอไม่นานหรอกเพราะนางกำลังเพลิดเพลินกับการชมดอกไม้และผีเสื้อ นางชอบมากเลยนะ ถ้ามีโอกาสเ้าก็พานางมาอีกสิ”
“ข้าเปล่านะเ้าคะ” หว่านชิงรีบแย้ง
“ข้ามองออกว่าเ้าเป็คนชอบดอกไม้มาก เห็นว่าอยากนำไปปักแจกันไม่ใช่หรือ”เสิ่นหานกล่าว
ซูเฉินแอบขำให้กับคนปากแข็งจากนั้นเขาก็แนะนำลูกค้า “นี่คือหมีเซียะนางเป็ลูกสาวพ่อค้าขายของชำ พวกเราก็แค่ตกลงเื่การค้าเท่านั้น”
“ยินดีที่ได้รู้จักเ้าค่ะ ข้าคือหว่านชิง ข้าเป็แค่ผู้หญิงที่ร่อนเร่พเนจรคนหนึ่งเท่านั้น”หว่านชิงรีบแนะนำตัวเอง
“อ้าว ไหนว่าซูเฉินบอกว่า เ้าคือว่าที่ฮูหยินของเขาไงล่ะลูกสะใภ้ตระกูลซูส่วนใหญ่จะต้องเป็ลูกสาวผู้ลาภมากดีหรือไม่ก็เป็ลูกสาวของคนมียศถาบรรดาศักดิ์นะ” หมีเซียะสงสัย
“ข้าเป็เพียงสหาย ข้าไม่อาจเอื้อมหรอก” หว่านชิงกล่าว
ซูเฉินเดินไปจับมือหว่านชิงและกล่าวว่า “เ้ากำลังหึงข้าอยู่อย่างนั้นหรือข้ากับหมีเซียะไม่ได้เป็อะไรกัน เ้าอย่าเข้าใจผิดสิที่รัก”
“ข้าไม่ใช่…..” หว่านชิงกล่าวไม่จบเพราะหมีเซียะกล่าวแทรก
“ที่แท้นางก็โกรธนี่เอง ข้ายืนยันช่วยก็ได้ ข้าเคยเป็คนรักของซูฟาน ไม่ใช่ซูเฉิน ข้าไม่ชอบชาวยุทธ์ เ้าอย่ากังวลเลย” หมีเซียะอธิบาย
“ไม่ใช่อย่างนั้นนะ” หว่านชิงกำลังจะแก้ตัวแต่อยู่ดีๆ ก็มีคนยื่นช่อดอกไม้ให้
“นี่ไง ข้าเก็บมาให้เ้าแล้ว หายโกรธหายงอนซะทีนะ” ซูเฉินยื่นดอกไม้อย่างเขินๆ
“รับไว้เถอะ หว่านชิง! ซูเฉินไม่ทำแบบนี้กับใครง่ายๆ นะ” หมีเซียะพูดช่วย
หว่านชิงจำต้องรับช่อดอกไม้มาถือไว้
“งั้นข้ากับเสิ่นหานขอตัวก็แล้วกัน ไว้เจอกันใหม่นะ” หมีเซียะกล่าวลา
“ไว้เจอกัน” จากนั้นซูเฉินก็แอบขอบคุณลูกค้าในใจ “ขอบคุณที่ช่วยข้านะหมีเซียะ”
หว่านชิงกำลังจะเดินกลับไปขึ้นรถม้าแต่อยู่ดีๆ นางก็ถูกอุ้ม
“ปล่อยข้านะซูเฉิน เ้าควรให้เกียรติข้าบ้างสิ” หว่านชิงใ
“ข้าขอโทษ ข้าใจร้อนอยากพาเ้าไปที่โรงเตี๊ยม เห็นว่าเ้าหิวมากไม่ใช่หรือ”ซูเฉินกล่าวอ้าง
“ข้าเดินเองได้” หว่านชิงพยายามดิ้น
“ข้าจะพาเ้าควบม้าไปไง เห็นเจียงหยาบอกว่าเ้าควบม้าไม่เป็ไม่ใช่หรือ”ซูเฉินอยากให้หว่านชิงลองขี่ม้า
“ข้าจะมีเวลาไหนไปเรียนควบม้าล่ะ” หว่านชิงบ่นกับตัวเอง
“แล้วปกติเ้าทำอะไร” ซูเฉินอยากรู้
“เื่อะไรข้าต้องบอกเ้าด้วย” หว่านชิงไม่อยากพูดถึงอดีต
“ต่อไป พอพวกเราเป็สามีภรรยากัน พวกเราจะต้องไม่มีความลับต่อกัน” ซูเฉินกล่าวยิ้มๆ
“ข้าไม่เคยตกลงว่าจะเป็ภรรยาเ้าเลยนะ เ้าอย่ามั่นใจตัวเองเกินไปสิ”หว่านชิงกล่าวตรงๆ
“ก็เผื่อว่าเ้าจะใจอ่อนสักวัน” ซูเฉินไม่ยอมแพ้
พอซูเฉินอุ้มหญิงสาวจนไปถึงม้าที่ผูกติดกับต้นไม้เขาจึงวางนางลง
“พวกเราจะนั่งบนม้าด้วยกันงั้นหรือ” หว่านชิงกังวล
“ดูเ้าตั้งแง่รังเกียจข้า ข้าให้เ้านั่งขี่ม้าส่วนข้าจะจูงม้าให้ก็แล้วกัน” ซูเฉินเปลี่ยนใจเขาอยากให้เกียรตินาง
“อย่างนี้เ้าก็ต้องเดินคนเดียวสิ” หว่านชิงไม่อยากกินแรง
“ข้าเป็ชาวยุทธ์ ข้าแข็งแรงกว่าเ้าหรือเ้าอยากให้ข้านั่งบนม้าตัวเดียวกับเ้าล่ะ” ซูเฉินยักคิ้วข้างหนึ่ง
“ไม่เป็ไร เดี๋ยวม้าจะหนักเปล่าๆ” หว่านชิงรีบปฏิเสธ
ซูเฉินจูงม้าจนไปถึงโรงเตี๊ยมพอหยุดม้า เขาก็รีบอุ้มหญิงสาวให้ลงมาจากม้าดีๆจากนั้นก็จูงนางให้เดินเข้าไปในโรงเตี๊ยมเพื่อทานอาหารด้วยกัน
เนื่องจากซูเฉินได้สั่งอาหารไว้แล้วพอมาถึงทั้งสองก็ทานได้เลย
หว่านชิงรู้ตัวเองดีว่านางต้องหวั่นไหวกับความเอาใจใส่และการเข้าถึงเนื้อถึงตัวของฝ่ายชายอย่างแน่นอนดังนั้นนางจึงตัดสินใจที่จะคุยกับเขาตามตรง
ซูเฉินกำลังจะควักอัฐแต่หว่านชิงขอคุยกับเขาก่อนที่จะเดินทางต่อ
“ข้ามีเื่ที่ต้องบอกเ้า” หว่านชิงกล่าว
“น้ำเสียงดูจริงจังมากเลยนะ” ซูเฉินแอบกังวล
“ข้าขอโทษ ข้ามีคนรักอยู่แล้ว เ้าอย่าเสียเวลาเลย” หว่านชิงกล่าวอ้าง
“ชายผู้นั้นเป็ใคร ว่านหลงงั้นหรือ” ซูเฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ
“ข้าเองก็เหมือนพี่จือหม่าอี้ ข้าชอบคนที่มีฐานะไม่ใช่ชาวยุทธ์ คนรักของข้าคือหยูเสียนต่างหาก”หว่านชิงกลัวซูเฉินตามไปเอาเื่กับสหายวัยเด็ก
“หยูเสียน พ่อค้าอัญมณีประจำเมืองเชียงหนานงั้นหรือ” ซูเฉินรู้จัก
“ใช่! ตอนแรกข้าก็อยากให้โอกาสเ้าแต่ฐานะของเ้าสู้หยูเสียนไม่ได้เลยสักนิดเดียว” หว่านชิงแกล้งพูดไปเช่นนั้นเองนาง้าให้ฝ่ายชายยอมตัดใจ
“เ้ากับเขาไปจีบกันตอนไหน” ซูเฉินเค้นถาม
“ก็หลายปีมาแล้ว” หว่านชิงแต่งเื่
“งั้นไปกับข้า” ซูเฉินวางอัฐจากนั้นก็รีบจูงมือหญิงสาวและอุ้มนางขึ้นขี่ม้า ส่วนตัวเองก็ขึ้นขี่ตาม
“ไหนว่าเ้าจะไม่ขี่ม้าตัวเดียวกับข้าไงล่ะ” หว่านชิงใเพราะตอนนี้นางกับเขาใกล้ชิดกันมากจนใจนางเต้นตุบตุบ
“ข้ารีบ” ซูเฉินกล่าวห้วนๆ
“เ้าโมโหอยู่อย่างนั้นหรือ” หว่านชิงเริ่มกลัวอารมณ์ของฝ่ายชาย
“ถ้าเ้ากำลังจะเสียของรักบ้าง เ้าจะรู้สึกอย่างไร” ซูเฉินมีใบหน้าแดงก่ำ
หว่านชิงเงียบมาตลอดทางแม้ฝ่ายชายจะกอดนางแน่นมาก นางก็ไม่กล้าบ่น
พอหยุดม้าซูเฉินลงมาจากม้าก่อน แล้วค่อยประคองให้นางลงจากม้าดีๆ
“ที่นี่ที่ไหนงั้นหรือ” หว่านชิงมองเห็นบ้านหลังเล็กหลังหนึ่งที่ตั้งอยู่หลังเขา
“บ้านคนรักของหยูเสียน” ซูเฉินกล่าวสั้นๆ
“ใครงั้นหรือ” หว่านชิงในั่นหมายความว่าซูเฉินจับได้ว่านางกุเื่ขึ้นมาเอง
“ไม่ใช่เ้าก็แล้วกัน” ซูเฉินกล่าวห้วนๆ
พอซูเฉินมองเห็นหยูเสียนเดินมาถึงบ้านหลังเล็กเขาก็รีบพาหว่านชิงหลบอยู่หลังพุ่มไม้ทันที
“เขาเป็ใครงั้นหรือ” หว่านชิงปล่อยไก่ตัวเบ้อเริ่ม
“เ้ากุเื่ขึ้นมาใช่มั้ย ถ้าเ้าเป็คนรักของหยูเสียนจริงๆ ทำไมไม่รู้จักเขาล่ะ”ซูเฉินแอบยิ้ม
“ขะ ข้า” หว่านชิงตอบไม่ถูก
“และนั่นก็เป็คนรักของหยูเสียน” ซูเฉินชี้ให้ดู
“แต่เขาเป็ผู้ชายนะ” หว่านชิงมองเห็นผู้ชายเดินออกมาจากบ้านหลังเล็กหลังนั้น
“ก็ใช่น่ะสิ เ้าไม่รู้งั้นหรือว่าหยูเสียนชอบผู้ชายน่ะ” ซูเฉินกล่าวตรงๆ
“ขะ ข้า ไม่รู้” หว่านชิงกล่าวเสียงอ่อนเพราะนางถูกจับได้ว่าโกหก
“และข้าก็ไม่เชื่อด้วยว่าหยูเสียนจะเหลียวตามองเ้า” ซูเฉินรู้จักหยูเสียนเป็อย่างดี
“ก็ได้ ข้าโกหก พอใจแล้วหรือยัง” หว่านชิงสารภาพ
“โกหกทำไม” ซูเฉินไม่เข้าใจ
“ข้าอยากให้เ้าตัดใจจากข้าเสียที ต่อให้รอจนครบเจ็ดวันข้าก็คงไม่มีวันตกลงปลงใจแต่งงานกับเ้าหรอก” แต่ในใจของหว่านชิงกลับคิดว่า“ข้าขอโทษ ข้าไม่ใช่คนใจแข็งขนาดนั้นแค่เ้าจีบข้าวันเดียวข้าก็หวั่นไหวแล้ว ถ้าครบเจ็ดวันข้าคงไม่มีวันลืมเ้าได้อย่างแน่นอน”
“ก็ได้หว่านชิง! ข้ายอมแพ้ก็ได้ คนไม่รัก ทำยังไงเขาก็คงไม่รักก็ดีเหมือนกัน ข้าจะได้ไปทำอย่างอื่น” ซูเฉินถอดใจ
“งั้นข้าเดินทางกลับเมืองกวานเหลียงพรุ่งนี้นะ” หว่านชิงรีบพูด
“ตามใจเ้า ตอนนี้พวกเรากลับกันเถอะ” ซูเฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงเ็า
“แล้วเ้าเอ่อ จะขี่ม้าตัวเดียวกับข้าอีกมั้ย” หว่านชิงสงสัย
“เ้าสบายใจได้ ข้าให้เ้าขึ้นขี่ม้าคนเดียว เดี๋ยวข้าจูงให้” ซูเฉินกล่าวโดยไม่มองหน้า
หว่านชิงรู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมาเมื่อซูเฉินเปลี่ยนท่าทีเป็เ็ากับนาง
พอกลับมาถึงรถม้าซูเฉินก็ให้หว่านชิงนั่งบนรถม้าคนเดียวโดยมีเด็กรับใช้ควบคุมม้าให้ส่วนตัวซูเฉินก็ควบม้ากลับบ้านไปล่วงหน้าโดยไม่รอ
***************************
ณห้องโถงในบ้านตระกูลซู
“มันเกิดอะไรขึ้นทำไมซูเฉินถึงเดินเข้าห้องทำงานด้วยสีหน้าเคร่งเครียดแบบนี้” นายหญิงอยากรู้ต้นสายปลายเหตุ
“มันจบแล้วเ้าค่ะ วันพรุ่งนี้ข้าจะเดินทางกลับบ้านเกิดแล้ว” หว่านชิงก้มหน้าตอบ
“เ้าไม่รักลูกชายข้าบ้างเลยงั้นหรือ” นายหญิงสงสัย
“ขอบคุณที่ท่านมีเมตตาต่อข้า แต่ข้าไม่เหมาะสมกับลูกชายของท่านหรอกเ้าค่ะส่วนเื่ราวของความรัก มันต้องใช้เวลาดูใจนานกว่านี้ไม่ใช่เพียงแค่เจ็ดวันก็ตัดสินใจได้เ้าค่ะ” หว่านชิงกล่าวตรงๆ
“ก็ได้! ข้ายอมรับในการตัดสินใจของเ้าวันพรุ่งนี้ข้าจะต้องไปวัดั้แ่เช้า ข้าคงไม่ได้ไปส่งเ้าออกเดินทางหรอกนะลากันตรงนี้เลยก็แล้วกัน” นายหญิงสวมกอดหว่านชิงและกระซิบว่า “มีปัญหาอะไรที่ข้าพอจะช่วยได้ ก็บอกข้านะข้าจะถือว่าเ้าเป็หลานสาวของข้าก็แล้วกัน”
“ขอบคุณมากเ้าค่ะ” หว่านชิงซึ้งใจอย่างน้อยนางก็มีนายหญิงเหมือนญาติผู้ใหญ่คนนึง
***************************
เช้าวันต่อมาหว่านชิงออกเดินทางแต่เช้า โดยไม่รอใครมาส่งนางหันกลับไปมองบ้านตระกูลซูด้วยความอาลัย จากนั้นก็เดินต่อไปตามทางเรื่อยๆ
“นายท่านไม่ไปส่งนางถึงกวานเหลียงด้วยตัวเองหรือขอรับ” ธงสือที่อยู่หลังต้นไม้กล่าวกับเ้านาย
“ไม่ล่ะ เ้าคอยคุ้มครองนางจนถึงกวานเหลียงก็แล้วกัน” ซูเฉินยังไม่อยากเห็นหน้านาง
“ขอรับนายท่าน” ธงสือรับรู้ได้ว่าเ้านายกำลังอกหัก
จากนั้นซูเฉินก็ขึ้นรถม้าเพื่อเดินทางไปที่โรงเกลือต่อไป
ทางด้านหว่านชิงตอนนี้นางได้เดินไปถึงศาลาพักริมทางนางนั่งพักเหนื่อยนานสมควรและกำลังจะลุกเพื่อเดินทางต่อ แต่ทว่าอยู่ดีๆหว่านชิงก็มองเห็นหญิงสาวคนหนึ่งถือเก้าอี้มาวางอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่สักพักผู้หญิงคนนั้นก็โยนปลายผ้าด้านหนึ่งขึ้นไปบนกิ่งไม้ใหญ่จากนั้นก็เหยียบไปบนเก้าอี้ นางทำการผูกและทำบ่วงคล้องคอ
“หยุดนะ! เ้ากำลังจะฆ่าตัวตายอย่างนั้นหรือ” หว่านชิงรีบห้ามทันที
“อย่ายุ่งกับข้า! ข้าจะตายตามคนรักของข้าไป” หญิงสาวปริศนารีบไล่
“ใจเย็นๆ ก่อน ฟังข้านะ” หว่านชิงพยายามเกลี้ยกล่อม
“ไปให้พ้น” หญิงสาวะโไล่
พอไล่ไม่ไปหญิงสาวรีบคล้องคอและถีบเก้าอี้ออกทันทีหว่านชิงก็รีบวิ่งไปกอดขาไว้และประคองยกไว้
“ปล่อยข้า ปล่อยข้า” หญิงสาวพยายามสลัดขาแต่หว่านชิงกอดไว้แน่น
สักพักผ้าก็ขาดและหญิงสาวปริศนาก็กำลังจะหล่นทับตัวหว่านชิง แต่อยู่ดีๆชายชุดดำก็รีบวิ่งเข้ามาจับตัวหว่านชิงให้ยืนดีๆ และอุ้มหญิงสาวปริศนาไว้การเคลื่อนไหวของจอมยุทธ์รวดเร็วปานลมกรด
“เ้าเป็ใคร ปล่อยข้านะ” หญิงสาวพยายามดิ้นรนขัดขืน
“ข้าคือคนที่ผ่านมาแถวนี้ ในเมื่อพวกเ้าปลอดภัยแล้ว ข้าไปล่ะ” ธงสือที่สวมชุดดำรีบตอบรีบไป เพราะกลัวหว่านชิงจับได้ว่าเขาแอบติดตาม
“เดี๋ยวก่อนสิ ข้ายังไม่กล่าวขอบคุณเลย” หว่านชิงกำลังจะรั้งแต่ชายชุดดำได้ะโหนีหายไปแล้ว
“เ้ายุ่งกับข้าทำไมเนี่ย” หญิงสาวกล่าวอย่างเอาเื่
“เ้ามีปัญหาอะไร ทำไมต้องคิดสั้นแบบนี้” หว่านชิงคิดว่าเผื่อนางจะช่วยแก้ไขปมในใจได้บ้าง
“ในเมื่อเ้าจุ้นนัก ข้าเล่าให้เ้าฟังก็ได้ เื่มีอยู่ว่า….